LOGINซูซ่างเอินขมวดคิ้วจ้องมองหวังชุน นึกรังเกียจในใจ ก็พิการแบบนั้นคืนเข้าหอจะทำอะไรได้อีกหล่ะ ยังมีหน้ามาบอกว่าตัวเองบริสุทธิ์
" เอินเอินข้าไม่ได้เข้าหอกับนาง และจะไม่มีวันยอมรับนางเป็นอันขาด เจ้าคือคนเดียวที่ข้ารักและจะแต่งงานด้วย เจ้าคนเดียวเท่านั้นเอินเอิน"
หวังชุนเลื่อนรถเข็นไปกุมมือซูซ่านเอินไว้ ในดวงตาเต็มไปด้วยความรัก ซูซ่านเอินดึงมือออก
" ถึงไม่ได้เข้าหอแต่ท่านกับนางก็ทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินแล้ว พิธีแต่งงานย่อมเสร็จสิ้น ทุกคนต่างรับรู้เป็นพยานว่าท่านกับนางคือสามีภรรยากัน ตอนนี้ท่านเป็นพี่เขยของข้า"
" ไม่ เอินเอินข้า "
" เอาอย่างงี้ให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นภรรยารองส่วนเจ้ากับเอินเอินแม่จะหาฤกษ์แต่งงานให้ใหม่ ให้นางเป็นฮูหยินเอกของเจ้าแบบนี้ทุกคนเห็นด้วยกับข้าไหม"
หวังรั่วหนานเอ่ยขึ้น
ซูซ่างเอินสะกิดซูหว่านเหลียนให้ช่วยพูดอุตส่าห์วางแผนซะดิบดี นางไม่ยอมแต่งงานกับคนพิการหรอก คนพิการอย่างหวังชุนคู่กับคนใบ้อย่างฉีเยี่ยนฟางนั่นแหละดีแล้ว
" ข้าไม่เห็นด้วย ทั้งเยี่ยนฟางและเอินเอินพวกนางต่างก็เป็นบุตรสาวของข้าทั้งคู่ พี่น้องมีสามีคนเดียวกันข้าคิดว่ามันไม่เหมาะ"
ซูหว่านเหลียนยังพูดต่อ
" ฮูหยินหวังถึงนางจะมาจากชนบท นิสัยขี้อิจฉาริษยา ไม่รู้อะไรควรไม่ควรแถมยังเป็นใบ้ แต่ข้าเชื่อว้าถ้าสอนสั่งนางสักหน่อยนางจะต้องเป็นสะใภ้ที่ดีของตระกูลหวังได้แน่"
" เจ้า เจ้าว่าอะไรนะ นางเป็นใบ้ นี่ นี่ข้าฟังไม่ผิดใช่ไหม"
" เอ่อ ไม่ผิดขอรับ นางเป็นใบ้จริงๆ"
ซูเว่ยหมิงตอบ หวังรั่วหนานหันไปมองหน้าหวังซิงเหอ ทั้งสองสบตากันนิ่งก่อนจะพูดด้วยความไม่พอใจ
" รู้ว่าเจ้าสาวผิดตัวแต่ไม่ยอมไม่สับเปลี่ยนคืน แถมคนคนนั้นยังเป็นใบ้อีก ซูจิ่งหานตระกูลซูของเจ้าทำแบบนี้มันหยามเกียรติตระกูลหวังของข้าชัดๆ พวกเจ้าไปพาตัวหญิงใบ้คนนั้นมาที่นี่ให้นางกลับจวนตระกูลซูพร้อมบิดามารดาของนาง"
ยังไม่ทันที่บ่าวรับใช้จะเดินออกไปฉีเยี่ยนฟางก็เดินเข้ามาก่อน ทุกคนหันไปจ้องมองนางเป็นตาเดียว ต่างตกตะลึงในความงามของนาง โดยเฉพาะหวังชุนที่ถึงกับอ้าปากค้าง
หญิงสาวในชุดเจ้าสาวสีแดงเดินเยื้องย่างเข้ามา ผมยาวดำขลับปลิวสไวใบหน้าขาวนวลเนียนจมูกโด่งได้รูป รับกับปากกระจับจิ้มลิ้มแดงระเรื่อ ทรวดทรงองค์เอวอวบอิ่ม ยิ่งช่วงบนใหญ่จนล้นออกมา ยามนางเยื้องย่างมันเด้งดึ๋งดั๋งๆ ลมพัดอาภรณ์นางแนบลู่เห็นสามเหลี่ยมข้างล่างโหนกนูน อึก เขากลืนน้ำลายไม่รู้ตัว งาม งามเหลือเกินงามยิ่งกว่าเทพเซียนในภาพวาดอีก งามเหมือนไม่มีอยู่จริง
เมื่อคืนพอเปิดผ้าคลุมหน้าออกเขาเห็นว่าไม่ใช่ซูซ่างเอินก็โมโห แสงเทียนสลัวทำให้เขาเห็นความงามของนางไม่ชัด ไม่คิดว่านางจะงามถึงเพียงนี้ โทษที่เขาใจร้อนวู่วามไปหน่อย หากเมื่อคืนเขามองนางให้นานเห็นใบหน้าของนางชัดๆเขาก็คงไม่ผลักไสนาง หรือว่าเขาจะรับนางเอาไว้เป็นภรรยารองอีกคน แต่เอ๊ะ เมื่อคืนเขาให้คนลากตัวนางไปไว้ที่ห้องเก็บฟืนแล้วให้คนไปรุมขืนใจนางแล้วนี่ ช่างเถอะ ถึงจะงามแค่ไหนแต่ก็ไม่บริสุทธิ์แล้ว แต่หากคนอื่นได้เห็นนางและรู้ว่านางเป็นของเขา ทั่วทั้งเมืองหลวงจะอิจฉาเขาขนาดไหนนะ
ซูจิ่งหานเดินเข้าไปจะตบหน้าฉีเยี่ยนฟางแต่นางคว้าข้อมือไว้ทันก่อนจะผลักออกจนซูจิ่งหานเซเกือบล้ม ดีที่ซูเว่ยหมิงรับทัน
" เจ้า ช่างอกกตัญญูยิ่งนัก"
" เยี่ยนฟางนี่เจ้ากล้าทำกับท่านพ่อเช่นนี้ได้อย่างไรวันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง"
ซูเว่ยหมิงปรี่เข้าไปจะตบหน้าฉีเยี่ยนฟาง แต่ถูกนางถีบจนกระเด็น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน นางเดินไปนั่งลงรินน้ำชาใส่ถ้วย
" ช่างสมกับสตรีชนบทจริงๆ การกระทำของเจ้าข้ารับไม่ได้หรอก น้ำชาถ้วยนั้นข้าไม่เอา"
หวังรั่วหนานพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกสายตามองฉีเยี่ยนฟางด้วยความรังเกียจ ฉีเยี่ยนฟางเหลือบมองสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะยกชาขึ้นจิบแล้ววางลง
" ใครบอกว่าข้าจะยกน้ำชาให้ท่าน "
ทุกคนต่างตกตะลึงโดยเฉพาะคนในครอบครัวซู
" ไหนพวกเจ้าบอกว่านางเป็นใบ้ไง"
หวังชุนถามขึ้นมา นางเป็นใบ้ที่ไหนนางพูดได้แถมน้ำเสียงยังไพเราะมากอีกด้วย
" ข้า ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน "
ซูเว่ยหมิงตอบ ตอนที่เขาไปรับนางที่หมู่บ้านในชนบท นางเป็นใบ้จริง ยังใช้ภาษามือสื่อสาร คนในหมู่บ้านบอกว่าตั้งแต่นางเล็กจนโตมาก็ไม่เคยเห็นนางพูดสักคำ ใช่ ตั้งแต่นางกลับจวนตระกูลซูมาแม้จะเพียงระยะเวลาแค่ไม่กี่วัน แต่นางก็ไม่เคยพูด นางเป็นใบ้จริงๆ แต่ทำไมตอนนึ้ถึงพูดได้ เขาก็งงเหมือนกัน
" เจ้า เจ้าพูดได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน "
ซูจิ่งเหอรีบลุกไปหาฉีเยี่ยนฟางด้วยความตื่นเต้น แต่นางไม่สนใจ
" เจ้า เจ้าเป็นใบ้ทำไมอยู่ดีๆถึงพูดได้ "
" ใครบอกว่าข้าเป็นใบ้ พวกท่านคิดเองเออเองกันทั้งนั้น"
ซูเว่ยหมิงเห็นสายตาที่ทุกคนมองมาที่เขา จึงรีบอธิบาย
" ทุกคนในหมู่บ้านเหอวานต่างก็รู้กันว่านางเป็นใบ้ตั้งแต่เกิด ทุกคนเป็นพยานได้ว่านางเป็นใบ้จริงๆ ท่านพ่อท่านแม่ เอินเอิน ตั้งแต่ข้าพานางกลับจวน ตลอดหลายวันที่นางอยู่ที่จวนเรามีใครได้ยินเสียงนางพูดบ้าง"
ซูจิ่งหานกับซูหว่านเหลียนก็พยักหน้าเห็นด้วย
" พี่เยี่ยนฟางในเมื่อท่านไม่ได้เป็นใบ้ เหตุใดถึงไม่พูดตั้งแต่แรก ทำไมต้องแกล้งเป็นใบ้ให้พวกเราเข้าใจผิดด้วย"
" ข้าไม่พูดเพราะขี้เกียจพูด"
นางตอบอย่างไม่ใส่ใจ
" เหอะ ข้าว่าเจ้าคงต้องการเรียกร้องความสนใจจากพวกเราสินะ"
ซูเว่ยหมิงพูดแขวะ นางหันไปจ้องมองนัยตาดุดัน ชายคนนี้เป็นพี่ชายแท้ๆของฉีเยี่ยนฟางเจ้าของร่าง แต่ไม่มีท่าทียอมรับนางเป็นน้องสาวเลยทั้งคำพูดคำจามีแต่ดูถูก ไหนจะท่าทางรังเกียจนั่นอีก คิดว่าตัวเองสูงส่งมากมั้ง
เห็นสายตาที่ฉีเยี่ยนฟางจ้องมองมา ซูเว่ยหมิงก็รู้สึกขนลุกแปลกๆ ตอนที่นางถีบเขา เขาทั้งเจ็บทั้งจุกยังไม่หายคงช้ำในแล้วมั้ง จำได้ว่าตอนที่เขาไปรับนางกลับมา เขาเดินชนนางนิดเดียวนางก็ล้มไม่เป็นท่า ท่าทีก็ดูอ่อนแอราวไม่มีเรี่ยวแรง ไม่คิดเลยว่านางในเวลานี้จะมีพละกำลังมากถึงขนาดนี้ ราวกับเป็นคนละคน
" เจ้า เจ้าจ้องมองข้าทำไม"
นางแสยะยิ้ม มองดูควันสีดำที่พวยพุ่งอยู่รอบตัวเขา อีกไม่นานเขาจะมีเคราะห์ถึงขั้นตายได้ เคราะห์ที่มาจากการกระทำของเขาเอง ซูเว่ยหมิงรู้สึกเย็นวาบไปทั่วทั้งตัวราวถูกน้ำเย็นสาด ไม่รู้ว่าทำไมรอยยิ้มของนางถึงได้ชวนเย็นยะเยือกนัก
.
จิ้งจอกแดงตัวน้อยวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า หย่งเฟิงวิ่งตาม ดอกหญ้าปลิวว่อนตามลม เขานั่งลงมองดูจิ้งจอกน้อยของเขานอนกลิ้งนอนหงายเล่น ไม่รู้ว่าชีวิตในวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร รู้แค่ว่าวันนี้เขามีความสุขที่ได้อยู่กับนางก็พอ นางคือคนช่วยชีวิตเขา คือภรรยาของเขา คือความสุขที่มาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายของเขา แม้เราจะรู้จักกันไม่นาน แม้ยังไม่ได้แต่งงานแต่เราก็เอากันไปแล้ว หลายครั้งด้วย เขารักนางอยากบอกนาง แต่เขาพูดไม่ได้ เขาเป็นใบ้ เขาไม่มีลิ้นเวลาร่วมรักกับนางเขาก็อยากใช้ลิ้นปรนเปรอแต่ก็ทำไม่ได้ มันน่าผิดหวังจริงๆ" อาเฟิง"ฉีเยี่ยนฟางคืนร่างเป็นมนุษย์โถมเข้าใส่เขาเขาอ้าแขนรอรับ กอดนางไว้แน่นล้มกลิ้งไปบนผืนหญ้า" อาเฟิง ข้าอยากอีกแล้ว"หย่งเฟิงยิ้มจูบนาง พลิกตัวนางลงล่างปากบดจูบ มือบีบขยำก้อนกลมนุ่มเด้ง มือของนางล้วงเข้าไปในกางเกงเขา ลูบไล้จนขึ้นลำแมลงปอบินว่อนเหนือทุ่งหญ้าพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า แสงสีทองสาดส่องนกกาบินออกหากิน หย่งเฟิงจับจูงมือฉีเยี่ยนฟางเดินไปในป่ามุ่งหน้าทิศตะวันตกสู่หุบเขาใหญ่ฉีเยี่ยนฟางหยุดชะงัก หย่งเฟิงถามด้วยสายตาว่ามีอะไร แครบคราบ ฝูงจิ้งจอกโผล่มาดักหน้า หย่งเฟิงรีบดึงฉีเยี่ยนฟา
" แต่อะไร"เฉินซีเล่าต่อจากเหวินฟู่" มู่กุ้ยเหรินเคยเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท ตอนนั้นฝ่าบาทได้มอบป้ายทองอาญาสิทธิ์ยกเว้นโทษตายให้นาง สามารถใช้สิทธิ์ได้สองครั้ง"" นางคงใช้สิทธิ์ในครั้งนี้สินะ ถ้าข้าเดาไม่ผิดสิทธิ์ครั้งที่สองคงขอให้ซูเว่ยหมิง""นายหญิงท่านเดาถูกแล้ว นางใช้ป้ายทองอาญาสิทธิ์ละเว้นโทษตายให้นางกับซูเว่ยหมิง แต่ถึงโทษตายจะละเว้นแต่โทษเป็นยังอยู่ ทั้งสองถูกเนรเทศไปใช้แรงงานที่ชายแดนห้ามกลับเข้าเมืองหลวงตลอดชีวิต"" เยี่ยนฟาง พวกเขาจะเดินทางไปพรุ่งนี้เจ้าอยากไปดูไหม"" อืมไปสิ"ชั้นสองของโรงเตี๊ยม ฉีเยี่ยนฟางนั่งจิบชามองลงไปข้างล่าง นักโทษเนรเทศหลายคนถูกล่ามโซ่ตรวนเดินผ่านไป หนึ่งในนั้นมีซูเว่ยหมิงพี่ชายแท้ๆของฉีเยี่ยนฟางตัวจริงตลอดทางชาวบ้านพากันด่าสาปแช่งปาข้าวของใส่ ซูเว่ยหมิงที่ร่างกายถูกทรมานมาก่อนหน้าเดินโซเซจวนเจียนจะล้มฉีเยี่ยนฟางนึกถึงท่าทีหยิ่งยโสของซูเว่ยหมิงเมื่อก่อน ทั้งคำพูดท่าทีเหยียดหยามที่มีต่อนาง พอเห็นเขาในเวลานี้นางไม่รู้สึกสงสารเลยสักนิด เพราะเขาก็ไม่เคยเห็นนางเป็นน้องสาว น้องสาวของเขามีคนเดียวคือซูซ่างเอิน นั่นคือคำพูดที่เขาเน้นย้ำเสมอเมื่อเจอนาง เขาเ
ซูจิ่งหานกับซูหว่านเหลียนวิ่งแหวกทางผู้คนที่มุงดูเข้าไป เห็นเพียงเปลวไฟโหมลุกไหม้" เอินเอินหล่ะบุตรสาวของข้าอยู่ที่ไหน เอินเอิน"ซูจิ่งหานกับซูหว่านเหลียนทำท่าจะกระโจนเข้าไปข้างใน แต่ถูกคนช่วยกันขวางเอาไว้"พวกท่านอย่าเข้าไป อันตรายใจเย็นๆก่อน"" ใจเย็นบ้าบออะไรบุตรสาวข้ายังอยู่ข้างในนั้น จะให้ข้าใจเย็นได้ยังไง ปล่อยข้า"ซูจิ่งหานดิ้นรนจะเข้าไปให้ได้ หลายคนช่วยกันจับเขาไว้ ซูหว่านเหลียนเป็นลมหมดสติล้มลงไปนอนกองกับพื้นดัง ตุ๊บ ไม่มีใครช่วยรับมีแต่คนถอยห่าง" ฮูหยินซูเป็นลมไปแล้ว"ซูจิ่งหานหันไปมองภรรยาที่นอนอยู่กับพื้นรีบเข้าไปประคองนางขึ้นมา" นั่นไงคุณหนูซูถูกช่วยออกมาแล้ว"ซูจิ่งหานปลุกซูหว่านเหลียนแต่นางก็ไม่ฟื้นสักที เขาจึงปล่อยนางไว้ตรงนั้นวิ่งไปดูซูซ่างเอิน พอเห็นสภาพบุตรสาวที่รักปานแก้วตาดวงใจก็แทบขาดใจล้มทั้งยืน ดีที่บ่าวรับใช้รับไว้ทัน" ว้ายย ทำไมหน้านางถึงได้เป็นแบบนั้น"" ก็ถูกไฟไหม้ยังไงหล่ะ"" เจ้าว่านางจะตายไหม"" ไม่รู้ซิ ถึงนางรอดก็คงเสียโฉมไปแล้ว"" แบบนี้ใครจะกล้าแต่งงานกับนาง"" ก็คุณชายหวังไง อีกคนก็พิการเดินไม่ได้อีกคนก็อัปลักษณ์เข้ากันดีพิลึก"" เเต่ข้าได้ยินว่
" ดี งั้นพูดตรงๆเลย ถึงเจ้าจะบอกว่าตัดขาดกับพวกเรา แต่ในตัวของเจ้าก็ยังมีสายเลือดตระกูลซู ตระกูลซูต้องเสียชื่อเสียงเพราะเจ้า พ่อของเจ้าต้องถูกระงับการเลื่อนตำแหน่งก็เพราะเจ้า หากเจ้าไม่ปล่อยข่าวลือในวันนั้น พวกเราตระกูลซูก็ไม่ต้องเป็นตัวตลกของเมือง ไปทางไหนก็มีแต่คนซุบซิบนินทา ไหนจะสายตาดูแคลนพวกข้าที่ถูกหาว่าเป็นพ่อแม่ใจร้ายทิ้งลูก ลำเอียงรักลูกไม่เท่ากันอีก"" ก็ถูกแล้วนี่ พวกเขาพูดผิดตรงไหน"" เจ้า"" ท่านก็รู้ว่าทุกอย่างมันคือเรื่องจริง แต่ไม่ยอมรับ ยังอยากให้ข้าช่วยแก้ข่าวให้กลับดำเป็นขาวอีก จะให้ข้าบอกว่าอย่างไร ทั้งที่พวกท่านทิ้งข้าไม่ต้องการข้าตั้งแต่เกิด แต่จะให้บอกทุกคนว่าทำข้าหายไป วางยาข้าส่งข้าขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแทนจะให้ข้าบอกว่าเป็นข้าที่อิจฉาน้องสาวอยากแต่งงานเข้าตระกูลใหญ่แทน พ่อแม่แท้ๆไม่เคยสนใจไยดีลำเอียงรักแต่พี่ชายน้องสาว จะให้ข้าบอกทุกคนว่าตระกูลซูรักใคร่กลมเกลียวพ่อแม่มีความยุติธรรม"มองดูซูจิ่งหานที่ก้มหน้าแววตายังมีความละอายอยู่บ้าง แต่ซูหว่านเหลียนไม่มีทีท่าหรือแววตาสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย ฉีเยี่ยนฟางหัวเราะเยือกเย็น ในใจรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา นี่คงเป็นความรู้สึกของเ
" อาเฟิงจะทำอะไร"เขาดึงนางนอนลงกอดนางไว้ ตบหลังนางเบาๆเหมือนกล่อมเด็กน้อย" เจ้ากล่อมข้านอนหลับเหรอ"เขาพยักหน้า นางลูบใบหน้าของเขา ช่างรู้ดีจริงๆว่าจิ้งจอกอย่างนางชอบนอนกลางวันหย่งเฟิงกล่อมนางหลับแล้วก็ค่อยๆลุกขึ้นผละจากนาง เปิดประตูออกก็เห็นเหวินฟู่นั่งอยู่หน้าห้องมองมาที่เขาด้วยสายตาไม่พอใจเหวินฟู่ลุกพรวดมายืนตรงหน้า" อย่าคิดว่านางจะชอบเจ้าจริงๆ นางก็แค่เล่นๆกับเจ้า นางประชดข้าแค่อยากเอาคืนข้าที่ข้าเคยปฏิเสธนางก็เท่านั้น ดูสภาพเจ้าสิหน้าตารึก็ดูไม่ได้ ไม่มีอะไรเทียบข้าได้สักนิดแล้วยังจะเป็นใบ้อีก ฮึ"เหวินฟู่เย้ยหยันแล้วก้าวเข้าไปในห้อง เขามองหาฉีเยี่ยนฟางไม่เห็นจึงตรงไปที่เตียงนอนก็ชะงัก เมื่อเห็นจิ้งจอกแดงตัวหนึ่งนอนหลับปุ๋ยอยู่ใต้ผ้าห่ม" เฮ้ย นี่"หย่งเฟิงรีบเข้ามา" จิ้งจอกตัวนี้ทำไมถึงมานอนอยู่บนเตียงนอนได้ เจ้าเอามันเข้ามาใช่ไหม ใช่สิ ข้าจำได้ว่าตอนนั้นเห็นเจ้าอุ้มมัน ถึงเจ้าจะเลี้ยงมันไว้ก็ควรรู้ว่าอะไรควรไม่ควร นี่มันเตียงนอนของเยี่ยนฟางเอามันไปไกลๆเลย"หย่งเฟิงนั่งลงบนเตียงลูบหัวจิ้งจอกน้อยมือหนึ่ง อีกมือก็ชี้ให้เหวินฟู่ออกไป" เจ้า เจ้าไล่ข้าเหรอ เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาไล
" ต่อไปนี้ตระกูลหวังกับตระกูลซูขาดกัน"หวังซิงเหอพูดจบก็เดินตามหวังชุนออกไปหวังรั่วหนานมองคนตระกูลซูด้วยสีหน้าไม่พอใจ พูดทิ้งท้ายก่อนไป"สินสอดที่ข้าเคยให้ ส่งคืนข้าให้ครบอย่าให้ขาดแม้แต่อีแปะเดียว"" เหอะคืนก็คืนสิ ดีเสียอีกสัญญาหมั้นหมายสิ้นสุดเอินเอินจะได้หลุดพ้น ไม่ต้องแต่งงานกับหวังชุนคนพิการเสียที ต่อไปจะได้มีบุรุษดีๆมาสู่ขอนาง"" ไอ้ดีมันก็ดี แต่เราจะเอาสินสอดที่ไหนไปคืนเขา"" ท่านแม่หมายความว่าอย่างไร"" เงินทองข้าวของที่เป็นสินสอดพวกนั้น ส่งมาตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน มันถูกใช้หมดไปตั้งนานแล้ว"" แต่จวนของเราก็ยังมีเงินทองที่เป็นของเราเองตั้งมากมายไม่ใช่เหรอ ท่านแม่ก็ใช้เขาไปสิ ขาดอะไรก็ไปซื้อมาแทนไม่เห็นจะยาก"" อาหมิง เจ้าคิดว่าจวนของเรายังร่ำรวยมีเงินเหมือนเมื่อก่อนอีกรึ กิจการร้านค้าขาดทุนมาหลายเดือนติด การเลื่อนตำแหน่งของพ่อเจ้า ข้าต้องวิ่งเต้นเอาเงินไปติดสินบนคนนั้นคนนี้ กำลังจะได้เลื่อนขั้นอยู่แล้วรายชื่อก็ประกาศออกมาแล้ว กลับต้องมาถูกระงับเพราะข่าวลือบ้าบอนั่น หากพ่อของเจ้าไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเงินที่ใช้ไปในการวิ่งเต้นเรื่องนี้ก็เท่ากับสูญเปล่า"ซูเว่ยหมิงไม่อยากจะเชื่อว่า
วันต่อมาข่าวลือเรื่องหวังชุนให้บ่าวรับใช้ไปขืนใจฉีเยี่ยนฟางในคืนเข้าหอก็แพร่สะพัดไปทั่ว รวมทั้งข่าวที่ฮูหยินซูร่วมมือกับซูซ่างเอินวางยาฉีเยี่ยนฟาง แล้วให้ขึ้นเกี้ยวไปแต่งงานแทน เพราะซูซ่างเอินไม่อยากแต่งงานกับหวังชุนที่พิการ แล้วยังใส่ร้ายนางว่านางอิจฉาแย่งเป็นเจ้าสาว สองข่าวลือกระพือสะพัดเป็นไฟลาม
" ทุกคนฟังกันต่อ ข้าถูกแม่แท้ๆวางยาร่วมมือกับนางแล้วนำข้าที่ไม่ได้สติ สวมชุดเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวส่งไปตระกูลหวัง ข้าที่มึนงงถูกคนจับจูงให้เข้าพิธี พอถึงเวลาเข้าหอเขาเปิดผ้าคลุมออก เห็นว่าข้าไม่ใช่ซูซ่างเอินก็โกรธจัด ต่อว่าข้าตอนนั้นข้ายังพูดไม่ได้ไม่ว่าจะโบกมือโบกไม้ปฏิเสธยังไงเขาก็ไม่ยอมฟัง"" จริงด้ว
หย่งเฟิงจ้องมองนาง เขาจะหลับได้ยังไง ในเมื่อเขากลัวว่านางจะทิ้งเขาไป ทำไมเขาจะไม่รู้ที่นางพาเขาเข้าเมืองเพื่อจะมาปล่อยเขา พอเขาเผลอนางก็จะหนีเขาไป" นอนได้แล้ว นี่มันดึกแล้วไม่ง่วงรึไง"เขาส่ายหน้า ทำมือบอกให้นางนอนเถอะ นางง่วงมากไม่สนใจเขาหลับตานอนต่อ ตื่นมาตอนเช้าเขานั่งอยู่ที่โต๊ะน้ำชาจัดเรียงอา
ทุกคนตกใจ ซูหว่านเหลียนรีบไปกอดซูซ่างเอินเอาไว้" ไม่ได้ หากให้เลือกจะให้ใครไปก็เป็นเจ้านั่นแหละ เจ้าออกจากตระกูลซูไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาอีก"เห็นท่าทีซูหว่านเหลียนที่ปกป้องซูซ่างเอิน นางก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้" ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าก็ไม่ได้อยากกลับไปสักหน่อยก็ใต้เท้าซูถามว่าข้าอยากได้อะไร ข้าก็ตอบไป ข้าก็ร







