공유

บทที่ 2

작가: หงเฉิน
เอ่ยจบเขาก็ยกมือกุมหน้าอกพลางไอเบา ๆ หนึ่งที

หลินหว่านชิงรีบรั้งโจวจื่อมั่วเข้ามากอดไว้อย่างลุกลี้ลุกลน นัยน์ตาของนางเอ่อล้นไปด้วยความปวดใจ

ทว่าคำพูดของโจวจื่อมั่วก็เตือนสตินางเช่นกันว่าคนที่ไม่ใช่คนของยุคสมัยนี้อย่างฉู่ชิงเยี่ยน หากปราศจากนางแล้ว เขาจะไปที่ใดได้อีก

เมื่อคิดได้ดังนั้น แววตาของนางก็เจือความรังเกียจขึ้นมา

“ฉู่ชิงเยี่ยน! ฉันรู้อยู่แล้วเชียวว่าคุณยังจะทำตัวเหมือนแต่ก่อน ฉันก็บอกไปแล้วไงว่าฉันแค่ทำเพื่อสานฝันให้จื่อมั่ว คุณจำเป็นต้องเสแสร้งทำเป็นกัดไม่ปล่อยด้วยหรือไง?!”

นางเอ่ยพลางแค่นเสียงเย็นชา “ในเมื่อคุณจะไป งั้นก็ไปซะตอนนี้เลยสิ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณจะไปไหนรอด”

ข้ายืนนิ่งอยู่กับที่ ลมหนาวที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามาทำเอาหนาวสั่นไปทั้งร่าง

ข้ามองแผ่นหลังของนางและโจวจื่อมั่วที่เดินจากไป ก่อนแค่นเสียงหัวเราะหยัน

ปากก็พร่ำบอกว่าเพื่อสานฝัน ทว่าหลินหว่านชิง รอยแดงจาง ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่บนลำคอของเจ้าก็ทำไปเพื่อสานฝันให้เขาด้วยเช่นนั้นหรือ

ช่างเถอะ อย่างไรเสียอีกเพียงสองวัน ข้าก็จะไปจากที่นี่ได้แล้ว

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ข้าสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงที่ดังมาจากห้องนั่งเล่น

นาฬิกาชีวิตทำให้ข้าเคยชินกับการตื่นเช้ามานานแล้ว เพียงแต่วันนี้เมื่อตื่นขึ้นมา ความรู้สึกปวดหนึบตรงหัวใจเหมือนจะทุเลาลงไปบ้าง

เมื่อลุกเดินไปยังห้องนั่งเล่นก็เห็นหลินหว่านชิงกำลังยืนชี้นิ้วสั่งคนงานจากบริษัทรับจ้างย้ายบ้าน ให้ยกกล่องกระดาษหลายใบที่พิมพ์ข้อความว่า “ของใช้ส่วนตัวจื่อมั่ว” เข้าไปในห้องนอนใหญ่

แสงแดดสาดส่องเข้ามาตกกระทบลงบนเสี้ยวหน้าของนางที่กำลังวุ่นวาย ให้ความรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้ช่างเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างประหลาด

“ตื่นแล้วเหรอ”

นางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา น้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังบอกว่าวันนี้อากาศดี

“จื่อมั่วสุขภาพไม่ค่อยดี หมอบอกว่าถ้าเขาทำอารมณ์ดีได้ในระยะยาว โรคมะเร็งของเขาก็มีโอกาสรักษาหาย ฉันเลยให้เขาย้ายมาอยู่ที่นี่ เพื่อมอบครอบครัวให้เขาก่อน”

“แล้วผมล่ะ” ข้าเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบจนแม้แต่ตัวเองยังแปลกใจ

ในที่สุดหลินหว่านชิงก็ยอมหยุดมือจากงานที่ทำอยู่ นางหันกลับมามองข้าพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับรู้สึกว่าคำถามของข้าช่างเป็นเรื่องไร้สาระเหลือเกิน

“ห้องนอนแขกไง ยังไงปกติคุณก็ขลุกอยู่แต่ในห้องหนังสืออยู่แล้ว อีกอย่าง จื่อมั่วเขา...เขาต้องการคนดูแล ให้อยู่ใกล้ ๆ หน่อยมันจะสะดวกกว่า”

ข้าไม่ได้โต้แย้ง เพียงพยักหน้ารับคำ แล้วเดินไปยังห้องหนังสือเงียบ ๆ

บนชั้นหนังสือ หนังสือเกี่ยวกับการเกษตร ชลประทาน และคณิตศาสตร์โบราณที่ข้าเพียรสะสมมาตลอดหลายปีกินพื้นที่ไปกว่าครึ่ง

เดิมทีข้าเคยคิดเอาไว้ว่ารอให้แต่งงานกับหว่านชิงจนชีวิตเริ่มลงหลักปักฐานแล้วก็จะนำความรู้เหล่านี้มารวบรวมจัดทำเป็นรูปเล่ม บางทีสักวันอาจได้นำไปใช้ประโยชน์จริง ๆ

ทว่าตอนนี้ดูท่าว่าหนังสือเหล่านี้กลับกลายเป็นเครื่องปลอบประโลมและที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวของข้าไปเสียแล้ว

ช่วงบ่าย โจวจื่อมั่วก็ถูกรับตัวมาที่นี่

ยามที่เอนกายพิงโซฟา เขายังคงมีท่าทีอิดโรยเหมือนคนป่วยเช่นเคย ส่วนหลินหว่านชิงก็ทำตัวราวกับเป็นภรรยาผู้แสนดี คอยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบและปรนนิบัติดูแลอย่างเอาใจใส่

“พี่ฉู่ ต้องรบกวนคุณแล้วจริง ๆ นะครับ ที่ดันมาแย่งเรือนหอของคุณกับหว่านชิงไปซะได้”

โจวจื่อมั่วแย้มยิ้มอย่างอ่อนแรง ทว่าแววตากลับแฝงความหยิ่งผยองของผู้ชนะเอาไว้จาง ๆ

ข้าไม่ได้สนใจเขา เพียงก้มหน้าก้มตาเก็บของเงียบ ๆ

อันที่จริงก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องเก็บมากมายนักหรอก เพราะของส่วนใหญ่ล้วนเป็นของจากโลกนี้ เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับหลินหว่านชิงซึ่งข้าไม่อาจนำมันกลับไปได้

ทว่าในใจข้ากลับไม่อยากให้เขาเข้ามาทำให้ความบริสุทธิ์สุดท้ายนี้ต้องแปดเปื้อนอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อหลินหว่านชิงเห็นข้ารื้อค้นข้าวของ ในที่สุดนางก็ขมวดคิ้วมุ่น

“ฉู่ชิงเยี่ยน คุณกำลังพาลอะไรอีก จื่อมั่วก็ย้ายเข้ามาอยู่แล้ว คุณช่วยทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่หน่อยได้ไหม”

มือที่กำลังเก็บของพลันชะงักไป ข้าเงยหน้าขึ้นสบตานาง

นี่เป็นครั้งแรกที่ข้ามองนางด้วยแววตาที่แทบจะเหมือนคนแปลกหน้า

ไร้ซึ่งความรัก ไร้ซึ่งความน้อยเนื้อต่ำใจ และปราศจากความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจใด ๆ

ราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าที่ไม่สลักสำคัญคนหนึ่ง

“ผมไม่ได้พาล” ข้าเอ่ยปากเรียบ ๆ “แค่เก็บของนิดหน่อย”

“คุณเก็บของทำไม” นางระแวดระวังขึ้นมา “คุณคงไม่ได้คิดจะไปจริง ๆ หรอกนะ ฉู่ชิงเยี่ยน ฉันจะบอกให้นะ ถ้าคุณไปจากฉัน ในเมืองที่ไร้ญาติขาดมิตรแบบนี้ คุณจะไปไหนรอด”

โจวจื่อมั่วที่อยู่ด้านข้างยิ่งหัวเราะเยาะ “พี่ฉู่ ครั้งนี้คุณคงไม่ได้อยากจะบอกว่าคุณกลับไปมิติเวลาของคุณได้หรอกนะ”

“ลูกไม้หลอกเด็กแบบนี้คุณหลอกได้แค่หว่านชิงเท่านั้นแหละ ถ้าเห็นผมขวางหูขวางตาก็พูดมาตรง ๆ ได้เลย เดี๋ยวผมไปเอง อย่าพูดจาหลอกลวงแบบนี้เลย”

สีหน้าของหลินหว่านชิงดำทะมึนลง “ฉู่ชิงเยี่ยน! คุณจะพูดจาไร้สาระแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ จื่อมั่วป่วยหนักขนาดนี้แล้ว คุณทำให้เขาสบายใจหน่อยไม่ได้หรือไง”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • สายฝนไม่หวนคืน   บทที่ 9

    “ฉู่ชิงเยี่ยน...คุณอยู่ที่ไหน กลับมาได้ไหม”เธอเริ่มติดต่อฉู่ชิงเยี่ยนอย่างบ้าคลั่ง โทรศัพท์ไม่ติด ส่งข้อความไม่ไป ที่บริษัทบอกว่าเขาลาออกไปนานแล้ว เจ้าของบ้านเช่าก็บอกว่าหมดสัญญาและเขาไม่ได้ต่ออายุถึงขั้นไปแจ้งความ หวังจะใช้กำลังตำรวจตามหาฉู่ชิงเยี่ยน ทว่าตำรวจตรวจสอบประวัติทั้งหมดแล้ว กลับไม่พบข้อมูลใด ๆ ของฉู่ชิงเยี่ยนเลย ราวกับว่าเขาไม่เคยปรากฏตัวบนโลกใบนี้มาก่อนทุกคนล้วนไม่รู้ว่าฉู่ชิงเยี่ยนไปที่ไหนราวกับเขาโผล่มากลางอากาศ แล้วก็หายตัวไปดื้อ ๆโจวจื่อมั่วมองท่าทีลุกลี้ลุกลนของเธอ ในใจก็นึกดูแคลน ทว่าปากกลับปลอบโยนอย่างอ่อนโยน “หว่านชิง บางทีพี่ฉู่อาจแค่คิดได้ แล้วไปจากที่นี่แล้วก็ได้ เธออย่ากังวลไปเลย”ทว่าหลินหว่านชิงกลับผลักเขาออกอย่างแรง ในที่สุดน้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาเธอนึกถึงเด็กหนุ่มในชุดประหลาดที่ยืนตื่นตระหนกอยู่ริมถนนเมื่อสิบปีก่อนนึกถึงตอนที่เขาเรียนรู้การใช้โทรศัพท์มือถือ เรียนรู้การขึ้นรถไฟใต้ดิน และเรียนรู้สิ่งทันสมัยทุกอย่างด้วยความเก้ ๆ กัง ๆนึกถึงตอนที่เขามอบความอ่อนโยนทั้งหมดให้เธอ มองเธอเป็นดั่งแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่แท้โลกแปลกหน้าที่เขาพูดถึง คือ

  • สายฝนไม่หวนคืน   บทที่ 8

    เห็นท่าทีเช่นนี้ของเขา ความคลางแคลงใจในใจของหลินหว่านชิงไม่เพียงแต่ไม่หมดไป แต่กลับยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆจู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าโจวจื่อมั่วไม่เคยให้เธอเห็นใบรายงานผลการตรวจโรคมะเร็งของเขาอย่างละเอียดเลย และไม่เคยให้เธอไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลเป็นเพื่อนเลยนึกถึงตอนที่อาการป่วยเขากำเริบ ทุกครั้งก็แค่ไอเบา ๆ ไม่กี่ที สีหน้าซีดเซียว แต่ไม่เคยมีอาการหายใจลำบากหรือเจ็บปวดทรมานจนทนไม่ไหวให้เห็นเลยความคิดอันน่ากลัวอย่างหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเธอโรคมะเร็งของโจวจื่อมั่วจะเป็นของปลอมหรือเปล่านะเขาจงใจปลอมแปลงใบรับรองแพทย์ เพื่อหลอกให้เธอทิ้งฉู่ชิงเยี่ยน แล้วมาอยู่เคียงข้างเขาใช่ไหม“จื่อมั่ว”น้ำเสียงของหลินหว่านชิงกลายเป็นเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยการจับผิด “นายบอกฉันมาสิว่ามะเร็งของนายเป็นของปลอมใช่ไหม นายตั้งใจหลอกฉันใช่ไหม”สีหน้าของโจวจื่อมั่วพลันซีดเผือดลงทันที ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย สายตาหลบเลี่ยง ไม่อาจเสแสร้งต่อไปได้อีกเขาผลักมือของหลินหว่านชิงออกอย่างแรง น้ำเสียงเจือความโกรธเกรี้ยวเพราะความอับอาย “ใช่! ฉันหลอกเธอ! แล้วมันจะทำไมล่ะ”หลินหว่านชิงเซถอยหลังไปครึ่งก้าว มองเขาอย่างไม่อย

  • สายฝนไม่หวนคืน   บทที่ 7

    โจวจื่อมั่วสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ จึงรีบถามด้วยความเป็นห่วง พลางยื่นมือไปหมายจะแตะหน้าผากเธอ “ไม่สบายเหรอ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลไหม”เมื่อกลับถึงโฮมสเตย์ หลินหว่านชิงก็อ้างว่าเหนื่อย แล้วกลับเข้าห้องไปตามลำพังเธอปิดประตู เอนหลังพิงบานประตู ในที่สุดน้ำตาก็อดร่วงหล่นลงมาไม่ได้เธอไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงร้องไห้ ทั้งที่เธอเป็นคนเลือกโจวจื่อมั่ว ทั้งที่เธอรู้สึกว่าฉู่ชิงเยี่ยนทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผล แต่ทำไมพอคิดถึงฉู่ชิงเยี่ยน เธอถึงได้รู้สึกเสียใจและร้อนรนขนาดนี้เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา อยากจะส่งข้อความหาฉู่ชิงเยี่ยนตามสัญชาตญาณ เพื่อถามเขาว่ากินข้าวตรงเวลาไหม พักผ่อนเพียงพอหรือเปล่า ทว่าผ่านไปเนิ่นนาน ก็ไม่มีใครตอบกลับความหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก พลันถาโถมเข้าใส่เธอทันทีเธอนึกถึงคำพูดสุดท้ายเหล่านั้นของฉู่ชิงเยี่ยน นึกถึงแววตาที่เขามองเธอเมื่อก่อนเธอมักจะคิดว่าฉู่ชิงเยี่ยนกำลังเรียกร้องความสงสาร คิดว่าสิ่งที่เขาเรียกว่า “มาจากยุคโบราณ” เป็นเพียงคำโกหกที่แต่งขึ้นมา คิดว่าเขาขาดเธอไม่ได้ และจะไม่มีวันจากไปจริง ๆทว่าตอนนี้ จู่ ๆ เธอกลับเริ่มไม่แน่ใจแล้วถ้าสิ่งที่เขาพูดเป็นความ

  • สายฝนไม่หวนคืน   บทที่ 6

    นี่คือเจียงหนานที่ฉู่ชิงเยี่ยนคิดถึงนับครั้งไม่ถ้วน เป็นสถานที่ที่เขาเคยบอกไว้ว่ารอให้เราแต่งงานกันแล้วต้องมาด้วยกันให้ได้“หว่านชิง เหม่ออะไรอยู่เหรอ”โจวจื่อมั่วถือถ้วยชาที่เพิ่งชงเสร็จเดินเข้ามานั่งลงข้าง ๆ เธอ ถือโอกาสยื่นมือหมายจะโอบไหล่ ทว่าหลินหว่านชิงกลับเบี่ยงตัวหลบแบบเงียบ ๆรอยยิ้มบนใบหน้าเขาพลันแข็งค้างไป ก่อนจะกลับมาทำท่าทางอิดโรยเหมือนคนป่วยอีกครั้ง เขาไอเบา ๆ สองที “รู้สึกว่าที่นี่ฝนตกนานไปจนอึดอัดหรือเปล่า ถ้าเธอเหนื่อย เรากลับไปพักที่ห้องกันสักหน่อยไหม”หลินหว่านชิงส่ายหน้า สายตายังคงทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง น้ำเสียงเลื่อนลอยเล็กน้อย “เปล่าหรอก แค่รู้สึกว่า...ที่นี่ดูจะไม่เหมือนกับที่ฉันจินตนาการไว้น่ะ”“ไม่เหมือนเหรอ”แววตาของโจวจื่อมั่วฉายแววลุกลี้ลุกลนอย่างยากจะสังเกตเห็นขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่าวินาทีต่อมาก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน “จะไม่เหมือนได้ยังไง เธอดูถนนหินชนวนนี่สิ โฮมสเตย์ริมน้ำนี่อีก เป็นแบบที่เธอชอบไม่ใช่เหรอ หรือว่าเธอยังคิดถึงฉู่ชิงเยี่ยนอยู่อีก”พอพูดถึงชื่อของฉู่ชิงเยี่ยน หัวใจของหลินหว่านชิงก็ดิ่งวูบทันที ราวกับถูกบางสิ่งบีบรัดจนเจ็บแปลบเธอขมวดคิ้วตามสัญชา

  • สายฝนไม่หวนคืน   บทที่ 5

    ในชั่วอึดใจที่แสงสว่างห่อหุ้มร่าง ความวุ่นวายของโลกปัจจุบัน โครงร่างของตึกระฟ้า หรือแม้กระทั่งท้ายรถของหลินหว่านชิงที่แล่นจากไป ล้วนเลือนหายไปจากสายตาอย่างรวดเร็วข้างหูไม่มีเสียงแตรรถอีกต่อไป แทนที่ด้วยเสียงลมพัดหวิว ผสมกับเสียงอาวุธโลหะกระทบกันและเสียงกระซิบกระซาบของชาวบ้านที่ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆยามลืมตาขึ้นอีกครั้ง เบื้องล่างไม่ใช่กระเบื้องขัดมันอีกต่อไป หากแต่เป็นถนนหินชนวนที่ชื้นแฉะไกลออกไปคือกำแพงเมืองด่างพร้อย ธงรบโบกสะบัด ชาวบ้านในชุดผ้าหยาบเดินกันขวักไขว่ พ่อค้าแม่ค้าข้างทางต่างตะโกนเร่ขายข้าวสารอาหารแห้ง ช่างเป็นภาพบ้านเกิดเมืองนอนที่ข้าทั้งคุ้นเคยและแปลกตา[อัปเดตภารกิจระบบ: แก้ไขบั๊กมิติเวลาสำเร็จแล้ว โฮสต์ได้กลับสู่มิติเวลาเดิมแล้วค่ะ เนื่องจากโฮสต์ตกค้างอยู่ในโลกปัจจุบันเป็นเวลาสิบปีและได้เรียนรู้ความรู้สมัยใหม่ จึงขออนุมัติสิทธิ์พิเศษ—สามารถนำความรู้ด้านการเกษตร ชลประทาน คณิตศาสตร์ และอื่น ๆ ที่เรียนรู้มา ใช้ปรับปรุงวิถีชีวิตผู้คนในยุคนี้ได้ โดยไม่มีบทลงโทษและไร้ขีดจำกัดค่ะ]สิ้นเสียงของระบบ ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบงันสิบปีแล้วข้ากลับมาแล้วจริง ๆข้าก้มมอง

  • สายฝนไม่หวนคืน   บทที่ 4

    “แล้วคุณล่ะ”“คุณยอมพังงานแต่งงานของเราเพื่อเพื่อนสมัยเด็กที่แม้อาการป่วยก็ยังดูไม่สมเหตุสมผล ดึงเขาเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา แล้วตอนนี้ยังจะเอาทริปเดินทางที่ผมเฝ้าฝันไปประจบเขาอีก”“คุณปวดใจที่เขามีเรื่องเสียใจ ปวดใจที่เขาป่วย แล้วใครปวดใจเพื่อผมบ้าง”“ใครจะมาสงสารผม คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคยโดยพึ่งพาแค่คุณมาตลอดสิบปี”หลินหว่านชิงถูกคำถามเป็นชุดของข้าต้อนจนต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว แววตาวูบไหว ทว่ายังคงปากแข็ง“ฉู่ชิงเยี่ยน คุณจำเป็นต้องพูดจาไร้สาระพวกนี้ด้วยหรือไง! โลกที่ไม่คุ้นเคยอะไรกัน คุณก็แค่มาจากบ้านนอกคอกนา ไม่เคยเห็นโลกกว้าง เลยชอบเล่าเรื่องแปลก ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจเท่านั้นแหละ!”“ใบรับรองแพทย์ของจื่อมั่วก็เขียนไว้ชัดเจน หมอก็บอกว่าอาการวิกฤต ทำไมคุณถึงไม่ยอมเชื่อ”“อย่าลืมสิว่าหลายปีมานี้ ฉันเป็นคนเก็บคุณมาเลี้ยง ให้ข้าวคุณกินนะ!”ทุกถ้อยคำล้วนเป็นดั่งค้อนเหล็กที่ทุบทำลายความอ่อนโยนสุดท้ายของข้าจนแหลกสลายสิบปีที่อยู่เคียงข้าง สิบปีที่ทุ่มเท ทว่าเมื่อออกจากปากนางกลับกลายเป็นเพียงการสงเคราะห์จากเบื้องบนเท่านั้นโจวจื่อมั่วดึงมือหลินหว่านชิง ทำทีเป็นเอ่ยปากเ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status