공유

บทที่ 4

작가: หงเฉิน
“แล้วคุณล่ะ”

“คุณยอมพังงานแต่งงานของเราเพื่อเพื่อนสมัยเด็กที่แม้อาการป่วยก็ยังดูไม่สมเหตุสมผล ดึงเขาเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา แล้วตอนนี้ยังจะเอาทริปเดินทางที่ผมเฝ้าฝันไปประจบเขาอีก”

“คุณปวดใจที่เขามีเรื่องเสียใจ ปวดใจที่เขาป่วย แล้วใครปวดใจเพื่อผมบ้าง”

“ใครจะมาสงสารผม คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคยโดยพึ่งพาแค่คุณมาตลอดสิบปี”

หลินหว่านชิงถูกคำถามเป็นชุดของข้าต้อนจนต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว แววตาวูบไหว ทว่ายังคงปากแข็ง

“ฉู่ชิงเยี่ยน คุณจำเป็นต้องพูดจาไร้สาระพวกนี้ด้วยหรือไง! โลกที่ไม่คุ้นเคยอะไรกัน คุณก็แค่มาจากบ้านนอกคอกนา ไม่เคยเห็นโลกกว้าง เลยชอบเล่าเรื่องแปลก ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจเท่านั้นแหละ!”

“ใบรับรองแพทย์ของจื่อมั่วก็เขียนไว้ชัดเจน หมอก็บอกว่าอาการวิกฤต ทำไมคุณถึงไม่ยอมเชื่อ”

“อย่าลืมสิว่าหลายปีมานี้ ฉันเป็นคนเก็บคุณมาเลี้ยง ให้ข้าวคุณกินนะ!”

ทุกถ้อยคำล้วนเป็นดั่งค้อนเหล็กที่ทุบทำลายความอ่อนโยนสุดท้ายของข้าจนแหลกสลาย

สิบปีที่อยู่เคียงข้าง สิบปีที่ทุ่มเท ทว่าเมื่อออกจากปากนางกลับกลายเป็นเพียงการสงเคราะห์จากเบื้องบนเท่านั้น

โจวจื่อมั่วดึงมือหลินหว่านชิง ทำทีเป็นเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมอย่างอ่อนโยน “หว่านชิง อย่าโกรธเลย พี่ฉู่เขาก็แค่ตัดใจจากเธอไม่ได้ รอเรากลับจากเจียงหนาน ค่อยคุยกับเขาดี ๆ ก็ได้”

คำพูดนี้ดูเผิน ๆ เหมือนกำลังไกล่เกลี่ย ทว่าแท้จริงแล้วกลับเชือดเฉือนหัวใจทุกถ้อยคำ

ข้าไม่เอ่ยสิ่งใดอีก เพียงจัดเก็บสัมภาระชิ้นสุดท้ายเงียบ ๆ แล้วปิดกระเป๋า

“เอาละ เก็บของเสร็จหมดแล้ว ไม่ทำให้พวกคุณเสียเวลาเดินทางหรอก”

หลินหว่านชิงนึกไม่ถึงว่าข้าจะยอมรามือเร็วถึงเพียงนี้ นางแค่นเสียงเย็นชา ใบหน้าเผยสีหน้า “ถือว่ารู้ความ” ก่อนจะพยุงโจวจื่อมั่วเดินออกไป

ก่อนออกจากประตู นางไม่แม้แต่จะหันกลับมามองข้า เพียงทิ้งท้ายไว้อย่างไม่ใส่ใจว่า “ฉันจะเปลี่ยนล็อกประตู รอเรากลับมาค่อยคุยเรื่องของคุณก็แล้วกัน”

ประตูปิดลงเสียงดัง “ปัง”

ตัดขาดความฝันตลอดสิบปีของข้า และตัดขาดความหลงใหลใฝ่ฝันทั้งหมดของข้าไปด้วย

เสียงของระบบดังขึ้นในหัวอย่างตรงเวลา

[โฮสต์ เวลาที่เหลือ: 00:01:00 ช่องว่างมิติเวลากำลังจะเปิดออก โปรดยืนยันการเดินทางกลับ]

ข้าเดินไปที่หน้าต่าง ทอดสายตามองลงไปเบื้องล่าง

หลังจากหลินหว่านชิงพยุงโจวจื่อมั่วเข้าไปนั่งในรถอย่างสนิทสนม จู่ ๆ นางก็หยุดฝีเท้าลง

นางหันกลับมาเงยหน้าขึ้น สบตากับข้าที่อยู่ริมหน้าต่าง

มีชั่วอึดใจหนึ่งข้ารู้สึกว่านางยังคงมีความรู้สึกดี ๆ ให้ข้าอยู่

ทว่าวินาทีต่อมา นางกลับตะโกนสั่งข้าเสียงดัง “ชิงเยี่ยน อย่าลืมจ่ายค่าไฟค่าน้ำที่บ้านด้วยนะ! แล้วก็อย่าลืมรดน้ำต้นไม้ที่ระเบียงด้วย จื่อมั่วชอบดอกพุดซ้อนกระถางนั้นมากที่สุด! ถ้าเกิดอะไรขึ้น กลับมาฉันไม่เอาคุณไว้แน่”

ข้าพยายามมองหาเศษเสี้ยวความรักจากแววตาของนาง

ทว่ารถยนต์ได้สตาร์ตเครื่องแล้ว

คนที่ข้ารักมาตลอดสิบปีได้อันตรธานหายไปจากสายตาของข้าเช่นนั้นเอง

ประโยคสุดท้ายที่เอ่ยกับข้า ไม่ใช่บอกให้ดูแลตัวเองให้ดี แต่กลับเป็นการสั่งให้ดูแลดอกไม้

ช่างน่าขันนัก นี่ข้ายังคาดหวังอะไรอยู่อีกนะ

ช่างเถอะ

ข้ายกมือขึ้นช้า ๆ แล้วใช้นิ้วแตะลงบนอากาศ

ประตูแสงสีฟ้าอ่อนที่ข้ามองเห็นเพียงผู้เดียวค่อย ๆ เปิดออกตรงหน้า

นั่นคือเส้นทางที่ทอดยาวสู่ยุคสมัยเดิมของข้า

ที่นั่นไม่มีเมืองหลวงอันเจริญรุ่งเรือง ไม่มีสมาร์ตโฟน และไม่มีหลินหว่านชิง

ทว่ามีบ้านเกิดเมืองนอนของข้า มีผู้คนที่ข้าต้องปกป้องดูแล และมีสิ่งที่ข้าสมควรต้องทำอย่างแท้จริง

สิบปีก่อน ข้าหลงเข้ามาในโลกใบนี้อย่างไม่คาดฝัน มองนางเป็นดั่งแสงสว่างช่วยชีวิต และเป็นที่พักพิงใจ

สิบปีให้หลัง นางเป็นคนผลักไสข้าออกไปกับมือ ใช้วิธีที่โหดร้ายที่สุดบอกข้าว่าความฝันฉากนี้ถึงเวลาต้องตื่นแล้ว

ก็ดีเหมือนกัน

ข้ามองสถานที่ที่ใช้ชีวิตมาตลอดสิบปีเป็นครั้งสุดท้าย มองไปยังทิศทางที่รถคันนั้นแล่นลับตาไป

ไร้ซึ่งความอาวรณ์ ไร้ซึ่งความเสียดาย

มีเพียงความปลอดโปร่งโล่งสบาย และดวงตาที่กระจ่างใส

“ระบบ เดินทางกลับ”

[รับทราบค่ะ โฮสต์ ระบบมิติเวลาเริ่มทำงาน จะออกเดินทางจากโลกปัจจุบันเดี๋ยวนี้]

ในชั่วอึดใจที่แสงสว่างห่อหุ้มร่าง ข้าเอ่ยกับตัวเองแผ่วเบาว่า

ฉู่ชิงเยี่ยน ความฝันจบลงแล้ว

ภายภาคหน้าจะไม่มีความรักความแค้น และไม่มีห่วงผูกพันใด ๆ อีกต่อไป

การจากไปครั้งนี้ เพื่อหวนคืนสู่มาตุภูมิ ปกป้องขุนเขาแม่น้ำ และจะไม่หวนคืนสู่ความฝันทางโลกอีก

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • สายฝนไม่หวนคืน   บทที่ 9

    “ฉู่ชิงเยี่ยน...คุณอยู่ที่ไหน กลับมาได้ไหม”เธอเริ่มติดต่อฉู่ชิงเยี่ยนอย่างบ้าคลั่ง โทรศัพท์ไม่ติด ส่งข้อความไม่ไป ที่บริษัทบอกว่าเขาลาออกไปนานแล้ว เจ้าของบ้านเช่าก็บอกว่าหมดสัญญาและเขาไม่ได้ต่ออายุถึงขั้นไปแจ้งความ หวังจะใช้กำลังตำรวจตามหาฉู่ชิงเยี่ยน ทว่าตำรวจตรวจสอบประวัติทั้งหมดแล้ว กลับไม่พบข้อมูลใด ๆ ของฉู่ชิงเยี่ยนเลย ราวกับว่าเขาไม่เคยปรากฏตัวบนโลกใบนี้มาก่อนทุกคนล้วนไม่รู้ว่าฉู่ชิงเยี่ยนไปที่ไหนราวกับเขาโผล่มากลางอากาศ แล้วก็หายตัวไปดื้อ ๆโจวจื่อมั่วมองท่าทีลุกลี้ลุกลนของเธอ ในใจก็นึกดูแคลน ทว่าปากกลับปลอบโยนอย่างอ่อนโยน “หว่านชิง บางทีพี่ฉู่อาจแค่คิดได้ แล้วไปจากที่นี่แล้วก็ได้ เธออย่ากังวลไปเลย”ทว่าหลินหว่านชิงกลับผลักเขาออกอย่างแรง ในที่สุดน้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาเธอนึกถึงเด็กหนุ่มในชุดประหลาดที่ยืนตื่นตระหนกอยู่ริมถนนเมื่อสิบปีก่อนนึกถึงตอนที่เขาเรียนรู้การใช้โทรศัพท์มือถือ เรียนรู้การขึ้นรถไฟใต้ดิน และเรียนรู้สิ่งทันสมัยทุกอย่างด้วยความเก้ ๆ กัง ๆนึกถึงตอนที่เขามอบความอ่อนโยนทั้งหมดให้เธอ มองเธอเป็นดั่งแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่แท้โลกแปลกหน้าที่เขาพูดถึง คือ

  • สายฝนไม่หวนคืน   บทที่ 8

    เห็นท่าทีเช่นนี้ของเขา ความคลางแคลงใจในใจของหลินหว่านชิงไม่เพียงแต่ไม่หมดไป แต่กลับยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆจู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าโจวจื่อมั่วไม่เคยให้เธอเห็นใบรายงานผลการตรวจโรคมะเร็งของเขาอย่างละเอียดเลย และไม่เคยให้เธอไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลเป็นเพื่อนเลยนึกถึงตอนที่อาการป่วยเขากำเริบ ทุกครั้งก็แค่ไอเบา ๆ ไม่กี่ที สีหน้าซีดเซียว แต่ไม่เคยมีอาการหายใจลำบากหรือเจ็บปวดทรมานจนทนไม่ไหวให้เห็นเลยความคิดอันน่ากลัวอย่างหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเธอโรคมะเร็งของโจวจื่อมั่วจะเป็นของปลอมหรือเปล่านะเขาจงใจปลอมแปลงใบรับรองแพทย์ เพื่อหลอกให้เธอทิ้งฉู่ชิงเยี่ยน แล้วมาอยู่เคียงข้างเขาใช่ไหม“จื่อมั่ว”น้ำเสียงของหลินหว่านชิงกลายเป็นเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยการจับผิด “นายบอกฉันมาสิว่ามะเร็งของนายเป็นของปลอมใช่ไหม นายตั้งใจหลอกฉันใช่ไหม”สีหน้าของโจวจื่อมั่วพลันซีดเผือดลงทันที ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย สายตาหลบเลี่ยง ไม่อาจเสแสร้งต่อไปได้อีกเขาผลักมือของหลินหว่านชิงออกอย่างแรง น้ำเสียงเจือความโกรธเกรี้ยวเพราะความอับอาย “ใช่! ฉันหลอกเธอ! แล้วมันจะทำไมล่ะ”หลินหว่านชิงเซถอยหลังไปครึ่งก้าว มองเขาอย่างไม่อย

  • สายฝนไม่หวนคืน   บทที่ 7

    โจวจื่อมั่วสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ จึงรีบถามด้วยความเป็นห่วง พลางยื่นมือไปหมายจะแตะหน้าผากเธอ “ไม่สบายเหรอ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลไหม”เมื่อกลับถึงโฮมสเตย์ หลินหว่านชิงก็อ้างว่าเหนื่อย แล้วกลับเข้าห้องไปตามลำพังเธอปิดประตู เอนหลังพิงบานประตู ในที่สุดน้ำตาก็อดร่วงหล่นลงมาไม่ได้เธอไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงร้องไห้ ทั้งที่เธอเป็นคนเลือกโจวจื่อมั่ว ทั้งที่เธอรู้สึกว่าฉู่ชิงเยี่ยนทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผล แต่ทำไมพอคิดถึงฉู่ชิงเยี่ยน เธอถึงได้รู้สึกเสียใจและร้อนรนขนาดนี้เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา อยากจะส่งข้อความหาฉู่ชิงเยี่ยนตามสัญชาตญาณ เพื่อถามเขาว่ากินข้าวตรงเวลาไหม พักผ่อนเพียงพอหรือเปล่า ทว่าผ่านไปเนิ่นนาน ก็ไม่มีใครตอบกลับความหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก พลันถาโถมเข้าใส่เธอทันทีเธอนึกถึงคำพูดสุดท้ายเหล่านั้นของฉู่ชิงเยี่ยน นึกถึงแววตาที่เขามองเธอเมื่อก่อนเธอมักจะคิดว่าฉู่ชิงเยี่ยนกำลังเรียกร้องความสงสาร คิดว่าสิ่งที่เขาเรียกว่า “มาจากยุคโบราณ” เป็นเพียงคำโกหกที่แต่งขึ้นมา คิดว่าเขาขาดเธอไม่ได้ และจะไม่มีวันจากไปจริง ๆทว่าตอนนี้ จู่ ๆ เธอกลับเริ่มไม่แน่ใจแล้วถ้าสิ่งที่เขาพูดเป็นความ

  • สายฝนไม่หวนคืน   บทที่ 6

    นี่คือเจียงหนานที่ฉู่ชิงเยี่ยนคิดถึงนับครั้งไม่ถ้วน เป็นสถานที่ที่เขาเคยบอกไว้ว่ารอให้เราแต่งงานกันแล้วต้องมาด้วยกันให้ได้“หว่านชิง เหม่ออะไรอยู่เหรอ”โจวจื่อมั่วถือถ้วยชาที่เพิ่งชงเสร็จเดินเข้ามานั่งลงข้าง ๆ เธอ ถือโอกาสยื่นมือหมายจะโอบไหล่ ทว่าหลินหว่านชิงกลับเบี่ยงตัวหลบแบบเงียบ ๆรอยยิ้มบนใบหน้าเขาพลันแข็งค้างไป ก่อนจะกลับมาทำท่าทางอิดโรยเหมือนคนป่วยอีกครั้ง เขาไอเบา ๆ สองที “รู้สึกว่าที่นี่ฝนตกนานไปจนอึดอัดหรือเปล่า ถ้าเธอเหนื่อย เรากลับไปพักที่ห้องกันสักหน่อยไหม”หลินหว่านชิงส่ายหน้า สายตายังคงทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง น้ำเสียงเลื่อนลอยเล็กน้อย “เปล่าหรอก แค่รู้สึกว่า...ที่นี่ดูจะไม่เหมือนกับที่ฉันจินตนาการไว้น่ะ”“ไม่เหมือนเหรอ”แววตาของโจวจื่อมั่วฉายแววลุกลี้ลุกลนอย่างยากจะสังเกตเห็นขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่าวินาทีต่อมาก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน “จะไม่เหมือนได้ยังไง เธอดูถนนหินชนวนนี่สิ โฮมสเตย์ริมน้ำนี่อีก เป็นแบบที่เธอชอบไม่ใช่เหรอ หรือว่าเธอยังคิดถึงฉู่ชิงเยี่ยนอยู่อีก”พอพูดถึงชื่อของฉู่ชิงเยี่ยน หัวใจของหลินหว่านชิงก็ดิ่งวูบทันที ราวกับถูกบางสิ่งบีบรัดจนเจ็บแปลบเธอขมวดคิ้วตามสัญชา

  • สายฝนไม่หวนคืน   บทที่ 5

    ในชั่วอึดใจที่แสงสว่างห่อหุ้มร่าง ความวุ่นวายของโลกปัจจุบัน โครงร่างของตึกระฟ้า หรือแม้กระทั่งท้ายรถของหลินหว่านชิงที่แล่นจากไป ล้วนเลือนหายไปจากสายตาอย่างรวดเร็วข้างหูไม่มีเสียงแตรรถอีกต่อไป แทนที่ด้วยเสียงลมพัดหวิว ผสมกับเสียงอาวุธโลหะกระทบกันและเสียงกระซิบกระซาบของชาวบ้านที่ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆยามลืมตาขึ้นอีกครั้ง เบื้องล่างไม่ใช่กระเบื้องขัดมันอีกต่อไป หากแต่เป็นถนนหินชนวนที่ชื้นแฉะไกลออกไปคือกำแพงเมืองด่างพร้อย ธงรบโบกสะบัด ชาวบ้านในชุดผ้าหยาบเดินกันขวักไขว่ พ่อค้าแม่ค้าข้างทางต่างตะโกนเร่ขายข้าวสารอาหารแห้ง ช่างเป็นภาพบ้านเกิดเมืองนอนที่ข้าทั้งคุ้นเคยและแปลกตา[อัปเดตภารกิจระบบ: แก้ไขบั๊กมิติเวลาสำเร็จแล้ว โฮสต์ได้กลับสู่มิติเวลาเดิมแล้วค่ะ เนื่องจากโฮสต์ตกค้างอยู่ในโลกปัจจุบันเป็นเวลาสิบปีและได้เรียนรู้ความรู้สมัยใหม่ จึงขออนุมัติสิทธิ์พิเศษ—สามารถนำความรู้ด้านการเกษตร ชลประทาน คณิตศาสตร์ และอื่น ๆ ที่เรียนรู้มา ใช้ปรับปรุงวิถีชีวิตผู้คนในยุคนี้ได้ โดยไม่มีบทลงโทษและไร้ขีดจำกัดค่ะ]สิ้นเสียงของระบบ ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบงันสิบปีแล้วข้ากลับมาแล้วจริง ๆข้าก้มมอง

  • สายฝนไม่หวนคืน   บทที่ 4

    “แล้วคุณล่ะ”“คุณยอมพังงานแต่งงานของเราเพื่อเพื่อนสมัยเด็กที่แม้อาการป่วยก็ยังดูไม่สมเหตุสมผล ดึงเขาเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา แล้วตอนนี้ยังจะเอาทริปเดินทางที่ผมเฝ้าฝันไปประจบเขาอีก”“คุณปวดใจที่เขามีเรื่องเสียใจ ปวดใจที่เขาป่วย แล้วใครปวดใจเพื่อผมบ้าง”“ใครจะมาสงสารผม คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคยโดยพึ่งพาแค่คุณมาตลอดสิบปี”หลินหว่านชิงถูกคำถามเป็นชุดของข้าต้อนจนต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว แววตาวูบไหว ทว่ายังคงปากแข็ง“ฉู่ชิงเยี่ยน คุณจำเป็นต้องพูดจาไร้สาระพวกนี้ด้วยหรือไง! โลกที่ไม่คุ้นเคยอะไรกัน คุณก็แค่มาจากบ้านนอกคอกนา ไม่เคยเห็นโลกกว้าง เลยชอบเล่าเรื่องแปลก ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจเท่านั้นแหละ!”“ใบรับรองแพทย์ของจื่อมั่วก็เขียนไว้ชัดเจน หมอก็บอกว่าอาการวิกฤต ทำไมคุณถึงไม่ยอมเชื่อ”“อย่าลืมสิว่าหลายปีมานี้ ฉันเป็นคนเก็บคุณมาเลี้ยง ให้ข้าวคุณกินนะ!”ทุกถ้อยคำล้วนเป็นดั่งค้อนเหล็กที่ทุบทำลายความอ่อนโยนสุดท้ายของข้าจนแหลกสลายสิบปีที่อยู่เคียงข้าง สิบปีที่ทุ่มเท ทว่าเมื่อออกจากปากนางกลับกลายเป็นเพียงการสงเคราะห์จากเบื้องบนเท่านั้นโจวจื่อมั่วดึงมือหลินหว่านชิง ทำทีเป็นเอ่ยปากเ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status