Short
เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้

เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้

By:  กำลังดีCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10Chapters
44views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เพื่อทำให้ฉันแท้ง ลูกชายวัยหกขวบของฉัน ฉินจ้าว จงใจหลอกให้ฉันกินเค้กอัลมอนด์ที่ฉันแพ้ ข้างหน้าเตียงคนป่วย เขาหลบอยู่ด้านหลังสามีอย่าง ฉินซื่อเหนียน สีหน้าตึงเครียด ดื้อดึงไม่ยอมรับผิด “คุณย่าบอกว่า ถ้าแม่คลอดน้องออกมา แม่ก็จะไม่หย่ากับพ่อแล้ว ผมไม่อยากให้แม่เป็นแม่ของผมแล้ว ผมชอบน้าไป๋มากกว่า!” ฉินซื่อเหนียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ลูกเรายังมีได้อีก ส่วนเวยเวย… เขาเหมาะกับการเลี้ยงดูจ้าวจ้าวมากกว่าเธอจริงๆ” ฉันหมดใจอย่างสิ้นเชิง วันถัดมาหลังออกจากโรงพยาบาลก็กลับบ้านไปขนของของตัวเองออกมาจนหมด เหลือไว้เพียงข้อตกลงการหย่า และหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์แม่ลูกเท่านั้น

View More

Chapter 1

บทที่ 1

วันที่สามของการนอนโรงพยาบาลเพื่อยุติการตั้งครรภ์ ฉันนอนเงียบ ๆ มองเพดานสีเทาขาวอย่างเหม่อลอย

หน้าท้องที่เคยนูนโป่งกลับแบนราบลง

ลูกสาวที่ฉันเฝ้ารอคอยมาตลอดหกเดือน ถูกคีมเหล็กบดขยี้จนเหลือเพียงกองเนื้อเละ ๆ

ที่แท้แล้ว ขีดจำกัดของความเจ็บปวดในหัวใจ ก็คือความรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก

น้ำตาอุ่น ๆ ไหลจากหางตาลงไปเปียกเส้นผม ฉันเอียงศีรษะมองไปยังหญิงตั้งครรภ์ที่นอนอยู่บนเตียงข้าง ๆ

เธอดูมีความสุขมาก ตั้งแต่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจนถึงวันที่ลูกคลอด ครอบครัวของเธอก็พากันวิ่งวุ่นดูแลอยู่รอบตัวตลอดเวลา

ส่วนฉัน นอนโรงพยาบาลอยู่สามวัน สามีกับลูกกลับมาเยี่ยมแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

แล้วก็รีบจากไปอย่างเร่งรีบ

เพราะพวกเขาต้องรีบไปดูการแสดงรอบปฐมทัศน์ของละครเวทีของไป๋เวยซี

โทรศัพท์มีข้อความแจ้งเตือนเข้ามา

เป็นคลิปวิดีโอที่ไป๋เวยซีส่งมา

ฉากหลังของวิดีโออยู่ที่ร้านอาหารตะวันตกแห่งหนึ่งใกล้โรงละคร

ไป๋เวยซียังแต่งหน้าบนเวทีอย่างประณีต ส่วนชายหนุ่มรูปงามที่นั่งอยู่ข้างเธอ ก็ก้มลงอย่างอ่อนโยน ค่อย ๆ หั่นสเต๊กเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้เธอ

เขาคือฉินซื่อเหนียน สามีที่ฉันแต่งงานอยู่ด้วยมานานหกปี

ตลอดหกปีที่แต่งงานกับฉันมา เขาไม่เคยดูแลฉันอย่างเอาใจใส่แบบนี้มาก่อน

มีอยู่ครั้งเดียว ในวันเกิดของฉัน ฉันต่อเล็บยาว อยากให้เขาช่วยแกะกุ้งให้หน่อย

ผลคือเขากลับโทรเรียกช่างทำเล็บที่เลิกงานไปแล้วให้กลับมาอีกครั้ง

แล้วก็ให้ถอดเล็บของฉันทิ้งทันที

วันนั้นฉินซื่อเหนียนพูดว่ายังไงนะ?

“เซี่ยซ่าง ด้วยฐานะของฉัน ให้มานั่งแกะกุ้งให้เธอ เธอคิดว่ามันเหมาะสมเหรอ เป็นแม่คนแล้ว ยังจะมาทำตัวเรื่องมากแบบนี้อีก”

อ๋อ ที่แท้แล้ว ในฐานะภรรยาของเขา ฉันนี่แหละคือคนที่ “เรื่องมาก”

แต่พอเป็นการหั่นสเต๊กให้ไป๋เวยซี “เพื่อนรักวัยเด็ก” ของเขา เขากลับทำอย่างเต็มใจ มีความสุขเสียเหลือเกิน

ข้ออ้างทั้งปวง สุดท้ายก็เป็นเพียงเพราะฉันไม่คู่ควรเท่านั้น

ในอกฉันไม่มีคลื่นอารมณ์ใด ๆ เหลืออยู่แล้ว วิดีโอยังคงเล่นต่อ

ไป๋เวยซีหันมายิ้มหวานใส่กล้อง กินสเต๊กที่ฉินซื่อเหนียนป้อนให้คำแล้วคำเล่า จากนั้นก็ยกมือที่ทำเล็บอย่างประณีตขึ้น ใช้ส้อมจิ้มบรอกโคลีหนึ่งดอก ป้อนให้ลูกชาย ฉินจ้าว อย่างสบาย ๆ

“อ้าาา… จ้าวจ้าว เด็กดีนะ กินผักแล้วจะได้โตสูงไว ๆ นะจ๊ะ~”

บรอกโคลีเป็นผักที่ฉินจ้าวเกลียดที่สุด

เมื่อก่อน แค่ฉันเผลอใส่บรอกโคลีชิ้นเล็ก ๆ ลงไปปนในชามของเขา เขาก็โกรธจัด ปัดชามทิ้งจนแตกละเอียด แล้วร้องไห้โฮราวกับใจจะขาด

สุดท้ายฉันจำต้องรับปากว่า ต่อไปจะไม่ทำบรอกโคลีให้เขากินอีก เขาถึงยอมกลับมาพูดกับฉันอีกครั้ง

แต่ตอนนี้เอง ฉินจ้าวกลับยิ้มตาหยี แล้วอ้าปากกินบรอกโคลีที่ไป๋เวยซียื่นให้เข้าไปอย่างเอร็ดอร่อย

คำแล้วคำเล่า เขากินจนหมดทั้งจาน ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว

ดวงตาของเขากลมโตเป็นประกาย มองไปยังกล้องของไป๋เวยซีด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความพึ่งพาและความสุข

“ทั้งโลกนี้ ผมชอบน้าเวยเวยที่สุดเลย!”

ไป๋เวยซียิ้มอย่างออดอ้อนปนได้ใจ แล้วเอียงคอถามเขากลับไปว่า

“แล้วหนูไม่ชอบแม่ของหนูเหรอ?”

พอฉินจ้าวได้ยินคำพูดนั้น สีหน้ารังเกียจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาวผ่องทันที น้ำเสียงยังเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้าง ดุดันขึ้นมา

“เกลียด! ทั้งโลกนี้ผมเกลียดแม่ที่สุด เธอเอาแต่บังคับให้ผมเรียนเปียโน เรียนอักษรวิจิตร แล้วยังบังคับให้ผมเรียนหนังสืออีก เกลียด! น่าขยะแขยง!”

ลูกชายที่ฉันอุ้มท้องมาสิบเดือน แทบเอาชีวิตไม่รอดกว่าจะคลอดออกมา กลับพูดจาใส่ร้ายดูถูกฉันอย่างไม่ยั้งต่อหน้าคนอื่น

และพ่อของเขา สามีของฉัน ก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ฟังอย่างเงียบงัน ไร้ความรู้สึกใด ๆ ความสนใจทั้งหมดมีเพียงไป๋เวยซีเท่านั้น

เป็นฉันเองที่โลภไม่รู้จักพอ ถึงได้หลงเพ้อฝันว่าจะได้รับความรักจากพ่อกับลูกคู่นี้

ช่างมันเถอะ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

ครอบครัวที่เย็นชาไร้หัวใจแบบนี้

ฉันไม่ต้องการอีกต่อไปแล้ว!
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
บทที่ 1
วันที่สามของการนอนโรงพยาบาลเพื่อยุติการตั้งครรภ์ ฉันนอนเงียบ ๆ มองเพดานสีเทาขาวอย่างเหม่อลอยหน้าท้องที่เคยนูนโป่งกลับแบนราบลงลูกสาวที่ฉันเฝ้ารอคอยมาตลอดหกเดือน ถูกคีมเหล็กบดขยี้จนเหลือเพียงกองเนื้อเละ ๆที่แท้แล้ว ขีดจำกัดของความเจ็บปวดในหัวใจ ก็คือความรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกน้ำตาอุ่น ๆ ไหลจากหางตาลงไปเปียกเส้นผม ฉันเอียงศีรษะมองไปยังหญิงตั้งครรภ์ที่นอนอยู่บนเตียงข้าง ๆเธอดูมีความสุขมาก ตั้งแต่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจนถึงวันที่ลูกคลอด ครอบครัวของเธอก็พากันวิ่งวุ่นดูแลอยู่รอบตัวตลอดเวลาส่วนฉัน นอนโรงพยาบาลอยู่สามวัน สามีกับลูกกลับมาเยี่ยมแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแล้วก็รีบจากไปอย่างเร่งรีบเพราะพวกเขาต้องรีบไปดูการแสดงรอบปฐมทัศน์ของละครเวทีของไป๋เวยซีโทรศัพท์มีข้อความแจ้งเตือนเข้ามาเป็นคลิปวิดีโอที่ไป๋เวยซีส่งมาฉากหลังของวิดีโออยู่ที่ร้านอาหารตะวันตกแห่งหนึ่งใกล้โรงละครไป๋เวยซียังแต่งหน้าบนเวทีอย่างประณีต ส่วนชายหนุ่มรูปงามที่นั่งอยู่ข้างเธอ ก็ก้มลงอย่างอ่อนโยน ค่อย ๆ หั่นสเต๊กเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้เธอเขาคือฉินซื่อเหนียน สามีที่ฉันแต่งงานอยู่ด้วยมานานหกปีตลอดหกปีที่แต่ง
Read more
บทที่ 2
วันออกจากโรงพยาบาลฝนตกหนัก พอกลับถึงวิลล่าตระกูลฉิน ร่างกายของฉันก็เปียกชุ่มไปทั้งตัวพอเห็นฉันเป็นครั้งแรก ลูกชายอย่างฉินจ้าวก็ทำหน้ารังเกียจทันที ก่อนจะยกมือขึ้นปิดจมูก“เหม็นจะตาย!”กลิ่นฝนในหน้าร้อนปะปนด้วยกลิ่นดินชื้น แม้จะคาวนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เหม็นเลยเขาทำแบบนั้นก็แค่ตั้งใจจะเอาใจ ไป๋เวยซี ให้หัวเราะเท่านั้นแน่นอนว่า ท่าทางโอเวอร์เกินจริงของเขาก็ทำให้ไป๋เวยซี ที่สวมชุดนอนของฉันอยู่ ยกมือปิดปากหัวเราะเบา ๆ อย่างถูกใจในแววตาที่มองมาทางฉัน มีเพียงความได้ใจและการยั่วยุเท่านั้นฉันไม่สนใจเธอเลย แล้วหันหลังเตรียมจะขึ้นชั้นบนแต่ฉินซื่อเหนียนกลับรีบเดินออกมาจากห้องครัว ขมวดคิ้วมองฉันด้วยสายตารังเกียจ“วันนี้เวยเวยอุตส่าห์วางงานมาคอยอยู่เป็นเพื่อนจ้าวจ้าว ถ้าเธอไม่รู้จักสำนึกบุญคุณก็แล้วไป ยังจะทำหน้าท่าทางแบบนี้ให้ใครดูอีก?”ฉันยืนอยู่บนขั้นบันได สีหน้ากับแววตาเย็นชาราบเรียบ“อืม เพราะงั้นฉันเลยยกคุณให้เธอไปเลย เรามาหย่ากันเถอะ”เสียงของฉันเบามาก แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำแววตาของฉินซื่อเหนียนวาบผ่านไปด้วยความดูแคลน“เซี่ยซ่าง เธอไปเรียนพฤติกรรมแย่ ๆ แบบนี้มาจากใครกัน เอะอะก
Read more
บทที่ 3
เหตุผลที่ตระกูลฉินดูแคลนฉันมาโดยตลอด ก็เพราะชาติกำเนิดอันยากจนของฉันเพื่อให้สามารถเรียนมหาวิทยาลัยจนจบได้อย่างราบรื่น ฉันจึงเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย และทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้านตระกูลฉินคอยดูแลคุณปู่ของฉินซื่อเหนียนที่ป่วยหนักคุณปู่เป็นผู้หลงใหลในของโบราณ และยังเป็นนักโบราณคดีชื่อดังของยุคก่อนด้วยเพราะสาขาที่เรียนตรงกัน ฉันกับคุณปู่จึงคุยกันถูกคอมากเขาถึงกับอยากรับฉันเป็นลูกสาวบุญธรรม และจะรับผิดชอบค่าเล่าเรียนตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัยให้ทั้งหมดในตอนนั้นฉินซื่อเหนียนเพิ่งถูกไป๋เวยซีทิ้ง ใช้ชีวิตเอาแต่ซิ่งรถ ดื่มสุราไม่เลือกเวลา ใช้ชีวิตอย่างเลอะเลือนหมดทิศทางเดิมทีฉันกับเขาแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย เพราะเขาไม่ค่อยกลับบ้านดังนั้นต่อให้ฉันกับเขาเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยกัน เขาก็ไม่เคยรู้จักฉันเขาจะกลับไปเยี่ยมคุณปู่ที่บ้านเก่า เฉพาะในช่วงวันหยุดเทศกาลเท่านั้นจนกระทั่งไป๋เวยซีหมั้นหมายอยู่ต่างประเทศ เขาจึงดื่มเหล้าจนเมามายอีกครั้งและเพราะการเมาในครั้งนั้นเอง ฉันจึงท้องฉินจ้าวหลังจากวันนั้น ฉินซื่อเหนียนก็เกือบถูกคุณปู่ลงโทษจนปางตายการแต่งงานของฉันกับฉินซื่อเหนียน
Read more
บทที่ 4
รถยนต์จอดสนิทที่ด้านล่างอาคารหอพักพนักงานของพิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัดฉันหิ้วกระเป๋าเดินทางลงไปชั้นล่าง แล้วเปิดเข้าไปในคอนโดเดี่ยวที่หัวหน้าเก็บไว้ให้ฉันตลอดเวลายังไม่ทันที่ฉันจะจัดกระเป๋าเดินทางให้เรียบร้อย ก็ได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้าแล้วว่า“เสี่ยวเซี่ย เบื้องบนได้รับภารกิจด่วน ทางแถบทะเลทรายโกบีพบสุสานขนาดใหญ่ ต้องการการบูรณะโบราณวัตถุแบบเร่งด่วน ตั๋วเครื่องบินพรุ่งนี้ฉันจองให้เธอเรียบร้อยแล้ว รีบจัดของแล้วออกเดินทางเลยนะ ไม่ต้องกังวล ภารกิจครั้งนี้เร่งจริง ๆ พอเธอกลับมา ฉันจะไปขอโทษคุณฉินเธอเป็นเพื่อนเอง—”“ไม่ต้องหรอกค่ะหัวหน้า ฉันวางแผนจะหย่าแล้ว ต่อไปนี้จะทุ่มเทให้กับงานบูรณะโบราณวัตถุอย่างเต็มที่”ฉันตอบกลับด้วยเสียงแผ่วเบาฉินซื่อเหนียนไม่ชอบอย่างมากที่ฉันทุ่มเททั้งใจให้กับงานบูรณะโบราณวัตถุเขามองว่างานนี้อัปมงคล แถมยังพูดอีกว่าฉันจะไม่มีสมาธิดูแลลูกชายก่อนหน้านี้ฉันเคยใส่ใจเขา ใส่ใจลูกชายดังนั้น งานที่หัวหน้าจัดให้ซึ่งเป็นลักษณะต้องเดินทาง ฉันจึงมักจะเลี่ยงได้ก็เลี่ยงจนถึงตอนนี้ฉันถึงเพิ่งเข้าใจว่า มีเพียงตัวฉันเองเท่านั้น ที่จะไม่ทรยศต่อตัวเองมีเพียงโบราณวัตถุเ
Read more
บทที่ 5
สามปีต่อมา“แม่ซ่างซ่าง——”เสียงเด็กน้อยใสไร้เดียงสาดังขึ้นจากนอกลานบ้านฉันปลดผ้ากันเปื้อนออก พลางยิ้มแล้วผลักประตูเปิดออกเด็กหญิงตัวมอมแมมคนหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาในอ้อมอกฉัน ราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่“เจ้าเด็กเลอะเทอะ ไปตีกับต้าหวงมาอีกแล้วใช่ไหม?”ต้าหวงเป็นสุนัขพันธุ์หมาป่าที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเลี้ยงไว้ เป็นลูกสุนัขตัวผู้ที่เพิ่งเกิดปีนี้เพิ่งอายุได้แปดเดือนเท่านั้นเด็กหญิงน้อยยิ้มแหย ๆ อย่างเขินอาย เผยให้เห็นฟันหน้าที่โหว่“หนูชนะนะ!”ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ดูภูมิใจไม่น้อย“คำศัพท์ที่สอนเมื่อวาน ยังจำได้ไหม?”ฉันหยิบผ้าขนหนูมาซับหน้าให้เธออย่างลวก ๆ สองสามที ผ้าขนหนูสีขาวอมชมพูก็เปื้อนดำปี๋ ก่อนจะเผยให้เห็นใบหน้าอวบอิ่มแบบเด็ก ๆ ที่แต้มด้วยกระเล็ก ๆ ของเด็กหญิงเธอชื่อ ม่ายเมี่ยว เป็นเด็กกำพร้าที่ฉันรับมาอุปการะ หลังจากที่ฉันย้ายมาอยู่แถบทะเลทรายโกบีเมื่อสามปีก่อน“แม่ซ่างซ่าง หนูหิวแล้ว......”ม่ายเมี่ยวแลบลิ้นออกมา ดวงตากลมโตกลอกไปมา ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนเรื่องพูด“เมื่อเช้าหนูตัดหญ้าให้ลูกแกะของบ้านลุงผู้ใหญ่บ้านเต็มตะกร้าใหญ่เลยนะ!”“คงทำให้หนูเหนื่อยแย่เลยสินะ!”ฉันบีบแก
Read more
บทที่ 6
ฉันอุ้มม่ายเมี่ยวกลับบ้านฉินซื่อเหนียนไม่ยอมจากไป แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ฉัน ได้แต่จูงมือฉินจ้าวเดินตามมาอยู่ห่าง ๆฉันเองก็ไม่ใส่ใจพวกเขา อุ้มม่ายเมี่ยวกลับบ้านเพื่อทายาให้เธอฉินจ้าวอายุมากกว่าเธอสองปี แรงมือก็ไม่รู้จักยั้ง ทำให้หัวเข่าและข้อศอกของม่ายเมี่ยวถลอกหมดเลยฉันปลอบโยนเธออย่างใจเย็น กว่าจะทายาเสร็จก็ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยพอหันกลับไปมอง ก็พบว่าฉินจ้าวกำลังมองฉันด้วยดวงตาที่เอ่อน้ำตา“แม่ครับ มือผมก็ถลอกเหมือนกัน…”ฉันมองบาดแผลที่ฝ่ามือขาวเนียนของเขาซึ่งมีเม็ดทรายติดอยู่ แต่ก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใด ๆฉันในอดีต เคยรักเขาจนฝังลึกถึงกระดูกไม่ใช่แค่บาดแผลเล็ก ๆ เท่านั้น ต่อให้เขาแค่ไอเบา ๆ สักครั้ง ก็ทำให้ฉันตื่นตระหนกจนต้องเตรียมพร้อมไปหมดทุกอย่าง“บ่ายนี้แม่ยังต้องทำงาน อยู่บ้านคนเดียวก็ต้องเชื่อฟัง อย่าซนจนแผลกลับมาเลือดออกอีกล่ะ”ฉันกำชับม่ายเมี่ยวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอลืมตากลมโต มองฉินซื่อเหนียนกับฉินจ้าวที่อยู่ด้านหลังฉันอย่างหวาด ๆ ก่อนจะเงยหน้ามามองฉันอีกครั้งเธอเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีหวาดหวั่นไม่สบายใจว่า“แม่คะ แม่จะกลับบ้านแล้วเหรอ?”วันที่ฉันเจอม่ายเมี่ยวคร
Read more
บทที่ 7
การปรากฏตัวของสองพ่อลูกตระกูลฉิน เป็นเพียงเหตุการณ์เล็ก ๆ แทรกเข้ามาในชีวิตอันสงบของฉันเท่านั้นเดิมทีฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับเรื่องนั้นเลยแต่ไม่คาดคิดเลยว่า ฉินซื่อเหนียนจะไปซื้อบ้านหลังข้าง ๆ แล้วตัดสินใจย้ายมาอยู่จริง ๆคุณชายน้อยอย่างฉินจ้าว ที่เติบโตมาท่ามกลางการเอาใจใส่มาตั้งแต่เล็ก ไม่รู้ทำไมถึงได้เลียนแบบม่ายเมี่ยว พยายามเอาอกเอาใจฉันเหมือนกันม่ายเมี่ยวตื่นเช้าไปต้อนแกะ ก่อนออกจากบ้านเธอจะต้มน้ำเดือดใส่กาน้ำให้ฉัน ถือไปดื่มระหว่างไปทำงานส่วนฉินจ้าวก็วิ่งดุ๊กดิ๊กไปชงชาให้หนึ่งกา ใบชาที่ใช้ก็เป็นผูเอ่อร์ซึ่งเป็นชาที่ฉันชอบที่สุดเขาอุ้มกาน้ำชารออยู่หน้าบ้านฉัน ยืนมองผ่านรั้วด้วยสายตาอ้อนวอน กลัวเหลือเกินว่าจะพลาดไม่ทันเจอฉันแล้วก็…ก็โดนม่ายเมี่ยวจูงต้าหวงไล่ตะเพิดจนแทบวิ่งทำรองเท้าหลุดเลยทีเดียวฉินจ้าวกลัวสุนัขมากเป็นพิเศษม่ายเมี่ยวพูดกับเขาอย่างได้ใจว่า“ห้ามมาแย่งแม่ของฉัน!”ฉินจ้าวตกใจแทบตาย แต่ก็ยังฝืนปากแข็งว่า“นั่นก็แม่ของฉันเหมือนกัน ฉันเกิดจากเธอนะ!”ม่ายเมี่ยวสวนกลับทันทีว่า“แล้วทำไมแม่ถึงยอมเลือกฉันที่เก็บมาเลี้ยง มากกว่าจะเลือกนายล่ะ? นายลองกลับไ
Read more
บทที่ 8
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ฉินซื่อเหนียนก็สงบลงไปมากไม่ใช่แค่เขาที่รู้สึกผิดกับฉันเท่านั้นยิ่งไปกว่านั้น ฉินซื่อกรุ๊ปยังถูกชาวเน็ตถล่มด่าอย่างหนักไม่หยุด เพราะกระแสชื่อเสียงด้านลบของไป๋เวยซีตลอดหลายปีมานี้ฉันพยายามหลีกเลี่ยงการเล่นอินเทอร์เน็ต และเพิ่งจะมารู้เรื่องพวกนี้ได้ไม่นานมานี้ตอนนั้นภาพยนตร์ที่สร้างโดยใช้ไป๋เวยซีเป็นต้นแบบ ยังไม่ทันได้เข้าฉาย ก็ถูกแฉออกมาว่า ภาพลักษณ์ “นักเขียนบทมือทอง” ของไป๋เวยซีที่เธออ้างนั้น เป็นเรื่องที่กุขึ้นมาทั้งหมดผลงานที่เธอใช้คว้ารางวัลนั้น แท้จริงแล้วก็เป็นแค่ผลงานลอกปะปน มั่วซั่วไปหมดเธอลอกผลงานต้นฉบับของนักเขียนบทหน้าใหม่ไปไม่น้อยกว่ายี่สิบคนเดิมทีฉินซื่อเหนียนยังคอยกดกระแสข่าวไว้ไม่ให้ปะทุออกมาจนกระทั่งไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อสองปีก่อน ฉินซื่อเหนียนกลับเลิกติดตามไป๋เวยซีอย่างกะทันหันชาวเน็ตถึงได้ขุดเรื่องนี้ขึ้นมาแฉกันอีกครั้งไป๋เวยซีเองก็จากภาพลักษณ์เดิมที่เป็น “ผู้หญิงเก่งมีความสามารถ” กลายเป็นคนลอกผลงานชั้นต่ำที่ทั้งอินเทอร์เน็ตรุมด่าประณามแต่เรื่องพวกนี้ทั้งหมดก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลยตลอดสามปีมานี้ งานขุดค้นสุสานใหญ่และ
Read more
บทที่ 9
ในที่สุด พวกโจรลักขุดสุสานก็ถูกจับกุมได้ทั้งหมด และฉินซื่อเหนียนก็ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอย่างทันท่วงทีเขาถูกยิงเข้าที่แผ่นหลัง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ฉันผลักเขาฉันพาม่ายเมี่ยวขึ้นรถไปที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ เพื่อไปเยี่ยมเขาที่เพิ่งออกมาจากห้องผ่าตัดหน้าอกของเขาพันผ้าพันแผลไว้ พอเห็นฉัน ดวงตาก็สว่างวาบขึ้นมา ก่อนจะดับลงอย่างรวดเร็วฉันนำดอกไม้ปักใส่แจกัน แล้วปลอบใจเขาว่า“จ้าวจ้าวถูกคุณย่ารับตัวไปแล้ว ใกล้จะหมดช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว”ฉินซื่อเหนียนพยักหน้าฉันเหลือบมองม่ายเมี่ยวที่ยืนรออย่างเรียบร้อยอยู่หน้าประตู คิดทบทวนอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ“ต่อไปฉันจะพาม่ายเมี่ยวออกไปจากที่นี่ ส่งเธอไปเรียนในเมืองใหญ่ ส่วนคุณ… ฉันไม่อยากให้เธอมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลฉินอีก รอให้คุณฟื้นตัวดีแล้ว พวกเราก็หย่ากันเถอะ”ฉินซื่อเหนียนรับเรื่องนี้ได้ยาก ดวงตาแดงขึ้นทันทีจู่ ๆ ฉันก็จำไม่ได้แล้วว่า ฉินซื่อเหนียนในอดีตที่เคยเมาแล้วขับรถซิ่งเพราะไป๋เวยซี หน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างถ่อมตนและยอมจำนนว่า“งั้นก็หมายความว่า… ระหว่างเราสองคน ไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว
Read more
บทที่ 10
[มุมมองของฉินซื่อเหนียน]ในสายตาของเขา เซี่ยซ่างมักจะเป็นคนเงียบขรึมและเก็บงำความรู้สึกเสมอเช่นเดียวกับงานของเธอ ที่น่าเบื่อเสียเหลือเกินยิ่งไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับไป๋เวยซีได้เลยแต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ทุกครั้งที่เขาดื่มจนเมาเพราะความหงุดหงิดแล้วกลับมาที่บ้านเก่า พอได้เห็นเซี่ยซ่างนั่งคุยกับคุณปู่อย่างอารมณ์ดีแล้วหัวใจที่เดือดดาลของฉินซื่อเหนียนก็มักจะได้รับการปลอบประโลม และค่อย ๆ สงบลงดังนั้น เขาจึงเริ่มตั้งใจดื่มให้เมาแล้วกลับไปที่บ้านเก่าเพียงเพื่อจะได้เจอเซี่ยซ่างแล้วอาศัยข้ออ้างว่าเมา แกล้งหยอกล้อเธอเมื่อเห็นปลายหูของเธอแดงเรื่อ ฉินซื่อเหนียนก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสนใจเหลือเกินการเมาครั้งนั้นเป็นอุบัติเหตุ ฉินซื่อเหนียนไม่ได้คิดจะทำร้ายเซี่ยซ่างเลยแต่หลังจากนั้น เมื่อคุณปู่สั่งให้เขาแต่งงานกับเซี่ยซ่าง เขากลับถอนหายใจโล่งอกโดยไม่คาดคิด และยังมีความรู้สึก…ดีใจและปลาบปลื้มอยู่ลึก ๆชีวิตหลังแต่งงานก็ยังคงราบเรียบจืดชืดไม่ต่างจากเดิมเซี่ยซ่างทุ่มเทความคิดและแรงกายทั้งหมดให้กับงานโบราณคดีของเธอเสมอเรื่องนั้นทำให้ฉินซื่อเหนียนรู้สึกหึงหวงดังนั้นเขาจึงตั้งใจพูดว่
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status