Beranda / รักโบราณ / สายลับจับอ๋องใหญ่ / บทที่ 6 คฤหาสน์ของอสูร

Share

บทที่ 6 คฤหาสน์ของอสูร

last update Tanggal publikasi: 2026-01-26 17:33:11

            เหลียงเจินซินเดินสอบถามผู้คนไปตามถนนว่าพบเห็นบิดาของนางบ้างหรือไม่  จนได้เบาะแสว่าท่านเจ้าเมืองเป่าจูนั่งรถม้าออกไปชานเมือง

“เสี่ยวเหวินเจ้าว่าท่านพ่อข้าจะไปพบผู้ใด  ดูช่างลึกลับเสียเหลือเกิน เคยมีคนติดตามห้าหกคนก็เอาไปเพียงสองคน เจ้าว่าเรื่องนี้มีลับลมคมในหรือไม่”

            ไป๋ฉิงเหวินฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว “น่าจะมีแน่ หากท่านลุงออกไปทำงานจริง เหตุใดจึงไม่บอกกล่าวท่านป้าให้ชัดเจน ซ้ำยังไม่ฝากคำพูดไว้กับคนเฝ้าประตูด้วย”

            “ดูจากทิศทางแล้วเหมือนจะไปที่คฤหาสน์อสูรตนนั้น” นักสืบซินชี้ไปที่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่นางลอบเข้าไปเมื่อวันก่อน

            “หือ...เห็นคฤหาสน์นี้ทีไร ข้ารู้สึกใจไม่ดีเลย” ไป๋ฉิงเหวิน มองดูคฤหาสน์สีเทาทึมหลังใหญ่ข้างหน้า “จะว่าไปคฤหาสน์นี้ใหญ่กว่าจวนเจ้ามาก น่าจะเป็นคหบดีหรือคนสำคัญที่มาจากต่างถิ่นที่แฝงกายมาอยู่ที่นี่เสียกระมัง”

            “ขนาดเจ้าเป็นมือปราบยังไม่รู้ว่าเจ้าของคฤหาสน์เป็นผู้ใด  แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรเล่า”

เหลียงเจินซินอารมณ์เสีย นางคิดจะลอบเข้าไปข้างในอีกสักครั้ง แต่เพียงหยุดม้าอยู่ระยะไกลจากคฤหาสน์นั้นพอสมควรก็สังเกตเห็นเงาวูบวาบที่อยู่บนหลังคาเรือนใหญ่พวกนั้น

“มีจอมยุทธ์อารักขาอยู่ข้างบนหลังคาเสียด้วย”

            “เช่นนั้นเจ้าก็อย่าเสี่ยงเลย พวกเรารออยู่ข้างนอกก่อน ในเมื่อรู้ชัดเจนแล้วว่าท่านลุงเข้าไปในนี้ หากเลยครึ่งชั่วยามแล้วยังไม่เห็นออกมาค่อยเข้าไปสอบถาม”

ไป๋ฉิงเหวินหันไปเห็นศาลาริมทางอยู่ไม่ไกลจึงชักชวนนายน้อยเหลียงเข้าไปผูกม้านั่งรออยู่ในศาลานั้น ทั้งสองนั่งสนทนากันอยู่ครึ่งชั่วยามก็ไม่เห็นผู้ใดออกมาจากประตูคฤหาสน์ เหลียงเจินซินจึงตัดสินใจเข้าไปเคาะประตู

            “เจ้ามีธุระอันใด” ชายหนุ่มหน้าถมึงทึงแง้มประตูมาเพียงเล็กน้อยเพื่อสอบถาม

เหลียงเจินซินเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นถึงกับผงะ

            “เอ่อ! ข้าอยากสอบถามว่าท่านเจ้าเมืองเป่าจูได้มาที่นี่หรือไม่  ข้าถูกไป๋ฮูหยินใช้ให้มาตามท่านกลับจวน”

            ชายหน้าตาน่ากลัวผู้นั้นพยักหน้า “ถ้าเจ้าเป็นคนของจวนเจ้าเมืองจะเข้ามารอข้างในก็ได้”

            นักสืบซินรีบก้าวเท้าตามเข้าไปด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ ยามเฝ้าประตูเห็นนักสืบซินดูเป็นหนุ่มน้อยหน้าตาเกลี้ยงเกลาจึงอนุญาตให้นั่งรอที่ม้าหินที่สวนด้านหน้า

“นายท่านไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าเรือนโดยพลการ เจ้ารออยู่ตรงนี้ล่ะ”

เหลียงเจินซินถือโอกาสมองสำรวจไปรอบๆ จวนแห่งนี้นับว่าใหญ่โตรโหฐานยิ่ง จะว่าไปใหญ่กว่าจวนของนางมาก พื้นที่ก็กว้างขวางพอที่ครอบครัวใหญ่จะอยู่กันได้สบาย แต่นางจำได้ว่าคราวก่อนที่ลักลอบเข้ามานั้นไม่เจอผู้ใดที่ดูเป็นเจ้าของสถานที่นอกจากอสูรตนนั้น เรือนด้านหน้าที่ใช้รับรองแขกใหญ่โตกว้างขวาง การตกแต่งเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา

‘เจ้าของที่นี่คงจะร่ำรวยมาก ดูจากการตกแต่งสวนแล้ว คงจะใช้เงินเป็นเบี้ย’

            เจ้าเมืองเหลียงนั่งเกร็งตัวอยู่ต่อหน้าผู้ที่สวมหน้ากากอสูร นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้มาเข้าเฝ้าท่านอ๋องใหญ่ซ้ำยังต้องเก็บเป็นความลับสุดยอด

คราแรกนั้นเขากับรองเจ้าเมืองและหัวหน้ามือปราบได้รับอนุญาตให้เข้าเฝ้าเพียงสามคนและมาอย่างเป็นความลับ ท่านอ๋องผู้นี้ช่างประหลาดนักไม่ยอมถอดหน้ากากออก พวกเขาจึงได้เห็นเพียงลูกตาที่ดูดุดันและฟังพระสุรเสียงก้องกังวานน่าเกรงขามกว่าผู้ใดเท่านั้น

            “เปิ่นหวางได้ยินมาว่าเจ้ารู้จักพื้นที่นี้ดียิ่งนัก เปิ่นหวางต้องการที่ดินที่จะนำมาใช้ก่อสร้างค่ายทหารเรือ เจ้ามีที่ใดแนะนำบ้าง ”

            “พ่ะย่ะค่ะ  ขอกระหม่อมคิดสักครู่” เหลียงฮุ่ยฟู่ใคร่ครวญแล้วจึงทูลเสนอบริเวณฝั่งทิศเหนือของเมืองซึ่งเป็นเนินสูงลาดไหล่เขา ซึ่งหากไปยืนข้างบนนั้นจะมองลงมาเห็นเมืองเป่าจูอยู่เบื้องล่างได้ทั้งหมด

            “ดี! พรุ่งนี้เปิ่นหวางจะออกไปดู ส่วนเจ้าไปเตรียมดูโฉนดที่ดินให้ด้วยว่าหากต้องการบริเวณทั้งหมดบนไหล่เขานั้นมีเจ้าของอยู่หรือไม่  ติดต่อพวกเขาไว้ก่อน ยามเจรจาซื้อขายจะได้ไม่ใช้เวลานานนัก”

            “พ่ะย่ะค่ะ  หม่อมฉันจะดำเนินการตามที่ทรงรับสั่ง”

            “อีกอย่าง เจ้าคงไม่ลืมว่าเรื่องนี้เป็นความลับ”

            เจ้าเมืองเป่าจูค้อมศีรษะ “พ่ะย่ะค่ะ  กระหม่อมจะไม่บอกผู้ใด”

            เมื่อเหลียงฮุ่ยฟู่ออกมาถึงสวนด้านหน้าก็เห็นบุตรสาวนั่งแกร่วรออยู่ จึงเดินไปตบบ่านาง “เรากลับกันเถอะ คุณชายใหญ่ไม่สะดวกรับแขก”

            “คนผู้นี้เป็นใครหรือท่านพ่อ”

            เห็นบุตรสาวทำสายตาอยากรู้อยากเห็น เจ้าเมืองเหลียงก็รู้ว่าหากไม่เล่าให้นางฟังให้หมดเปลือกนางจะต้องสอดส่องค้นหาคำตอบจนวุ่นวายแน่

“คุณชายใหญ่เป็นผู้แทนพระองค์มาจากเมืองหลวง ภารกิจของท่านเป็นความลับเจ้าอย่าเพิ่งรู้เลย”

            “อ้อ!”

นางหันกลับไปดูเรือนหลังใหญ่นั้นอีกครั้ง จึงเห็นร่างสูงใหญ่ยืนมองมาทางนางและท่านพ่อ หน้ากากที่เขาใส่อยู่นั้นเป็นอันเดียวกันกับที่นางเห็นในห้องเก็บหนังสือ ท่านพ่อรีบบีบไหล่นาง

            “อย่าหันกลับไปมอง เสียมารยาท พวกเรารีบออกไปจากที่นี่ได้แล้ว” ท่านพ่อผลักให้นางเดินไปข้างหน้า

นางรู้สึกว่าสายตาน่ากลัวใต้หน้ากากคู่นั้นกำลังจับจ้องด้านหลังของนางอยู่จวบจนก้าวขาออกจากคฤหาสน์นั้น

            “ผู้ใดมาตามเจ้าเมืองหรือ”

            “น่าจะเป็นคุณชายน้อยเหลียง พ่ะย่ะค่ะ  หม่อมฉันเคยได้ยินคนในเมืองเป่าจูพูดถึง หน้าตาเกลี้ยงเกลาแต่งกายดีเช่นนี้คงมิใช่บ่าวในจวนแน่” องครักษ์ซ่งอธิบายยืดยาวเมื่อเห็นท่านอ๋องใหญ่ยังคงติดใจสองพ่อลูกนั้นอยู่จึงกราบทูลเพิ่มเติม “เจ้าเมืองมีบุตรชายคนโตชื่อเหลียงเจาหลิน คุณชายเหลียงเป็นนักกฎหมายที่เก่งกาจ ทำงานอยู่สังกัดกรมตุลาการช่วยงานท่านผู้พิพากษาศาลเมืองเป่าจู ส่วนคุณชายน้อยผู้นี้เป็นนักสืบคอยช่วยงานที่สำนักมือปราบ พ่ะย่ะค่ะ ”

            เมื่อท่านอ๋องใหญ่พยักหน้า องครักษ์ซ่งก็รู้ว่าคำอธิบายนั้นเป็นที่พอใจแล้วจึงค้อมศีรษะส่งเสด็จ

ท่านอ๋องใหญ่รู้สึกว่ารูปร่างของนายน้อยเหลียงผู้นี้บอบบางอ้อนแอ้นคล้ายอิสตรี ตอนนี้หนุ่มน้อยผู้นั้นหันมาสบตาตนก็คล้ายกับสนอกสนใจใคร่รู้อย่างยิ่ง

‘เป็นนักสืบงั้นหรือ  หากพ่อไว้ใจได้ค่อยดึงเอาลูกชายมาช่วยงานก็แล้วกัน’

            ไป๋ฉิงเหวินที่นั่งรออยู่กับม้าสองตัวข้างนอก รอให้รถม้าของเจ้าเมืองเป่าจูวิ่งมาถึง เหลียงเจินซินลงจากรถม้าลงมาขี่ม้าของตนตามท้ายรถม้าไป

            “เสี่ยวเหวินข้าได้เห็นเขาชัดๆ แล้ว รูปร่างคนผู้นั้นสูงใหญ่นัก ขนาดออกมาคุยธุระกับท่านพ่อเขาก็ยังใส่หน้ากากอสูรอันนั้นออกมาด้วย”

            “พ่อเจ้าบอกว่าเขาเป็นผู้ใด”

            “ผู้แทนพระองค์ของฮ่องเต้”

            “หือ! ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้มิน่าเล่าจึงพักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ใหญ่โต”

            “จุ๊ๆ เจ้าอย่าเอ็ดไป ท่านพ่อบอกว่าเรื่องนี้เป็นความลับ เราไม่ควรแพร่งพรายออกไปเพราะภารกิจที่คนผู้นี้ต้องมาทำนั้นจำเป็นต้องปิดบังไว้ก่อน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 169 เปิดหน้าท่านอ๋อง(ตอนจบ)

    พิธีอภิเษกสมรสขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นจินจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าครั้งที่องค์หญิงจินเฟิ่งเข้าพิธีกับจวิ้นอ๋องแห่งแคว้นหมิง ขบวนแห่ไปรับเจ้าสาวที่ยาวเหยียดจนสุดถนน คนทั้งเมืองที่มายืนชะเง้อชะแง้รอดู เสียงดนตรีที่ดังไปทั้งเมืองล้วนแล้วแต่สร้างความครึกครื้นคึกคัก ร้านรวงต่างพร้อมใจกันประดับโคมไฟสีแดงและ ผ้าแดงเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับท่านอ๋องใหญ่ องค์ชายจินเสวี่ยหลงทรงถอดหน้ากากต่อหน้าราษฎรเป็นครั้งแรก รูปร่างสูงใหญ่งามสง่าใบหน้าคมคายในชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดบนหลังม้าศึกตัวใหญ่ ทุกคนต่าง ชี้ชวนกันชื่นชม “ไหนว่าท่านอ๋องใหญ่อัปลักษณ์อย่างไรเล่า ดูซิ...รูปลักษณ์อย่างนี้ราวกับเทพเซียนจากบนสวรรค์ก็ว่าได้” “ใช่ๆ ไม่เคยคิดเลยว่าที่ทรงสวมหน้ากากปิดบังเอาไว้กลับกลายเป็นใบหน้าหล่อเหลาเยี่ยงนี้” “นับเป็นวาสนาที่ได้เห็นท่านอ๋องทรงถอดหน้ากาก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสองข้างทางดังขรม องครักษ์ซ่งกับองครักษ์หร่วนยิ้มอย่างปลาบปลื้มในตัวองค์ชายจินเสวี่ยหลงที่ตนเองติดตามมานานปี ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ท่านอ๋องทรงยอมถอดหน้ากากมาสู้หน้าผู้คนเสียที!

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 168 นอนกับเสด็จป้า

    “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ” ร่างใหญ่ก้มลงกระซิบข้างหู เหลียงเจินซินเงยหน้าขึ้นมองอย่างเหนื่อยอ่อน “หม่อมฉันแค่เหนื่อยมากเพคะ ตอนนี้ง่วงมากอยากจะหลับนานๆ” ท่านอ๋องถึงกับสะดุ้ง ใบหน้าของนางซีดเผือดแขนขาอ่อนเปลี้ยอยู่ในอ้อมกอดของพระองค์ “ซินเอ๋อร์ เจ้าอย่าหลับนะ มองหน้าข้าไว้!” น้ำเสียงตื่นตระหนกของ ท่านอ๋องทำให้เหลียงเจินซินไม่กล้าหลับตาลงอีก นางเกรงว่าเขาจะกังวล เหลียงเจินซินยกมือขึ้นลูบใบหน้าของท่านอ๋องเบาๆ เสียงของนางเริ่มกระท่อนกระแท่นเพราะความเหนื่อยอ่อน “ท่านอ๋อง หม่อมฉันแค่ง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าอย่าหลับตาเด็ดขาด” ท่านอ๋องจุมพิตที่นางผาก สันจมูก และแก้มซ้ายขวาของนางเพื่อหวังให้หญิงคนรักยังมีสติ...หากว่านางหลับตาลงแล้ว พระองค์เกรงว่านางจะไม่ลืมตาขึ้นอีก “หากเจ้าไม่ตื่นขึ้นมาอีกเล่า ข้าจะอยู่อย่างไร ” น้ำเสียงสั่นเครือและดวงตาแดงก่ำที่น้ำตาจวนจะหยาดหยดนั้นทำเอาเหลียงเจินซินต้องพยายามอย่างสุดกำลังที่จะไม่หลับตาลง “ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันแค่เหนื่อยและง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าต้องมองหน้าข้าเอาไว

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 167 ซินเอ๋อร์หมดแรง

    เหลียงเจินซินกระโจนไปขวางหน้ากลุ่มของลู่เย่เอาไว้ ตรอกแห่งนั้นกว้างพอที่บุรุษจะยืนเรียงหน้าได้สักแปดคน นางสวมชุดคุณชายสีดำ สะพายกระเป๋าพาดทแยงตามไหล่ข้างหนึ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นดูแล้วไม่เหมือนกับจอมยุทธ์ผู้อาจหาญ ยังไม่มีผู้ใดตามมาทัน หากนางไม่ขวางไว้ล่ะก็ เจ้าคนแซ่ลู่กำลังจะไปถึงรถม้าที่จอดอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก เหลียงเจินซินตัดสินใจกระโดดลงไปขวางคนกลุ่มนั้น ลู่เย่ขมวดคิ้วเขาไม่เคยเห็นคุณชายน้อยผู้นี้มาก่อน นี่เป็นการประจันหน้ากันครั้งแรก “เจ้าเป็นผู้ใด บังอาจมาขวางทางข้า” “ข้าเป็นคนของทางการ ได้รับมอบหมายให้มาจับกุมเจ้า” “ฮ่าๆ คุณชายน้อยไปเล่นที่อื่น ยามนี้ต่อให้พญายมก็มิอาจขวางทางข้าได้ ถอยไป!” “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเป็นคุณชายน้อยเช่นนั้นก็ดี...จำได้ด้วยว่าข้าแซ่เหลียง” เหลียงเจินซินกล่าวจบก็กดจุดบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว นางกางแขนสองข้างออกกว้าง พลันควันดำก็พวยพุ่งออกจากแขนเสื้อของนาง คนทั้งหมดเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็พลันชะงัก เป็นเจิ้งตั้นอี้ที่นึกขึ้นได้ “ปีศาจแมวดำ! มันคือปีศาจแมวดำ!” เหลียงเจินซินใบหน้าถมึง

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 166 เร่งกลับเมืองหลวง

    ท่านอ๋องใหญ่ยิ่งตรวจตรายิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ นักฆ่าที่อยู่ในเรือนนี้มีจำนวนไม่มากอย่างทีทรงคาดไว้ ซ้ำยังไม่เห็นลู่เย่ที่เป็นเจ้าของเรือนตัวจริง ช่างน่าแปลกนัก! “ท่านน้าหรือว่าพวกเราจะถูกหลอกเสียแล้ว” แม่ทัพจินหลี่หมิงหันมามองหน้าหลานชาย “ข้าก็คิดเช่นเจ้า! บางทีลู่เย่อาจจะยอมทิ้งเรือนนี้แล้วหนีไปที่อื่นโดยทิ้งเหยื่อเล็กน้อยไว้ล่อพวกเรา” “เช่นนี้แล้ว...ลูเย่คิดจะหนีไปที่ใด ” “หรือว่าจะเป็น....” สองน้าหลานจึงสั่งการสั่งการให้คนทั้งหมดเตรียมตัวกลับเข้าอำเภอหลี่ เมื่อเดินทางออกมาถึงชายป่าสนพันหมู่ ไป๋ฉิงเหวินที่รออยู่ก็รีบรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในทันที “สือกุ้ยอินน่ะหรือ ที่ตามคนพวกนั้นไป” “พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้นางอยู่เมืองหลวงแล้ว ที่สำคัญวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันประหาร ใต้เท้าลู่ ตุลาการเหลียงเกรงว่าลู่เย่จะบุกชิงตัวประกันจึงได้สั่งให้กราบทูลท่านอ๋องให้รีบเสด็จกลับเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพจินหลี่หมิงรีบตบบ่าหลานชาย “พวกเราต้องเร่งเดินทางกันแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจไม่ทัน” “ขอรับ!” ทหารกลุ่มใหญ่จึงเ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 165 ประหารใต้เท้าลู่

    ตุลาการเหลียงที่นั่งฟังอยู่เริ่มปริวิตก ท่านพ่อกับท่านแม่ของพวกเขาเดินทางจากเมืองเป่าจูมายังเมืองหลวงเพื่อรอพิธีอภิเษกสมรสของน้องสาวกับท่านอ๋องใหญ่ ยามนี้กลับมีนักฆ่าปะปนอยู่กับชาวบ้าน เห็นทีเขาต้องเตือนให้ท่านทั้งสองระวังตัวและเพิ่มคนคุ้มภัยอีกด้วย “ข้าจะไปว่าจ้างคนของสำนักคุ้มภัยมาดูแลท่านพ่อกับท่านแม่เพิ่มก่อน และเลยขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ พวกเจ้าสองคนจัดการหาข่าวด้วย ระวังอย่าให้เอิกเกริกคนจนแตกตื่นก็แล้วกัน ” “ไม่ต้องห่วง ข้าจะเร่งมือสืบโดยเร็วที่สุด” เมื่อพี่ชายของนางออกจากคฤหาสน์ เหลียงเจินซินก็หาชุดบุรุษให้สือกุ้ยอิน นางหยิบเอาชุดที่ดูเหมือนชาวบ้านทั่วไปเช่นนี้จึงจะเหมาะกับการเป็นสายสืบ “เจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ สวมชุดนั้นเจ้าดูสะดุดตาคนมากเกินไป” สือกุ้ยอิน ก้มลงมองชุดสตรีแสนงดงามของตนเองก็พยักหน้าหงึกหงัก “เราคงต้องติดต่อผู้คนมากหน้าหลายตา ลบเครื่องสำอางบนหน้าเจ้าออกไปด้วย แต่งเหมือนบุรุษสักหน่อยอย่าให้คนอื่นผิดสังเกต” ลู่เย่ซ่อนอยู่ในจวนสกุลลู่เพียงคืนเดียวก็หลบออกไปพักที่อื่น คนของสือกุ้ยอินที่เฝ้าอยู่ไม่เห็นพวกเขาออกไปทางใด

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 164 ปีศาจแมวดำ

    “เทพแมว หากทำได้เช่นนั้นมิใช่ปีศาจแมวดำแล้วหรือ ” ลู่เย่ฟังเรื่องพิสดารนี้จากคนของตนมาหลายปาก หากจะคิดว่าพวกเขาโกหกแล้วร่องรอยแมวข่วนเต็มใบหน้าของคนเฝ้าเวรยามทั้งหลายจะมาจากที่ใด พวกเขาล้วนยืนยันว่าต้องเผชิญหน้ากับแมวดำดุร้ายหลายร้อยตัว“เกิดมาข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกขอรับ...ปีศาจที่เรียกแมวดำออกมาได้เช่นนี้ไม่เคยได้ยินผู้ใดกล่าวถึงมาก่อน ข้างกายองค์ชายน้อยช่างมีคนที่น่ากลัวยิ่งนัก”“หรือว่าพวกเขาคือองครักษ์เงาแห่งแคว้นหมิงที่เล่าลือกัน ” เจิ้งตั้นอี้นึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาว่าจวิ้นอ๋องบิดาขององค์ชายฝาแฝดมีองครักษ์เงาติดตามดูแลอยู่จำนวนหนึ่ง มิเคยมีคนรู้ว่าหน้าตาพวกเขาเป็นเช่นใดและอยู่อย่างไร รู้เพียงว่าไม่อาจมีคนเข้าใกล้จวิ้นอ๋องจากแคว้นหมิงผู้นั้นได้ ภายหลังจากอภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่ง จวิ้นอ๋องได้มอบองครักษ์เงาให้กับท่านอ๋องใหญ่เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน่าจะแบ่งคนพวกนั้นไว้คอยดูแลองค์ชายน้อยด้วย “จริงสิคุณชาย บิดาขององค์ชายน้อยคือจวิ้นอ๋องผู้มีองครักษ์เงาคอยดูแล เป็นไปได้ว่าย่อมจะแบ่งมาดูแลบุตรชายทั้งสองด้วย” “ร้ายกาจยิ่งนัก ข้าคิดเพียงว่าพ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 10 แอบดูนายท่าน

    “ไม่ต่างกันเล้ย!” ทุกคนพร้อมใจกันขึ้นเสียงสูง แล้วส่ายหน้าพร้อมหัวเราะร่วน ซินเอ๋อร์เห็นใบหน้าซื่อๆ ของหมิ่นซูปี้ที่ดูเชื่อมั่นในความคิดของตนแล้วก็อดยิ้มมิได้ “ใช่ๆ เราสองคนเป็นสาวใช้เหมือนกัน” คนในครัวรีบกระวีกระวาดหาอาหารที่ปรุงใหม่มาใส่จานแบ่งแล้วเรียกให้ซินเอ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 9 กฎเกณฑ์อันเข้มงวด

    หมิ่นซูปี้เห็นเยี่ยซินคอยมองซ้ายมองขวาตลอดระยะทางที่ไปเรือนพักก็รีบหันมาเตือน “ซินเอ๋อร์เจ้าต้องระวังให้ดี อย่าไปเดินเพ่นพ่านแถวเรือนนายท่าน มิฉะนั้นจะหลังขาดมิรู้ตัว” สีหน้าจริงจังของสาวใช้หน้าซื่อทำเอาซินเอ๋อร์ตาโต “ทำไมหรือ ” “กฎสำคัญคือเรือนของนายท่านไม่อนุญา

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 8 สาวใช้คนใหม่

    ไป๋ฉิงเหวินรับทราบแล้วพานางไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นสตรีชาวบ้านเพื่อพบกับนายหน้าจัดหาสาวใช้ “เถ้าแก่จางนี่คือน้องสาวของข้า นางอยากเป็นสาวใช้ในคฤหาสน์หรูหรา ค่าจ้างเราไม่เรียกแพงเหมือนรายอื่น ท่านพอจะหาทางให้นางได้เข้าไปทำงานที่นั่นได้หรือไม่ ” ชายวัยกลางคนได้ยินราคาที่ชายหนุ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 1 ตีนแมวแห่งเป่าจู

    ร่างเล็กบางที่กระโจนขึ้นบนกำแพงแล้วป่ายปีนอย่างรวดเร็วทำเอาเจ้าเมืองเป่าจูเหลียงฮุ่ยฟู่หัวเสียยิ่งนัก นี่เป็นครั้งที่สามในรอบเจ็ดวันที่เขาวิ่งตามจับนางไม่ทัน “ซินเอ๋อร์ หากเจ้ากลับมาเมื่อใด พ่อจะขังเจ้าไว้สามวันสามคืนเทียว” เสียงชายวัยกลางคนตะโกนไล่หลังมา มิได้ทำให้สาวน้อยรู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status