Home / รักโบราณ / สายลับจับอ๋องใหญ่ / บทที่ 6 คฤหาสน์ของอสูร

Share

บทที่ 6 คฤหาสน์ของอสูร

last update Last Updated: 2026-01-26 17:33:11

            เหลียงเจินซินเดินสอบถามผู้คนไปตามถนนว่าพบเห็นบิดาของนางบ้างหรือไม่  จนได้เบาะแสว่าท่านเจ้าเมืองเป่าจูนั่งรถม้าออกไปชานเมือง

“เสี่ยวเหวินเจ้าว่าท่านพ่อข้าจะไปพบผู้ใด  ดูช่างลึกลับเสียเหลือเกิน เคยมีคนติดตามห้าหกคนก็เอาไปเพียงสองคน เจ้าว่าเรื่องนี้มีลับลมคมในหรือไม่”

            ไป๋ฉิงเหวินฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว “น่าจะมีแน่ หากท่านลุงออกไปทำงานจริง เหตุใดจึงไม่บอกกล่าวท่านป้าให้ชัดเจน ซ้ำยังไม่ฝากคำพูดไว้กับคนเฝ้าประตูด้วย”

            “ดูจากทิศทางแล้วเหมือนจะไปที่คฤหาสน์อสูรตนนั้น” นักสืบซินชี้ไปที่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่นางลอบเข้าไปเมื่อวันก่อน

            “หือ...เห็นคฤหาสน์นี้ทีไร ข้ารู้สึกใจไม่ดีเลย” ไป๋ฉิงเหวิน มองดูคฤหาสน์สีเทาทึมหลังใหญ่ข้างหน้า “จะว่าไปคฤหาสน์นี้ใหญ่กว่าจวนเจ้ามาก น่าจะเป็นคหบดีหรือคนสำคัญที่มาจากต่างถิ่นที่แฝงกายมาอยู่ที่นี่เสียกระมัง”

            “ขนาดเจ้าเป็นมือปราบยังไม่รู้ว่าเจ้าของคฤหาสน์เป็นผู้ใด  แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรเล่า”

เหลียงเจินซินอารมณ์เสีย นางคิดจะลอบเข้าไปข้างในอีกสักครั้ง แต่เพียงหยุดม้าอยู่ระยะไกลจากคฤหาสน์นั้นพอสมควรก็สังเกตเห็นเงาวูบวาบที่อยู่บนหลังคาเรือนใหญ่พวกนั้น

“มีจอมยุทธ์อารักขาอยู่ข้างบนหลังคาเสียด้วย”

            “เช่นนั้นเจ้าก็อย่าเสี่ยงเลย พวกเรารออยู่ข้างนอกก่อน ในเมื่อรู้ชัดเจนแล้วว่าท่านลุงเข้าไปในนี้ หากเลยครึ่งชั่วยามแล้วยังไม่เห็นออกมาค่อยเข้าไปสอบถาม”

ไป๋ฉิงเหวินหันไปเห็นศาลาริมทางอยู่ไม่ไกลจึงชักชวนนายน้อยเหลียงเข้าไปผูกม้านั่งรออยู่ในศาลานั้น ทั้งสองนั่งสนทนากันอยู่ครึ่งชั่วยามก็ไม่เห็นผู้ใดออกมาจากประตูคฤหาสน์ เหลียงเจินซินจึงตัดสินใจเข้าไปเคาะประตู

            “เจ้ามีธุระอันใด” ชายหนุ่มหน้าถมึงทึงแง้มประตูมาเพียงเล็กน้อยเพื่อสอบถาม

เหลียงเจินซินเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นถึงกับผงะ

            “เอ่อ! ข้าอยากสอบถามว่าท่านเจ้าเมืองเป่าจูได้มาที่นี่หรือไม่  ข้าถูกไป๋ฮูหยินใช้ให้มาตามท่านกลับจวน”

            ชายหน้าตาน่ากลัวผู้นั้นพยักหน้า “ถ้าเจ้าเป็นคนของจวนเจ้าเมืองจะเข้ามารอข้างในก็ได้”

            นักสืบซินรีบก้าวเท้าตามเข้าไปด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ ยามเฝ้าประตูเห็นนักสืบซินดูเป็นหนุ่มน้อยหน้าตาเกลี้ยงเกลาจึงอนุญาตให้นั่งรอที่ม้าหินที่สวนด้านหน้า

“นายท่านไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าเรือนโดยพลการ เจ้ารออยู่ตรงนี้ล่ะ”

เหลียงเจินซินถือโอกาสมองสำรวจไปรอบๆ จวนแห่งนี้นับว่าใหญ่โตรโหฐานยิ่ง จะว่าไปใหญ่กว่าจวนของนางมาก พื้นที่ก็กว้างขวางพอที่ครอบครัวใหญ่จะอยู่กันได้สบาย แต่นางจำได้ว่าคราวก่อนที่ลักลอบเข้ามานั้นไม่เจอผู้ใดที่ดูเป็นเจ้าของสถานที่นอกจากอสูรตนนั้น เรือนด้านหน้าที่ใช้รับรองแขกใหญ่โตกว้างขวาง การตกแต่งเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา

‘เจ้าของที่นี่คงจะร่ำรวยมาก ดูจากการตกแต่งสวนแล้ว คงจะใช้เงินเป็นเบี้ย’

            เจ้าเมืองเหลียงนั่งเกร็งตัวอยู่ต่อหน้าผู้ที่สวมหน้ากากอสูร นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้มาเข้าเฝ้าท่านอ๋องใหญ่ซ้ำยังต้องเก็บเป็นความลับสุดยอด

คราแรกนั้นเขากับรองเจ้าเมืองและหัวหน้ามือปราบได้รับอนุญาตให้เข้าเฝ้าเพียงสามคนและมาอย่างเป็นความลับ ท่านอ๋องผู้นี้ช่างประหลาดนักไม่ยอมถอดหน้ากากออก พวกเขาจึงได้เห็นเพียงลูกตาที่ดูดุดันและฟังพระสุรเสียงก้องกังวานน่าเกรงขามกว่าผู้ใดเท่านั้น

            “เปิ่นหวางได้ยินมาว่าเจ้ารู้จักพื้นที่นี้ดียิ่งนัก เปิ่นหวางต้องการที่ดินที่จะนำมาใช้ก่อสร้างค่ายทหารเรือ เจ้ามีที่ใดแนะนำบ้าง ”

            “พ่ะย่ะค่ะ  ขอกระหม่อมคิดสักครู่” เหลียงฮุ่ยฟู่ใคร่ครวญแล้วจึงทูลเสนอบริเวณฝั่งทิศเหนือของเมืองซึ่งเป็นเนินสูงลาดไหล่เขา ซึ่งหากไปยืนข้างบนนั้นจะมองลงมาเห็นเมืองเป่าจูอยู่เบื้องล่างได้ทั้งหมด

            “ดี! พรุ่งนี้เปิ่นหวางจะออกไปดู ส่วนเจ้าไปเตรียมดูโฉนดที่ดินให้ด้วยว่าหากต้องการบริเวณทั้งหมดบนไหล่เขานั้นมีเจ้าของอยู่หรือไม่  ติดต่อพวกเขาไว้ก่อน ยามเจรจาซื้อขายจะได้ไม่ใช้เวลานานนัก”

            “พ่ะย่ะค่ะ  หม่อมฉันจะดำเนินการตามที่ทรงรับสั่ง”

            “อีกอย่าง เจ้าคงไม่ลืมว่าเรื่องนี้เป็นความลับ”

            เจ้าเมืองเป่าจูค้อมศีรษะ “พ่ะย่ะค่ะ  กระหม่อมจะไม่บอกผู้ใด”

            เมื่อเหลียงฮุ่ยฟู่ออกมาถึงสวนด้านหน้าก็เห็นบุตรสาวนั่งแกร่วรออยู่ จึงเดินไปตบบ่านาง “เรากลับกันเถอะ คุณชายใหญ่ไม่สะดวกรับแขก”

            “คนผู้นี้เป็นใครหรือท่านพ่อ”

            เห็นบุตรสาวทำสายตาอยากรู้อยากเห็น เจ้าเมืองเหลียงก็รู้ว่าหากไม่เล่าให้นางฟังให้หมดเปลือกนางจะต้องสอดส่องค้นหาคำตอบจนวุ่นวายแน่

“คุณชายใหญ่เป็นผู้แทนพระองค์มาจากเมืองหลวง ภารกิจของท่านเป็นความลับเจ้าอย่าเพิ่งรู้เลย”

            “อ้อ!”

นางหันกลับไปดูเรือนหลังใหญ่นั้นอีกครั้ง จึงเห็นร่างสูงใหญ่ยืนมองมาทางนางและท่านพ่อ หน้ากากที่เขาใส่อยู่นั้นเป็นอันเดียวกันกับที่นางเห็นในห้องเก็บหนังสือ ท่านพ่อรีบบีบไหล่นาง

            “อย่าหันกลับไปมอง เสียมารยาท พวกเรารีบออกไปจากที่นี่ได้แล้ว” ท่านพ่อผลักให้นางเดินไปข้างหน้า

นางรู้สึกว่าสายตาน่ากลัวใต้หน้ากากคู่นั้นกำลังจับจ้องด้านหลังของนางอยู่จวบจนก้าวขาออกจากคฤหาสน์นั้น

            “ผู้ใดมาตามเจ้าเมืองหรือ”

            “น่าจะเป็นคุณชายน้อยเหลียง พ่ะย่ะค่ะ  หม่อมฉันเคยได้ยินคนในเมืองเป่าจูพูดถึง หน้าตาเกลี้ยงเกลาแต่งกายดีเช่นนี้คงมิใช่บ่าวในจวนแน่” องครักษ์ซ่งอธิบายยืดยาวเมื่อเห็นท่านอ๋องใหญ่ยังคงติดใจสองพ่อลูกนั้นอยู่จึงกราบทูลเพิ่มเติม “เจ้าเมืองมีบุตรชายคนโตชื่อเหลียงเจาหลิน คุณชายเหลียงเป็นนักกฎหมายที่เก่งกาจ ทำงานอยู่สังกัดกรมตุลาการช่วยงานท่านผู้พิพากษาศาลเมืองเป่าจู ส่วนคุณชายน้อยผู้นี้เป็นนักสืบคอยช่วยงานที่สำนักมือปราบ พ่ะย่ะค่ะ ”

            เมื่อท่านอ๋องใหญ่พยักหน้า องครักษ์ซ่งก็รู้ว่าคำอธิบายนั้นเป็นที่พอใจแล้วจึงค้อมศีรษะส่งเสด็จ

ท่านอ๋องใหญ่รู้สึกว่ารูปร่างของนายน้อยเหลียงผู้นี้บอบบางอ้อนแอ้นคล้ายอิสตรี ตอนนี้หนุ่มน้อยผู้นั้นหันมาสบตาตนก็คล้ายกับสนอกสนใจใคร่รู้อย่างยิ่ง

‘เป็นนักสืบงั้นหรือ  หากพ่อไว้ใจได้ค่อยดึงเอาลูกชายมาช่วยงานก็แล้วกัน’

            ไป๋ฉิงเหวินที่นั่งรออยู่กับม้าสองตัวข้างนอก รอให้รถม้าของเจ้าเมืองเป่าจูวิ่งมาถึง เหลียงเจินซินลงจากรถม้าลงมาขี่ม้าของตนตามท้ายรถม้าไป

            “เสี่ยวเหวินข้าได้เห็นเขาชัดๆ แล้ว รูปร่างคนผู้นั้นสูงใหญ่นัก ขนาดออกมาคุยธุระกับท่านพ่อเขาก็ยังใส่หน้ากากอสูรอันนั้นออกมาด้วย”

            “พ่อเจ้าบอกว่าเขาเป็นผู้ใด”

            “ผู้แทนพระองค์ของฮ่องเต้”

            “หือ! ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้มิน่าเล่าจึงพักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ใหญ่โต”

            “จุ๊ๆ เจ้าอย่าเอ็ดไป ท่านพ่อบอกว่าเรื่องนี้เป็นความลับ เราไม่ควรแพร่งพรายออกไปเพราะภารกิจที่คนผู้นี้ต้องมาทำนั้นจำเป็นต้องปิดบังไว้ก่อน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 169 เปิดหน้าท่านอ๋อง(ตอนจบ)

    พิธีอภิเษกสมรสขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นจินจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าครั้งที่องค์หญิงจินเฟิ่งเข้าพิธีกับจวิ้นอ๋องแห่งแคว้นหมิง ขบวนแห่ไปรับเจ้าสาวที่ยาวเหยียดจนสุดถนน คนทั้งเมืองที่มายืนชะเง้อชะแง้รอดู เสียงดนตรีที่ดังไปทั้งเมืองล้วนแล้วแต่สร้างความครึกครื้นคึกคัก ร้านรวงต่างพร้อมใจกันประดับโคมไฟสีแดงและ ผ้าแดงเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับท่านอ๋องใหญ่ องค์ชายจินเสวี่ยหลงทรงถอดหน้ากากต่อหน้าราษฎรเป็นครั้งแรก รูปร่างสูงใหญ่งามสง่าใบหน้าคมคายในชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดบนหลังม้าศึกตัวใหญ่ ทุกคนต่าง ชี้ชวนกันชื่นชม “ไหนว่าท่านอ๋องใหญ่อัปลักษณ์อย่างไรเล่า ดูซิ...รูปลักษณ์อย่างนี้ราวกับเทพเซียนจากบนสวรรค์ก็ว่าได้” “ใช่ๆ ไม่เคยคิดเลยว่าที่ทรงสวมหน้ากากปิดบังเอาไว้กลับกลายเป็นใบหน้าหล่อเหลาเยี่ยงนี้” “นับเป็นวาสนาที่ได้เห็นท่านอ๋องทรงถอดหน้ากาก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสองข้างทางดังขรม องครักษ์ซ่งกับองครักษ์หร่วนยิ้มอย่างปลาบปลื้มในตัวองค์ชายจินเสวี่ยหลงที่ตนเองติดตามมานานปี ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ท่านอ๋องทรงยอมถอดหน้ากากมาสู้หน้าผู้คนเสียที!

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 168 นอนกับเสด็จป้า

    “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ” ร่างใหญ่ก้มลงกระซิบข้างหู เหลียงเจินซินเงยหน้าขึ้นมองอย่างเหนื่อยอ่อน “หม่อมฉันแค่เหนื่อยมากเพคะ ตอนนี้ง่วงมากอยากจะหลับนานๆ” ท่านอ๋องถึงกับสะดุ้ง ใบหน้าของนางซีดเผือดแขนขาอ่อนเปลี้ยอยู่ในอ้อมกอดของพระองค์ “ซินเอ๋อร์ เจ้าอย่าหลับนะ มองหน้าข้าไว้!” น้ำเสียงตื่นตระหนกของ ท่านอ๋องทำให้เหลียงเจินซินไม่กล้าหลับตาลงอีก นางเกรงว่าเขาจะกังวล เหลียงเจินซินยกมือขึ้นลูบใบหน้าของท่านอ๋องเบาๆ เสียงของนางเริ่มกระท่อนกระแท่นเพราะความเหนื่อยอ่อน “ท่านอ๋อง หม่อมฉันแค่ง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าอย่าหลับตาเด็ดขาด” ท่านอ๋องจุมพิตที่นางผาก สันจมูก และแก้มซ้ายขวาของนางเพื่อหวังให้หญิงคนรักยังมีสติ...หากว่านางหลับตาลงแล้ว พระองค์เกรงว่านางจะไม่ลืมตาขึ้นอีก “หากเจ้าไม่ตื่นขึ้นมาอีกเล่า ข้าจะอยู่อย่างไร ” น้ำเสียงสั่นเครือและดวงตาแดงก่ำที่น้ำตาจวนจะหยาดหยดนั้นทำเอาเหลียงเจินซินต้องพยายามอย่างสุดกำลังที่จะไม่หลับตาลง “ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันแค่เหนื่อยและง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าต้องมองหน้าข้าเอาไว

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 167 ซินเอ๋อร์หมดแรง

    เหลียงเจินซินกระโจนไปขวางหน้ากลุ่มของลู่เย่เอาไว้ ตรอกแห่งนั้นกว้างพอที่บุรุษจะยืนเรียงหน้าได้สักแปดคน นางสวมชุดคุณชายสีดำ สะพายกระเป๋าพาดทแยงตามไหล่ข้างหนึ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นดูแล้วไม่เหมือนกับจอมยุทธ์ผู้อาจหาญ ยังไม่มีผู้ใดตามมาทัน หากนางไม่ขวางไว้ล่ะก็ เจ้าคนแซ่ลู่กำลังจะไปถึงรถม้าที่จอดอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก เหลียงเจินซินตัดสินใจกระโดดลงไปขวางคนกลุ่มนั้น ลู่เย่ขมวดคิ้วเขาไม่เคยเห็นคุณชายน้อยผู้นี้มาก่อน นี่เป็นการประจันหน้ากันครั้งแรก “เจ้าเป็นผู้ใด บังอาจมาขวางทางข้า” “ข้าเป็นคนของทางการ ได้รับมอบหมายให้มาจับกุมเจ้า” “ฮ่าๆ คุณชายน้อยไปเล่นที่อื่น ยามนี้ต่อให้พญายมก็มิอาจขวางทางข้าได้ ถอยไป!” “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเป็นคุณชายน้อยเช่นนั้นก็ดี...จำได้ด้วยว่าข้าแซ่เหลียง” เหลียงเจินซินกล่าวจบก็กดจุดบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว นางกางแขนสองข้างออกกว้าง พลันควันดำก็พวยพุ่งออกจากแขนเสื้อของนาง คนทั้งหมดเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็พลันชะงัก เป็นเจิ้งตั้นอี้ที่นึกขึ้นได้ “ปีศาจแมวดำ! มันคือปีศาจแมวดำ!” เหลียงเจินซินใบหน้าถมึง

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 166 เร่งกลับเมืองหลวง

    ท่านอ๋องใหญ่ยิ่งตรวจตรายิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ นักฆ่าที่อยู่ในเรือนนี้มีจำนวนไม่มากอย่างทีทรงคาดไว้ ซ้ำยังไม่เห็นลู่เย่ที่เป็นเจ้าของเรือนตัวจริง ช่างน่าแปลกนัก! “ท่านน้าหรือว่าพวกเราจะถูกหลอกเสียแล้ว” แม่ทัพจินหลี่หมิงหันมามองหน้าหลานชาย “ข้าก็คิดเช่นเจ้า! บางทีลู่เย่อาจจะยอมทิ้งเรือนนี้แล้วหนีไปที่อื่นโดยทิ้งเหยื่อเล็กน้อยไว้ล่อพวกเรา” “เช่นนี้แล้ว...ลูเย่คิดจะหนีไปที่ใด ” “หรือว่าจะเป็น....” สองน้าหลานจึงสั่งการสั่งการให้คนทั้งหมดเตรียมตัวกลับเข้าอำเภอหลี่ เมื่อเดินทางออกมาถึงชายป่าสนพันหมู่ ไป๋ฉิงเหวินที่รออยู่ก็รีบรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในทันที “สือกุ้ยอินน่ะหรือ ที่ตามคนพวกนั้นไป” “พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้นางอยู่เมืองหลวงแล้ว ที่สำคัญวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันประหาร ใต้เท้าลู่ ตุลาการเหลียงเกรงว่าลู่เย่จะบุกชิงตัวประกันจึงได้สั่งให้กราบทูลท่านอ๋องให้รีบเสด็จกลับเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพจินหลี่หมิงรีบตบบ่าหลานชาย “พวกเราต้องเร่งเดินทางกันแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจไม่ทัน” “ขอรับ!” ทหารกลุ่มใหญ่จึงเ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 165 ประหารใต้เท้าลู่

    ตุลาการเหลียงที่นั่งฟังอยู่เริ่มปริวิตก ท่านพ่อกับท่านแม่ของพวกเขาเดินทางจากเมืองเป่าจูมายังเมืองหลวงเพื่อรอพิธีอภิเษกสมรสของน้องสาวกับท่านอ๋องใหญ่ ยามนี้กลับมีนักฆ่าปะปนอยู่กับชาวบ้าน เห็นทีเขาต้องเตือนให้ท่านทั้งสองระวังตัวและเพิ่มคนคุ้มภัยอีกด้วย “ข้าจะไปว่าจ้างคนของสำนักคุ้มภัยมาดูแลท่านพ่อกับท่านแม่เพิ่มก่อน และเลยขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ พวกเจ้าสองคนจัดการหาข่าวด้วย ระวังอย่าให้เอิกเกริกคนจนแตกตื่นก็แล้วกัน ” “ไม่ต้องห่วง ข้าจะเร่งมือสืบโดยเร็วที่สุด” เมื่อพี่ชายของนางออกจากคฤหาสน์ เหลียงเจินซินก็หาชุดบุรุษให้สือกุ้ยอิน นางหยิบเอาชุดที่ดูเหมือนชาวบ้านทั่วไปเช่นนี้จึงจะเหมาะกับการเป็นสายสืบ “เจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ สวมชุดนั้นเจ้าดูสะดุดตาคนมากเกินไป” สือกุ้ยอิน ก้มลงมองชุดสตรีแสนงดงามของตนเองก็พยักหน้าหงึกหงัก “เราคงต้องติดต่อผู้คนมากหน้าหลายตา ลบเครื่องสำอางบนหน้าเจ้าออกไปด้วย แต่งเหมือนบุรุษสักหน่อยอย่าให้คนอื่นผิดสังเกต” ลู่เย่ซ่อนอยู่ในจวนสกุลลู่เพียงคืนเดียวก็หลบออกไปพักที่อื่น คนของสือกุ้ยอินที่เฝ้าอยู่ไม่เห็นพวกเขาออกไปทางใด

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 164 ปีศาจแมวดำ

    “เทพแมว หากทำได้เช่นนั้นมิใช่ปีศาจแมวดำแล้วหรือ ” ลู่เย่ฟังเรื่องพิสดารนี้จากคนของตนมาหลายปาก หากจะคิดว่าพวกเขาโกหกแล้วร่องรอยแมวข่วนเต็มใบหน้าของคนเฝ้าเวรยามทั้งหลายจะมาจากที่ใด พวกเขาล้วนยืนยันว่าต้องเผชิญหน้ากับแมวดำดุร้ายหลายร้อยตัว“เกิดมาข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกขอรับ...ปีศาจที่เรียกแมวดำออกมาได้เช่นนี้ไม่เคยได้ยินผู้ใดกล่าวถึงมาก่อน ข้างกายองค์ชายน้อยช่างมีคนที่น่ากลัวยิ่งนัก”“หรือว่าพวกเขาคือองครักษ์เงาแห่งแคว้นหมิงที่เล่าลือกัน ” เจิ้งตั้นอี้นึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาว่าจวิ้นอ๋องบิดาขององค์ชายฝาแฝดมีองครักษ์เงาติดตามดูแลอยู่จำนวนหนึ่ง มิเคยมีคนรู้ว่าหน้าตาพวกเขาเป็นเช่นใดและอยู่อย่างไร รู้เพียงว่าไม่อาจมีคนเข้าใกล้จวิ้นอ๋องจากแคว้นหมิงผู้นั้นได้ ภายหลังจากอภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่ง จวิ้นอ๋องได้มอบองครักษ์เงาให้กับท่านอ๋องใหญ่เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน่าจะแบ่งคนพวกนั้นไว้คอยดูแลองค์ชายน้อยด้วย “จริงสิคุณชาย บิดาขององค์ชายน้อยคือจวิ้นอ๋องผู้มีองครักษ์เงาคอยดูแล เป็นไปได้ว่าย่อมจะแบ่งมาดูแลบุตรชายทั้งสองด้วย” “ร้ายกาจยิ่งนัก ข้าคิดเพียงว่าพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status