Accueil / รักโบราณ / สายลับจับอ๋องใหญ่ / บทที่ 7 แผนกระชากหน้ากาก

Partager

บทที่ 7 แผนกระชากหน้ากาก

last update Date de publication: 2026-01-26 17:33:27

            “อืม เห็นทีข้าจะต้องสืบสวนเรื่องคดีลักทรัพย์นั้นให้เรียบร้อยโดยไว” ไป๋ฉิงเหวินนึกถึงเจ้าคนรับใช้ที่น่าจะขโมยของในจวนออกไปฝากไว้ที่โรงรับจำนำ

            เหลียงเจินซินได้ยินก็กระตือรือร้นในทันที “ข้าจะช่วยเจ้าสืบเต็มที่ เผื่อข้าจะได้มีโอกาสเจอกับอสูรตนนั้นอีกสักครั้ง ข้าอยากรู้นักว่าใต้หน้ากากนั้น หน้าตาของเขาเป็นเช่นใด ”

            “เจ้านี่นา ช่างสงสัยไม่เข้าเรื่อง หากเขาหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวจึงไม่อยากให้ผู้ใดเห็นเจ้าจะทำเช่นใด”

            “เสี่ยวเหวิน เจ้าไม่สงสัยบ้างหรือ  คนเช่นใดจึงใส่หน้ากากมาพบผู้คนอยู่ตลอดเวลา ไม่แปลกไม่หน่อยหรือ”

            ไป๋ฉิงเหวินพยักหน้ารับ อันที่จริงเขาก็เหมือนกับซินเอ๋อร์ที่ช่างสงสัยไปทุกสิ่ง เพียงแต่ไป๋ฉิงเหวินไม่มีเลือดบ้ามากพอที่จะค้นหาความจริงอย่างเหลียงเจินซินที่ผ่านมาจึงได้แต่รอให้ซินเอ๋อร์ไปสืบหาความจริงมาบอกเล่าให้เขาได้ฟังหรือไม่ก็โดนนางลากให้ไปช่วยแก้ข้อสงสัย

            “ข้าคิดแล้วเชียวว่าเจ้าต้องอยากรู้เหมือนข้า”

            “ซินเอ๋อร์ เอ๊ย! นักสืบซิน เจ้าคิดว่าจะได้เห็นใบหน้าเขาได้อย่างไร”

            “ก่อนอื่นก็ต้องหาวิธีเข้าไปใกล้เขาให้ได้เสียก่อน จากนั้นค่อยสอดส่ายจับตามองเขาอยู่สักระยะ ข้าว่าข้าต้องได้คำตอบอย่างแน่นอน”

            ไป๋ฉิงเหวินได้ฟังแผนแสนอุตริของญาติผู้น้องก็รู้หวั่นใจ เกรงว่าตนเองจะไม่สามารถห้ามปรามนางไว้ได้ “ก่อนเจ้าจะทำสิ่งใด จำไว้ว่าต้องปรึกษาข้าก่อนทุกครั้ง”

            “ได้! แต่เจ้าก็รู้ว่าห้ามข้าไม่ได้ ใช่หรือไม่” นางลอยหน้าลอยตาอยู่บนหลังม้า

            “เอาเถอะๆ ขอแค่ให้ข้ารู้ด้วยก็พอแล้ว”

            หลังจากวันนั้นเจ้าเมืองเป่าจูก็วุ่นวายกับการออกไปติดต่อสืบหาเจ้าที่ของที่ดินบริเวณเนินเขาจึงมิได้ใส่ใจกับคนในบ้านมากนัก เขาต้องเร่งรวบรวมที่ดินให้ได้ผืนใหญ่สุดตามที่ท่านอ๋องต้องการ

            เหลียงเจินซินที่ติดใจเรื่องผู้แทนพระองค์สวมหน้ากากอสูรคนนั้นจนต้องกลับไปอ่านนิทานเล่มที่นางซื้อมาจากโรงน้ำชาใบไผ่อยู่หลายตลบ นางสรุปกับตนเองว่าบุรุษร่างใหญ่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงกับที่บรรยายในไว้ในนิทาน ด้วยความตื่นเต้นจึงรีบเรียกไป๋ฉิงเหวินออกมาสนทนา

"ข้ากล้าเอาหัวเป็นประกันเลยเชียวล่ะว่า แท้จริงคนผู้นี้ต้องเป็นท่านอ๋องอสูรเป็นแน่”

            “ท่านลุงก็บอกแล้วนี่นาว่าเป็นผู้แทนพระองค์ เจ้ายังจะพยายามยัดเยียดให้เขาเป็นท่านอ๋องอยู่ได้”

            “แต่เขาเหมือนกับท่านอ๋องใหญ่ในหนังสือไม่มีผิดเพี้ยน ซ้ำยังเอาแต่สวมใส่หน้ากากอสูร หากไม่ใช่ท่านอ๋อง เป็นแค่ผู้แทนพระองค์จะกล้าเลียนแบบท่านอ๋องเชียวหรือ  เจ้าก็น่าจะใช้ความคิดให้รอบคอบซะมั่ง” เหลียงเจินซินตบโต๊ะเสียงดัง คล้ายจะข่มขู่ไป๋ฉิงเหวินอยู่ในที

            “ถ้าหากท่านอ๋องต้องการให้เขาทำเหมือนพระองค์ล่ะ เจ้าจะว่าอย่างไร ”

            ใบหน้าที่แสดงความไม่เชื่อถือของไป๋ฉิงเหวินทำเอานักสืบซินเลือดเดือดขึ้นมาทันที

“ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้า เช่นนั้นเรามาพนันกัน เอาเบี้ยหวัดของเจ้าหนึ่งปีเป็นเงินพนัน หากข้าแพ้ข้าก็จะจ่ายเบี้ยหวัดให้เจ้าหนึ่งปี ดีหรือไม่”

            มือปราบหนุ่มอ้าปากเหวอ “โห! เจ้ากล้าเล่นถึงขนาดนี้เทียว ได้! ข้ารับพนัน ข้าเชื่อว่าท่านลุงเป็นผู้รู้ความจริงเรื่องนี้ ในเมื่อท่านลุงบอกว่าเขาเป็นแค่ขุนนางก็ต้องเป็นเช่นนั้น”

            “อืม...ในเมื่อเจ้ากล้ารับพนันข้า เราก็มาหาความจริงกัน”

            ไป๋ฉิงเหวินยิ้มกริ่ม มองเห็นหนทางจะได้เงินเก็บของญาติผู้น้องมาไว้ในครอบครอง “เจ้าจะพิสูจน์ความจริงได้อย่างไร”

            “ข้าก็ต้องแฝงกายเข้าไปในคฤหาสน์ของเขาให้ได้เสียก่อนน่ะสิ”

            “มันคุ้มค่าหรือ”

            “เจ้าอย่าลืมสิว่า หากข้าสืบเรื่องหัวขโมยได้อีก เจ้าก็จะได้ความดีความชอบหรืออาจจะได้เลื่อนขั้นนะ เพราะนั่นมันจวนขุนนางระดับผู้แทนพระองค์จากวังหลวง”

            ไป๋ฉิงเหวินยิ้มร่าเมื่อนึกถึงว่าหากนักสืบซินจับหัวขโมยที่ลักของมีค่าจากคฤหาสน์นี้ไปจำนำได้จริงแล้วเขาได้เลื่อนตำแหน่ง เบี้ยหวัดที่ได้รายเดือนก็ย่อมจะเพิ่มขึ้น ทั้งชนะพนันทั้งได้เลื่อนตำแหน่ง โอกาสเช่นนี้หาที่ใดได้ ประกายตาเรืองรองของมือปราบหนุ่มทำให้ญาติผู้น้องจอมเจ้าเล่ห์อดอมยิ้มไม่ได้

            “เจ้าเห็นด้วยกับข้าแล้วล่ะสิ!”

            “แล้ววิธีเล่า”

            “เจ้าเอียงหูมา” เหลียงเจินซินกระซิบกระซาบอยู่ครู่หนึ่ง ไป๋ฉิงเหวินทำตาโตขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะฟังต่อไปแล้วค่อยสงบใจลง

            “เรื่องไปหาคนจัดหาสาวใช้ข้าจะจัดการให้ แต่เรื่องจะออกจากบ้านเจ้าจัดการเองล่ะกัน ข้าไม่อยากรับหน้าแล้ว”

            “ได้! เอาตามนี้”

            คู่หูทั้งสองต่างแยกย้ายกันไป เหลียงเจินซินกลับไปถึงจวนก็แจ้งท่านแม่ว่านางจะขออนุญาตขึ้นเขาไปอยู่ปรนนิบัติท่านตากับท่านยายสักพัก ไป๋ฮูหยินเห็นว่านางก็เรียนอ่านเขียนไปได้มากแล้ว อีกทั้งบิดาและมารดาของตนที่เร้นกายอยู่บนภูเขาซงซานนั้นอาจจะเงียบเหงาส่งหลานสาวขึ้นไปอยู่ด้วยก็คงจะดจึงอนุญาต เหลียงเจินซินกระหยิ่มยิ้มย่อง นางคิดไว้อยู่แล้วว่าท่านแม่เป็นบุตรสาวที่กตัญญูอย่างยิ่ง หากขอเช่นนี้ท่านแม่ย่อมจะออกหน้ารับกับท่านพ่อให้เอง

            “ท่านแม่ เช่นนั้นข้าจะออกเดินทางเลย ให้เสี่ยวเหวินไปส่ง”

            “แม่เพิ่งรู้นะว่าเจ้ารักท่านตาท่านยายถึงเพียงนี้ เช่นนั้นเจ้าเอาของฝากที่แม่เตรียมไว้ไปด้วย และนี่จดหมายอย่าลืมส่งให้กับท่านตาท่านยายกับมือเทียว”

            “เจ้าค่ะ อีกสองเดือนข้าจะกลับมา”

            ไป๋ฮูหยินไว้ใจไป๋ฉิงเหวินมากอยู่แล้ว หลานชายมือปราบผู้นี้ดูแลบุตรสาวของนางอย่างดีตั้งแต่เล็กจนโต ในขณะที่เหลียงเจาหลินบุตรชายคนโตของนางนั้นมิค่อยได้สนใจน้องสาวนักเพราะคร่ำเคร่งกับการเล่าเรียน ในการสอบบัณฑิตระดับเมืองเขาได้อันดับหนึ่งนับว่าเป็นบุตรชายที่นางและเจ้าเมืองภาคภูมิใจยิ่ง

            สำหรับบุตรสาวสองสามีภรรยากลับไม่ค่อยเคร่งครัดเท่าใด ยิ่งเมื่อนางถูกไป๋เฉิงหลิวนำตัวขึ้นเขาไปด้วยเพราะนำไปฝึกวิชา ทั้งสองก็รู้ได้ว่าบุตรสาวคงจะควบคุมได้ยากนักจึงได้แต่ทำใจว่าพวกตนคงจะไม่มีบุตรสาวแฉล้มแช่มช้อยอย่างบ้านตระกูลอื่น พอนางเอาแต่สวมชุดบุรุษจนกลายเป็นนายน้อยเหลียงทั้งสองจึงไม่หันหน้ามาปรึกษากันเรื่องบุตรีอีกเลย และพร้อมใจไม่ฟังสิ่งที่ชาวเมืองวิพากษ์วิจารณ์กันเรื่องที่บุตรีเติบโตกลายเป็นบุรุษหล่อเหลา นานวันเข้าทุกคนก็เลิกพูดถึงเรื่องของนาง และพร้อมใจกันกล่าวถึงนางอย่างคุณชายผู้หนึ่ง

            “เสี่ยวเหวินทางนี้เรียบร้อยแล้ว ท่านแม่ของข้าฝากจดหมายและข้าวของมาให้ท่านตากับท่านยายเยอะแยะ เป็นหน้าที่ของเจ้าที่จะต้องส่งคนเอาไปให้ถึงเรือนบนเขา ส่วนข้าก็จะเข้าไปหาความจริง”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 169 เปิดหน้าท่านอ๋อง(ตอนจบ)

    พิธีอภิเษกสมรสขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นจินจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าครั้งที่องค์หญิงจินเฟิ่งเข้าพิธีกับจวิ้นอ๋องแห่งแคว้นหมิง ขบวนแห่ไปรับเจ้าสาวที่ยาวเหยียดจนสุดถนน คนทั้งเมืองที่มายืนชะเง้อชะแง้รอดู เสียงดนตรีที่ดังไปทั้งเมืองล้วนแล้วแต่สร้างความครึกครื้นคึกคัก ร้านรวงต่างพร้อมใจกันประดับโคมไฟสีแดงและ ผ้าแดงเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับท่านอ๋องใหญ่ องค์ชายจินเสวี่ยหลงทรงถอดหน้ากากต่อหน้าราษฎรเป็นครั้งแรก รูปร่างสูงใหญ่งามสง่าใบหน้าคมคายในชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดบนหลังม้าศึกตัวใหญ่ ทุกคนต่าง ชี้ชวนกันชื่นชม “ไหนว่าท่านอ๋องใหญ่อัปลักษณ์อย่างไรเล่า ดูซิ...รูปลักษณ์อย่างนี้ราวกับเทพเซียนจากบนสวรรค์ก็ว่าได้” “ใช่ๆ ไม่เคยคิดเลยว่าที่ทรงสวมหน้ากากปิดบังเอาไว้กลับกลายเป็นใบหน้าหล่อเหลาเยี่ยงนี้” “นับเป็นวาสนาที่ได้เห็นท่านอ๋องทรงถอดหน้ากาก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสองข้างทางดังขรม องครักษ์ซ่งกับองครักษ์หร่วนยิ้มอย่างปลาบปลื้มในตัวองค์ชายจินเสวี่ยหลงที่ตนเองติดตามมานานปี ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ท่านอ๋องทรงยอมถอดหน้ากากมาสู้หน้าผู้คนเสียที!

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 168 นอนกับเสด็จป้า

    “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ” ร่างใหญ่ก้มลงกระซิบข้างหู เหลียงเจินซินเงยหน้าขึ้นมองอย่างเหนื่อยอ่อน “หม่อมฉันแค่เหนื่อยมากเพคะ ตอนนี้ง่วงมากอยากจะหลับนานๆ” ท่านอ๋องถึงกับสะดุ้ง ใบหน้าของนางซีดเผือดแขนขาอ่อนเปลี้ยอยู่ในอ้อมกอดของพระองค์ “ซินเอ๋อร์ เจ้าอย่าหลับนะ มองหน้าข้าไว้!” น้ำเสียงตื่นตระหนกของ ท่านอ๋องทำให้เหลียงเจินซินไม่กล้าหลับตาลงอีก นางเกรงว่าเขาจะกังวล เหลียงเจินซินยกมือขึ้นลูบใบหน้าของท่านอ๋องเบาๆ เสียงของนางเริ่มกระท่อนกระแท่นเพราะความเหนื่อยอ่อน “ท่านอ๋อง หม่อมฉันแค่ง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าอย่าหลับตาเด็ดขาด” ท่านอ๋องจุมพิตที่นางผาก สันจมูก และแก้มซ้ายขวาของนางเพื่อหวังให้หญิงคนรักยังมีสติ...หากว่านางหลับตาลงแล้ว พระองค์เกรงว่านางจะไม่ลืมตาขึ้นอีก “หากเจ้าไม่ตื่นขึ้นมาอีกเล่า ข้าจะอยู่อย่างไร ” น้ำเสียงสั่นเครือและดวงตาแดงก่ำที่น้ำตาจวนจะหยาดหยดนั้นทำเอาเหลียงเจินซินต้องพยายามอย่างสุดกำลังที่จะไม่หลับตาลง “ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันแค่เหนื่อยและง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าต้องมองหน้าข้าเอาไว

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 167 ซินเอ๋อร์หมดแรง

    เหลียงเจินซินกระโจนไปขวางหน้ากลุ่มของลู่เย่เอาไว้ ตรอกแห่งนั้นกว้างพอที่บุรุษจะยืนเรียงหน้าได้สักแปดคน นางสวมชุดคุณชายสีดำ สะพายกระเป๋าพาดทแยงตามไหล่ข้างหนึ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นดูแล้วไม่เหมือนกับจอมยุทธ์ผู้อาจหาญ ยังไม่มีผู้ใดตามมาทัน หากนางไม่ขวางไว้ล่ะก็ เจ้าคนแซ่ลู่กำลังจะไปถึงรถม้าที่จอดอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก เหลียงเจินซินตัดสินใจกระโดดลงไปขวางคนกลุ่มนั้น ลู่เย่ขมวดคิ้วเขาไม่เคยเห็นคุณชายน้อยผู้นี้มาก่อน นี่เป็นการประจันหน้ากันครั้งแรก “เจ้าเป็นผู้ใด บังอาจมาขวางทางข้า” “ข้าเป็นคนของทางการ ได้รับมอบหมายให้มาจับกุมเจ้า” “ฮ่าๆ คุณชายน้อยไปเล่นที่อื่น ยามนี้ต่อให้พญายมก็มิอาจขวางทางข้าได้ ถอยไป!” “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเป็นคุณชายน้อยเช่นนั้นก็ดี...จำได้ด้วยว่าข้าแซ่เหลียง” เหลียงเจินซินกล่าวจบก็กดจุดบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว นางกางแขนสองข้างออกกว้าง พลันควันดำก็พวยพุ่งออกจากแขนเสื้อของนาง คนทั้งหมดเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็พลันชะงัก เป็นเจิ้งตั้นอี้ที่นึกขึ้นได้ “ปีศาจแมวดำ! มันคือปีศาจแมวดำ!” เหลียงเจินซินใบหน้าถมึง

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 166 เร่งกลับเมืองหลวง

    ท่านอ๋องใหญ่ยิ่งตรวจตรายิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ นักฆ่าที่อยู่ในเรือนนี้มีจำนวนไม่มากอย่างทีทรงคาดไว้ ซ้ำยังไม่เห็นลู่เย่ที่เป็นเจ้าของเรือนตัวจริง ช่างน่าแปลกนัก! “ท่านน้าหรือว่าพวกเราจะถูกหลอกเสียแล้ว” แม่ทัพจินหลี่หมิงหันมามองหน้าหลานชาย “ข้าก็คิดเช่นเจ้า! บางทีลู่เย่อาจจะยอมทิ้งเรือนนี้แล้วหนีไปที่อื่นโดยทิ้งเหยื่อเล็กน้อยไว้ล่อพวกเรา” “เช่นนี้แล้ว...ลูเย่คิดจะหนีไปที่ใด ” “หรือว่าจะเป็น....” สองน้าหลานจึงสั่งการสั่งการให้คนทั้งหมดเตรียมตัวกลับเข้าอำเภอหลี่ เมื่อเดินทางออกมาถึงชายป่าสนพันหมู่ ไป๋ฉิงเหวินที่รออยู่ก็รีบรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในทันที “สือกุ้ยอินน่ะหรือ ที่ตามคนพวกนั้นไป” “พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้นางอยู่เมืองหลวงแล้ว ที่สำคัญวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันประหาร ใต้เท้าลู่ ตุลาการเหลียงเกรงว่าลู่เย่จะบุกชิงตัวประกันจึงได้สั่งให้กราบทูลท่านอ๋องให้รีบเสด็จกลับเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพจินหลี่หมิงรีบตบบ่าหลานชาย “พวกเราต้องเร่งเดินทางกันแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจไม่ทัน” “ขอรับ!” ทหารกลุ่มใหญ่จึงเ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 165 ประหารใต้เท้าลู่

    ตุลาการเหลียงที่นั่งฟังอยู่เริ่มปริวิตก ท่านพ่อกับท่านแม่ของพวกเขาเดินทางจากเมืองเป่าจูมายังเมืองหลวงเพื่อรอพิธีอภิเษกสมรสของน้องสาวกับท่านอ๋องใหญ่ ยามนี้กลับมีนักฆ่าปะปนอยู่กับชาวบ้าน เห็นทีเขาต้องเตือนให้ท่านทั้งสองระวังตัวและเพิ่มคนคุ้มภัยอีกด้วย “ข้าจะไปว่าจ้างคนของสำนักคุ้มภัยมาดูแลท่านพ่อกับท่านแม่เพิ่มก่อน และเลยขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ พวกเจ้าสองคนจัดการหาข่าวด้วย ระวังอย่าให้เอิกเกริกคนจนแตกตื่นก็แล้วกัน ” “ไม่ต้องห่วง ข้าจะเร่งมือสืบโดยเร็วที่สุด” เมื่อพี่ชายของนางออกจากคฤหาสน์ เหลียงเจินซินก็หาชุดบุรุษให้สือกุ้ยอิน นางหยิบเอาชุดที่ดูเหมือนชาวบ้านทั่วไปเช่นนี้จึงจะเหมาะกับการเป็นสายสืบ “เจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ สวมชุดนั้นเจ้าดูสะดุดตาคนมากเกินไป” สือกุ้ยอิน ก้มลงมองชุดสตรีแสนงดงามของตนเองก็พยักหน้าหงึกหงัก “เราคงต้องติดต่อผู้คนมากหน้าหลายตา ลบเครื่องสำอางบนหน้าเจ้าออกไปด้วย แต่งเหมือนบุรุษสักหน่อยอย่าให้คนอื่นผิดสังเกต” ลู่เย่ซ่อนอยู่ในจวนสกุลลู่เพียงคืนเดียวก็หลบออกไปพักที่อื่น คนของสือกุ้ยอินที่เฝ้าอยู่ไม่เห็นพวกเขาออกไปทางใด

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 164 ปีศาจแมวดำ

    “เทพแมว หากทำได้เช่นนั้นมิใช่ปีศาจแมวดำแล้วหรือ ” ลู่เย่ฟังเรื่องพิสดารนี้จากคนของตนมาหลายปาก หากจะคิดว่าพวกเขาโกหกแล้วร่องรอยแมวข่วนเต็มใบหน้าของคนเฝ้าเวรยามทั้งหลายจะมาจากที่ใด พวกเขาล้วนยืนยันว่าต้องเผชิญหน้ากับแมวดำดุร้ายหลายร้อยตัว“เกิดมาข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกขอรับ...ปีศาจที่เรียกแมวดำออกมาได้เช่นนี้ไม่เคยได้ยินผู้ใดกล่าวถึงมาก่อน ข้างกายองค์ชายน้อยช่างมีคนที่น่ากลัวยิ่งนัก”“หรือว่าพวกเขาคือองครักษ์เงาแห่งแคว้นหมิงที่เล่าลือกัน ” เจิ้งตั้นอี้นึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาว่าจวิ้นอ๋องบิดาขององค์ชายฝาแฝดมีองครักษ์เงาติดตามดูแลอยู่จำนวนหนึ่ง มิเคยมีคนรู้ว่าหน้าตาพวกเขาเป็นเช่นใดและอยู่อย่างไร รู้เพียงว่าไม่อาจมีคนเข้าใกล้จวิ้นอ๋องจากแคว้นหมิงผู้นั้นได้ ภายหลังจากอภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่ง จวิ้นอ๋องได้มอบองครักษ์เงาให้กับท่านอ๋องใหญ่เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน่าจะแบ่งคนพวกนั้นไว้คอยดูแลองค์ชายน้อยด้วย “จริงสิคุณชาย บิดาขององค์ชายน้อยคือจวิ้นอ๋องผู้มีองครักษ์เงาคอยดูแล เป็นไปได้ว่าย่อมจะแบ่งมาดูแลบุตรชายทั้งสองด้วย” “ร้ายกาจยิ่งนัก ข้าคิดเพียงว่าพ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 5 ตรวจตราเรือใหญ่

    ร่างสูงใหญ่ที่ดูโดดเด่นกว่าทุกคนเดินนำหน้าเข้ามาในอู่ต่อเรือตามด้วยขบวนชายฉกรรจ์ที่แต่งกายดูน่าเกรงขามถือกระบี่ติดมือมาทุกคน นายช่างและช่างที่ทำงานง่วงกันอยู่ล้วนหันไปมองขบวนคนเหล่านั้นแล้วทำหน้าเลิ่กลั่กไต้กงเรือที่ยืนอยู่หน้าสุดรีบเดินเข้ามาต้อนรับ “ข้าน้อยคารวะคุณชายใหญ่”

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 4 บุรุษผู้สวมหน้ากาก

    ช่วงขาที่ดูยาวกว่าคนทั่วไปของเขายื่นออกมาเลยโต๊ะมาก เหลียงเจินซินเห็นแล้วได้แต่นึกทึ่งในใจ‘บุรุษผู้นี้ท่าทางคงสูงมากทีเดียว มือก็ใหญ่กว่ามือคนทั่วไปที่ข้าเคยเห็นด้วย’ เขาลูบมือใหญ่เลื่อนขึ้นลงที่ปลายกระบี่ มุมที่เขานั่งแสงน้อยกว่าที่ส่วนอื่นของห้อง นักสืบซินพยายามจะมองหน้าบุรุษผู้นั้น

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 3 เขาเป็นอ๋องอสูร

    นางเดินไปเรื่อยๆขณะขบคิดนิทานที่เพิ่งฟังจบ “ท่านอ๋องใหญ่ผู้นี้โหดร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ แค่ไม่พอใจก็ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตาเทียว แล้วผู้ใดจะกล้าเข้าใกล้เขากันล่ะ” “เจ้าไม่ได้หรือไร ผู้เฒ่าเซียงคนนั้นก็บอกแล้วนี่ว่า ฉายาเขาคืออ๋องอสูร หนังสือนั่นเจ้าก็ซื้อมา กลับไปค่อยๆ อ่านก็ได

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 2 เรื่องขององค์ชายใหญ่

    “เจ้าได้ยินเรื่องโรงน้ำชาที่ใหม่หรือไม่ สาวใช้ที่บ้านข้าตื่นเต้นกันยกใหญ่ เมื่อเช้านางตามพ่อครัวไปตลาดได้ยินเข้าเอามาคุยเป็นคุ้งเป็นแคว” “อ้อ! ข้าไปดูมาแล้ว วันนี้วันเปิดโรงน้ำชาใบไผ่ พวกมือปราบก็ได้รับเชิญกันทุกคนนั่นแหละ ได้ยินว่ามีขนมอร่อยตั้งหลายอย่างเทียว” ไป๋ฉงเหวินรู

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status