Share

10ช่างเถอะ

last update publish date: 2026-09-17 14:41:07

เซี่ยจินเย่หยุดยืนอยู่กลางห้อง ใช้โอกาสนี้ลอบสำรวจบุรุษแปลกหน้าผู้นี้

ชาติก่อนนางเคยเห็นดาราหรือพวกไฮโซคนดังต่าง ๆ ทว่ายามมองดูอีกฝ่ายอย่างชัดเจน นางเพิ่งรู้สึกว่าตนเองเข้าใจคำว่าเหนือชั้นอย่างมิมีใครเทียบติดนั้นเป็นอย่างไร

เครื่องหน้าคมเข้ม กรอบหน้าโค้งเหลี่ยมได้รูป แถมดูเส้นผมของบุรุษผู้นี้สิ ช่างดูสุขภาพดีดำสนิทราวกับน้ำหมึก

ริมฝีปากบางชุ่มชื่น ดวงตารียาวตวัดขึ้นเล็กน้อยทำให้เจ้าของดูหยิ่งยโสแม้นั่งอยู่เฉย ๆ แล้วยิ่งภายในดวงตานั้นมืดสนิทราวกับท้องฟ้ายามราตรี ทำให้ใครที่เผลอจ้องเข้าไปรู้สึกเหมือนตกเข้าไปในเวิ้งความมืดมนไม่มีที่สิ้นสุด

เอาเป็นว่าโดยรวมแล้วบุรุษผู้นี้สามารถเดบิวต์เป็นดาราชายได้เลยหากเป็นในชาติที่แล้วของนาง

เซี่ยจินเย่ชอบมองของสวย ๆ งาม ๆ อยู่แล้วจึงทำให้นางเผลอมองชายหนุ่มตาค้างโดยไม่รู้ตัว

“ฮึ่ม”

คนถูกมองรู้สึกตัว เรียวคิ้วกระบี่ขมวดยู่เข้าหากัน มุมปากเรียบตึงเป็นเส้นตรงแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่จ้องหน้าข้าคนล่าสุด เกิดสิ่งใดขึ้นกับมัน

“...”

เซี่ยจินเย่อยากกรีดร้องในใจเมื่อรู้สึกตัวช้าไป สักครู่นี้นางตกหลุมพลางคนงามจนเผลอแสดงกิริยาไร้มารยาทออกไป

คนงามช่างอันตรายเสียจริง

ดูท่า... บุรุษผู้นี้คงเป็นองค์ชายสักพระองค์เป็นแน่

เฮ้อ ซวยแล้ว ๆ เซี่ยจินเย่เอ๋ย...

“คนผู้นั้นโดนควักกลูกตาออกไปโยนให้ไก่กิน”

“...” เซี่ยจินเย่ก้มหน้าลงมองปลายเท้าตนเองทันทีที่ได้ยินคำขู่นั้น

นางมิได้กลัวเพราะรู้ว่าเขาเพียงแค่ต้องการขู่ขวัญเท่านั้น ทว่านางมิอยากสร้างศัตรูให้ตนเองก็เท่านั้น

“หากหม่อมฉันทำสิ่งใดขัดพระทัยพระองค์ หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ”

“เจ้ารู้ ?... เจ้ารู้ว่าเราเป็นผู้ใดหรือ”

เซี่ยจินเย่ส่ายศีรษะเล็กน้อย หญิงสาวชี้นิ้วไปทางป้ายหยกอันหนึ่งที่ทหารของเขาห้อยไว้ข้างเอว

“หม่อมฉันสังเกตเห็นจากตราบนป้ายหยกของพวกเขาเพคะ หม่อมฉันเคยอยู่ที่เมืองหลวงมาก่อนจึงเคยเห็นตราทหารคนของวังหลวงมาบ้าง”

“งั้นหรือ”

“...”

เขามิเชื่อนางหรือ

เซี่ยจินเย่ไม่กล้าเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายโดยตรงจึงมิทราบสีหน้าของอีกฝ่ายยามนี้

แต่เขามิเชื่อแล้วอย่างไร เพียงแค่วันนี้นางทำตัวดี ๆ ไม่เป็นที่ขุ่นเคืองใจผู้มีอำนาจก็พอ ยามนางพาลูกน้อยกลับบ้านได้สำเร็จต่อจากนี้เขาและนางคงมิมีโอกาสเจอกันอีกหนแน่

“มิทราบว่าอี้เอ๋อร์ เอ่อ หม่อมฉันหมายถึงลูกน้อยของหม่อมฉันได้ทำสิ่งใดผิดพลาดต่อพระองค์หรือไม่ หากผิดพลั้งไปหวังว่าท่านผู้สูงศักดิ์จะมิถือโทษเพราะว่าเขายังเล็กนักเพคะ เป็นความผิดของมารดาอย่างหม่อมฉันที่เลี้ยงดูไม่ดีเอง ได้โปรดประทานอภัยด้วย”

“ปีนี้เจ้าอายุกี่หนาว”

“หืม... สิบแปดหนาวเจ้าค่ะ”

“แล้วบุตรชายเจ้าอายุกี่หนาว”

“สี่หนาวย่างห้าหนาวเพคะ ทะ...”

“หึ ข้าว่าแล้ว สตรีที่มีลูกก่อนวัยอันควรเช่นเจ้าจะไปมีปัญญาเลี้ยงดูบุตรให้ดีอย่างไร ขนาดบุตรชายเดินหายไปที่ใดเจ้ายังละเลยมิรู้แจ้ง นับประสาอันใดยามบุตรเจ้าโดนคนชั่วรังแก เจ้าหรือจะสามารถปกป้องเขาได้กัน”

“...”

“หม่อมฉันให้พี่เลี้ยงช่วยดูแลเพราะว่าหม่อมฉันมีธุระออกไปทำงานข้างนอกบ้าน จะ จึง...”

“สามีเจ้าเล่าไปที่ใด สตรีมีหน้าที่หลักเลี้ยงดูบุตรให้ดีในเรือน เรื่องทั่วไปเพียงเท่านี้เจ้ายังไม่รู้อีกหรือ”

“รู้เพคะ ตะ...”

“แม่นางมิบังควรเถียงท่านอ๋องนะขอรับ”

เสียงข้ารับใช้ที่เป็นคนพานางมาเอ่ยกระซิบเตือนเซี่ยจินเย่ด้วยความหวังดี มือบางภายใต้แขนเสื้อตัวเก่ากำแน่นเข้าหากันเพื่อสะกดโทสะของตนเองให้เบาบางลงก่อน

“...”

ไอ้บ้านี่ เขาเป็นเทวดาจากสวรรค์ชั้นไหนกันหรือ ไยจึงกล่าวว่าสตรีที่เพิ่งรู้จักหน้ากันครั้งแรกได้รุนแรงเช่นนี้

นางท้องก่อนวัยอันควรเพราะโดนพวกคนชั่ววางแผนร้ายต่างหากเล่า พวกแม่เลี้ยง พวกนางมารร้ายในครอบครัวน่ะเขาจะรู้บ้างไหม ทว่าอดีตมิอาจย้อนหวนกลับไปแก้ไข แม้ร่างนี้พลาดพลั้งครั้งยิ่งใหญ่ทว่านางก็มิเคยคิดทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขตนเองไปไหนสักครา แม้ว่านางอดอยาก ผู้คนติฉินนินทา กล่าวว่านางผิดประเพณี ผิดธรรมเนียม โดนทอดทิ้งแล้วอย่างไร นางก็ยืนด้วยลำแข้งของตนเองก็แล้วกัน

เขาเป็นใครจึงมานั่งชี้นิ้วตินางทั้ง ๆ ที่รู้เรื่องราวเพียงผิวเผินเช่นนี้

บุรุษที่เกิดในครอบครัวสูงส่งเช่นเขาคงมิเคยต้องมาเจอความยากลำบากเช่นนาง เกิดมาบนกองเงินกองทอง มีคนคอยรับใช้หน้าหลังมิขาดมือ เขาจะมาเข้าใจนางหรือ

เหอะ ยังมีหน้ามาพูดดี

เซี่ยจินเย่เบะปากซ่อนใบหน้าไม่พอใจของตนเองไว้ ยั้งใจมิเอ่ยปากโต้ตอบให้เสียเวลา

นางอยากรีบอุ้มเจ้าก้อนแป้งกลับบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เสียแล้ว

“เฮ้อ...” เฉินเทียนอีผ่อนลมหายใจออกเพื่อปรับให้ตนเองใจเย็นลงเสียหน่อย เมื่อสักครู่เขาเผลอตวาดสตรีผอมบางหากมีลมแรงพัดมาคงปลิวผู้นี้

ที่เขาไม่พอใจเป็นเพราะเห็นภาพเด็กน้อยผู้น่าสงสารโดนรังแกเกือบตายต่อหน้าต่อตาตนเอง ภาพในเหตุการณ์วันนี้ทำให้เขานึกถึงพระอนุชาขี้โรคของตนเองที่สิ้นใจจากโลกนี้ไปเพราะถูกองค์ชายคนอื่นรังแกแล้วเขามิสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทัน เหตุการณ์ในวันนั้นมันตามหลอกหลอนเขา ติดตราตรึงใจเฉินเทียนอีเหลือเกิน

“ช่างเถอะ อี้เอ๋อร์มีบาดแผลตามตัวเล็กน้อยจากการถูกเด็กเกเรรุมทำร้าย ข้าให้คนใส่ยาให้เขาแล้ว หากเขาตื่น เจ้าก็พาเขากลับได้เลย”

พูดจบชายหนุ่มก็โบกมือไล่เซี่ยจินเย่ทันที แน่นอนว่านับเป็นเรื่องดีสำหรับหญิงสาวที่ไม่ต้องการหายใจอากาศเดียวกับคนปากร้ายต่อไปอีกเพียงถ้วยน้ำชาเดียว

“ขอบพระทัยเพคะที่ช่วยอี้เอ๋อร์”

“เชิญแม่นางทางนี้”

เซี่ยจินเย่เร่งฝีเท้าออกมาจากห้องอันแสนอึดอัด นางเดินตามทหารของบุรุษผู้สูงศักดิ์ทว่าปากร้ายกาจเข้าไปในห้องพักข้างกัน หญิงสาวไม่รอให้เวลาผ่านไปสูญเปล่า เซี่ยจินเย่เดินเข้าไปอุ้มลูกน้อยของตนเองขี่ขึ้นหลังเพื่อพากลับบ้านทันทีโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของทหารผู้ภักดีของใครทั้งนั้น

“แม่นาง ท่านอ๋องมีรับสั่งให้เจ้าหนูน้อยตื่นก่อน ดะ เดี๋ยว... อ้าว ไปเสียแล้ว”

หยางเซียงองครักษ์ประจำกายของจวิ๋นอ๋องมีสีหน้าหนักใจขึ้นมาเมื่อมิสามารถทำตามคำสั่งของเจ้านายได้ แม่นางที่ตอนแรกมีท่าทีเรียบร้อยเชื่อฟังกลับกลายเป็นสตรีดื้อรั้นทำราวกับมิได้ยินเสียงของเขาเสียอย่างนั้น

เฮ้อ ไม่เป็นอันใดหรอกกระมัง ท่านอ๋องมิจำเป็นต้องมาใส่พระทัยถึงเพียงนั้นหรอก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   17โดนไล่ล่า ! หน้าผา !

    บทที่เก้าโดนไล่ล่า ! หน้าผา !หลังจากพูดคุยต่อเรื่องทั่วไปกับสองมนุษย์ป้าที่เซี่ยจินเย่ขอตั้งฉายาให้พวกนางว่าเป็นป้าข้างบ้านผู้หูตากว้างไกล หญิงสาวใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วยามในการคุยกับพวกนางเพื่อผูกมิตรสานสัมพันธ์ต่อเอาไว้นัดเจอกันที่ร้านน้ำชาแห่งนั้นในโอกาสหน้าก็แหม สายข่าวท้องถิ่นคุณภาพเช่นนี้เซี่ยจินเย่จะพลาดโอกาสเก็บเอาไว้ใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้าได้อย่างไรเล่าทว่าสิ่งหนึ่งที่นางต้องระวังเมื่อได้รับข้อมูลจากตัวบุคคลที่มีชีวิตจิตใจมีความรู้สึกคือ นางต้องรู้ไว้เสมอว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ยังมิได้กรอง อาจมีทั้งถูกและผิดปนอยู่ มีความคิดเห็นส่วนตัวผสมลงไปด้วยเช่นกันเวลานี้ดวงตะวันยังไม่ตกดิน ดังนั้นเซี่ยจินเย่จึงเดินทางต่อเนื่องไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่นางคิดไว้ว่าจะต้องไปตรวจสอบให้ได้โรงพักม้าซึ่งตั้งอยู่ในเขตชายป่าฝั่งตรงข้ามกับเรือนที่เซี่ยจินเย่อยู่อาศัย อันเป็นสถานที่ที่ขบวนพ่อค้าจากต่างแดนนิยมแวะพักผ่อนม้าและตั้งค่ายพักผ่อนขบวนสินค้ากันแถวนี้เป็นประจำก่อนขอตัวแยกย้ายจากสองป้า เซี่ยจินเย่สอบถามเรื่องขบวนพ่อค้าที่เดินทางเข้ามาค้าขายที่เมืองสือเจ้าว่ามีหรือไม่ ผลปรากฏว่าพว

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   16ถึงแล้ว

    ถึงแล้วใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูปก็เห็นร้านผ้าไห่ถังอยู่ปลายสายตา เซี่ยจินเย่มิได้ตั้งใจเดินเข้าไปสอบถามสิ่งที่ต้องการรู้ตรง ๆ กับคนของร้านไห่ถังอยู่แล้ว การกระทำนั้นมันสิ้นคิดเกินไป เกรงว่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นเสียเปล่านั่นร้านด้านข้างของร้านผ้าไห่ถังคือร้านดื่มน้ำชาลี่จือ ร้านนี้ต่างหากคือสถานที่ที่เซ่ยจินเย่หมายตาเอาไว้ร้านน้ำชาลี่จือเป็นร้านขนาดเล็ก ลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็นบรรดาชาวบ้านในเมืองสือเจ้าแห่งนี้ ขนาดร้านไม่ใหญ่มาก พอจุลูกค้าไม่เกินยี่สิบคนเท่านั้นตอนที่เซี่ยจินเย่เดินเข้าไปในร้านมีลูกค้านั่งอยู่เนืองแน่น โต๊ะเกือบทุกโต๊ะเต็มหมด ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่เซี่ยจินเย่จะเดินเข้าไปนั่งยังที่ว่างที่เหลือแทรกไปกับโต๊ะที่มีคนนั่งจับจองอยู่แล้วหญิงสาวกวาดสายตามองรอบร้านอย่างรวดเร็วตรงนั้นมีสตรีสองคนรุ่นราวคราวเดียวกันกำลังนั่งสนทนากันอย่างออกรสออกชาติ โต๊ะของพวกนางมีที่ว่างอยู่หนึ่งที่ ดังนั้นเซี่ยจินเย่จึงไม่ลังเลที่จะเดินไปนั่งยังที่ตรงนั้นสองสตรีรุ่นป้าหันมามองผู้ร่วมโต๊ะคนใหม่เล็กน้อย พอเห็นว่าเป็นบุรุษตัวเล็กหน้าตาเป็นมิตร ดูไร้พิษภัยผู้หนึ่ง ที่แม้เจอกันครั้งแรกก็ส่งย

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   15เจ้าหนี้พวกเขานี่โหดหรือ

    บทที่แปดเจ้าหนี้พวกเขานี่โหดหรือหลังจากได้ข้อสรุปว่าฮูหยินใหญ่เกาจะช่วยดำเนินเรื่องคดีของสำคัญของเซี่ยจินเย่ถูกขโมย โดยให้ลูกน้องที่ไว้ใจได้ของตนเองคอยช่วยเหลือตรวจสอบร่วมทำงานกับเจ้าหน้าที่เข้าไปหาหลักฐานที่จวนตระกูลกัว เซี่ยจินเย่ก็อารมณ์ดีอย่างยิ่ง นางส่งแขกมิได้รับเชิญออกจากเรือนของตนโดยไม่ถือเอาความเรื่องพวกเขาทำลายรั้วไม้ผุเก่าของนางพังเลยสักนิดพังไปมิเป็นอันใด เซี่ยจินเย่วางแผนไว้อยู่แล้วว่าหากมีเงินเป็นกอบเป็นกำ พวกนางจะย้ายออกจากเรือนเล็กหลังนี้ไปอยู่จวนขนาดกลางหลังใหม่ที่มิใกล้ชายป่ามากเกินไปขนาดนี้บ้านนางมีแต่เด็กเล็กกับสาวใช้หนึ่งคน นานทีจึงจะมีบ่าวผู้ชายที่นางจ้างมาทำงานชั่วคราวที่เรือน หากวันใดโชคร้ายเกิดมีโจรป่ามาบุกเรือนนางจริง ด้วยฝีมือจากชาติก่อนของนางคนเดียวคงมิพอปกป้องพวกเขาที่เหลือได้กันไว้ดีกว่าแก้ เอาไว้ได้ตราประทับสกุลจิ่นมาเมื่อไหร่ค่อยขยับขยายกันอีกที“เรือนของข้าเล็กยิ่งนัก ที่นั่งมีมิมาก เชิญฮูหยินใหญ่เกานั่งตรงนี้เถอะเจ้าค่ะ”เซี่ยจินเย่ผายมือไปทางเก้าอี้หน้าโต๊ะรับแขกหนึ่งเดียวในเรือน ก่อนเดินไปอีกนิดก็เป็นห้องนอนของนางและบุตรชายแล้ว“ขอบคุณนะ บิดามา

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   14เรื่องเดือดร้อน ?

    “ที่แท้เหตุผลก็เพียงเท่านี้เอง นางเป็นสาวใช้ของข้า ข้าจะทำโทษนางโดยการเฆี่ยนตีและขายเข้าสู่ตลาดทาสเสีย เจ้าพอจะหายโกรธเคืองนางหรือไม่เซี่ยจินเย่”ฮูหยินกัวรีบเสนอตัวเองก่อนที่จะมีใครเอ่ยบทลงโทษ เพราะหากเรื่องนี้แดงลามไปถึงกรมทางการจริง ๆ เกิดมีการสอบสวนขึ้น เกรงว่าสิ่งที่พวกนางทำลับหลังจะถูกเปิดเผยออกมายังไม่ทันที่บ่าวของฮูหยินกัวจะสามารถลากตัวสาวใช้คนผิดกลับบ้านได้ น้ำเสียงใสกังวานทว่าทำให้ผู้ที่ได้ฟังรู้สึกขนลุก ลางสังหรณ์ไม่ดีกำลังคืบคลานเข้ามาเซี่ยจินเย่พูดทั้ง ๆ ที่บนใบหน้าประดับรอยยิ้มหวานหยด“ไหน ๆ ท่านเจ้าหน้าที่หวังก็เดินทางมาถึงที่นี่แล้ว ตัวข้าเวลานี้นับเป็นประชาชนคนหนึ่งมีเรื่องเดือดร้อนจะเรียกร้องท่านพอดีเลยเจ้าค่ะ มิทราบว่าจะเป็นการรบกวนเจ้าหน้าที่หวังหรือไม่”“...”เรื่องเดือดร้อน ?หลายคนต่างพากันขมวดคิ้วสงสัยไปตาม ๆ กัน“เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หวังอยู่แล้ว แม่นางเซี่ยจินเย่มิต้องเกรงใจหรอก ไหน ๆ ข้าก็มาเยี่ยมที่บ้านเจ้าแล้ว พูดมาเถอะเผื่อตัวข้าช่วยเหลือสิ่งใดเจ้าได้บ้าง”“ฮูหยินใหญ่เกาช่างเป็นสตรีที่มากความเมตตายิ่งเจ้าค่ะ”เซี่ยจินเย่คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่เจาะจงให้ค

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   13ตราประทับตระกูลจิ่น

    บทที่เจ็ดตราประทับตระกูลจิ่น“พวกเจ้าทำอันใดกันน่ะ !”น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัยปนรีบร้อนดังขึ้น ทำให้กลุ่มคนในเหตุการณ์วุ่นวายหน้าเรือนหลังเล็กหันไปสนใจผู้มาใหม่“ฮูหยินใหญ่ตระกูลเกา !”“ฮะ ฮูหยิน !”ในขณะเดียวกันบุรุษสองคนที่เซี่ยจินเย่จี้จุดทำให้ร่างกายชาจนขยับมิได้ก็สามารถกลับมาขยับตัวได้เหมือนเดิม“ข้าขยับตัวได้แล้ว”“เกิดอันใดขึ้นกับร่างกายข้าเมื่อสักครู่”เจ้าหน้าที่ผู้น้อยสองคนถอยหลังขณะมองมาที่เซี่ยจินเย่ด้วยความหวาดกลัวเป็นนางแน่ เป็นนางที่มีคนบอกว่านางเป็นแม่มดสามารถสะกดจิตหรือกล่าวคำสาปใส่ผู้คนได้“ฮูหยินใหญ่เกามาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ อะ เอ่อ ที่นี่มิน่าใช่สถานที่มาเดินเที่ยวได้ เราช่างใจตรงกันหรือมีวาสนาจะได้มาเจอกันในที่แห่งนี้ยิ่งเจ้าค่ะ”ฮูหยินกัวได้สติคนแรก ในใจนางนึกหวาดกลัวเพราะอยู่ดี ๆ ก็มีแขกที่มิได้รับเชิญมาแทรกกลางแผนการจัดการนังเด็กนั่นของนางประเด็นคือแขกผู้มาใหม่ผู้นี้ดันเป็นเจ้าของเรื่องที่นางนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการลากตัวเซี่ยจินเย่ไปที่คุกเสียด้วยสิน้ำเสียงและมือเหี่ยวย่นของกัวเชี่ยนหนิงจึงอดสั่นเทามิได้ยามสบตากับดวงตาของสตรีเปี่ยมอำนาจกว่าตนเอง

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   12พวกเจ้าทำอันใด

    “เจ้าค่ะท่านเจ้าหน้าที่หวัง แต่ท่านหวังอย่าเรียกนางจนเอิกเกริกนะเดี๋ยวพวกคนร้ายจะไหวตัวทันหนีไปเสียก่อน”“ก็จริง ข้ามีลูกน้องมามิเยอะเสียด้วยสิ”“ให้บ่าวของมารดาข้าช่วยพังประตูไม้นี้ดีหรือไม่เจ้าคะ”“ดียิ่ง พวกเจ้านี่ช่างเป็นสตรีจิตใจดีที่สุดในเมืองสือเจ้าจริง ๆ”บ่าวชายตัวบึกบึนของฮูหยินกัวพังรั้วไม้แสนอ่อนแอที่เหมือนตั้งปิดเอาไว้กั้นอาณาเขตเฉย ๆ มิแข็งแรงพอสามารถป้องกันคนนอกมิให้บุกรุกเข้ามาด้านในได้ บ่าวสองคนสามัคคีร่วมแรงกันเพียงชั่วแวบเดียวทั้งรั้วทั้งประตูทางเข้าบานเก่าก็พากันพังโครมเอนไปที่พื้นอย่างหมดสภาพ ส่งเสียงดังจนทำให้เจ้าของเรือนวิ่งหน้าตาตื่นออกมาดูว่าเกิดอันใดขึ้น“นั่นพวกเจ้ากำลังทำสิ่งใดกันอยู่ ประตูเรือนของข้า รั้วของข้าไยจึงเป็นเช่นนั้น”เสียงใสก้องกังวานเอ่ยด้วยน้ำเสียงแตกตื่น ใบหน้างดงามหมดจดที่กัวเจียถงอิจฉาริษยายามนี้ขาวซีดมองมาที่ซากรั้วอย่างตกใจกัวเจียถงรู้สึกสะใจยิ่งนัก ไม่พอ นางยังต้องการเห็นใบหน้างามนั้นเหยเกน่าเกลียดยิ่งกว่านี้ หญิงสาวชี้นิ้วมาทางสตรีที่พาบ่าวและเด็กชายตัวน้อยอีกคนวิ่งออกมาดูพลางตะโกนเสียงดัง“นั่นอย่างไร นางแม่มดที่วางยาพิษคุณชายผู้แสนอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status