ログイン“ดะ เดี๋ยวสิพี่เกา ท่านแม่ของอี้เอ๋อร์สอนว่าของกินเป็นสิ่งมีค่าจะเอาไปทิ้งเช่นนั้นมิได้นะขอรับ ชะ เช่นนั้นอี้เอ๋อร์เสียสละกินขนมของพี่ชายเองก็ได้...”“หมายความว่าอี้เอ๋อร์ตัวน้อยหายงอนพี่ชายแล้วหรือ”“ใครบอกว่าจะหายงอนพี่เกาเล่า !”มุมปากเด็กน้อยยกยิ้มโดยไม่รู้ตัวขณะนั่งกอดอกผินหน้าไปอีกทาง“อี้เอ๋อร์ไม่กลัวขนมของคุณชายเกาถูกทิ้งให้สูญเปล่าหรือลูก ฮึ”เซี่ยจินเย่ที่นั่งมองสองหนุ่มโต้เถียงกันราวกับเด็กไม่รู้จักโตอยู่นานอดออกโรงช่วยเหลือคุณชายเกาผู้น่าสงสารที่โดนเด็กรังแกมิได้มือบางยกขึ้นมาลูบศีรษะเจ้าก้อนแป้งพลางคลี่ยิ้มบาง ๆ ที่แสนอ่อนโยน“อี้เอ๋อร์หายงอนพี่เกาก็ได้ เป็นเพราะกลัวว่าของอร่อยจะต้องถูกทิ้งหรอกนะขอรับ”“...”เกาซีหมิงส่ายหน้าพลางมองสบดวงตามารดาของเจ้าเด็กดื้ออย่างนึกเอ็นดู“ใช้เวลานานหรือไม่เจ้าคะจึงจะถึงร้านสมุนไพรของสกุลเกาสาขาที่เมืองอี๋เจีย”“เมืองอี๋เจียอยู่ข้าง ๆ เมืองหลวงนี่เอง ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงชั่วยาม หากแม่นางเซี่ยง่วงนอนสามารถพักผ่อนได้เลยนะเดี๋ยวใกล้ถึงแล้วข้าจะปลุกล่วงหน้าให้เอง”“เจ้าค่ะ... อี้เอ๋อร์ง่วงหรือไม่ลูก”“อี้เอ๋อร์ไม่ง่วงขอรับ อี้เอ๋อร์อยากนั่ง
บทที่สามสิบสองตกลงแล้วท่านอ๋องมาทำไมหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายภายในจวนตระกูลเซี่ยถูกคลี่คลาย ฮูหยินใหญ่ของตระกูลโดนเจ้าหน้าที่ทางการจับไปคุมขังข้อหาฆ่าคนตายและวางยาพิษทำร้ายผู้อื่น บรรยากาศภายในจวนเงียบงันชวนน่าอึดอัดเข้าไปใหญ่ เรือนทิศตะวันตกเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้เสียใจของสองอนุที่มารู้ความจริงว่าตนเองเป็นหมันเสียแล้ว เรือนกลางมีหัวหน้าตระกูลเก็บตัวเงียบเชียบอยู่ในห้องนอนโดยรวมแล้วบรรยากาศในจวนชวนให้คนอยู่รู้สึกหดหู่ใจยิ่งนักแน่นอนว่ายกเว้นบรรยากาศในเรือนเซี่ยจินเย่นั้นแตกต่างออกไป สมาชิกภายในเรือนทั้งบ่าวและนายต่างนั่งกินขนมจิบน้ำชาอย่างสบายอารมณ์ อี้เอ๋อร์นั่งเปิดตำราอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ“บ่าวนึกว่าท่านอ๋องมาที่จวนตระกูลเซี่ยเพื่อมาหาคุณหนูเสียอีกนะเจ้าคะ”“เขาอาจมีธุระกับบิดาข้าหรือเปล่า”เฟยซายังไม่รู้ว่านางและเฉินเทียนอีใกล้ชิดมากเกินคนรู้จัก เมื่อสักครู่สาวใช้นางพูดถึงชายหนุ่มจึงทำให้เซี่ยจินเย่เกือบปล่อยขนมในมือหล่นตกพื้น“มิใช่เจ้าค่ะ บ่าวเดินเทียวไปแถวเรือนของนายท่านได้ยินพวกบ่าวที่เรือนนั้นคุยเล่นกันว่าคุณหนูรองแม้มีมารดาติดคุก ทว่านางช่างโชคดียิ่งนักที่มีบุรุษสูงศักดิ์ม
“ทะ ท่านแม่เอ่ยสิ่งใดมาน่ะเจ้าคะ ข้ามิเข้าใจ” เซี่ยเจียเฟยเดินเข้าไปกำชายเสื้อสามีตนเองอย่างสับสน พลางส่ายหน้าปฏิเสธหนักแน่นกับสามีตนเอง“ท่านพี่ ข้ามิได้ทำ ข้าโดนท่านแม่รังแกเจ้าค่ะ ฮึก”“หาว่าข้าใส่ความเจ้าหรือ คนอย่างข้าไม่กล้าพูดหากไม่มีหลักฐาน ดูนี่... ใบชาของเรือนอนุทั้งสองคนล้วนเป็นชาที่มีส่วนผสมของยาไร้ทายาท หากไม่ใช่เจ้าซึ่งเป็นสตรีเห็นแก่ตัวแล้วไยในใบชาที่ส่งมาจากส่วนกลางเช่นกันของเรือนเจ้าจึงไม่มีเล่า”“ลูกแม่ นั่น สาวใช้ผู้นั้นสารภาพออกมาแล้วว่าเมียเอกของลูกจ้างให้นางคอยผสมยาพิษลงในใบชาของพวกอนุเพราะนางจำนนด้วยหลักฐาน คนของแม่พบสมุนไพรพิษจำนวนมากซ่อนอยู่ที่ห้องนอนของนาง”ฮูหยินผู้เฒ่าไม่มีทางยอมให้บุตรชายของตนหลงเชื่อวาจาของสตรีที่ทำให้ตระกูลของนางไร้อนาคตเพราะไร้ทายาทอย่างแน่นอนเซี่ยเจียเฟยจำนนโดยหลักฐานอย่างแท้จริง นางทำอันใดผิดพลาดกัน ไยจู่ ๆ แม่สามีจึงมาตรวจสอบโดยที่นางไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้เกือบห้าปีแล้วที่นางคอยให้พวกอนุของสามีตนเองกินยาไร้ทายาท เพราะนางกลัวว่าหากภรรยาคนอื่นให้กำเนิดบุตรชายได้ก่อนตนด้วยนางร่างกายอ่อนแอหลังจากให้กำเนิดลูกสาวคนแรกจนมีลูกคนต่อไปยากนางก
บทที่สามสิบเอ็ดพิษไร้ทายาทในชา“ท่านแม่ มีเรื่องอันใดเร่งด่วนเรียกใช้ซินหงหรือเจ้าคะ”เพียะ !ยังไม่ทันได้รับคำอธิบาย อนุสามเดินเข้ามาข้างในเรือนก็ถูกฝ่ามือของหญิงชราตบเข้าเต็มแรงจนหน้าหัน ปรากฏรอยแดงบนพวงแก้ม“ท่านย่าได้โปรดใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ สอบถามความให้รู้เรื่องก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ”เซี่ยจินเย่เห็นดวงตาเอ่อล้นด้วยน้ำตาของอนุสามจึงอดรู้สึกสงสารมิได้“เจ้ามันสตรีเลี้ยงเสียข้าวสุก คิดร้ายใช้ยานรกวางยาพิษไร้ทายาทในเรือนข้าอย่างนั้นหรือ ข้าจะตีเจ้าให้ตายไปเสีย นังชั่ว”“ท่านแม่พูดสิ่งใด ซินหงมิเข้าใจ ฮึก ข้าทำสิ่งใดผิดเจ้าคะ”“จินเย่ ยังปกป้องอนุของพ่อเจ้าอีกหรือ ชาที่นางมอบให้เจ้ามีส่วนผสมของยาพิษไร้ทายาท นางต้องการให้เจ้าเป็นหมันน่ะเข้าใจหรือไม่ ถอยออกมาให้ห่างจากนาง”“ฮึก ข้ามิได้ทำเช่นที่ท่านแม่ใส่ร้ายข้า ข้ามิได้ทำเช่นนั้นนะคุณหนูใหญ่”เซี่ยจินเย่โดนสาวใช้ของฮูหยินผู้เฒ่าดึงออกมา“ท่านหมอเจียงบอกว่าในชาของเจ้ามีพิษ เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ”“ในชาที่อนุสามให้ข้ามีพิษอันใดหรือเจ้าคะท่านหมอ” เซี่ยจินเย่หันมาสอบถามหมอวัยกลางคนให้แน่ชัด“มีส่วนผสมของสมุนไพรที่มีฤทธิ์มิเป็นผลดีต่อการตั้ง
“ท่านอ๋องอย่าโกรธเคืองพี่สาวของหม่อมฉันเลยเพคะ เนื่องจากพี่สาวของหม่อมฉันหน้าตาธรรมดาค่อนไปทางดูมิได้ยิ่ง เกรงว่าจะระคายเคืองสายพระเนตรอันสูงส่งของท่านอ๋องได้เพคะ นางจึงมิชื่นชอบพบปะผู้คนข้างนอก”“อย่างนั้นหรือ”“พะ พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องโถงเยือกเย็นอุณหภูมิราวกับลดต่ำลงอย่างมิอาจทราบสาเหตุได้ ทำให้บุรุษสตรีที่นั่งตัวเกร็งรู้สึกอึดอัดจวนเจียนหายใจไม่ออก จู่ ๆ ก็มีเสียงดังโหวกเหวกโวยวายดังมาจากด้านนอกเรือนห้องโถงเรียกความสนใจจากทุกคน“ข้างนอกเกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือท่านพ่อบ้าน”เซี่ยจิ้งยุ่นผุดตัวลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงแว่วคล้ายเสียงของฮูหยินผู้เฒ่า มารดาของตนเอง“ที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่าเกิดเรื่องแล้วขอรับนายท่าน”“…!!…”“เกิดเรื่องกับท่านแม่หรือ วันนี้มีท่านหมอมาตรวจร่างกายท่านแม่นี่ หรือว่าท่านแม่ข้าป่วยเป็นโรคร้าย”“มิใช่ขอรับ แต่เกิดเรื่อง เอ่อ...” ลูกน้องที่วิ่งไปดูเหตุการณ์วุ่นวายข้างนอกแล้ววิ่งกลับมารายงานเจ้านายเหลือบตามองไปทางแขกผู้มากอำนาจที่กำลังนั่งจ้องเขม็งมาที่เขาเช่นกัน “อะ เอ่อ... ระ เรื่อง...”เซี่ยจิ้งยุ่นมิใช่คนโง่งมขนาดไม่รู้ความนัยจากการกระทำข
บทที่สามสิบ แขกไม่ได้รับเชิญ“ฮะ ! ท่านอ๋องเฉินเทียนอีหรือ”“ท่านอ๋องจะลดตัวมาที่จวนเล็กของพวกเราทำไมกันคะ ระ หรือว่ามีใครก่อเรื่องทำให้พระองค์ไม่พอใจหรือไม่”“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า เจ้าอย่ามัวถามมาก ให้คนไปทำความสะอาดห้องโถงใหญ่ต้อนรับท่านอ๋องเดี๋ยวนี้”“เจ้าค่ะท่านพี่”ส่วนเซี่ยจิ้งยุ่นรีบเก็บจดหมายที่ตนขว้างทิ้งขึ้นมา ก่อนตรวจสอบการแต่งกายตนเองให้เรียบร้อยค่อยออกตัวเดินนำลูกน้องของตนออกจากเรือนใหญ่ โดยเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะเกรงว่าการปล่อยให้ท่านอ๋องรอนานนั้นจะเป็นการเสียมารยาทอาจทำให้ตระกูลเซี่ยของตนอายุสั้นเข้าไปใหญ่เดินมาถึงหน้าประตูจวนเห็นบุรุษสวมอาภรณ์แพรไหมชั้นดียืนหันหลังแผ่กลิ่นไอสูงศักดิ์ ชายชราไม่รอช้าเดินเข้าไปทำความเคารพทันที“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องที่ต้องทำให้พระองค์รอกระหม่อมนาน”“ลุกขึ้นยืนเถอะ วันนี้ขุนนางเซี่ยทำตัวตามสบายเถอะ มิได้อยู่ที่วังหลวงมิจำเป็นต้องมากพิธี”“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องเฉินเทียนอี มิทราบว่าท่านอ๋องมีสิ่งใดให้กระหม่อมรับใช้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ไยถึงมาหากระหม่อมถึงที่จวนเล็ก ๆ แห่งนี้”“ข้าแค่ต้องการมาเยี่ยมเยียนขุนนาง







