INICIAR SESIÓN“กลับไปได้แล้ว...”
สุดท้ายมินก็เป็นฝ่ายไล่คนใจร้ายให้ออกไป การกระทำเมื่อครู่ก็พิสูจน์แล้วว่าผู้ชายที่มินคิดถึงมาตลอดหลายปีรังเกียจเขาขนาดไหน ทศได้แต่พยักหน้าแล้วหันหลังเดินออกไปจากห้อง วันนี้คงต้องรอให้คุณหนูใจเย็นเสียก่อน เขาถึงค่อยอธิบายทุกอย่าง คนอะไรเอาแต่ใจตัวเองมาตั้งแต่เด็ก โตมาก็ยังคงเอาแต่ใจอยู่วันยังค่ำเรื่องราวการกลับมาของคุณหนูผู้เอาแต่ใจอย่างมินก็ถึงหูผู้เป็นพ่อในทันทีของค่ำคืนทีที่เผลอก่อเรื่องก่อราว จนพ่อต้องโทรมามินจนสายแทบไหม้ มินเองที่ไม่อยากจะรับ สุดท้ายก็ต้องรับสาย สุดท้ายก็เดินทางกลับไปบ้านหลังใหญ่ที่มินไม่อยากจะไปสักเท่าไหร่ แล้วคุณเอกทัศน์ส่งให้ทศมารับเขาไปที่บ้าน แม้ว่ามินเองไม่อยากเจอหน้าทศเลยสักนิด เรื่องเมื่อคืนมันทำให้เขารู้สึกรังเกียจตัวเอง
แต่การเจอหน้าเขาอีกครั้งเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ภายในรถเงียบ ไม่รู้ว่ามินจะพูดอย่างไร ตัวของทศเองก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไป เพราะตั้งแต่ขึ้นรถมาคุณหนูไม่ยอมพูดกับเขาสักคำเดียว “มาถึงแล้วเหรอ” ไม่คิดเลยว่าการกลับบ้านครั้งนี้ จะแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ คือผู้เป็นบิดาของเขามารอรับอยู่หน้าบ้าน พร้อมกับเด็ก ๆ คนรักใช้ เอ่ยทักทายเขาเหมือนไม่รู้ว่าตัวเขาไม่ได้ทำผิดอะไรมา “ครับ มาแล้ว พ่อมีอะไรบอกมินมาดีกว่า ทำแบบนี้ไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย” พอเปิดประตูลงจากรถคุณหนูเอาแต่ใจก็กอดอก มองพูดเป็นพ่ออย่างไม่ไว้ใจ “เข้าไปคุยกันในบ้าน เรื่องเมื่อวันก่อน พ่อจะไม่ลงโทษมินก็แล้ว แต่มินต้องเข้าไปคุยกับพ่อข้างในบ้านเข้าใจไหม” เอกทัศน์เอ่ยปากสั่งลูกชายเพียงคนเดียวให้เข้าไปในบ้าน ทศเองก็เดินตามนายท่านไปเช่นกัน คุณหนูผู้เอาแต่ใจในวัยยี่สิบปีนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่มไขว่ขามอง เด็กรับใช้นำชามาเสิร์ฟ คนเป็นพ่อเห็นลูกชายเอาแต่ใจแบบนั้น ได้แต่ส่ายหน้ารัว ๆ “มีอะไรเหรอครับ” เอกทัศน์ถอนหายใจก่อนนั่งลงมองลูกชายที่ไม่ได้เจอหน้ามาหลายเดือน ครั้งก่อนบินไปหาก็นับว่าไอ้ลูกชายมันดูดีไม่น้อย ตั้งแต่ไปเรียนที่ต่างประเทศ ก็ไม่อยากกลับมา ไม่รู้มันเสียใจอะไรของมัน เมื่อก่อนตามตูดทศอย่างกับอะไรดี ตอนนี้กลับแทบไม่มองหน้ากัน “กลับมาแล้วก็ดี ตั้งใจเรียน” เอกทัศน์สั่งลูกชายเสียงเรียบ รู้อยู่ว่าผลการเรียนของลูกชายมันดีเยี่ยมขนาดไหน แต่ก็อดกังวลเรื่องชกต่อยไม่ได้ “ไม่ต้องน่า” “แล้วเรื่องต่อไป...ฉันจะให้ทศเป็นพี่เลี้ยงแก ทศจะทำทุกอย่าง ทั้งขับรถ ทั้งผู้ช่วย หรือ บอร์ดี้การ์ด แกมาอยู่เมืองไทย ฉันไม่ไว้ใจแก ไม่รู้ว่าแกจะไปก่อเรื่องที่ไหนอีก อีกอย่างทศจะได้ช่วยสอนงานแก อีกหน่อยแกต้องสืบทอดธุรกิจทุกอย่างต่อจากฉัน แล้วทศเป็นมือดีที่รู้ทุกอย่าง” “หะ อะไรนะ” มินอ้าปากค้างกับคำพูดยาวเหยียดของผู้เป็นพ่อ “อะไรนะ” มินยังไม่เชื่อหูถามทวนอีกรอบ หันไปมองคนที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงใด ๆ ราวกับเรื่องราวที่ออกมาจากปากของผู้เป็นพ่อ มีเพียงเขาเท่านั้นที่ยังไม่รู้ สวรรค์แกล้งไม่คิดเลยว่าเขาต้องมาใกล้คนใจร้ายคนนี้ “ทศจะเป็นพี่เลี้ยงแก” “คนแบบนั้นเป็นคนขับรถจะดีเสียกว่า...” มินเหลือกตามองทศเล็กน้อย ก็ยังเห็นเขาไม่ไหวติงเช่นเดิม “ใช่ ทศจะทำหน้าที่นั้นด้วย แกจะไปเที่ยวที่ไหน เขาจะขับรถให้แก พ่อไม่ไว้ใจแก ที่นี่ไม่ใช่เมืองนอกที่แกจะทำอะไรแล้ว พ่อจะไม่รู้” “รู้งี้ ผมน่าจะเรียนต่อที่นั่น ไม่น่ากลับมาไทยเลย” มินบ่น เท่าที่ฟังเหมือนตัวเองถูกจำกัดอิสรภาพในการใช้ชีวิต รถหรู ๆ มีตั้งหลายคัน ขับก็ไม่ได้ขับ แถมมีคนขับรถให้ มันสะดวกสบายก็จริง แต่ต้องตกอยู่ในสายตาของคู่นั้นของทศ แบบนั้นมันเรียกว่า น่าอึดอัดเสียมากกว่า “ตกลงหรือไม่ตกลง” “พ่อ....มีทางเลือกให้มินแค่นี้เองเหรอ มินขับรถเองเป็นเถอะ ไม่ต้องให้ทศตามมินทุกฝีก้าว มินไม่ได้เป็นนักโทษ” “ไม่ใช่นักโทษ แต่แกเป็นเด็กดื้อ ก่อคดี มีทศตามแกนะดีแล้ว เมื่อก่อนแกตามติดเขาบ่อย ๆ แล้วทำไมโตมากลับไม่ชอบเขาแล้วล่ะ” คำพูดของผู้เป็นพ่อทำให้หัวใจเขาเจ็บแปลบขึ้นมา ถูก เมื่อก่อนเขาชอบพี่ทศแค่ไหน ไม่มีใครรู้นอกจากตัวเขา แล้วเขาไม่อยากอยู่ใกล้คนใจร้ายผิดด้วยเหรอที่เขาไม่อยากให้หัวใจเจ็บมากไปกว่านี้ “ก็ตอนนี้ไม่ชอบ ไม่อยากอยู่ใกล้” “แต่แกต้องอยู่ใกล้ เกลียดอะไรเขานักหนาล่ะลูกหึ ไม่ชอบพี่เขาขนาดนั้นเลยเหรอ” คราวนี้พูดเป็นพ่อถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความห่วงใย สายตาของคนที่ผ่านโลกกว้างตวัดมองคนที่ยืนนิ่งก่อนจะยิ้มพราวขึ้นเล็กน้อย หันมองลูกชาย “เปล่าครับ ไม่ได้เกลียด” พอพ่อพูดมาแบบนั้น มินก็อดเม้มปากเอาไว้แน่น “ไม่เกลียด แกก็หัดเรียนรู้จากเขาซะ” เอกทัศน์บอก “ครับ” ท้ายที่สุดคุณหนูจอมหยิ่งก็ตกปากรับคำอย่างง่ายดายด้วยความจำยอม“คุณหนูรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา” ทศกลืนน้ำลายลงคอ จดจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตของคุณหนูมินจอมยั่ว “ไหนบอกว่าอยากจะเชื่อฟังเราทุกอย่าง” มินย้ำ “ผมเคยบอกแบบนั้นด้วยเหรอครับ” เขารับปากคุณท่านว่าจะช่วยงานคุณหนู แต่ไม่ได้รับปากคุณหนูว่าต้องมาทำหน้าที่บนเตียงด้วย นั่นมันนอกเหนือจากที่เขาตกลงกับนายท่าน แต่ถ้าเป็นความต้องการส่วนตัวเขาคงไม่ปฏิเสธเด็กขี้ยั่วตรงหน้า เขาอยากจะเอาให้ฟ้าเหลือง “แล้วไม่อยากนอนกับเราหรือไง หรือรังเกียจ แต่ถ้ารังเกียจก็ออกไปซะ” คุณหนูมินจอมหยิ่งพูดไปหัวใจก็เต้นแรงอยู่ภายในอก กลัวว่าเขาจะรังเกียจจริง ๆ แล้วเดินออกไป แบบนั้นมินก็คงไม่ต่างจากคนที่เที่ยวเร่ขายให้คนอื่น แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ แค่คิดก็ทำให้ความมั่นใจของมินหายวับในพริบตา “คุณหนูรู้ตัวบ้างไหมว่าพูดอะไรออกมา” “ทำไม แค่นี้จะนอนกับเราไม่ได้หรือไง รังเกียจเรานักเหรอ” “ผมไม่ได้รังเกียจครับคุณหนู แค่....” ทศกระเดาะปากเบา ๆ มินไม่เคยเห็นชายคนนี้อยู่ในอาการเช่นนี้มาก่อน ทศเหมือนเปลี่ยนไปราวกับคนละคน “ผมแค่กลัวคุณหนูเจ็บ
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” คำถามแรกที่ออกจากปากคุณหนูทันทีถึงรถ แล้วคุณหนูมินก็นั่งตากความเย็นภายในรถเรียบร้อยแล้ว “คุณรี่ครับ เขาเป็นคนที่ผมเคยเจรจาเมื่อหลายเดือนก่อนก็เท่านั้นครับ” ทศพยายามเลี่ยงคำตอบที่ส่อไปทางอื่น “คงไม่ได้เจรจากันอย่างเดียวสิท่า บนเตียงคงดีไม่น้อยล่ะสิ” ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ปากมันพูดออกไปแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามความรู้สึกของตัวเองเอาไว้แล้วแท้ ๆ ทศพูดไม่ออกเช่นกัน เพราะตัวเองก็เคยร่วมหลับนอนกับนางแบบสาวสวยคนนั้นเช่นกัน แต่มันก็เป็นเพียงความสัมพันธ์แบบชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้สานต่อความสัมพันธ์ใด ๆ แม้อีกฝ่ายจะพยายามเข้าหาเขาก็ตาม “ไม่ตอบแสดงว่าจริงสิท่า” มินย่นจมูกใส่ ผู้ชายเจ้าชู้ ผู้ชายใจร้าย มันน่าน้อยใจไหมล่ะ ตลอดเวลาที่เราเรียนที่อังกฤษ ทุกครั้งที่เขาพยายามมีความสัมพันธ์เหมือนเช่นคนอื่น ใบหน้าของผู้ชายใจร้ายคนนี้ก็ลอยมา “ครับ ผมเคยนอนกับคุณรี่ครับ แต่มันก็แค่นอนเท่านั้นครับ จากนั้นแล้วเลิกแล้วต่อกัน” สายตาคมกริบชำเลืองมองคุณหนูที่กอดอกใบหน้างอง้ำเหมือนโกรธใครสักคน ทศเห็นแบบ
“อยากจะบ้าตาย คนอะไรยิ่งหนียิ่งเจอ” ออกมาจากคฤหาสน์หลังโต คุณหนูก็บ่นอุบ เหมือนตัวเองยิ่งหนี คนใจร้ายก็ยิ่งเข้าใกล้เขาเข้ามาเรื่อย ๆ แล้วแบบนี้หัวใจที่อ่อนแอ และใจง่ายแค่กับเขาจะเหลืออะไรล่ะ ยังไม่ทันได้หายใจหายคอ คนใจร้ายก็เดินตามคุณหนูออกมา เห็นคุณหนูมองออกไปข้างนอกก็อดถามไม่ได้ “คุณหนูจะไปไหนครับ” ทศถามเมื่อเห็นคุณหนูมองออกข้างนอก รู้ดีว่าคุณหนูคงไม่อยากอยู่ที่นี่สักเท่าไหร่ และมีอีกหลายเรื่องที่คุณท่านมอบหมายให้เขาบอกเรื่องราวกับคุณหนูเอง เขาคิดหนักใจอยู่ไม่หาย ไม่รู้ว่าจะบอกคนเอาแต่ใจอย่างมินได้อย่างไร มินถึงจะรับฟัง แค่เห็นหน้าเขา คุณหนูก็เอือมระอาเต็มทีแล้ว ไม่รู้จากคุณหนูที่เคยรักเขาในเมื่อก่อน ตอนนี้ยังจะรักเขาอยู่เช่นเดิมหรือเปล่า “กลับคอนโด” คำตอบออกจากปากสีชมพูอ่อนน่าบดขยี้ มันก็เป็นเพียงความคิดของทศเท่านั้น เขามันแค่เด็กรับใช้ที่คุณท่านเก็บมาเลี้ยง ส่งเสียจนเรียนจบถึงระดับสูงสุด ได้ทำงานในตำแหน่งใหญ่ ๆ แต่เขาก็ยังอยากเป็นพี่เลี้ยงของคุณหนูผู้เอาแต่ใจคนนี้ “ผมไปส่งนะครับ” ทศหันไปถามคนเอาแต่ใจ ก็ได้รับคำตอบเป็
“กลับไปได้แล้ว...” สุดท้ายมินก็เป็นฝ่ายไล่คนใจร้ายให้ออกไป การกระทำเมื่อครู่ก็พิสูจน์แล้วว่าผู้ชายที่มินคิดถึงมาตลอดหลายปีรังเกียจเขาขนาดไหน ทศได้แต่พยักหน้าแล้วหันหลังเดินออกไปจากห้อง วันนี้คงต้องรอให้คุณหนูใจเย็นเสียก่อน เขาถึงค่อยอธิบายทุกอย่าง คนอะไรเอาแต่ใจตัวเองมาตั้งแต่เด็ก โตมาก็ยังคงเอาแต่ใจอยู่วันยังค่ำ เรื่องราวการกลับมาของคุณหนูผู้เอาแต่ใจอย่างมินก็ถึงหูผู้เป็นพ่อในทันทีของค่ำคืนทีที่เผลอก่อเรื่องก่อราว จนพ่อต้องโทรมามินจนสายแทบไหม้ มินเองที่ไม่อยากจะรับ สุดท้ายก็ต้องรับสาย สุดท้ายก็เดินทางกลับไปบ้านหลังใหญ่ที่มินไม่อยากจะไปสักเท่าไหร่ แล้วคุณเอกทัศน์ส่งให้ทศมารับเขาไปที่บ้าน แม้ว่ามินเองไม่อยากเจอหน้าทศเลยสักนิด เรื่องเมื่อคืนมันทำให้เขารู้สึกรังเกียจตัวเอง แต่การเจอหน้าเขาอีกครั้งเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ภายในรถเงียบ ไม่รู้ว่ามินจะพูดอย่างไร ตัวของทศเองก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไป เพราะตั้งแต่ขึ้นรถมาคุณหนูไม่ยอมพูดกับเขาสักคำเดียว “มาถึงแล้วเหรอ” ไม่คิดเลยว่าการกลับบ้านครั้งนี้ จะแตกต
หลังจากขับรถมาส่งคุณหนูถึงคอนโด มินก็สั่งให้คนขับรถคนพิเศษไม่ต้องตามเขาขึ้นไป เขาดูแลตัวเองได้ เขาไม่อยากให้หัวใจตัวเองหวั่นไหวไปมากกว่านี้ คนบ้า รู้ทั้งรู้ว่าเขาชอบยังจะมาวนเวียนให้หัวใจต้องมาเจ็บเล่น ๆ อีก “ไม่ได้ครับ ผมทำตามคำสั่งของคุณท่าน” การปฏิเสธเสียงแข็งของคนขับรถทำให้มินต้องย่นจมูกใส่ ก่อนเดินปัดตูดขึ้นห้อง และมีร่างใหญ่เดินตาม “อยากทำอะไรก็ทำ” แม้จะบอกตัวเองว่าห้ามพูดกับคนใจร้ายคนนี้อีก เหมือนหัวใจของมินจะไม่เชื่อฟังสมองเลยสักนิด ทศ ผู้ชายใจร้ายคนนี้ไม่รู้เลยว่า....เขาต้องทรมานกับการพยายามตัดใจจากเขามากเท่าไหร่ หัวใจมันก็ยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น มินใช้คีย์การ์ดแตะเพื่อเปิดประตู ก่อนจะเดินนำเข้ามาในห้องสะอาดสะอาด ทศ ไม่อยากจะบอกว่าตัวเองก็มีคีย์การ์ดสำรองสำหรับห้องนี้เหมือนกัน เขาไม่อยากบอกคุณหนูว่า ทุกครั้งที่เขาคิดถึงใบหน้าแสนดื้อรั้นของคุณหนูเขามักมาที่นี่ พร้อมกับให้แม่บ้านมาทำความสะอาดอยู่เสมอ รอวันที่คุณหนูคนดีของเขากลับมา... “อยากทำอะไรก็ทำ เราจะพักผ่อน” บอกแบบนั้นก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาด้วยความ
“คุณ!” มินร้องออกมาด้วยความตกใจ “ขอโทษด้วยนะครับ ไม่คิดอยากจะทำให้คุณตกใจ แค่ผมสนใจคุณเท่านั้น!” ชายคนนี้ช่างปากตรงกับใจเสียเหลือเกิน ถึงหน้าตาหมอนี่จะดูหล่อไม่น้อย แต่ความรู้สึกอยาก หรือ ต้องการอะไรพวกนั้นของเขาแทบปลุกไม่ขึ้น พอคิดจะจูบกับใครใบหน้าของคนคนนั้นก็ลอยมา มินเองที่ต้องทนทุกข์กับความรู้สึกแบบนี้อยู่ฝ่ายเดียว จนบางครั้งต้องช่วยตัวเอง.... ความทรมานของมินมีใครรับรู้บ้าง.... “ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้สนใจคุณ” ใบหน้าหล่อร้ายออกแนวกวนไปทุกคนก็ทำแบะปากใส่ เบือนหน้าหนี ยิ่งทำให้ชายหนุ่มที่มีความมั่นใจล้นเหลือ ความมั่นใจดับวูบ ไม่คิดว่าหนุ่มน้อยหน้าตาดีคนนี้จะกล้าปฏิเสธเขา แล้วดูเดินก้นเด้ง ๆ แบบนั้น ทำให้เขามันเขี้ยวเสียเหลือเกิน หมับ! มือหนาคว้าหมับที่ก้นกลม ๆ ของมิน มินหยุดชะงักเหมือนไฟฟ้าช็อต ความกรุ่นโกรธแล่นปรี๊ดขึ้นหน้า หันขวับไปหาผู้ชายที่กล้ามาแตะตัวเขา “สัสเอ้ย...มึงจับก้นกูทำไม” ผลั๊วะ! ใครจะไปคิดว่าคุณหนูอย่างมินจะเก่งเรื่องชกต่อยขนาดนี้ ลืมบอกไปว่า ตอนที่เขาเรียนอยู่ที่อังกฤษ แก๊งของเขาม







