مشاركة

คุ้มครอง...3/2

last update تاريخ النشر: 2026-05-06 21:35:05

เมื่อแม่บ้านซินเข้าไปดูหญิงสาวอีกครั้งจึงได้เก็บสำรับอาหารออกมาด้วย ในชามชุปไก่ตุ๋นเหลือเพียงน้ำใสๆ ติดก้นถ้วยเท่านั้น แม่บ้านซิน ซึ่งอดีตเคยเป็นคนสนิทของมารดาชายหนุ่ม และนางก็เป็นคนไทยเหมือนกัน เมื่อมารดาของเขาจากไปนางจึงได้รับหน้าที่ดูแลเขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“เธอทานอาหารหมดเกลี้ยงเลยค่ะคุณปรานต์”

“อืม”

เขาครางตอบรับโดยไม่เงยหน้ามอง จากนั้นแม่บ้านซินก็ได้เดินออกไปจากห้องเมื่อหมดหน้าที่ ครานี้ใบหน้าที่ก้มต่ำอยู่กับเอกสารบนโต๊ะจึงได้เงยหน้าขึ้นพร้อมกับอาการระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ทิ้งแผ่นหลังลงไปกับพนักเก้าอี้ในท่าทางทางผ่อนคลาย หากแต่ดวงตามองเหม่อสีหน้าคล้ายมีเรื่องให้ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา

ปรานต์ธรเดินกลับเข้ามาดูหญิงสาวอีกครั้งก็เห็นว่าเธอไปนั่งกอดเข่าอยู่ที่มุมเดิมในท่าทางเศร้าสร้อย แม้คราวนี้เขาจะเดินเข้ามาใกล้เธออย่างไม่เบาเสียงนัก แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมหันกลับมามองหน้าเขาเลย เสมือนว่าไม่รับรู้ถึงสิ่งใดกระนั้น ชายหนุ่มจึงใช้ช่วงเวลานี้พิจารณาเธอคนนี้เมื่อ 15 ปีก่อนเขาเคยมีความรู้สึกเอ็นดูเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ ถึงขนาดยอมให้กำไลหยกของมารดาเป็นของขวัญในวันที่ทำความรู้จักกัน แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดฝันมันก็ได้เกิดขึ้นและเข้ามาเปลี่ยนความรู้สึกที่เขามีต่อเธอไปอย่างสิ้นเชิง ความเอื้อเอ็นดูที่อาจจะถูกสานต่อกลายเป็นความรู้สึกอย่างอื่นที่ลึกซึ้งขึ้นกลับกลายเป็นความโกรธเคือง เจ็บแค้นมาฉาบเคลือบไว้ และกดความรู้สึกดีๆ นั้นไว้ให้อยู่ลึกสุดข้างในใจ โดยไม่อาจเผย

แววตาคมกล้านั้นได้ทอดแววอ่อนแสงลงชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกระด้างดังเดิมยามเมื่อเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น

“มะรืน ผมจะพาคุณกลับไปร่ำลาร่างที่ไร้วิญญาณของพ่อคุณ”

ไร้สุ้มเสียงตอบรับกลับมา หากแต่เขาเห็นปฏิกิริยาที่หญิงสาวแสดงตอบ นั่นคือการกอดรัดตัวเองแน่นขึ้นจนปลายนิ้วจิกลงบนผิวเนื้อพร้อมกับอาการสะอื้นที่เจ้าตัวพยายามสะกดเสียงไว้

“ก่อนจะถึงวันนั้นคุณก็อยู่ที่นี่ก่อน ถึงตอนเดินทางผมจะมารับ”

กล่าวจบร่างสูงในชุดสีดำดั่งบุตรของพญามัจจุราชก็ได้เดินจากไป เขาหยุดฝีเท้าไว้ก่อนจะถึงบานประตูเพื่อหันกลับมาดูเธออีกครั้ง เห็นไหล่บอบบางสั่นไหวแรงขึ้นและเสียงร้องไห้อย่างสุดที่จะกลั้นเบาๆ

โชติกาได้แต่เก็บตัวอยู่ในห้องนั้นโดยที่ไม่ได้พบหน้าเขาอีกเลย กระเป๋าเดินทางที่มีเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวของเธอถูกนำเข้ามาให้เพื่อใช้ผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย หากแต่อุปกรณ์ที่สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ อย่างเช่นโทรศัพท์มือถือ และเครื่องแมคบุ๊กของเธอถูกคนของเขายึดไว้

จนเมื่อกลางดึกของคืนวันที่สาม ในขณะที่โชติกานอนหลับไหลอยู่ในห้วงนิทราที่จมลึกก็ได้มีใครคนหนึ่งเดินฝ่าความสลัวรางเข้ามาในห้องนอนแล้วอุ้มตัวเธอขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนโดยที่หญิงสาวไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย อาจเพราะฤทธิ์ของยานอนหลับที่ผสมอยู่ในน้ำดื่มแก้วนั้นที่เธอดื่มเข้าไป

ดวงตาคมปลาบจ้องมองใบหน้านวลที่เห็นแบบรางๆ ใต้แสงของดวงจันทราที่สาดส่องด้วยแววตาที่อ่านความรู้สึกไม่ออกเพียงอึดใจก่อนจะพาร่างของหญิงสาวเดินออกไปขึ้นรถที่จอดรอไว้ ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่สนามบิน โดยที่เขากำลังจะพาเธอกลับไปยังประเทศไทยโดยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว

ครั้นเมื่อโชติการู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งเธอก็ได้มาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย และหญิงสาวก็รู้สึกได้ว่าเตียงที่เธอนอนเมื่อคืนนี้กับเตียงที่เธอตื่นขึ้นมามันไม่ใช่ผืนเตียงเดียวกัน สิ่งแรกที่เห็นคือมันเป็นเตียงสีน้ำเงินเข้มและบรรยากาศโดยทั่วห้องก็ต่างออกไป เฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งอยู่ภายในห้องจากโทนสีสว่างตาถูกเปลี่ยนเป็นสีเข้มเกือบทั้งหมด

หญิงสาวรู้สึกตกใจกับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ หวาดกลัวว่าเขาทำอะไรกับเธออีกจึงรีบรุดลงจากเตียงแล้วเดินไปเปิดประตูที่เชื่อมต่อกับคนข้างนอก ก่อนที่เธอจะเห็นร่างสูงใหญ่ที่เริ่มคุ้นชินในสายตานั่งหันหลังอยู่ตรงโซฟาตัวสีเข้มลักษณะครึ่งวงกลม อีกฝ่ายก็คล้ายจะรับรู้ได้ว่าเธอรู้สึกตัวแล้วจึงได้หันกลับไปมอง ก็พบกับสีหน้าที่กำลังฉายแววสับสนของเธอในตอนนี้

เขายิ้มที่มุมปากแวบหนึ่งก่อนน้ำเสียงทุ้มที่แฝงไว้ด้วยความเย็นชาดังเดิมจะเอ่ยขึ้นว่า

“ตื่นแล้วเหรอ หลับสบายดีมั้ย”

“คุณพาฉันมาไว้ที่ไหน”

ท่าทางของหญิงสาวดูไม่ไว้วางใจเขาเป็นอย่างมาก

“ก็ดูเองสิ ว่าที่ไหน”

โชติกายืนลังเลอยู่อีกอึดใจก็เดินไปที่ผนังกระจกที่อยู่อีกด้านของห้อง เธอกวาดสายตามองไปยังตึกสูงต่ำที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าก่อนจะเห็นแผ่นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงนั้น แล้วก็ได้เห็นว่าตัวอักษรที่เขียนอยู่บนแผ่นป้ายเป็นภาษาไทย

‘นี่ตอนนี้เราอยู่ที่ประเทศไทยแล้วเหรอ’

เธอทั้งรู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่ได้กลับมายังประเทศบ้านเกิดขณะเดียวกันหัวใจที่กำลังพองโตก็กลับห่อเหี่ยวลงทันใดเหมือนมีของแหลมคมพุ่งมาชนเข้าอย่างจัง เมื่อคิดถึงเรื่องของบิดา ดวงตากลมใสเริ่มมีน้ำขึ้นมาคลอๆ ก่อนจะยกมือขึ้นปาดมันออกแล้วเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดกลับไปหาเขา เอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อยออกมาว่า

“ฉันจะไปหาคุณพ่อ”

“กินอะไรก่อนสิ เดี๋ยวผมจะพาไป อาหารวางอยู่บนโต๊ะ”

ชายหนุ่มตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบโทนเดิม ดูเย็นชาอย่างไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น

หลังจากจัดการอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้วโชติกาก็ได้เลือกเสื้อผ้าสีขาวออกมาสวมใส่ เพราะเธอยังไม่เชื่อว่าบิดาของตัวเองได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อยังไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง ทำให้ชายหนุ่มมองเธอด้วยแววตาเยาะหยันพร้อมกับเดินเข้ามาเอ่ยวาจาเชือดเฉือนก่อนจะพาออกไป

“ผมบอกคุณแล้วนะว่า ต่อจากนี้มีผมคนเดียวเท่านั้นที่จะคุ้มครองคุณได้ ถ้าไม่อยากถูกใครมาจับตัวไปขายละก็ อย่าคิดหนีไปไหน เพราะจากวันนี้ไปไม่มีพ่อของคุณอีกแล้ว”

ทุกคำพูดที่เขาเอ่ยออกมาล้วนสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้แก่เธอจนแทบทนไม่ไหว หากหญิงสาวก็พยายามกล้ำกลืนฝืนทนมันเอาไว้ ต่อจากนี้ถ้าไม่มีพ่อแล้วเธอก็ต้องเข้มแข็ง

^

^

^

***โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยน้า

ส่งกำลังใจมาในรูปแบบคอมเมนต์ให้มนสิหน่อยนะค้าาาา รออ่านยู้วววว ขอบคุณค่า

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สารภาพร้าย   เขาเป็นผู้กำหนด...6/1

    วันนี้เดิมทีปรานต์ธรต้องออกไปทำงาน ทว่าเขาตื่นสายกว่าปกติจึงตัดสินใจไม่เข้าบริษัท และได้โทรบอกให้พัสสนนำงานที่ค้างมาให้เขาตรวจดูที่คอนโด เมื่อพัสสนเข้ามาภายในห้องผู้บริหารของบริษัท ลี โลจิสติกส์ อีกทั้งยังเป็นเพื่อนของเขาด้วยชายหนุ่มจึงทำตัวปกติ พูดคุยกับปรานต์ธรอย่างผ่อนคลายเป็นกันเองเมื่อไม่ได้อยู่ต่อหน้าพนักงานคนอื่นครั้นเมื่อหมดธุระและเขากำลังจะกลับเข้าบริษัทอีกครั้งในช่วงบ่ายก็บังเอิญได้พบกับโชติกาที่เปิดประตูออกมาจากห้องหนังสือ หญิงสาวเองก็ได้พบกับผู้ชายแปลกหน้าที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ในแววตาฉายความตกใจเล็กน้อย“เอ่อ คือ คุณอยู่ที่นี่เหรอครับ”พัสสนเอ่ยถามกับหญิงสาวในน้ำเสียงสุภาพ มอบรอยยิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะหันกลับไปยิ้มกรุ้มกริ่มกับใครอีกคนที่เดินหน้าเข้มเข้ามาใกล้โชติกายังไม่ทันได้ตอบคำถามนั้น พัสสนก็หันมายิ้มกับเธอแล้วเอ่ยต่อ“ผมชื่อพัสนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ...”ชายหนุ่มหยุดพูดเพื่อให้หญิงสาวแนะนำตัวเองกับเขา ฝ่ายหญิงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาว่า“ชาร์มค่ะ”“คุณชาร์ม ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณเป็นคนไทยเหรอครับ”“ใช่ค่ะ ฉันเป็นคนไทย”พัสสนคิดว่าสาวสวยคนนี้เป็นผู้หญ

  • สารภาพร้าย   คิดลึก...5/2

    ปรานต์ธรเองก็ไม่รอช้าเขาจัดการดึงปมเชือกที่ผูกรัดเอวหญิงสาวพร้อมกับถอดมันให้หลุดออกจากตัวเธอ ทันทีที่เสื้อคลุมร่วงหลุดลงมากองที่ปลายเท้าชายหนุ่มก็ดันร่างของเธอให้เอนลงไปนอนบนเตียงพร้อมกับร่างของเขาตามทาบทับลงมา ความกระสันซ่านที่กำลังปั่นป่วนอยู่ภายในทำให้เขาอยากทำอะไรบางอย่างกับเธอในสิ่งที่เขาไม่ยอมทำให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน เมื่อร่างกายเธอเป็นของเขาแล้วทำไมเขาจะแตะต้องส่วนอื่นของเธอด้วยเรียวลิ้นไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่เขาควรปรนเปรอให้เธอด้วยไม่ใช่หรือเพื่อเป็นการไม่เอาเปรียบคู่นอนโชติกาเบี่ยงใบหน้าซุกลงกับหมอนพร้อมกับหลับตาลงเมื่อหัวเข่าที่ตั้งชันของเธอทั้งสองข้างถูกฝ่ามือของเขาดันให้แยกออกจากกันกว้าง ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นกับความซ่านสยิวแม้ว่าเขาจะยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ตาม มันคงจะเป็นเหมือนกับเมื่อคืนที่ปรานต์ธรไม่ได้อยากแตะเนื้อต้องตัวส่วนอื่นของเธอนอกจากปลดปล่อยอารมณ์ของเขาให้มันเสร็จๆ แต่ทว่านาทีต่อมาหญิงสาวกลับรู้สึกถึงสายลมอุ่นๆ ที่รินรดอยู่ตรงกลางหว่างขาเธอตอนนี้ และเมื่อผงกศีรษะขึ้นมองก็เห็นว่าใบหน้าของเขากำลังจดจ่ออยู่ตรงส่วนนั้นของเธอเขาเองก็คล้ายว่าพยายามบังคับใจตัวเองอยู่เหมือนกั

  • สารภาพร้าย   คิดลึก...5/1

    หลังจากผ่านการมีความสัมพันธ์ทางกายกันมาแล้ว ใช่ว่าปรานต์ธรจะมีท่าทีเปลี่ยนไป เขายังคงปฏิบัติต่อเธอดังเดิม มีความเย็นชาเคลือบไว้อยู่แบบไหนก็แบบนั้นไม่มีท่าทีอ่อนลง บางครั้งเมื่อมีโอกาสพูดจาให้เธอเจ็บช้ำใจเขาก็พูดมันขึ้นมาโดยไม่นึกถึงจิตใจของเธอ เขาไม่ได้ใช้งานเธอให้ทำอย่างอื่นเลยนอกจากเรื่องบนเตียง เมื่อถึงเวลาที่ต้องกินก็มีแม่บ้านคอยจัดเตรียมอาหารมาวางไว้บนโต๊ะให้เสร็จสรรพ การงานอย่างอื่นไม่ต้องหยิบจับให้มือสากกระด้าง ยามเมื่อเขาเสร็จกิจก็เป็นฝ่ายเดินออกไปจากห้องโดยไม่มีคำพูดใดๆ เอื้อนเอ่ยออกมาเป็นการปลอบประโลมใจหญิงสาวเลยแม้เพียงนิดในตอนพลบค่ำหลังจากที่ร่วมรับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยปรานต์ธรได้เดินแยกออกไปนั่งทำงานอยู่ที่มุมส่วนตัวของเขา ส่วนตัวเธอก็ไปนั่งอ่านหนังสือในอีกห้องหนึ่งโดยไม่ให้ความสนใจอะไรกับเขาอีก เมื่อหญิงสาวเดินออกมาจากห้องนั้นเพื่อจะเข้าไปในห้องนอนส่วนตัว เธอบังเอิญได้ยินเสียงชายหนุ่มคุยโทรศัพท์กับใครคนหนึ่ง น้ำเสียงที่ก้องออกมาจากลำโพงสมาร์ตโฟนที่เขาถืออยู่ในมือแจ่มชัดว่าเป็นเสียงของผู้หญิง ซึ่งกำลังพูดจาสื่อสารโต้ตอบกันโดยใช้ภาษาจีนโชติกาที่เคยเรียนรู้ภาษาจีนม

  • สารภาพร้าย   นางบำเรอชั่วคราว...4/4

    จากวันนี้ไปนอกจากคุณพัสสน หนุ่มหล่อสไตล์เกาหลีตี๋นิยม แว่นสายตาที่เขาสวมใสปิดบังแววตาที่เฉียบคมนั้นทำให้ชายหนุ่มดูเป็นคนสุขุมลุ่มลึกตอนนี้เขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งอายุก็รุ่นราวคราวเดียวกับซีอีโอหนุ่ม และแน่นอนว่านับจากนี้สาวๆ ในบริษัทก็จะมีอาหารตาให้มองเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน บางคนถึงกับเอาไปเปรียบเทียบว่าระหว่างผู้จัดการหล่อตี๋ กับซีอีโอหนุ่มใครจะน่ากินมากกว่ากัน และผลคะแนนก็ออกมาสูสีกินกันไม่ลงในเรื่องความหล่อเหลาดูดีของผู้ชายทั้งสองคนนั้น โดยที่ทางฝ่ายปรานต์ธรชนะคะแนนจากสาวๆ ทั้งสิบไป 6:4 คะแนนปรานต์ธรพูดคุยหารือเรื่องงานกับพัสสน ผู้ซึ่งมีความสนิทสนมกับชายหนุ่มมากพอสมควรเพราะทั้งสองเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยที่พัสสนเรียนอยู่ที่ฮ่องกง ก่อนจะเข้ามาทำงานในบริษัทด้านการขนส่งแห่งนี้เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ร่างสูงสง่าก็ก้าวออกมาพร้อมกับถอดเสื้อสูทพาดไว้บนเคาน์เตอร์บาร์ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่บ้านเข้ามาจัดการนำไปแขวนไว้ให้เรียบร้อย มือหนายกขึ้นขยับปมเนกไทให้หลวมเล็กน้อย พร้อมกับปลดกระดุมตรงแขนเสื้อแล้วพับขึ้นมาอยู่ใต้บริเวณข้อศอกเพื่อความคล่องตัว ยามเมื่อเขาเดินเข้าม

  • สารภาพร้าย   นางบำเรอชั่วคราว...4/3

    ในตอนที่หญิงสาวนอนหลับไปอย่างเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย ก่อนฟ้าจะสางชายหนุ่มก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เขานอนจ้องหน้าหญิงสาวอยู่เป็นนานด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบอกตัวเองได้ ก่อนจะตัดสินใจลุกเดินออกไปจากห้องทิ้งให้เธอนอนอยู่ตามลำพังครั้นเมื่อโชติการู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายจัดของวันก็รู้สึกถึงความปวดเมื่อยไปทั่วร่างกายและปวดแปลบบริเวณส่วนนั้นที่ถูกลำกายซึ่งไร้กระดูกหากแต่แข็งแกร่งเสียดสีอยู่ข้างในอย่างไม่ยอมถอดถอนออกมาโดยง่าย ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วนับจากนี้เป็นต้นไป ทั้งอิสรภาพที่ถูกจำกัด ร่างกายที่ต้องรักษาไว้เพื่อเป็นเครื่องบำเรอให้แก่ชายคนนั้น ผู้ซึ่งเป็นผู้ชายคนแรกที่เข้ามามีสัมพันธ์ลึกซึ้งทางกาย ทำให้เธอรู้รสความสุขสันต์รัญจวนที่เกิดขึ้นขณะเมื่อร่างกายถูกโลมเล้าจากทั้งมืออันหนานุ่มรวมถึงริมฝีปากและปลายลิ้นอุ่นชื้นของเขาที่ลากไล้ไปเกือบทุกอณูของร่างกายเธอ มันทั้งตื่นเต้น หวาดกลัว ต่อมาก็แปรเปลี่ยนเป็นความซ่านเสียว รัญจวนใจอย่างถึงที่สุดจนหลงลืมความเป็นตัวของตัวเองไปชั่วขณะเธอจดจำไม่ได้เลยว่าเมื่อคืนนี้ได้ผวาร้องครางครวญให้เขาฟังกี่ครั้งในตอนที่รู้สึกว่ามีบางอย่างแตกซ่านอยู่ข้าง

  • สารภาพร้าย   นางบำเรอชั่วคราว...4/2

    ทว่านาทีต่อมาเธอก็ต้องลืมตามองดู เมื่อรู้สึกว่าข้อเท้าเรียวทั้งสองข้างถูกจับไว้ ทันใดนั้นก็ถูกเขาจับมันแยกออกจากกันกว้างจนเธอรู้สึกถึงไอเย็นจากอากาศภายในห้องแต่ในร่างกายกลับยิ่งรุ่มร้อนปรานต์ธรเมื่อได้เห็นความงามของอิสตรีนางนี้อย่างชัดเจนเขาก็แทบจะเก็บความหิวกระหายในตัวเธอไว้ไม่อยู่ ไม่อยากจับร่างนั้นมากระแทกกระทั้นอย่างที่ใจมันอยากทำในครั้งแรก แต่เขาจะค่อยๆ เพิ่มระดับลีลาที่ร้อนแรงให้กับเธอขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มขยับเข้ามานั่งอยู่ตรงกลางช่องว่างพร้อมกับลำกายที่ผงาดอย่างเต็มที่ โชติกาไม่กล้าแม้แต่จะมองมัน หากเธอก็สามารถรับรู้ถึงความใหญ่โตและแข็งแกร่งผ่านสัมผัสที่เขากำลังใช้มันถูไถกับกลีบเนื้อที่อ่อนนุ่มของเธออยู่ทันทีที่เนื้อสัมผัสเนื้อความเสียวซ่านก็วิ่งพล่านไปทั่วร่างอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้น ร่างบางเปลือยเปล่าไม่อาจทานทนต่อฤทธิ์เสน่หาเธอขยับสะโพกเบาๆ ตามการเสียดสีของเขา พยายามกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือดเพื่อไม่ให้หลุดเสียงครวญครางออกมา ในขณะที่คนกระทำก็นิ่วหน้าสูดลมหายใจแรงจนเกิดเสียงอื้ออ้าให้ได้ยิน“อืมม์...”มือเรียวที่กอบกุมฐานทรวงอวบอิ่มปัดป่ายหาสิ่งยึดเกาะ ก่อนจะขยุ้มหมอนหนุนใต้ศีร

  • สารภาพร้าย   นางบำเรอชั่วคราว...4/1

    ทว่านาทีต่อมาเธอก็ต้องลืมตามองดู เมื่อรู้สึกว่าข้อเท้าเรียวทั้งสองข้างถูกจับไว้ ทันใดนั้นก็ถูกเขาจับมันแยกออกจากกันกว้างจนเธอรู้สึกถึงไอเย็นจากอากาศภายในห้องแต่ในร่างกายกลับยิ่งรุ่มร้อนปรานต์ธรเมื่อได้เห็นความงามของอิสตรีนางนี้อย่างชัดเจนเขาก็แทบจะเก็บความหิวกระหายในตัวเธอไว้ไม่อยู่ ไม่อยากจับร่าง

  • สารภาพร้าย   คุ้มครอง...3/4

    เขาส่งเสียงเรียกอีกครั้งแล้วรอดูปฏิกิริยาอยู่เพียงอึดใจเดียวเท่านั้น ดวงตาคมปลาบก็สาดแสงแรงกล้าขึ้นมายามมองดูบานประตูห้องน้ำที่ทำด้วยวัสดุราคาแพงค่อนข้างแข็งแรงและทนทาน หากมันก็คงจะไม่ทานทนกับแรงกระแทกหนักๆ ซ้ำๆ เท่าไหร่นัก เมื่อตัดสินใจปรานต์ธรก็รวบรวมพละกำลังทั้งหมดยกเท้าถีบบานประตูจนสุดแรง ครั้ง

  • สารภาพร้าย   คุ้มครอง...3/3

    รถตู้คันสีดำที่หญิงสาวนั่งมากับเขาเคลื่อนเข้ามาจอดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เมื่อได้รับแจ้งจากทางญาติว่าจะมารับศพของนายชาติชาย เมธาวัฒน์ เจ้าหน้าที่ทางห้องเก็บศพก็พาชายหนุ่มและหญิงสาวไปดูศพของผู้เสียชีวิต โชติกาแทบจะยืนไม่ไหว ก้าวขาแทบไม่ออก เมื่อสิ่งที่เธอพยายามหลีกหนีนั้นสุดท้ายแล้วมันก็เป็นเรื่องจริ

  • สารภาพร้าย   คุ้มครอง...3/1

    ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา แม่บ้านซินได้เข้าไปดูโชติกาในห้องนอนอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้หญิงสาวรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมานางจึงนำอาหารเข้าไปให้รับประทานในห้องนอน หากแต่ครู่ต่อมาแม่บ้านซินเดินเข้าไปรายงานปรานต์ธรที่นั่งคุยกับพ่อบ้านจางอยู่ในห้องทำงานว่า“ผู้หญิงคนนั้นเธอไม่ยอมทานอะไรเลยค่ะคุณปรานต์ ดิฉันพยา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status