Mag-log inตอนที่ 5ขอบคุณจากใจจริง
“ชาลิสา อาจารย์ที่ปรึกษาเรียก” ฉันที่นั่งรอเซ็นต์เอกสารอยู่หน้าห้องพักครู และกำลังคิดอะไรเพลินๆ ถึงกับสะดุ้งเพราะถูกเรียกให้เข้าไปข้างใน เรื่องของเรื่อง ก็อย่างที่บอก ฉันต้องการซิ่วไปคณะอื่น กะว่าจะย้ายมหาลัยด้วยเลย อีกอย่าง มหาลัยใหม่ที่จะย้ายไป ก็อยู่ใกล้บ้านด้วย จะได้ไม่ต้องเช่าหอ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ตั้งเยอะ
“อ้าว ออทัมน์ มาพอดีเลย ช่วยอาจารย์หน่อย” หืม...ในขณะที่ฉันกำลังเซ็นต์เอกสารที่โต๊ะอาจารย์ ก็สะดุ้ง เพราะได้ยินชื่อ ที่ไม่อยากได้ยิน พอหันหลังกลับไปดูเท่านั้นแหละ ใจตกไปที่ตาตุ่ม รุ่นพี่ออทัมน์ยืนอยู่ข้างหลัง ให้ตายเถอะ จะบ้า! มาได้ไง หนียังไงก็หนีไม่พ้นจริงๆ
“สแกนเอกสารให้ที”
“ไม่ทำเองล่ะคะ”
“หน่านะ ช่วงนี้ งานยุ่งมาก” ดูเหมือนว่ารุ่นพี่จะสนิทสนมกับอาจารย์ที่ปรึกษาฉัน ก็ไม่แปลก บ้านรวย แถมเป็นถึงดาวมหาลัย ก็ต้องรู้จักคนเยอะแยะมากมาย เป็นธรรมดา เผลอๆ เป็นเจ้าของมหาลัยนี้ด้วยเลยมั้ง
“ทำไมถึงอยากซิ่วล่ะ ที่นี่ ไม่ดีหรอ” อาจารย์ที่ปรึกษาถาม ฉันกำลังจะตอบแต่คนข้างๆ กลับทำให้เสียสมาธิ รุ่นพี่ออทัมน์ คู่อริ จู่ๆ ก็ลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ ฉัน แถมยังทำสีหน้าเหมือนคนตั้งใจรอฟังคำตอบมาก เล่นเอาฉันตัวเกร็งจนทำอะไรไม่ถูก
“อยากไปเรียนใกล้บ้านค่ะ”
“หรอ ไม่ได้หนีใครบางคนนะ” ห๊า! รุ่นพี่ พูดแทรกขึ้นมาระหว่างการสนทนาของฉันกับอาจารย์ที่ปรึกษา ไม่มีมารยาทจริงๆ
“ป่าวคะ ทำไมต้องหนี” ฉันสวนกลับทันควัน ทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาหันมองหน้าพี่ออทัมน์ สลับกับมองหน้าฉันด้วยสายตาหวาดละแวง ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
“ยังไง ยังไง สองคนนนี้มีซัมติงกันหรอ” ฉันเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่อยากจะมองใบหน้าสวยๆ นั้นด้วยซ้ำ ยิ่งมองก็ยิ่งเจ็บ จากนั้น ฉันไม่พูดอะไรอีก รีบเซ็นต์เอกสารทำเรื่องซิ่วจนเสร็จ ก่อนจะออกมาจากห้องนั้น ไม่อยากอยู่นานเบื่อขี้หน้าใครบางคน
ลาก่อน รุ่นพี่ ขอบคุณที่เลี้ยงข้าวในวันนั้น ขอบคุณที่คอยปกป้อง ดูแล ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ที่มีให้ แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่หนูก็มีความสุขมากนะ รุ่นพี่ ยังรักผู้หญิงคนนั้น ยังไงก็ขอให้รักกันไปนานๆ ขอให้สมหวัง ทุกสิ่งทุกอย่าง เอาจริงๆ หนูไม่มีสิทธิ์ไปโกรธ ไปเกลียดพี่ด้วยซ้ำ เพราะคนที่หนูควรโกรธ ควรเกลีดคือตัวหนูเองต่างหาก สมน้ำหน้าอี ชานม มึงมันใจง่ายเกินไป จำไว้ เป็นบทเรียนนะ ต่อจากนี้ อย่าไปใจง่ายกับใครอีก ทำใจให้แกร่งเหมือนหินเข้าไว้
“ต๊อก ต๊อก ต๊อก” ฉันที่เดินอยู่ริมฟุตบาท ทางเดินในมหาลัย พร้อมกับคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย แต่ต้องหยุดชะงักเพราะได้ยินเหมือนฝีเท้าใครบางคน ที่กำลังเดินประกบหลังมาติดๆ พอหันหลังกลับไปดู เท่านั้นแหละ ตกใจยิ่งกว่าเห็นผี
“รุ่นพี่!” รุ่นพี่ออทัมน์เดินตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่าบอกนะว่าตั้งแต่ที่ฉันเดินออกมาจากตึกคณะ ให้ตายเถอะ แล้วตามมาเพื่ออะไร จะตามมาสมน้ำหน้าหรอ
“ตามมาทำไม” รุ่นพี่ไม่ตอบคำถาม แต่กลับก้าวเข้ามาใกล้ฉันหนึ่งก้าว มันทำให้ฉันต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่ง ดูเหมือนเขาจะไม่หยุดอยู่แค่นั้น รุ่นพี่ก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว ส่วนฉันก้าวถอยหลังไปสอง
“อร้ายยย....” โอ้ยยยย เจ็บชะมัด ฉันดันก้าวพลาดถอยหลังไปสะดุดก้อนหินทำให้ล้มไม่เป็นท่า เจ็บก้นฉิบเป๋ง ส่วนรุ่นพี่ ยืนดูหน้าตาเฉย คนแร้งน้ำใจ ไปให้พ้น
“ลุกขึ้นมา” รุ่นพี่เอื้อมมือมาให้จับ แต่ฉันไม่สนใจทำเหมือนเขาเป็นอากาศ พยายามประคองร่างตัวเองขึ้นมาจากพื้น เฮ้ออ...ซวยแล้ว ทำไงดี รู้สึกเหมือนข้อเท้าจะพลิก ฉันเดินกะเผลกๆ รุ่นพี่คงรู้ ก้มลงไปมองข้อเท้า ก่อนจะส่ายหน้าไปมา ด้วยความระอา
“ขึ้นมา” จากนั้นรุ่นพี่หันหลัง ย่อตัวลงนั่งยองๆ พร้อมกับเอามือตบไหล่ตัวเองประมาณว่า จะให้ฉันขึ้นไปขี่หลัง ไม่มีวัน พอเห็นว่าฉันยังนิ่งเฉย รุ่นพี่ลุกขึ้นยืนหันมาทำหน้าดุ มองตาแข็ง
“อย่าดื้อได้ไหม” ไม่ได้ ฉันเบือนหน้าหนี มองไปทางอื่น อะ อ่าว รู้ตัวอีกที รุ่นพี่ย่อตัวลงไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ไม่ได้จะให้ฉันขี่หลัง เหมือนจะทำอะไรบางอย่างแทน อะ อ่อ เขาก้มลงไปผูกเชือกรองเท้าให้ฉัน คิดว่าทำแบบนี้ แล้วฉันจะใจอ่อนงั้นหรอ ไม่มีทาง
“อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิด” รุ่นพี่ไม่โต้ตอบอะไร ผูกเชือกรองเท้าจนเสร็จ จากนั้นลุกขึ้นมายืนมองหน้าฉัน
“คนอื่น หมายถึงอัญญาหรอ” ค่ะ
“จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็แล้วแต่นะ เมื่อคืนพี่โทรไปบอกเลิกผู้หญิงคนนั้นแล้ว เลิกที่แปลว่าเลิกจริงๆ จากนี้ต่อไป เราทั้งคู่ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีกแล้ว” ห๊ะ! จะ จะ จริงหรอเนี่ย
“พี่มาคิดๆ ดูแล้ว พี่ควรมูฟออน”
“พูดจริงป้ะเนี่ย” รุ่นพี่ทำสายตาจริงจัง ซึ่งฉันสัมผัสได้เลยว่าเขาพูดจริง ทำจริง ฮือๆๆๆ แล้วคือฉันทำเรื่องซิ่วไปแล้วด้วย ทำไงดี แงงงงๆๆ แล้วทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ ก่อนที่ฉันจะเซ็นต์เอกสารนั่น เพื่อ???
“ไม่คิดจะบอกกัน ให้เร็วกว่านี้ หน่อยหรอคะ” ฉันถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ไม่มีประโยชน์หรอก ขืนบอกไปตอนนั้น คนดื้ออย่าง ชานม ถ้าไม่ฟัง ก็ไม่ฟังอยู่ดี” ออ ก็จริง
“อีกอย่าง ไม่กี่เดือน พี่ก็เรียนจบแล้ว ยังไง เราก็คงไม่ได้เจอกันอยู่ดี” ออ ก็จริงอีก
“ชานม”
“คะ” รุ่นพี่เรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เรายังกลับมา คบ กันได้อีกไหม” ฉันคิดอยู่ครู่หนึ่ง รุ่นพี่จ้องริมฝีปากฉันอย่างตั้งใจ เหมือนรอฟังคำตอบนั้นมาก
“ดะ ได้ สิคะ” พอได้ยินคำตอบรุ่นพี่ฉีกยิ้มออกมาทันที ยิ้มป้อกแป้ก ยิ้มตาสระอิ ให้อีกแล้วววว งืออออ น่ารักจังใครจะปฎิเสธไหว
“แต่ชานม ต้องย้ายที่เรียนแล้ว คือเราคงไม่ได้เจอกันอีก” นั่นสิ ไม่น่าเลยฉ้านนน
“ใครบอก ไม่ว่าชานมจะย้ายไปอยู่ที่ไหน เรียนที่ไหน หรือทำงานที่ไหน ตราบใดที่เรายังรักกัน พี่จะตามไปหาทุกที่ ชานมจะมีพี่เสมอ” งือออ ฉันกระโดดกอดคอรุ่นพี่ จนลืมไปเลยว่าขายังเจ็บอยู่ รุ่นพี่ออทัมน์โอบกอดร่างฉันไว้ เราทั้งคู่กอดกันโดยไม่แคร์สายตาผู้คน ไม่แคร์ว่าใครจะพูดยังไง คิดยังไง เพราะความรัก มันเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ ขอบคุณนะคะ ที่เลือกหนู ขอบคุณจากใจจริง
ตอนที่ 5ขอบคุณจากใจจริง “ชาลิสา อาจารย์ที่ปรึกษาเรียก” ฉันที่นั่งรอเซ็นต์เอกสารอยู่หน้าห้องพักครู และกำลังคิดอะไรเพลินๆ ถึงกับสะดุ้งเพราะถูกเรียกให้เข้าไปข้างใน เรื่องของเรื่อง ก็อย่างที่บอก ฉันต้องการซิ่วไปคณะอื่น กะว่าจะย้ายมหาลัยด้วยเลย อีกอย่าง มหาลัยใหม่ที่จะย้ายไป ก็อยู่ใกล้บ้านด้วย จะได้ไม่ต้องเช่าหอ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ตั้งเยอะ “อ้าว ออทัมน์ มาพอดีเลย ช่วยอาจารย์หน่อย” หืม...ในขณะที่ฉันกำลังเซ็นต์เอกสารที่โต๊ะอาจารย์ ก็สะดุ้ง เพราะได้ยินชื่อ ที่ไม่อยากได้ยิน พอหันหลังกลับไปดูเท่านั้นแหละ ใจตกไปที่ตาตุ่ม รุ่นพี่ออทัมน์ยืนอยู่ข้างหลัง ให้ตายเถอะ จะบ้า! มาได้ไง หนียังไงก็หนีไม่พ้นจริงๆ “สแกนเอกสารให้ที” “ไม่ทำเองล่ะคะ” “หน่านะ ช่วงนี้ งานยุ่งมาก” ดูเหมือนว่ารุ่นพี่จะสนิทสนมกับอาจารย์ที่ปรึกษาฉัน ก็ไม่แปลก บ้านรวย แถมเป็นถึงดาวมหาลัย ก็ต้องรู้จักคนเยอะแยะมากมาย เป็นธรรมดา เผลอๆ เป็นเจ้าของมหาลัยนี้ด้วยเลยมั้ง “ทำไมถึงอยากซิ่วล่ะ ที่นี่ ไม่ดีหรอ” อาจารย์ที่ปรึกษาถาม ฉันกำลังจะตอบแต่คนข้า
ตอนที่ 4 พยายามหลบหนี “จริงหรอ” อัญญาพนักหน้า พร้อมกับโผเข้ากอดรุ่นพี่ออทัมน์อีกครั้ง คราวนี้รุ่นพี่ไม่ปฏิเสธ ไม่มีท่าทีต่อต้านใดๆ วินาทีนั้น มันทำให้คนที่กำลังแอบดูอยู่ตรงนี้ น้ำตาไหลพราก เพราะเข้าใจแล้วว่า ในที่สุดทั้งคู่ก็ลงเอยกัน พี่ออทันม์คงอภัยยัยนั่นแล้ว อะไรวะ นี่กูอกหักหรอ อีลูกพีชมันแช่งไม่ทันขาดคำเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายกูก็โดนทิ้งจริงๆ เหมือนคนคั่นเวลา เหมือนที่คั่นหนังสือ อิเชี่xxx!!! แม่งงงงง มันบ้าอะไรวะเนี่ย “ฟึ๊บบบ” คู่รักที่กำลังจุดถ่านไฟเก่า หันควักมามองเสียงแก้วน้ำที่ร่วงจากมือฉัน เหตุเกิดจากร่างกายอ่อนแรงจนมือไม้อ่อน แค่เรี่ยวแรงจะหายใจยังไม่มี “ใครรรร” รุ่นพี่ออทัมน์ถามเสียงดุ แล้วฉันจะยืนซื่อบื้อให้โดนจับได้ทำไม เผ่นสิ อิโง่! ฉันใช้กำลังแรงกายทั้งหมดที่มี พาตัวเองวิ่งหนีออกมาจากตรงนั้น ในขณะที่น้ำตายังไหล ฮืออออออ ทำไมทำกับหนูแบบนี้ คนใจร้าย “ตื้ดดดดด ตื้ดดดด ตื้ดดดดดด....” เสียงสั่นจากสายเรียกเข้ายังคงดังต่อเนื่อง คนโทรมาคือรุ่นพี่ออทัมน์ ฉันที่พึ่งกลับมาถึงห้อง โยนกระเป๋าลงบนเตียง ก่อนจะพุ่งตัวลงไปต
“เป็นใครหรอ ฮึ เป็นแฟนรุ่นพี่ไงคะ” อัญญา หน้าด้านไปไหม เป็นคนนอกใจก่อนแท้ๆ ยังมีหน้ามาบอกอีกว่าเป็นแฟนรุ่นพี่ ช่วยมีสามัญสํานึกบ้าง “อ้อ เลิกกันแล้วสินะ เร็วกว่าที่คิด ทำไมอ่ะ ไอ้ตะวันมันไม่เร้าใจ เหมือนพี่หรอ...” หู้ววว แรงไม่แผ่วเลยนะ ตบกันเล้ยย หนูจะเป็นกำลังเสริมให้รุ่นพี่เองค่ะ “รู้ใจ อัญญาอีกแล้วนะ หมอนั่นเป็นผู้ชายแท้ๆ แต่สู้ลีลารุ่นพี่ ไม่ได้เลย เสียชาติเกิดชะมัด” รุ่นพี่ออทัมน์แสยะยิ้ม โอ้ยหัวจะปวด นี่กำลังเล่นสงครามประสาทกันอยู่หรอ “เสียใจ พี่มีแฟนใหม่แล้ว นี่ไง” ห๊า!!! อยู่ดีๆ รุ่นพี่ก็โอบไหล่ฉัน ดึงเข้าหาตัวเอง เดี๋ยวนะ ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย รุ่นพี่กำลังใช้ฉันเป็นเครื่องมือแก้แค้น ซึ่งฉันไม่โอเคร “โกหก อัญญาไม่เชื่อ”“งั้นดูนี่”“อุปส์!!!!!!!” เชี่X เอ้ย รุ่นพี่ออทัมน์ดึงฉันเข้าหา มือข้างหน้าโอบเอวไว้ อีกข้างเชยเคยขึ้น ก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบ รุ่นพี่ขยับริมฝีปากเบาๆ ฉันสัมผัสได้ถึงความนุ่ม มันนุ่มมาก ลิปกลิ่นพีช หอมเตะจมูก ลมหายใจร้อนผ่าวได้กลิ่นแอลกอฮอล์ตัวแรง ที่พึ่งดื่มเข้าไป ไม่นะ หัวใจฉันมันเต้นแรง ไม่เป็นจังหวะ เกิดอะไรขึ้นหรือว่า...ฉันจะตกหลุมรักรุ่นพี่ เข้าแล
“เจ้านกน้อย คล้อยบินสู่เวหา เจ้าถลาเล่นลมสมฤดีบิน บิน ถลา ถลาเล่นลม บินล่อง บินลอย (ซ้ำ)อั่งกาลี้ สี้ลา อั่งกาลู้ อั่งกาลู้ สี้ลา กาลิซึมซึม ก้าลิก้า ลิก้า ลิซึม กาลิก่า ลิซึมก้าลิก้า ลิก้า ลิซึม กาลิก่า ลิซึม”….. “แดดร้อนชิบเป๋ง”“จะบ่นเพื่อ ก็ร้อนเหมือนกันหมดนั่นแหละ”“อีมะเฟืองเอาตัวมึงมาบังแดดให้กูดิ”“มึงหาว่ากูอ้วนหรา”“เออดิ”“อีเพื่อนชั่ววว”“แหม อีคนดี”“โอ้ยยย หุบปาก! ทั้งคู่ กูรำคาญ มีอะไรก็ค่อยๆ ตีกัน แดดยิ่งร้อนอยู่ หัวกูจะระเบิดละ” พวกบ้านั่นมัวแต่เถียงกันอยู่ได้ ไหนแดดจะร้อน ไหนต้องมานั่งฟังพวกมันเถียงกันอีก ใครก็ได้ ช่วยเอาฉันออกไปจากตรงนี้ที “และแล้ว ก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญ ขอเชิญทุกท่านพบกับโชว์สุดพิเศษของเราเลยครับบบบ....”พวกเรานั่งอยู่บนสแตนด์เชียร์ของสีแดง โดยมีสแตนด์เชียร์สีเหลือง สีฟ้า และสีเขียว ประกบข้าง สแตนด์เชียร์ที่ล้อมเวทีตรงกลางไว้ ซึ่งวันนี้เป็นพิธีเปิดงานกีฬาสี และมีโชว์พิเศษที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ทุกคนจับจ้องไปยังจุดเซ็นเตอร์ “เชี่xx!! พี่ออทัมน์ออกมาแล้ว”“โห้ววว โคตรจึ้ง โคตรปัง”“เหมือนนางฟ้าเลย” ฉันเป็นหน่วยเสริมอีกคน การแสดงจบ
“สวยจัง....”“นั่นดิ คนหรือนางฟ้าวะ แม่งงงโคตรสวย”“สวยเหมือนไม่มีอยู่จริง สวยเกินไปมั๊ยยย...” เราทั้งสามนั่งบนสแตนเชียร์ กำลังโฟกัสจุดหมายเดียวกัน รุ่นพี่ออทัมน์ ปี 4 คณะเศรษฐศาสตร์ ตัวท๊อปของคณะและมีดีกรีเป็นถึงดาวมหาลัย แถมยังเรียนดีได้เกียรตินิยม อันดับ 1 สวยครบจบในที่เดียว สวย 360 องศา สวยเว่อร์ สวยครบวงจร สวยแบบ one stop service ขนาดเป็น ผญ. เหมือนกันแท้ๆ ยังละสายตาไม่ได้ “พวกมึงว่า แก๊งค์ลูกเป็ดอย่างเรา จะมีโอกาส ได้ขึ้นไปยืนตรงนั้นไหม” ลูกพีช ฉายาว่า เป็ดปักกิ่ง (ลูกครึ่งไทย-จีน)มันกำลังจับจ้องไปที่พี่คนสวยคนนั้น ซึ่งยืนบนเวทีตรงกลางสนามอย่างไม่ละสายตา ดูเหมือนว่ารุ่นพี่กำลังซ้อมโชว์เปิดงานกีฬาสี “มึงใจเย็นๆ เขาคัดหน้าตานะ” ยัยเป็ดปักกิ่งโดนดับฝัน ถูกอีมะเฟืองเพื่อนในแก๊งค์ฉายาเป็ดเทศ (หุ่นจัมโบ้ ไซส์ XXXL)หลอกด่าว่าขี้เหร่ “จริง เลิกฝันแล้วมาตั้งใจซ้อมเถอะ ขี้เกียจมาซ่อมแล้ว เหนื่อยจะแย่” คนอื่นผ่านหมดยกเว้นพวกเรา ที่ยังจำท่าไม่ได้ เลยต้องมาซ่อม มาทบทวนความจำกันใหม่ อ้อ ลืมแนะนำตัว ฉันชื่อชานม ฉายาเป็ดโปร คงเป็นเพราะเรียนเก่ง โปรเฟสชั่นแนลเลยต้องเป็นเดอะแบกของแก๊งค์ ตัวเ







