Masukตอนที่ 4 พยายามหลบหนี
“จริงหรอ” อัญญาพนักหน้า พร้อมกับโผเข้ากอดรุ่นพี่ออทัมน์อีกครั้ง คราวนี้รุ่นพี่ไม่ปฏิเสธ ไม่มีท่าทีต่อต้านใดๆ วินาทีนั้น มันทำให้คนที่กำลังแอบดูอยู่ตรงนี้ น้ำตาไหลพราก เพราะเข้าใจแล้วว่า ในที่สุดทั้งคู่ก็ลงเอยกัน พี่ออทันม์คงอภัยยัยนั่นแล้ว อะไรวะ นี่กูอกหักหรอ อีลูกพีชมันแช่งไม่ทันขาดคำเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายกูก็โดนทิ้งจริงๆ เหมือนคนคั่นเวลา เหมือนที่คั่นหนังสือ อิเชี่xxx!!! แม่งงงงง มันบ้าอะไรวะเนี่ย
“ฟึ๊บบบ” คู่รักที่กำลังจุดถ่านไฟเก่า หันควักมามองเสียงแก้วน้ำที่ร่วงจากมือฉัน เหตุเกิดจากร่างกายอ่อนแรงจนมือไม้อ่อน แค่เรี่ยวแรงจะหายใจยังไม่มี
“ใครรรร” รุ่นพี่ออทัมน์ถามเสียงดุ แล้วฉันจะยืนซื่อบื้อให้โดนจับได้ทำไม เผ่นสิ อิโง่! ฉันใช้กำลังแรงกายทั้งหมดที่มี พาตัวเองวิ่งหนีออกมาจากตรงนั้น ในขณะที่น้ำตายังไหล ฮืออออออ ทำไมทำกับหนูแบบนี้ คนใจร้าย
“ตื้ดดดดด ตื้ดดดด ตื้ดดดดดด....” เสียงสั่นจากสายเรียกเข้ายังคงดังต่อเนื่อง คนโทรมาคือรุ่นพี่ออทัมน์ ฉันที่พึ่งกลับมาถึงห้อง โยนกระเป๋าลงบนเตียง ก่อนจะพุ่งตัวลงไปตาม โดยปล่อยให้เสียงเรียกเข้าดังอยู่อย่างนั้น โทรให้ตาย ยังไงก็ไม่รับ พอกันที โคตรเจ็บปวดเลย จะโทษใครล่ะ ต้องโทษตัวเองที่ใจง่ายเกินไป
“ติ๊ง ติ๊ง ติ๊งๆๆๆๆ” พอเห็นว่าฉันไม่ยอมรับสาย รุ่นพี่เลยส่งข้อความรัวๆ มาแทน เพราะหวังว่าฉันจะเปิดอ่านมัน ซึ่งคิดถูก
[ชานม เป็นไร ทำไมไม่รับสาย โกรธที่พี่มารับช้าหรอ ขอโทษได้ไหม] ฉันอ่านมันจากการแจ้งเตือนบนหน้าจอ ไม่ได้เปิดแอพเข้าไปอ่าน เพราะไม่อยากให้พี่เขารู้
[เป็นไรคะ มีอะไร ทำไมเราไม่คุยกันดีๆ] คุยอะไรคะ เราไม่มีอะไรต้องคุยกัน เหตุการณ์ทั้งหมด มันชัดเจนแล้วค่ะ สรุปคือ พี่แค่เหงา ก็เลยหาคนคุยเล่นแก้เหงา ก็เท่านั้น
[โอเคร สรุปคือจะไม่ตอบ ไม่รับสาย] ค่ะ
[ชั้น 3 ห้อง 305 เจอกันค่ะ] ห๊า!!! พะ พะ พี่ออทัมน์รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ห้องนี้ เดี๋ยวนะ มันแปลกๆ แล้ว
“ก๊อกกๆๆ” ฉันดีดตัวขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว เพราะได้ยินเสียงเคาะประตู อย่าบอกนะว่า...ใช่จริงด้วย พอส่องตาแมวพาโนรามาที่ประตูดู ปรากฏว่า รุ่นพี่จริงๆ แล้ว เอาไงดี มาได้ไงวะ ก่อนอื่นเลย ต้องรีบเช็ดน้ำตาออกจากแก้มก่อน
“แอดดดด...”
“มาทำไม” คำถามแรกของฉัน แต่พี่เขาไม่ตอบ ถือวิสาสะเดินเข้ามาข้างในห้อง ก่อนจะปิดประตูไว้ตามเดิม สิ่งนี้ ทำให้ฉันชักเริ่มกลัว
“รุ่นพี่ รู้ได้ไงว่า ชานม อยู่ห้องนี้” เธอคนนี้เป็นใครกันแน่ โรคจิตงั้นหรอ แอบสะกดรอยตามฉันใช่ไหม
“ออกไปนะ คนโรคจิต” ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย เลยถอยหลังไปสองก้าว ใครก็ได้ช่วยด้วย เอาไงดี จังหวะนั้นต้องเอาตัวรอด ตาดันเหลือบไปเห็นหมอนข้าง ผ้าห่มบนเตียง ถึงมันจะไม่ใช่อาวุธที่น่ากลัว แต่อะไรพอจะทำให้มีชีวิตรอด ก็ต้องทำ
“นี่แหนะ! นี่แหนะ! อย่าเข้ามานะ” ฉันขว้างปาหมอนและผ้าห่มใส่พี่เขา
“ชานม ใจเย็นๆ คะ คือ...”
“ผลึ้บ พลั้บ ฟุ๊บ ฟุ๊บ โอ้ยยย” นาทีนี้ ฉันไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น จับหมอนข้างฟาดใส่พี่เขาเต็มแรง ฟาดหลายที ทุบตีอยู่หลายครั้ง เราสองคนยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา
“อร๊ายยยยย!!!!” ความซวยมาตกที่ฉัน ดันไปสะดุดกับขาเตียง ทำให้หงายหลัง แต่ไม่ยอมหงายคนเดียว คว้าแขนรุ่นพี่ลงไปด้วย โชคดีที่ล้มลงไปบนที่นอน ไม่อย่างนั้นได้มีเลือดตกยางออกแน่ อะ อ่อ..ละคือ สภาพตอนนี้ ฉันนอนข้างล่างโดยมีรุ่นพี่นอนทับข้างบน และมีหมอนที่เรายื้อยุดฉุดกระชาก คั่นไว้ตรงกลาง รุ่นพี่ดึงหมอนออก ก่อนจะรวบมือเกะกะของฉัน ทั้งสองข้าง ขึ้นไปตรึงไว้บนหัว
“ออกไปนะ คนโรคจิต พี่แอบสะกดรอยตามหนูใช่ไหม ถึงได้รู้ว่าพักห้องนี้” ใบหน้าของเราอยู่ห่างกันแค่คืบเท่านั้น
“ป่าวซะหน่อย”
“โกหก แล้วรู้ได้ไงว่าหนูพักห้องนี้” ไหน มีอะไรจะแก้ตัวไหม
“พี่เป็นเจ้าของหอพักนี้” ห๊า!!! วะ วะว่าไงนะ มิน่าละ โอนตังค์ค่าข้าวสองหมื่นกว่า โดยไม่เสียดายเลยสักนิด แต่จะอะไรก็ช่าง คิดว่าเป็นเจ้าของหอพัก แล้วจะวิสาสะ เข้าๆ ออกๆ ห้องใครก็ได้งั้นหรอ
“ถ้าเป็นเจ้าของที่นี่ ก็ไม่ยิ่ง ไม่ควรทำแบบนี้กับลูกค้า ออกไปค่ะ ขอร้อง” นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อกี้ ยิ่งเจ็บปวด น้ำตาฉันไหลออกมาอาบแก้ม มันกลั้นไม่อยู่จริงๆ
“สรุปคือ โกรธพี่ เรื่องอะไร บอกได้ไหมคะ” เฮอะ ยังมีหน้ามาถามอีก บอกให้ก็ได้
“ชานม รู้ความจริงหมดแล้วนะ พี่กับอัญญา กลับมาคบกัน ก็ดีแล้วหนิ ทุกอย่างลงเอยด้วยดี จบสวย ส่วนหนูก็เป็นได้แค่ที่คั่นหนังสือเท่านั้นแหละ”
“อุปส์!” รุ่นพี่จู่โจมอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากฉันถูกกดทับ บดขยี้อย่างแรง จนใบหน้าร้านผ่าว หัวใจสั่นระรัว มันเต้นผิดจังหวะไปหมด ร่างกายแปรปรวน มันรวนหรือเครื่องกำลังออเร่อ เวลาผ่านไป จากตอนแรกเร่าร้อน เปลี่ยนเป็นนุ่มนวล อ่อนหวาน มันทำให้ฉันเคลิบเคลิ้ม จนยับยั้งชั่งใจไม่อยู่ เขาเปิดจูบแรกของฉันตั้งแต่ในผับ และเปิดจูบสองบนเตียง
รุ่นพี่ กำลังเล่นกับระบบ และฉันก็ตอบรับริมฝีปากนุ่มๆ นั้นด้วยการเริ่มขยับริมฝีปากตัวเอง ไปตามจังหวะ ลิ้นอุ่นๆ ซุกซนเข้ามาในโพรงปาก ปลายลิ้นของเราสัมผัสกันเบาๆ หยอกเย้าไปมา เราทั้งคู่กำลังดูดกลืน ซึ่งกันและกัน ฉันสัมผัสรสจูบนานหลายนาที จนเริ่มหายใจไม่ทัน รุ่นพี่ช่วงชิงลมหายใจไปจนหมด ในที่สุด ฉันตัดสินใจดันอกเขาออก
“พี่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ว่าจะกลับไปคบกับผู้หญิงคนนั้น พี่ยอมรับก็ได้ว่าใจอ่อนจริงๆ ถ้าไม่มี ชานม พี่คงไม่ปฏิเสธคำขอโทษจากแฟนเก่า แต่พอมีชานมเข้ามา พี่เริ่มลังเลแล้วว่า ตกลง พี่ชอบใครกันแน่” ฉันกัดริมฝีปากตัวเองจนได้กลิ่นคาวเลือด สรุป คือรักพี่ เสียดายน้องงั้นหรอ ยังไม่ได้ตัดสินใจ ว่าจะกลับไปคบกับผู้หญิงคนนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่คบ สินะ ทำไมเห็นแก่ตัวแบบนี้คะ
“พลึ๊บบบ” ฉันใช้แรงทั้งหมดที่มี ผลักเขาออกก่อนจะรีบลุกขึ้นจากเตียง รุ่นพี่ รีบลุกขึ้นมาตาม บอกตามตรง ตอนนี้คือโกรธมาก เกลียดมาก เกลียดผู้หญิงคนนี้ที่สุด คนเห็นแก่ตัว
“จากนี้ต่อไป เราอย่ามาเจอกันอีกเลย”
“ชานม มันไม่ใช่แบบนั้น คือ...”
“ออกไปจากห้องนี้ หนูไม่อยากเห็นหน้าพี่อีก ออกไป!” ฉันตัดบท ด้วยการขับไสไล่ส่ง เพราะไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวอยากเขาอีก แค่นี้ ก็เจ็บมากพอแล้ว
“อ๋อ พอหมดผลประโยชน์ ก็ขับไสไล่ส่งกันเลยนะ” แล้วแต่จะคิดเถอะค่ะ เหนื่อย
“อยากคิดอย่างนั้น ก็ตามสบาย”
“โอเคร ไม่เป็นไร ถือว่าคุ้ม ได้เปิดจูบแรกของน้องชานม เสียดายจัง ได้แค่จูบ”
“เพี๊ยะ!!!!” ฝ่ามืออรหันต์ฟาดลงบนหน้า คนโดนตบหน้าหันไปตามแรง นี่ไง คุ้มไหมละ รอยฝ่ามือที่ประทับลงบนหน้า ประทับใจไหมล่ะคะ คนอย่างพี่ ต้องโดนอย่างนี้ รุ่นพี่จับหน้าตัวเองเบาๆ น้ำตาเคลอเบ้าก่อนจะไหลลงมาอาบแก้ม ฉันสัมผัสได้ว่า พี่เขาโกรธมาก จากลมหายใจถี่ๆ และหัวไล่ที่ยกขึ้นลง ตามจังหวะการหายใจ
“ปัง!” เขาจ้องหน้าฉันครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปจากห้อง ปิดประตูเสียงดัง ตอนแรกคิดว่า พี่เขาจะตบหน้าฉันคืนซะอีก โชคดี ที่ไม่ทำ คนออกกำลังกายทุกวันอย่างเขา ขืนโดนตบ หัวคงหลุดออกจากบ่าแน่
“จะซิ่วจริงๆ หรอลูก คิดดีแล้วใช่ไหม แม่ว่าคณะเศรษศาสตร์ ก็ไม่เลวนะ” เลวค่ะ เลวมาก หมายถึงดาวคณะ
“คิดดีแล้วค่ะแม่ ชานม รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ ขอซิ่วไปเรียนการตลาดแทนนะคะ” แม่พยักหน้า ประมาณว่า เออๆ ถ้าคิดดีแล้ว ลูกก็ตัดสินใจเองเลย เอาตรงๆ เรียนคณะนี้ ก็ดีอยู่หรอก แต่ประเด็นคือฉันไม่อยากเห็นหน้ารุ่นพี่คนนั้นอีกแล้ว แม้แต่เสี้ยววิ ก็ไม่อยากเห็น
ตอนที่ 5ขอบคุณจากใจจริง “ชาลิสา อาจารย์ที่ปรึกษาเรียก” ฉันที่นั่งรอเซ็นต์เอกสารอยู่หน้าห้องพักครู และกำลังคิดอะไรเพลินๆ ถึงกับสะดุ้งเพราะถูกเรียกให้เข้าไปข้างใน เรื่องของเรื่อง ก็อย่างที่บอก ฉันต้องการซิ่วไปคณะอื่น กะว่าจะย้ายมหาลัยด้วยเลย อีกอย่าง มหาลัยใหม่ที่จะย้ายไป ก็อยู่ใกล้บ้านด้วย จะได้ไม่ต้องเช่าหอ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ตั้งเยอะ “อ้าว ออทัมน์ มาพอดีเลย ช่วยอาจารย์หน่อย” หืม...ในขณะที่ฉันกำลังเซ็นต์เอกสารที่โต๊ะอาจารย์ ก็สะดุ้ง เพราะได้ยินชื่อ ที่ไม่อยากได้ยิน พอหันหลังกลับไปดูเท่านั้นแหละ ใจตกไปที่ตาตุ่ม รุ่นพี่ออทัมน์ยืนอยู่ข้างหลัง ให้ตายเถอะ จะบ้า! มาได้ไง หนียังไงก็หนีไม่พ้นจริงๆ “สแกนเอกสารให้ที” “ไม่ทำเองล่ะคะ” “หน่านะ ช่วงนี้ งานยุ่งมาก” ดูเหมือนว่ารุ่นพี่จะสนิทสนมกับอาจารย์ที่ปรึกษาฉัน ก็ไม่แปลก บ้านรวย แถมเป็นถึงดาวมหาลัย ก็ต้องรู้จักคนเยอะแยะมากมาย เป็นธรรมดา เผลอๆ เป็นเจ้าของมหาลัยนี้ด้วยเลยมั้ง “ทำไมถึงอยากซิ่วล่ะ ที่นี่ ไม่ดีหรอ” อาจารย์ที่ปรึกษาถาม ฉันกำลังจะตอบแต่คนข้า
ตอนที่ 4 พยายามหลบหนี “จริงหรอ” อัญญาพนักหน้า พร้อมกับโผเข้ากอดรุ่นพี่ออทัมน์อีกครั้ง คราวนี้รุ่นพี่ไม่ปฏิเสธ ไม่มีท่าทีต่อต้านใดๆ วินาทีนั้น มันทำให้คนที่กำลังแอบดูอยู่ตรงนี้ น้ำตาไหลพราก เพราะเข้าใจแล้วว่า ในที่สุดทั้งคู่ก็ลงเอยกัน พี่ออทันม์คงอภัยยัยนั่นแล้ว อะไรวะ นี่กูอกหักหรอ อีลูกพีชมันแช่งไม่ทันขาดคำเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายกูก็โดนทิ้งจริงๆ เหมือนคนคั่นเวลา เหมือนที่คั่นหนังสือ อิเชี่xxx!!! แม่งงงงง มันบ้าอะไรวะเนี่ย “ฟึ๊บบบ” คู่รักที่กำลังจุดถ่านไฟเก่า หันควักมามองเสียงแก้วน้ำที่ร่วงจากมือฉัน เหตุเกิดจากร่างกายอ่อนแรงจนมือไม้อ่อน แค่เรี่ยวแรงจะหายใจยังไม่มี “ใครรรร” รุ่นพี่ออทัมน์ถามเสียงดุ แล้วฉันจะยืนซื่อบื้อให้โดนจับได้ทำไม เผ่นสิ อิโง่! ฉันใช้กำลังแรงกายทั้งหมดที่มี พาตัวเองวิ่งหนีออกมาจากตรงนั้น ในขณะที่น้ำตายังไหล ฮืออออออ ทำไมทำกับหนูแบบนี้ คนใจร้าย “ตื้ดดดดด ตื้ดดดด ตื้ดดดดดด....” เสียงสั่นจากสายเรียกเข้ายังคงดังต่อเนื่อง คนโทรมาคือรุ่นพี่ออทัมน์ ฉันที่พึ่งกลับมาถึงห้อง โยนกระเป๋าลงบนเตียง ก่อนจะพุ่งตัวลงไปต
“เป็นใครหรอ ฮึ เป็นแฟนรุ่นพี่ไงคะ” อัญญา หน้าด้านไปไหม เป็นคนนอกใจก่อนแท้ๆ ยังมีหน้ามาบอกอีกว่าเป็นแฟนรุ่นพี่ ช่วยมีสามัญสํานึกบ้าง “อ้อ เลิกกันแล้วสินะ เร็วกว่าที่คิด ทำไมอ่ะ ไอ้ตะวันมันไม่เร้าใจ เหมือนพี่หรอ...” หู้ววว แรงไม่แผ่วเลยนะ ตบกันเล้ยย หนูจะเป็นกำลังเสริมให้รุ่นพี่เองค่ะ “รู้ใจ อัญญาอีกแล้วนะ หมอนั่นเป็นผู้ชายแท้ๆ แต่สู้ลีลารุ่นพี่ ไม่ได้เลย เสียชาติเกิดชะมัด” รุ่นพี่ออทัมน์แสยะยิ้ม โอ้ยหัวจะปวด นี่กำลังเล่นสงครามประสาทกันอยู่หรอ “เสียใจ พี่มีแฟนใหม่แล้ว นี่ไง” ห๊า!!! อยู่ดีๆ รุ่นพี่ก็โอบไหล่ฉัน ดึงเข้าหาตัวเอง เดี๋ยวนะ ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย รุ่นพี่กำลังใช้ฉันเป็นเครื่องมือแก้แค้น ซึ่งฉันไม่โอเคร “โกหก อัญญาไม่เชื่อ”“งั้นดูนี่”“อุปส์!!!!!!!” เชี่X เอ้ย รุ่นพี่ออทัมน์ดึงฉันเข้าหา มือข้างหน้าโอบเอวไว้ อีกข้างเชยเคยขึ้น ก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบ รุ่นพี่ขยับริมฝีปากเบาๆ ฉันสัมผัสได้ถึงความนุ่ม มันนุ่มมาก ลิปกลิ่นพีช หอมเตะจมูก ลมหายใจร้อนผ่าวได้กลิ่นแอลกอฮอล์ตัวแรง ที่พึ่งดื่มเข้าไป ไม่นะ หัวใจฉันมันเต้นแรง ไม่เป็นจังหวะ เกิดอะไรขึ้นหรือว่า...ฉันจะตกหลุมรักรุ่นพี่ เข้าแล
“เจ้านกน้อย คล้อยบินสู่เวหา เจ้าถลาเล่นลมสมฤดีบิน บิน ถลา ถลาเล่นลม บินล่อง บินลอย (ซ้ำ)อั่งกาลี้ สี้ลา อั่งกาลู้ อั่งกาลู้ สี้ลา กาลิซึมซึม ก้าลิก้า ลิก้า ลิซึม กาลิก่า ลิซึมก้าลิก้า ลิก้า ลิซึม กาลิก่า ลิซึม”….. “แดดร้อนชิบเป๋ง”“จะบ่นเพื่อ ก็ร้อนเหมือนกันหมดนั่นแหละ”“อีมะเฟืองเอาตัวมึงมาบังแดดให้กูดิ”“มึงหาว่ากูอ้วนหรา”“เออดิ”“อีเพื่อนชั่ววว”“แหม อีคนดี”“โอ้ยยย หุบปาก! ทั้งคู่ กูรำคาญ มีอะไรก็ค่อยๆ ตีกัน แดดยิ่งร้อนอยู่ หัวกูจะระเบิดละ” พวกบ้านั่นมัวแต่เถียงกันอยู่ได้ ไหนแดดจะร้อน ไหนต้องมานั่งฟังพวกมันเถียงกันอีก ใครก็ได้ ช่วยเอาฉันออกไปจากตรงนี้ที “และแล้ว ก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญ ขอเชิญทุกท่านพบกับโชว์สุดพิเศษของเราเลยครับบบบ....”พวกเรานั่งอยู่บนสแตนด์เชียร์ของสีแดง โดยมีสแตนด์เชียร์สีเหลือง สีฟ้า และสีเขียว ประกบข้าง สแตนด์เชียร์ที่ล้อมเวทีตรงกลางไว้ ซึ่งวันนี้เป็นพิธีเปิดงานกีฬาสี และมีโชว์พิเศษที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ทุกคนจับจ้องไปยังจุดเซ็นเตอร์ “เชี่xx!! พี่ออทัมน์ออกมาแล้ว”“โห้ววว โคตรจึ้ง โคตรปัง”“เหมือนนางฟ้าเลย” ฉันเป็นหน่วยเสริมอีกคน การแสดงจบ
“สวยจัง....”“นั่นดิ คนหรือนางฟ้าวะ แม่งงงโคตรสวย”“สวยเหมือนไม่มีอยู่จริง สวยเกินไปมั๊ยยย...” เราทั้งสามนั่งบนสแตนเชียร์ กำลังโฟกัสจุดหมายเดียวกัน รุ่นพี่ออทัมน์ ปี 4 คณะเศรษฐศาสตร์ ตัวท๊อปของคณะและมีดีกรีเป็นถึงดาวมหาลัย แถมยังเรียนดีได้เกียรตินิยม อันดับ 1 สวยครบจบในที่เดียว สวย 360 องศา สวยเว่อร์ สวยครบวงจร สวยแบบ one stop service ขนาดเป็น ผญ. เหมือนกันแท้ๆ ยังละสายตาไม่ได้ “พวกมึงว่า แก๊งค์ลูกเป็ดอย่างเรา จะมีโอกาส ได้ขึ้นไปยืนตรงนั้นไหม” ลูกพีช ฉายาว่า เป็ดปักกิ่ง (ลูกครึ่งไทย-จีน)มันกำลังจับจ้องไปที่พี่คนสวยคนนั้น ซึ่งยืนบนเวทีตรงกลางสนามอย่างไม่ละสายตา ดูเหมือนว่ารุ่นพี่กำลังซ้อมโชว์เปิดงานกีฬาสี “มึงใจเย็นๆ เขาคัดหน้าตานะ” ยัยเป็ดปักกิ่งโดนดับฝัน ถูกอีมะเฟืองเพื่อนในแก๊งค์ฉายาเป็ดเทศ (หุ่นจัมโบ้ ไซส์ XXXL)หลอกด่าว่าขี้เหร่ “จริง เลิกฝันแล้วมาตั้งใจซ้อมเถอะ ขี้เกียจมาซ่อมแล้ว เหนื่อยจะแย่” คนอื่นผ่านหมดยกเว้นพวกเรา ที่ยังจำท่าไม่ได้ เลยต้องมาซ่อม มาทบทวนความจำกันใหม่ อ้อ ลืมแนะนำตัว ฉันชื่อชานม ฉายาเป็ดโปร คงเป็นเพราะเรียนเก่ง โปรเฟสชั่นแนลเลยต้องเป็นเดอะแบกของแก๊งค์ ตัวเ







