Masukเสียงประตูปิดลงเบาๆ บ่งบอกว่า ธาวิน ได้ก้าวออกจาก 'วิมานชั่วคราว' แห่งนี้ไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวกามและความเงียบงันที่น่าอึดอัด
ภายในห้องมืด ณัฐชนน ยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ลมหายใจของเขายังคงหอบถี่ ร่างกายสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ เขาค่อยๆ เอื้อมมือที่สั่นระริกไปผลักประตูความลับที่เชื่อมต่อระหว่างห้องสังเกตการณ์กับห้องนอน แสงสว่างจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องเข้ามากระทบใบหน้าที่ซีดเผือดแต่ดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยตัณหา
เขาก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่าหากลงฝีเท้าแรงไป ภาพตรงหน้าจะสลายหายไป...
บนเตียงกว้างที่ยับยู่ยี่ วิรัญญา นอนพังพาบหมดแรงอยู่ในท่าเดิมที่ธาวินทิ้งไว้ เรียวขาขาวนวลยังคงแยกอ้าออกอย่างอ่อนแรง เผยให้เห็นร่องรอยแห่งความพ่ายแพ้ที่เด่นชัดที่สุด
“วิ...” ณัฐชนนกระซิบเสียงแหบพร่า
วิรัญญาค่อยๆ เงยหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นสามี เธอกลับไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหรืออับอาย ตรงกันข้าม เธอกลับช้อนสายตาที่ฉ่ำปรือขึ้นมองเขา พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก “พี่... เห็นทุกอย่างแล้วใช่ไหมคะ?”
ณัฐชนนไม่ตอบ แต่เขากลับทรุดกายลงนั่งที่ปลายเตียง สายตาจับจ้องไปที่กลางกายของเมียรักอย่างไม่วางตา
เขากำลังสำรวจ 'ความเสียหาย'...
ภาพที่เห็นทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางใจ แคมหีอวบอิ่มที่เขาเคยทะนุถนอม บัดนี้บวมเป่งและแดงก่ำจนน่ากลัว รูรักที่เคยคับแน่นถูกลำควยเขื่องของชายชู้ถ่างออกจนอ้าซ่า มันยังคงขยับขยายอ้าค้างราวกับยังไม่คลายจากแรงอัดกระแทกที่ป่าเถื่อน
น้ำรักสีขาวข้นของธาวินไหลเอ่อทะลักออกมาจากร่องพรรณที่ยับเยิน หยดลงบนผ้าปูที่นอนสีเข้มจนเป็นวงกว้าง บางส่วนยังคงเกาะพราวเป็นฟองอยู่ตามขนอ่อนสีดำสนิทที่เปียกชุ่ม
“มัน... เยินไปหมดเลยวิ” ณัฐชนนเอื้อมมือที่สั่นเทาไปแตะลงบนกลีบเนื้อที่บวมเจ่อเบาๆ
“อ๊ะ...” วิรัญญาสะดุ้งน้อยๆ ความแสบร้อนสลับกับความเสียวที่ยังคั่งค้างทำให้เธอครางออกมา
“มันแน่นมากค่ะพี่... พี่ธาเขาใส่มาไม่ยั้งเลย วิรู้สึกเหมือนมดลูกจะพังไปหมดแล้ว...”
ณัฐชนนใช้นิ้วหัวแม่มือปาดหยาดน้ำรักที่เปรอะเปื้อนง่ามขาของภรรยาขึ้นมาจดจ้อง กลิ่นคาวกามของชายอื่นพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสจนเขาแทบคลั่ง แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นความดิบในกายเขาอย่างประหลาด เขาเห็นรอยแดงเป็นปื้นตามสะโพกและหน้าท้องของเธอ ซึ่งเกิดจากแรงมือและแรงกระแทกของธาวิน
“วิชอบใช่ไหม... ที่โดนเขาทำแบบนี้ต่อหน้าพี่?” เขาถามพลางก้มหน้าลงไปจนลมหายใจเป่ารดร่องรักที่แดงฉ่า
“วิชอบ... ที่พี่มองวิค่ะ” วิรัญญาตอบเสียงพร่า พลางจิกนิ้วลงบนที่นอน
“วิอยากให้พี่เห็นว่าวิ 'ร่าน' แค่ไหนเวลาโดนคนอื่นเย็ด... พี่ชอบไหมคะ... เห็นเมียพี่โดนเย็ดจนหีบานขนาดนี้?”
ณัฐชนนไม่พูดพร่ำอีกต่อไป ความหึงหวงที่แปรเปลี่ยนเป็นความกระสันอย่างรุนแรงทำให้เขาขยับกายเข้าหาภรรยาที่โชกไปด้วยคราบราคะของชายชู้ เขาอยากจะกวาดล้างร่องรอยเหล่านั้นด้วยตัวเขาเอง หรือไม่ก็... อยากจะจมดิ่งลงไปในความคาวโลกีย์ที่ธาวินทิ้งไว้ให้ลึกยิ่งกว่าเดิม
ณัฐชนนจ้องมองรอยแยกที่อ้าค้างของภรรยาด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิงในอก ความหึงหวงแผดเผาจนแทบคลั่ง แต่ความกระสันที่ได้เห็นเมียรักถูกย่ำยีก็ทำให้เขามือสั่นเทา เขาเอื้อมมือไปสัมผัสกลีบเนื้อสีแดงก่ำที่บวมเจ่อจนปลิ้นออกมาเบาๆ
"อื้อออ... พี่คะ วิเจ็บ..." วิรัญญาครางร้องบอกเขาเบาๆ ร่างกายเธอสั่นระริกจากการกรำศึกหนัก
"มันเยินขนาดนี้เลยเหรอวิ... มันกระแทกวิแรงแค่ไหนกันเชียว รูของวิถึงได้อ้าบานขนาดนี้" ณัฐชนนพูดเสียงแหบพร่า สายตาของเขาจดจ้องหยาดน้ำรักสีขาวข้นที่ไหลเอ่อทะลักออกมาตามร่องนิ้วที่เขาแทรกเข้าไปสำรวจ
เขาใช้นิ้วแข็งแรงทั้งสองนิ้วคว้านเข้าไปในช่องรักที่ยังร้อนฉ่า เขาจงใจกวาดนิ้วรุนแรงเพื่อ 'ควัก' เอาหยาดน้ำกามของธาวินที่ตกค้างอยู่ออกมาอย่างไม่ปรานี เขาต้องการกำจัดร่องรอยของชายชู้ให้พ้นไปจากร่างกายของเธอ
"อ๊างงง! พี่คะ... อย่าแรงนักสิ…แบบนั้น วิเสียว..." วิรัญญาบิดกายเร่า น้ำตาซึมด้วยความเจ็บสลับเสียวซ่านที่สามีจงใจยัดเยียดให้
"พี่จะเอาของมันออกไปให้หมด!... ในรูหีของวิต้องมีแค่น้ำควยของพี่คนเดียวเท่านั้น!" ณัฐชนนคำรามชิดใบหูของเธอ เขาใช้ฝ่ามือหนาฟาดลงบนสะโพกมนที่เต็มไปด้วยรอยแดงจากมือของธาวินจนเกิดเสียงดัง 'เพียะ!' ผิวขาวลออขึ้นสีเข้มเป็นรอยฝ่ามือของเขาประทับทับรอยเดิม
เขารีบจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกจนร่างเปลือยเปล่า แข็งขึงด้วยโทสะและราคะที่พุ่งถึงขีดสุด ณัฐชนนขึ้นคร่อมร่างภรรยาที่นอนรอยับเยินอยู่บนเตียง เขาจับขาเรียวของเธอแยกออกกว้างกว่าที่ธาวินเคยทำ จนวิรัญญาต้องกรีดร้องออกมาด้วยความตึงรั้ง
"ดูไว้นะวิ... ดูว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของหีของวิจริงๆ!"
ณัฐชนนกดลำเนื้อของเขาเข้าไปในร่องรักที่ถูก 'เบิกทาง' ไว้จนหลวมโพลน เขาไม่ได้เริ่มอย่างนุ่มนวล แต่กลับกระแทกกระทั้นเข้าไปอย่างบ้าคลั่งในทันที ลำเนื้อของเขาจมหายเข้าไปในความเปียกชื้นที่ผสมปนเปกันอยู่ภายใน เสียงเนื้อกระทบกันดัง 'ตับๆๆๆ' รุนแรงและถี่รัวกว่าทุกครั้งที่เขาเคยทำ
วิรัญญาตัวโยนขึ้นลงอย่างรุนแรง หัวสั่นกระเด็นกระดอนไปตามแรงอัดที่เต็มไปด้วยอารมณ์ทวงคืนของสามี ความรู้สึกมันต่างจากตอนอยู่กับธาวินอย่างสิ้นเชิง... กับธาวินมันคือความร่านร้อนที่แปลกใหม่ แต่กับณัฐชนนในตอนนี้ มันคือความรุนแรงที่แฝงไปด้วยความหวงแหนและดุดันจนเธอรู้สึกเหมือนจะถูกเขาฉีกออกเป็นชิ้นๆ
"โอ๊ยยย! พี่คะ... แรงไปแล้ว... อูยยย แต่สะ... เสียวเหลือเกินค่ะพี่!" วิรัญญากรีดร้องพลางจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของสามีจนเลือดซิบ
ณัฐชนนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเมีบรักที่ช้อนมองขึ้นมาอย่างยอมจำนน เขาขยี้จุดอ่อนไหวของเธออย่างหนักหน่วง กระแทกเน้นๆ เข้าหาผนังเนื้อนุ่มเพื่อลบเลือนสัมผัสของชายชู้ออกไปให้หมดสิ้น ในใจของเขาบัดนี้มีเพียงความปรารถนาเดียว... คือการฝังน้ำควยของเขาลงไปทับถมมลทินเหล่านั้นให้มิดชิดที่สุด!
…………………………………………..
ในโลกของการออกแบบ ชื่อของ ธาวิน คือสถาปนิกหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด เขามิได้มีเพียงใบหน้าคมเข้มราวประติมากรรมชั้นเลิศ หรือดวงตาเรียวรีที่เปี่ยมไปด้วยความเฉลียวฉลาดทว่าเยือกเย็นเท่านั้น แต่เขายังมีเสน่ห์ลุ่มลึกที่ยากจะต้านทาน ภายใต้ชุดสูทตัดเย็บประณีตและบุคลิกสุภาพบุรุษผู้มั่นใจ ธาวินซ่อนตัวตนของ "นักล่า" ที่มีรสนิยมเฉพาะตัวเอาไว้อย่างมิดชิด
ธาวินไม่ได้หลงใหลในความงามที่บริสุทธิ์ แต่เขาคลั่งไคล้การกัดกร่อนศีลธรรมในใจของหญิงสาวผู้มีเจ้าของ สำหรับเขา กลิ่นอายของ "เมียชาวบ้าน" คือความท้าทายที่หอมหวานยิ่งกว่าสิ่งใด เป้าหมายของเขาไม่ใช่เพียงการครอบครองร่างกาย แต่คือการ "พิสูจน์ความเหนือกว่า" เพื่อตอกย้ำความพ่ายแพ้ให้กับชายทุกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี
“ผัวของเธอน่ะ... สู้ฉันไม่ได้หรอก” คือคำปฏิญาณที่เขามักประกาศชัยชนะในใจ ทุกครั้งที่เขาสามารถเปลี่ยนหญิงสาวผู้แสนดีให้กลายเป็นร่างทรงของราคะที่สั่นระริกอยู่ภายใต้ร่างของเขา เขาภาคภูมิใจที่ได้บดขยี้ความซื่อสัตย์ และรังสรรค์ความ "ร่านร้อน" ให้ผลิบานขึ้นทดแทน จนพวกเธอต้องศิโรราบกลายเป็นทาสกามที่โหยหาเพียงรสสัมผัสอันป่าเถื่อนจากเขาเพียงคนเดียว
และ วิรัญญา คือ "ผลงาน" ชิ้นล่าสุดที่เขากำลังทุ่มเททั้งชีวิตเข้าไปเจียระไน
ธาวินมองทะลุผ่านเปลือกนอกที่แสนเรียบร้อยของเธอ เขาเห็นความเก็บกดที่พร้อมจะระเบิดออก และนั่นคือสิ่งที่เขารักที่สุดที่จะทำลายมัน เขาไม่ได้เก่งแค่การวางโครงสร้างอาคาร แต่เขาเป็นอัจฉริยะในการ "วางโครงสร้างตัณหา" ในจิตใจมนุษย์ สำหรับเขา วิรัญญาไม่ใช่เมียใคร... แต่เธอคือ "ผลงานชิ้นเอก" ที่เขาบรรจงรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อสนองความสำเร็จของตนเอง
เขามองมลทินที่เขายัดเยียดให้เธอเป็นดั่งศิลปะ ยิ่งวิรัญญาร่านร้อนและโหยหาเขาอย่างบ้าคลั่งมากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงผลงานของเขากำลังวิจิตรงดงามมากยิ่งขึ้นเท่านั้น เขาจะไม่มีวันหยุด จนกว่าจะเจียระไนอัญมณีเม็ดนี้ให้สุกสกาวในความมืดมิด และปล่อยให้ความร่านของเธอเป็นเส้นสายที่เขาวาดเขียนลงบนเตียงนอน... จนกว่าทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบในความวินาศสันตะโรของศีลธรรม
วิรัญญารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังแตกสลายลงตรงหน้า ความเสียวซ่านที่รุนแรงและดิบเถื่อนอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนพุ่งพล่านจากจุดกึ่งกลางกายทะลวงผ่านกระดูกสันหลังขึ้นสู่สมองจนขาวโพลน ร่างระหงบิดเกร็งจนตัวงอเป็นกุ้ง สองมือจิกขย้ำลงบนหมอนจนเล็บแทบหักเพื่อระบายความรัญจวนใจที่เกินจะต้านทานนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ประตูหลังอันคับแน่นและหวงแหนของเธอถูกรุกล้ำและทะลวงลึกเข้ามาโดยเด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างแทน ความเจ็บปวดในคราแรกมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเสียวซ่านมหาศาลที่ตีรวนจนเธอแทบขาดใจ ทุกจังหวะที่แทนกระแทกท่อนเอ็นใหญ่ยักษ์เข้ามา มันเหมือนกับการเปิดประตูสวรรค์บานใหม่ที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ ให้เธอก้าวข้ามผ่านความอายและศีลธรรมทั้งปวง สู่ดินแดนแห่งกามราคะที่เร่าร้อนจนหัวใจจวนเจียนจะหยุดเต้น“โอ๊ย.. อาาา... เสียว... พี่ใจ... จะ.. ขะ. ขาด.. โอีะ... โอววว... ซี้ดดดด!”วิรัญญาอ้าปากพะงาบๆ พยายามจะส่งเสียงครางออกมาแต่กลับมีเพียงลมหายใจที่หอบถี่กระชั้นและเสียงครางเครือในลำคอ ดวงตากลมโตเหลือกค้างมองเพดานอย่างล่องลอย สติสัมปชัญญะเริ่มหลุดลอยไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยาน ร่างกายงามสะท้านเยือกเกร็งแน่นจนเส้นเล
แสงไฟนีออนสลัวภายในห้องโถงกระจกฉายจับร่างระหงของวิรัญญาที่บัดนี้ยืนหยัดอยู่กลางเวทีแห่งกามารมณ์ แทนขยับเข้าประชิดตัวเธอจากด้านหน้า มือหนาของเขาเอื้อมขึ้นรั้งสายเดรสผ้าซาตินสีนวลให้หลุดพ้นจากไหล่มน ก่อนจะตวัดถอดมันออกทางศีรษะอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ที่ซักซ้อมมาอย่างดี อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่ปกปิดท่อนบนร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มขาวผ่องที่สั่นกระเพื่อมตามแรงหอบหายใจในขณะเดียวกัน ภีมที่ยืนซ้อนอยู่เบื้องหลังไม่ปล่อยให้ความว่างเปล่าเข้าครอบงำ เขาเดินเครื่องเล้าโลมด้วยการสอดแขนมาประคองเต้าเนื้อคู่สวยไว้ในอุ้งมือหยาบใหญ่ ปลายนิ้วของเขาบดขยี้ลงบนยอดถันสีระเรื่อที่แข็งชูชันท้าทายอากาศเย็นในห้อง เขาบีบเฟ้นเนื้อนุ่มจนปลิ้นล้นง่ามนิ้ว พลางฝังจมูกลงบนซอกคอขาวกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่หอมกรุ่นผสมไอราคะ วิรัญญาถึงกับครางฮือ เอียงคอเปิดทางให้เด็กหนุ่มซุกไซ้อย่างเสียวซ่าน ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนระทวยปานขี้ผึ้งลนไฟมือของภีมลากไล้ต่ำลงมาตามส่วนโค้งเว้าของสะโพกผุดผาด ผ่านหน้าท้องที่เรียบตึงและสั่นระริก ก่อนที่เขาจะจงใจสอดนิ้วร้อนผ่าวลอดเข้าไปใต้ขอบอันเดอร์แวร์สีเนื้อบา
ภายในห้องรับรองขนาดเล็กที่มีเพียงแสงสลัวจากไฟ Night Light สีส้มอ่อนทอดตัวละมุนไปตามเฟอร์นิเจอร์หนังราคาแพง ความเงียบเชียบในห้องกลับดังก้องไปด้วยเสียงเต้นของหัวใจที่รัวเร็วราวกับกลองศึก วิรัญญานั่งเบียดกายชิดกับณัฐชนนบนโซฟา Love Seat ตัวนุ่ม มือเรียวเล็กของเธอกุมมือหนาของสามีไว้แน่นจนชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีระเรื่อเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เธอหอบหายใจยาวเป็นระยะเพื่อระบายความอัดอั้นที่จุกอยู่ที่อก ดวงตากลมโตสั่นระริกขณะจ้องมองผ่านกระจกวันเวย์บานยักษ์ออกไปเบื้องหน้า ที่นั่นคือ "เวที" ของเธอในค่ำคืนนี้... ห้องโถงกว้างที่จัดวางเตียงนอนรูปวงกลมสีขาวสะอาดไว้ใจกลางห้อง ล้อมรอบด้วยผนังกระจกเงาที่สะท้อนแสงไฟวับวามส่องเข้าหาเตียงทุกทิศทาง มันช่างดูโอ่อ่า สง่างาม และน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน"วิ... วิตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูกแล้วค่ะพี่ณัฐ"เธอพึมพำเสียงสั่นพร่า ร่างกายใต้ชุดเดรสผ้าไหมบางเบาสั่นเทิ้มจนสังเกตได้ ณัฐชนนยกมือหนาขึ้นลูบไล้เส้นผมที่ปรกหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและคลั่งไคล้ในตัวเมียรัก เขาเชยคางเธอขึ้นสบตาด้วยความอบอ
ท่ามกลางความเงียบเชียบของห้องทำงานผู้บริหารชั้นนำบนตึกสูงระฟ้าใจกลางสุขุมวิท เสียงเครื่องปรับอากาศครางแผ่วเบาเคล้าไปกับเสียงพลิกหน้ากระดาษรายงานยอดขายที่พุ่งทะยาน วิรัญญานั่งเหยียดหลังตรงในชุดสูทสีครีมตัดเย็บประณีต ขับเน้นบุคลิกนางพญาอสังหาริมทรัพย์ที่ใครก็ยากจะต่อกร ปลายนิ้วเรียวที่แต่งแต้มด้วยสีนู้ดสุขภาพดีเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กเนื้อหนาเป็นจังหวะเชื่องช้าตึ๊ง!เสียงสัญญาณอินเตอร์คอมที่หน้าประตูรั้งดวงตากลมโตให้เงยขึ้นจากตัวเลขสถิติ ก่อนที่ใบหน้าแฉล้มของน้ำผึ้ง เลขาสาวคนสนิทจะโผล่เข้ามาพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ“คุณวิคะ คุณใหญ่ลูกค้าเพนท์เฮาส์โครงการสุขุมวิทมาขอพบค่ะ บอกว่ามีธุระด่วนเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์และการตกแต่งเพิ่มเติม”หัวใจของวิรัญญากระตุกวูบราวกับลิฟต์ตกจากชั้นห้าลงสู่ชั้นใต้ดินชั่วขณะหนึ่ง รอยยิ้มทางธุรกิจที่ฉาบไว้เกือบหลุดลอก เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ใหญ่มาทำไม? ในโลกภายนอก เขาคือมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจเรือประมงรายใหญ่ที่เป็นพันธมิตรและลูกค้าวีไอพี แต่ในโลกมืดที่ปกคลุมด้วยไอราคะ เขาคือหนึ่งในแกนนำกลุ่ม 'เดอะเซเว่น' กลุ่มสวิงกิ้งที่เธอเคยถลำลึกเข้าไปร่วมวงไพบูลย์“ใ
วินาทีที่บานประตูถูกเปิดกว้างออก หัวใจของวิรัญญากระตุกวูบราวกับเครื่องยนต์ที่ถูกเร่งเครื่องกะทันหัน เธอผุดลุกขึ้นจากโซฟานุ่ม หมุนกายกลับไปมองผู้มาเยือนด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แสงไฟสลัวจากทางเดินเบื้องหลังส่งให้ร่างที่ก้าวเข้ามาดูโดดเด่นราวกับหลุดออกมาจากรันเวย์แฟชั่นย่านคังนัมเขาคือเด็กหนุ่มที่มีโครงหน้าเรียวได้รูปรับกับจมูกโด่งเป็นสัน ผิวขาวจัดจนดูสะอาดสะอ้านราวกับอาบน้ำแร่มาทั้งชีวิต ดวงตาเรียวรีแต่มีเสน่ห์ลึกล้ำแบบฉบับหนุ่มตี๋อินเตอร์ซ่อนความขี้เล่นไว้ใต้แพขนตาหนา ผมทรง Comma Hair สีน้ำตาลอ่อนถูกเซตมาอย่างประณีต ปล่อยปอยผมให้ปรกระหน้าผากเล็กน้อย เพิ่มลุคที่ดูละมุนตาแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนการแต่งกายของเขาคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความหรูหราและความยั่วยวน เขาอยู่ในชุดเชิ้ตผ้าไหมซาตินสีดำสนิท เนื้อผ้ามันวาวล้อไปกับแสงไฟในห้องอย่างประหลาด ที่สำคัญคือเขาจงใจปลดกระดุมเม็ดบนออกถึงสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกขาวเนียนที่ดูแน่นตึงและลำคอระหงที่สวมสร้อยเงินเส้นบางที่มีจี้เล็กๆ ทิ้งตัวลงสัมผัสผิวกาย ทุกจังหวะที่เขาขยับตัว เนื้อผ้าซาตินจะลู่ไปตามสรีระที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อพองามแบบคนออกกำลังกายสม
ท่ามกลางสติที่ขาดวิ่นราวกับด้ายที่จวนเจียนจะหลุดจากหลอดไม้ ความรู้สึกแรกที่แทรกซึมเข้าสู่โสตประสาทของธาวินคือความหนาวเหน็บที่บาดลึกเข้าไปถึงกระดูก เปลือกตาที่หนักอึ้งและปูดบวมจนแทบปิดสนิทค่อยๆ เผยอขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนเป็นสีเทามัวหม่น มีเพียงหยดน้ำที่ไหลรินจากเส้นผมเข้าสู่ดวงตาจนแสบพร่า เขาพยายามจะสะบัดศีรษะเพื่อไล่ความมึนงง แต่ทว่าเพียงแค่นิดเดียว ความเจ็บปวดมหาศาลก็แล่นริ้วจากต้นคอลงไปถึงไขสันหลังจนเขาต้องครางฮือออกมาในลำคอน้ำเย็นจัดเจิ่งนองอยู่รอบกาย เสื้อผ้าเนื้อดีที่เคยภาคภูมิใจบัดนี้เปียกโชกและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นดิน ชายฉกรรจ์คนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้า ในมือถือถังพลาสติกเปล่าใบเขื่อง สายตาที่มองลงมาเต็มไปด้วยความเฉยชาประหนึ่งมองซากศพที่ยังหายใจได้“มันฟื้นแล้ว” เสียงนั้นแหบพร่าและไร้ความรู้สึก “มึงไปบอกนายหัวเลย”ธาวินพยายามจะพยุงตัวนั่ง แต่ร่างกายของเขากลับทรยศ แขนซ้ายไร้เรี่ยวแรงจนสั่นระริก ลิ้นปี่ที่ถูกกระแทกยังคงประท้วงด้วยความจุกเสียดจนเขาต้องหอบหายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนกลิ่นอับชื้นเข้าไปอย่างทุลักทุเล ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและทรงอำ
ความลุ่มหลงในใจของ ณัฐชนน ถลำลึกสู่จุดที่จินตนาการไม่เพียงพออีกต่อไป ภาพในคลิปวิดีโอหรือคำบอกเล่าที่เร่าร้อนกลายเป็นเพียงความบันเทิงชั่วครั้งชั่วคราว เมื่อกิเลสสั่งการให้เขาต้องก้าวข้ามเส้นศีลธรรมไปสู่การเป็น "พยานสายตา" ในที่เกิดเหตุจริง เขาต้องการเห็น วิรัญญา ภรรยาผู้สง่างาม ตกอยู่ใต้ร่างของชายอื
รุ่งเช้าที่คอนโดหรู... วิรัญญา ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความซ่านสยิวที่ยังตกค้างอยู่ในทุกอณูผิว เธอจัดการตัวเองด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ก่อนจะขับรถกลับบ้านด้วยหัวใจที่เต้นรัว มันไม่ใช่จังหวะของความกลัว แต่มันคือความรุ่มร้อนที่ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับ ณัฐชนน ตามข้อตกลงที่บิดเบี้ยวของเราเธอต้องเล่าทุกรา
ประตูไม้โอ๊กสีเข้มบานใหญ่ถูกปิดลงอย่างนุ่มนวล เสียง 'คลิก' เบาๆ นั้นราวกับเป็นม่านที่ปิดกั้นโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ร่างระหงของ วิรัญญา ถูกรวบเข้าสู่อ้อมแขนที่แข็งแกร่งของ ธาวิน แทบจะในทันที ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นที่ต้องการถาโถมเข้าใส่เธออย่างรวดเร็ว จนเธอหายใจสะดุดเล็กน้อยริมฝีปากนุ่ม
เช้าวันรุ่งขึ้นมาถึงพร้อมกับความรู้สึกที่หลากหลายปนเปกันไปในใจของ วิรัญญา ความโล่งใจที่พ้นจากความลับ ความอับอายที่ถูกเปลือยชีวิต ความสับสนต่อเงื่อนไข และที่สำคัญที่สุดคือความหวาดกลัวต่อ พันธะแห่งการทรยศ ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เธอเฝ้ามองใบหน้าของ ณัฐชนน ที่หลับใหลอยู่ข้างกาย โครงหน้าคมคายที่เธอคุ้นเ







