Mag-log inภายในห้องรับประทานอาหารที่เคยกดดันจนแทบหายใจไม่ออก และบรรยากาศแห่งการพิพากษาที่เยือกเย็น ทว่าบัดนี้ เริ่มแฝงไปด้วยความเมตตาอันซับซ้อน วิรัญญา ยังคงสะอื้นฮัก ร่างบางสั่นเทาระคนหวาดกลัวต่อ "ดาบอาญาสิทธิ์" ที่เธอเป็นคนลับมันขึ้นมาด้วยมือตนเอง คำพูดที่เคยพลั้งปากไว้ในวันที่หลงระเริงในกามารมณ์และอำนาจย้อนกลับมาทิ่มแทงเธอประดุจเข็มพิษ“ถ้าเรื่องนี้มีปัญหาเกิดขึ้น พี่ฟ้องหย่าวิได้เลยค่ะ” ประโยคนั้นดังก้องอยู่ในมโนสำนึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันคือพันธสัญญาที่เธอใช้เดิมพันเพื่อแลกกับความอิสระในการปรนเปรอตัณหากับธาวิน แต่ในนาทีที่ทุกอย่างกำลังพังทลาย คำว่า "หย่า" กลับกลายเป็นคำที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความตายสำหรับผู้หญิงที่เสพติดเกียรติยศและฐานะเมียประธานอย่างเธอ“พี่ณัฐคะ... วิยังคุยกับคุณเพิ่มได้นะคะ เรื่องของเรา... คุณเพิ่มยังไม่ได้ไปปากสว่างกับใครเลยนะคะ”วิรัญญาละล่ำละลักโพล่งออกมา ร่างที่ยังคุกเข่าอยู่แทบเท้าสามีพยายามยื้อยุดหาช่องว่างของเหตุผลเพื่อความอยู่รอด เธอพยายามเบี่ยงประเด็นจากการทำงานพลาด ไปสู่เรื่องความลับของ "ความสัมพันธ์ต้องห้าม" ที่เธอมั่นใจว่าเพิ่มยศยังคงปิดปากเงียบณัฐชนนชะงักไป
บรรยากาศภายในห้องรับประทานอาหารของคฤหาสน์หรูค่ำคืนนี้ช่างแตกต่างจากทุกวัน แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคริสตัลที่ส่องกระทบลงบนโต๊ะไม้มะค่าขัดเงาประดับลายหินมุกดูหม่นหมองลงอย่างประหลาด อาหารเลิศรสหลายรายการที่เป็นของโปรดของ วิรัญญา วางเรียงรายอยู่อย่างประณีต กลิ่นหอมของมันที่เคยกระตุ้นความอยากอาหาร บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นชวนพะอืดพะอม ประสาทสัมผัสในการรับรสของเธอมันช่างจืดชืดและด้านชา ราวกับว่าลิ้นของเธอกลายเป็นก้อนกรวดที่ไร้ความรู้สึกวิรัญญานั่งตัวลีบเล็กอยู่ข้างๆ ณัฐชนน เธอพยายามก้มหน้าก้มตาทานอาหารในจานของตัวเองอย่างเชื่องช้า แต่ละคำที่กลืนลงไปเปรียบเสมือนการกลืนก้อนหนามที่ทิ่มแทงลำคอ เธอสังเกตเห็นว่าสามีของเธอทานน้อยกว่าปกติ และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงดุด่าคือ "ความเงียบ" ที่ปกคลุมไปทั่วห้อง มีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบจานกระเบื้องเนื้อดีดังเป็นระยะๆ ซึ่งแต่ละครั้งมันบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของเธอจนตัวสั่นณัฐชนนพูดน้อยจนผิดวิสัย บางครั้งเขาจะเหลือบสายตาคมกริบมามองเธอครู่หนึ่งก่อนจะเบือนกลับไปโดยไม่เอ่ยคำใด ท่าทีนิ่งสงบประดุจผิวน้ำก่อนพายุใหญ่จะมาถึง ทำให้วิรัญญาอึดอัดจนแทบหายใจไ
บรรยากาศภายในห้องทำงานที่เคยดูหรูหราโอ่อ่า บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขังที่บีบอัดจนหายใจไม่ออก เพิ่มยศ ขยับร่างกายที่ดูภูมิฐานของเขา ชันตัวลุกขึ้นจากพนักพิงแล้วเอนกายเข้าหา วิรัญญา ที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่ตรงหน้า ระยะห่างที่ลดลงทำให้วิรัญญาเห็นเงาสะท้อนของความพ่ายแพ้ในดวงตาของตัวเองผ่านนัยน์ตาเรียบเฉยของชายวัยกลางคนตรงหน้า“เรามีเวลาแค่ถึงอาทิตย์หน้า... ถ้างานไม่ตีตื้นขึ้นมาให้ทันตามแผน ผมจำเป็นต้องเทอร์มิเนต (Terminate) สัญญากับวิธาดีไซน์”คำพูดของเขาเบาหวิวทว่าเน้นย้ำทุกพยางค์เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในโสตประสาท วิรัญญาจ้องมองดวงตาคมกริบของเพิ่มยศด้วยความหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคยเคลือบด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันเมื่ออาทิตย์ก่อน บัดนี้สั่นระริกจนต้องเม้มเข้าหากันเพื่อสะกดอารมณ์“เรา... เรายังจ้างทีมสำรองนั่นทันอยู่ไหมคะคุณเพิ่ม?”น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าและแหบแห้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภาษากายของเธอบ่งบอกถึงความกระสับกระส่าย มือเรียวสวยที่เคยกรีดกรายอย่างมั่นใจบัดนี้กลับประสานกันแน่นบนตัก ขยับไปมาอย่างคนทำอะไรไม่ถูก ความร้อนรนพุ่งพล่านไปทั่วกายจนเหงื่อซึมตามไรผม“ผมจะ
ฝีเท้าของ เพิ่มยศ ที่กระทบลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงาของโถงทางเดินชั้นบริหารดังก้องสะท้อนความหวั่นวิตกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึม เขาเดินหน้าตั้งมุ่งตรงไปยังห้องทำงานของประธานกรรมการบริหารด้วยจังหวะที่เร่งรีบกว่าปกติ สองมือที่กำสายกระเป๋าเอกสารแน่นจนข้อขาวโพลนเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเขากำลังเตรียมตัวรับ "แรงกระแทก" ครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้าย้อนกลับไปเพียงห้านาทีที่แล้ว ทันทีที่เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานในห้องส่วนตัวด้วยความเหนื่อยล้าจากการประชุมที่เพิ่งปิดฉากลง เสียงโทรศัพท์ภายในก็ดังแผดกร้าวขึ้นมาประดุจเสียงสั่งตาย“มาพบผมหน่อย”ประโยคสั้นๆ ห้วนจัด และการตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ตอบรับของ ณัฐชนน ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเพิ่มยศลดฮวบลงจนเย็นเฉียบไปถึงปลายนิ้ว น้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิตแบบนั้น เขาจำได้ดีว่ามันมักจะเกิดขึ้นเมื่อท่านประธานกำลังถือ "ดาบอาญาสิทธิ์" อยู่ในมือ และคราวนี้เป้าหมายอาจจะเป็นเขา... หรือใครบางคนที่เขากำลังพยายามปกปิดความเน่าเฟะให้เพิ่มยศหยุดยืนเกร็งอยู่หน้าบานประตูไม้แกะสลักหรูหราที่กั้นกลางระหว่างเขากับอำนาจสูง
ท่ามกลางแสงไฟสลัวรางสีส้มสลัวภายในห้องนั่งเล่นสุดหรู กลิ่นอายของความกำหนัดคละคลุ้งไปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและไอระเหยของแชมเปญที่เพิ่งกระดกกลืนลงคอ เชน ไม่ปล่อยให้เวลาแห่งความหฤหรรษ์หลุดลอยไปแม้แต่วินาทีเดียว มือใหญ่หนาและหยาบกร้านของเขาเลื่อนต่ำลงมาตะโบมบีบเค้นหนั่นเนื้อสะโพกงอนงามของ วิรัญญา ผ่านเนื้อผ้าเดรสชั้นดีอย่างย่ามใจ แรงบีบเฟ้นนั้นหนักหน่วงจนทิ้งรอยนิ้วมือไว้บนผิวเนื้อ ขณะที่ริมฝีปากหนาของเขาจู่โจมซุกไซ้ไปตามพวงแก้มฉ่ำระเรื่อและซอกคอขาวผ่องอย่างหิวกระหาย“อูยย... พี่เชน... อูยย... วิยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะคะ... ซี้ดดด...”วิรัญญาพยายามเบี่ยงกายหลบเลี่ยงเพียงน้อยนิสัยตามจรรยาของหญิงสาวที่ยังห่วงพะวงเรื่องความสะอาดสะอ้านหลังจากตรากตรำงานมาทั้งวัน แต่สัมผัสอันเร่าร้อนของเชนกลับทำลายกำแพงแห่งความละอายนั้นลงอย่างรวดเร็ว“ตัวน้องวิหอมออก พี่ชอบแบบนี้...” เชนกระซิบตอบด้วยเสียงพร่าต่ำห้าว ก่อนจะใช้ฟันหน้าขบเม้มติ่งหูของเธอเบาๆ แล้วลากลิ้นเลียวนรอบใบหูอย่างจงใจกระตุ้นจุดเสียวสัมผัสนั้นทำให้วิรัญญาขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความเย็นวาบแล่นปราดจากต้นคอลงไปสู่กึ่งกลางกายจนเธอต้านทานความต้องการที่พุ
บรรยากาศในห้องประชุมวันนี้อบอวลไปด้วยมวลอากาศที่แตกต่างจากอาทิตย์ที่แล้วอย่างสิ้นเชิง ธาวิน นั่งพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่ด้วยท่วงท่าที่ดูผ่อนคลายจนเกือบจะเป็นการเหยียดกายอย่างสบายใจ มุมปากของเขายกยิ้มน้อยๆ อย่างผู้ชนะในเกมเดิมพันที่ถือไพ่เหนือกว่า สายตาที่เขาทอดมองไปยัง เพิ่มยศ ซึ่งนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย แววตาหยิ่งยะโสฉายชัดออกมาอย่างไม่ปิดบัง เป็นท่าทีของคนที่รู้ตัวว่าตนเองได้กลายเป็น "พระเอก" ของงานนี้ไปเสียแล้ว“เป็นที่น่ายินดีครับ... ที่ความก้าวหน้าของงานแบบของเรา ตามที่ได้รายงานในที่ประชุมวันนี้ สามารถแคชอัพ (Catch-up) ขึ้นมาให้ทันตามแผนได้แล้ว”เสียงประกาศสรุปของผู้จัดการโครงการดังก้องสะท้อนไปทั่วห้อง ประดุจเสียงสวรรค์ที่ปลดปล่อยพันธนาการออกจากใจของ วิรัญญา เธอที่นั่งอยู่เคียงข้างเพิ่มยศมีสีหน้าของเธอปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเครียดที่เคยเกาะกุมใบหน้าสวยมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความพึงใจและลิงโลดจนปิดไม่มิด ผลงานของธาวินในวันนี้คือบทพิสูจน์ว่าเธอตาถึง และคำสบประมาทของเพิ่มยศนั้นเป็นเรื่องไร้สาระวิรัญญาค่อยๆ หันไปส่งยิ้มให้เพิ่มยศ มันไม่ใช่รอยยิ้มฐานะเพ







