Masuk“อื๊อ!”
เสียงครางอู้อี้ในลำคอของเธอไม่ได้ทำให้ราชาผู้ป่าเถื่อนหยุดยั้งการกระทำ ตรงกันข้าม เขากลับกดสะโพกสวนเข้ามาจนสุดลำในคราวเดียว ราวกับจงใจจะตอกย้ำความเป็นเจ้าของและลงโทษเธอในเวลาเดียวกัน
“แน่นชิบ” คิงสบถเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร่างกายแกร่งเกร็งเครียดจนเส้นเลือดปูดโปน
“ทำเป็นเก่งแต่ข้างในตอดจนจะขาดแบบนี้ ไม่ค่อยได้ขายหรือไง”
คำพูดดูถูกของเขาเหมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งศักดิ์ศรี ทับทิมเชิดหน้าขึ้นทั้งที่น้ำตาซึมจากความเจ็บระคนเสียวซ่าน เธอขยับสะโพกตอบรับแรงกระแทกของเขาอย่างไม่ยอมแพ้
“ก็บอกแล้วไงคะ” เธอตอบเสียงกระท่อนกระแท่น
“ว่าทับทิมเม็ดนี้... แน่น... กว่าที่เฮียคิด”
“ปากดี!”
คิงคำรามก่อนจะเริ่มขยับสะโพกด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วง เขาจับเอวคอดของเธอไว้แน่นเหมือนคีมเหล็ก บังคับให้เธอรับแรงกระแทกจากเขาทุกดอกเน้นๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด ผสมปนเปกับเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างเร่าร้อน
บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ข้าวของเอกสารปลิวว่อนตกลงพื้นกระจายเกลื่อนกราด ทับทิมแอ่นอกรับสัมผัสจากมือหนาที่บีบเค้นไปทั่วร่างอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากร้อนจัดของเขาบดขยี้ลงมาที่ซอกคอขาวผ่อง ดูดดึงและขบกัดจนเกิดรอยแดงช้ำเด่นชัดตัดกับผิวขาว
“ห้าล้าน...” คิงกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ขณะที่ช่วงล่างยังคงตอกตรึงไม่หยุด
“ต้องชดใช้ให้คุ้มค่าเหนื่อยหน่อย”
“อ๊า... เฮีย... แรงอีก...”
เสียงร้องขอของเธอทำให้สติเส้นสุดท้ายของคิงขาดผึง เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่บ้าบิ่นและรับมือกับความรุนแรงของเขาได้ถึงใจขนาดนี้ ยิ่งเขารุนแรง เธอยิ่งตอบสนอง ยิ่งเขาหยาบคาย เธอยิ่งยั่วยวน มันเหมือนยาเสพติดที่ยิ่งเสพยิ่งต้องการไม่รู้จบ
บทรักบนโต๊ะทำงานดำเนินไปอย่างดุเดือดจนกระทั่งถึงจุดแตกหัก ร่างกายของทับทิมกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ปลดปล่อยธารอารมณ์ออกมาจนเลอะหน้าขาแกร่ง ขณะที่คิงคำรามลั่น กดแช่แก่นกายไว้ในตัวเธอ ปลดปล่อยความต้องการทั้งหมดเข้าไปจนล้นทะลัก
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคน
ทับทิมซบหน้าลงกับอกกว้างอย่างหมดแรง ขาของเธอสั่นจนแทบจะยืนไม่อยู่ แต่ก่อนที่เธอจะได้พัก ร่างสูงใหญ่ของคิงก็ขยับตัว เขาถอนกายออกเพียงชั่วครู่ จัดการเสื้อผ้าตัวเองอย่างลวกๆ แล้วช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว
“จะ... จะไปไหน” ทับทิมถามเสียงแหบแห้ง เธอคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว
คิงก้มมองใบหน้าสวยที่แดงก่ำและเหงื่อซึมด้วยสายตาวาวโรจน์ มุมปากยกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้เธอรู้สึกขนลุก
“คิดว่าเสร็จแค่นี้แล้วหนี้จะหมดรึไง” เขาถามเสียงเยาะ
“ห้าล้านนะทับทิม น้ำเดียวยังไม่ได้ดอกเบี้ยเลยด้วยซ้ำ”
เขาอุ้มเธอเดินผ่านประตูเชื่อมด้านหลังห้องทำงาน ตรงเข้าไปยังลิฟต์ส่วนตัวที่ซ่อนอยู่
“คืนนี้ยังอีกยาวไกล ฉันจะสอนให้เธอรู้ว่าการเป็นของเล่น มันต้องเจอกับอะไรบ้าง”
.
.
.
ประตูลิฟต์เปิดออกสู่เพนต์เฮาส์สุดหรูที่กินพื้นที่ทั้งชั้นที่อยู่ใต้ดิน ทับทิมไม่มีเวลาแม้แต่จะชื่นชมความงามของมัน เพราะทันทีที่ถึงห้องนอน คิงก็โยนร่างของเธอลงบนเตียงคิงไซส์สีดำสนิทอย่างไม่ปรานี
ฟุ่บ!
เตียงนุ่มยุบยวบตามแรงเหวี่ยง ทับทิมรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่คิงเร็วกว่า เขาตามขึ้นมาคร่อมทับร่างเธอไว้ทันที แววตาของเขาในตอนนี้เหมือนเสือที่กำลังตะปบเหยื่อที่ไม่มีทางหนีรอด
“ถอดชุดออก” เขาสั่งเสียงเฉียบขาด
ทับทิมเม้มปาก มองหน้าเขาอย่างชั่งใจ ชุดเดรสตัวสวยของเธอตอนนี้ยับยู่ยี่และหลุดลุ่ยไปหมดแล้ว ซิปสีทองที่กลางอกถูกรูดลงมาจนเกือบสุด แต่เธอก็ยังเล่นตัว
“ถอดเองสิคะเฮีย มือมีไว้ทำไม”
คิงหัวเราะในลำคอ
“ชอบให้ใช้กำลังสินะ”
แควก!
เสียงผ้าซาตินราคาแพงฉีกขาดดังลั่นห้องเมื่อคิงกระชากชุดของเธอออกโดยไม่สนใจดีไซน์หรือราคา ทับทิมเบิกตากว้าง แต่ยังไม่ทันได้โวยวาย ริมฝีปากของเขาก็ประกบลงมาปิดปากเธอ
คราวนี้มันไม่ใช่เซ็กซ์เพื่อระบายอารมณ์โกรธเหมือนตอนอยู่ห้องทำงาน แต่มันคือเซ็กซ์ที่เต็มไปด้วยความต้องการครอบครอง’
คิงลากไล้ฝ่ามือไปทั่วเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอ สัมผัสทุกสัดส่วนอย่างจาบจ้วง เขาจงใจทิ้งรอยรักสีกุหลาบไว้ทั่วตัวเธอ ตั้งแต่ลำคอ เนินอก หน้าท้อง ไปจนถึงต้นขาด้านใน ราวกับต้องการตีตราจองว่าผู้หญิงคนนี้เป็นสมบัติของเขาแต่เพียงผู้เดียว
“อื้อ...เฮียคิง” ทับทิมครางเสียงหลงเมื่อเขาปรนเปรอจุดอ่อนไหวของเธอด้วยลิ้นร้อนจัด
“จะฆ่ากันรึไง”
“เออ... จะเอาให้ตายคาอกเนี่ยแหละ”
บทรักรอบที่สอง... สาม... และสี่ ดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทับทิมไม่รู้ว่าเธอเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนที่ตอบสนองเขาได้ทุกครั้ง เธอรู้แค่ว่าทุกสัมผัสของเขามันเติมเต็มบางอย่างที่ขาดหายไปในใจเธอ และดูเหมือนว่าสำหรับคิงเอง ทับทิมก็เป็นเหมือนบ่อน้ำกลางทะเลทรายที่เขาดื่มกินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ
.
.
.
เช้าวันต่อมา
ทับทิมรู้สึกตัวตื่นขึ้นด้วยความปวดเมื่อยไปทั้งตัวราวกับเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาหมาดๆ เธอพยายามจะขยับตัว แต่ก็พบว่ามีท่อนแขนหนักๆ ของใครบางคนพาดทับเอวเธออยู่
เธอค่อยๆ หันไปมองคนข้างกาย
คิงยังคงหลับสนิท ใบหน้ายามหลับของเขาดูอ่อนโยนกว่าตอนตื่นหลายเท่า ขนตายาวหนา จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากที่บวมเจ่อนิดๆ จากการบดขยี้จูบกับเธอทั้งคืน
ทับทิมอดยิ้มออกมาไม่ได้ เธอยกมือขึ้นจะปัดผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเขาออก
หมับ!
มือใหญ่คว้าข้อมือเธอไว้ได้ทันควัน ทั้งที่ตายังไม่ลืม
“จะลักหลับหรือไง” เสียงแหบพร่าของคนเพิ่งตื่นเอ่ยถาม
ทับทิมสะดุ้งเล็กน้อย
“ตื่นแล้วเหรอคะ”
คิงลืมตาขึ้น ดวงตาสีนิลจ้องมองเธอในระยะประชิด ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมองสภาพของเธอที่เปลือยเปล่าใต้ผ้าห่ม รอยแดงเป็นจ้ำๆ ทั่วตัวเธอทำให้เขาพึงพอใจ
“ตื่นแล้วก็ลุก” เขาปล่อยมือเธอ แล้วลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงอย่างไม่ไยดี
“หิวข้าว”
“อะไรกัน...” ทับทิมบ่นอุบอิบ พยุงร่างที่ระบมลุกขึ้นนั่งบ้าง ดึงผ้าห่มมาปิดอก
“ใช้งานกันทั้งคืน ตื่นมาก็ไล่ให้ไปทำข้าวให้กินเลยเหรอคะ ไม่มีเซอร์วิสมายด์เลยนะเฮีย”
“ฉันเป็นเจ้าหนี้ ไม่ใช่ผัวเธอ” คิงหันมามองหน้าเธอ แล้วแสยะยิ้มกวนประสาท
“หน้าที่เธอคือทำให้ฉันพอใจ ทั้งบนเตียงและนอกเตียง”
เขาหยิบเช็คเงินสดที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงมาเขียนตัวเลขยุกยิก แล้วโยนใส่ตักเธอ
“ค่าตัวเมื่อคืน หักต้นไปห้าหมื่น”
“ห้าหมื่น!” ทับทิมหยิบเช็คขึ้นมาดูแล้วตาโต
“เฮีย! ทั้งคืนเนี่ยนะห้าหมื่น! นี่ทับทิมนะ ไม่ใช่หินกรวดข้างทาง ค่าตัวหนูแพงกว่านี้เยอะ!”
“แค่นี้ก็เยอะแล้วสำหรับของมือสอง” คิงลุกจากเตียง เดินเปลือยกายโชว์หุ่นล่ำบึ้กเข้าห้องน้ำไปอย่างหน้าตาเฉย
“รีบไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วลงไปทำข้าวเช้า ถ้าช้าจะคิดดอกเบี้ยเพิ่มนาทีละพัน!”
ทับทิมมองตามแผ่นหลังกว้างที่มีรอยเล็บข่วนเต็มไปหมดด้วยความหมั่นไส้ เธอกำเช็คในมือแน่นจนยับ
“ไอ้เฮียคิงบ้า! ไอ้คนขี้งก! ห้าหมื่นเหรอ คอยดูเถอะ แม่จะขย่มให้หมดหนี้เลย!”
เสียงกรีดร้องหวานใสของทับทิมเรียกความสนใจจากทุกคนให้เงยหน้าขึ้นมอง เธอวิ่งลงมาจากบันไดวนด้วยท่าทางตื่นตระหนก ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยพองาม ใบหน้าตื่นกลัวเหมือนลูกกวางน้อยหลงฝูง“ทับทิม!” คิงตวาดลั่นเมื่อเห็นเธอวิ่งลงมากลางดงปืน “ฉันบอกให้อยู่ในห้อง!”“เฮียคะ... ฮือ... หนู...”ทับทิมวิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปหาคิงทันที เธอไม่สนใจมังกรที่มองเธอตาค้างด้วยความตะลึงในความสวย เธอพุ่งเข้าไปหลบที่ด้านหลังของคิง ใช้แผ่นหลังกว้างของเขาเป็นเกราะกำบัง“โอ้โห ตัวจริงเด็ดกว่าในรูปอีกว่ะ” มังกรผิวปากแซว สายตาโลมเลียทับทิมอย่างจาบจ้วง “น้องทับทิมครับ สนใจเปลี่ยนเจ้าหนี้ไหม พี่ใจดีกว่าไอ้คิงเยอะนะ”“อย่ามองนะ! ไอ้คนน่ากลัว!” ทับทิมโผล่หน้าออกมาแว้ดใส่ แล้วรีบซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของคิง สวมกอดเอวสอบของเขาไว้แน่น“เฮียคะ หนูไม่อยากไปกับมัน เฮียช่วยหนูด้วยนะ”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือและออดอ้อนจนน่าสงสาร คิงที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า พอโดนกอดและอ้อนเข้าแบบนี้ กล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดก็กระตุกวูบ“ฉันยืนหัวโด่อยู่นี่ ใครกล้า” คิงบอกเสียงเข้ม โดยที่ตายังจ้องมังกรเขม็ง ปืนในมือยังคงเล็งเป้าหมายนิ่งสนิทแต่แล้ว ความรู้
ช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันเสียงอึกทึกครึกโครมจากด้านบนสนามเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเหล่าขาซิ่งและนักพนันเริ่มทยอยเข้ามาในสนามแข่ง ทับทิมที่ถูกขังลืมอยู่ในห้องนอนกว้างขวางของคิงเริ่มเดินวนไปวนมาอย่างหงุดหงิด เธอพยายามหมุนลูกบิดประตูเป็นรอบที่ร้อย แต่ก็พบว่ามันยังคงล็อกสนิท“ไอ้คนเผด็จการ! ขังกันจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย!” เธอเตะประตูไปทีหนึ่งเพื่อระบายอารมณ์“คิดว่าประตูแค่นี้จะขังทับทิมได้เหรอ ฝันไปเถอะ!”เธอเดินกลับไปที่โต๊ะหัวเตียง คว้ากิ๊บติดผมสีดำตัวเล็กออกมาดัดให้ตรง สมัยเรียนมหาลัยเธอเคยรับจ็อบพิเศษสารพัดอย่าง หนึ่งในนั้นคือการช่วยเพื่อนที่เป็นช่างกุญแจเปิดห้องเวลาลูกค้าลืมกุญแจ ทักษะเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เธอไม่เคยลืมกริ๊ก... แกรก...ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที เสียงกลไกภายในลูกบิดก็ดัง คลิก เบาๆ ทับทิมยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เธอค่อยๆ แง้มประตูออกดูลาดเลาทางเดินหน้าห้องเงียบกริบ การ์ดที่เคยเฝ้าหายไปไหนกันหมดทับทิมขมวดคิ้ว ปกติคิงต้องวางคนเฝ้าไข่ในหินอย่างเธอไม่ให้คลาดสายตาสิ หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเธอตัดสินใจย่องออกมาจากห้อง กดลิฟต์ออกมาจากเพ้นเฮ้าส์ที่อยู่ใต้ดิน เดินลัดเลาะไปตามระเบียงทางเดิน
ทับทิมยืนกอดอกมองเศษซากชุดเดรสราคาแพงระยับของตัวเองที่นอนกองอยู่บนพื้นในสภาพยับเยิน ซิปแตก ตะขอหลุด และรอยฉีกขาดที่ชายกระโปรงซึ่งเกิดจากน้ำมือของสัตว์ป่าบ้ากามเมื่อคืน“ไอ้เฮียคิงบ้า ฉีกซะไม่เกรงใจป้ายราคาเลยนะ” เธอบ่นอุบอิบ พลางใช้ปลายเท้าเขี่ยซากอารยธรรมนั้นอย่างไว้อาลัยในเมื่อชุดเก่าใส่ไม่ได้ และเธอก็ไม่ได้พกเสื้อผ้าสำรองมา ทางเลือกของทับทิมจึงมีอยู่ทางเดียวคือตู้เสื้อผ้าของเจ้าของห้องเธอเดินถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ ภายในเต็มไปด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำ สีขาว และสีน้ำเงินเข้มที่ถูกรีดเรียบกริบแขวนเรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ลอยออกมาแตะจมูก“มีแต่สีทึมๆ ชีวิตเฮียแกไม่มีสีสันเลยหรือไง”ปากบ่นแต่มือก็หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งออกมาตัวหนึ่ง เธอสวมมันทับเรือนร่างเปลือยเปล่า ติดกระดุมแบบลวกๆ โดยจงใจเว้นกระดุมสามเม็ดบนให้คอเสื้อแหวกกว้างเผยให้เห็นเนินอกที่มีรอยแดงจางๆ เป็นจ้ำๆ จากศึกรักเมื่อคืน ชายเสื้อเชิ้ตยาวคลุมลงมาถึงหน้าขาพอดิบพอดี ดูเหมือนชุดเดรสสั้นกุดที่ทั้งเซ็กซี่และยั่วยวนในเวลาเดียวกันทับทิมเดินฮัมเพลงออกมาจากห้องนอ
วินาทีที่ความแข็งขืนร้อนผ่าวแทรกผ่านปราการนุ่มเข้ามาในกาย ความจุกเสียดผสมกับความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่างจนทับทิมต้องเผลอกัดริมฝีปากแน่น เล็บยาวจิกเกร็งลงบนบ่ากว้างของคิงจนเสื้อเชิ้ตสีดำราคาแพงยับยู่ยี่“อื๊อ!”เสียงครางอู้อี้ในลำคอของเธอไม่ได้ทำให้ราชาผู้ป่าเถื่อนหยุดยั้งการกระทำ ตรงกันข้าม เขากลับกดสะโพกสวนเข้ามาจนสุดลำในคราวเดียว ราวกับจงใจจะตอกย้ำความเป็นเจ้าของและลงโทษเธอในเวลาเดียวกัน“แน่นชิบ” คิงสบถเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร่างกายแกร่งเกร็งเครียดจนเส้นเลือดปูดโปน “ทำเป็นเก่งแต่ข้างในตอดจนจะขาดแบบนี้ ไม่ค่อยได้ขายหรือไง”คำพูดดูถูกของเขาเหมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งศักดิ์ศรี ทับทิมเชิดหน้าขึ้นทั้งที่น้ำตาซึมจากความเจ็บระคนเสียวซ่าน เธอขยับสะโพกตอบรับแรงกระแทกของเขาอย่างไม่ยอมแพ้“ก็บอกแล้วไงคะ” เธอตอบเสียงกระท่อนกระแท่น “ว่าทับทิมเม็ดนี้... แน่น... กว่าที่เฮียคิด”“ปากดี!”คิงคำรามก่อนจะเริ่มขยับสะโพกด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วง เขาจับเอวคอดของเธอไว้แน่นเหมือนคีมเหล็ก บังคับให้เธอรับแรงกระแทกจากเขาทุกดอกเน้นๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด
คิงตวาดลั่น มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดของเธอแล้วกระชากอย่างแรงจนร่างของทับทิมเสียหลักล้มลงมานั่งบนตักแกร่งของเขา“ว้าย!”เธออุทานด้วยความตกใจ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นยิ้มยั่วยวน วาดแขนโอบรอบลำคอเขาไว้ทันที เพื่อไม่ให้ตก“ปากดีนักนะ” คิงกัดฟันกรอด ลมหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้น กลิ่นหอมของวานิลลาจากตัวเธอมันรบกวนระบบประสาทเขาอย่างรุนแรง “คิดว่าเป็นใคร ถึงกล้ามาลองดีกับฉันแบบนี้”“ก็เป็นลูกหนี้ที่สวยที่สุดของเฮียไงคะ”ทับทิมตอบอย่างไม่เกรงกลัว เธอขยับสะโพกบดเบียดลงบนหน้าขาของเขาอย่างจงใจ รับรู้ได้ถึงความแข็งขืนที่เริ่มตื่นตัวภายใต้กางเกงเนื้อดี“หึ...” คิงแค่นหัวเราะ แววตาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความปรารถนาที่ดำมืด “อยากขายตัวใช้หนี้นักใช่ไหม”มือหยาบกร้านของเขาเลื่อนจากเอว ไล้ต่ำลงไปตามสะโพกมน ก่อนจะสอดเข้าไปใต้กระโปรงเดรสตัวสวย สัมผัสกับผิวเนื้อนุ่มลื่นที่ต้นขาด้านใน“อ๊ะ...” ทับทิมสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว สัมผัสของเขาร้อนผ่าวยิ่งกว่าไฟ“แน่นดีนี่” เขาพึมพำเสียงพร่า ขณะบีบขย้ำต้นขาเธอแรงๆ “แต่จะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงที่ฉันเคยเอา ทั้งสวยกว่า นมใหญ่กว่า ลีลาดีกว่าเธอมีเป็นร้อย แล้วเ
เวลา 23.00 น.หนึ่งชั่วโมงสุดท้ายก่อนเส้นตายบรรยากาศภายในห้องนอนของคอนโดมิเนียมหรูดูเงียบเหงาและตึงเครียด แตกต่างจากเจ้าของห้องที่กำลังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทับทิมมองภาพสะท้อนของตัวเองที่สวมชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำสนิท มันเป็นชุดที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ดีไซน์รัดรูปเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวคอดและสะโพกกลมกลึง แต่ทีเด็ดอยู่ที่รอยผ่าหน้าขาที่สูงลิบลิ่วจนเกือบจะถึงจุดสงวน และซิปสีทองเส้นยาวที่พาดผ่านกลางลำตัวตั้งแต่หน้าอกลงไปจนสุดชายกระโปรงเป็นชุดที่ตะโกนบอกคนทั้งโลกว่าพร้อมถอด“เงินห้าล้าน...” ทับทิมพึมพำกับตัวเอง พลางหยิบน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมฟีโรโมนขึ้นมาฉีดพรมตามจุดชีพจร “หาทั้งชาติก็คงไม่ทันคืนนี้หรอก”เธอไม่ได้โง่พอที่จะวิ่งเต้นไปกู้หนี้ยืมสินใครให้ตัวเองลำบากเพิ่ม ทางรอดของน้องชายและทางรอดของเธอมีเพียงทางเดียว คือการทำให้ราชายอมรับ ‘เครื่องบรรณาการ’ ชิ้นนี้ให้ได้แม้เมื่อคืนเขาจะไล่ตะเพิดเธอเหมือนหมูเหมือนหมา แต่ทับทิมเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง สายตาที่เขามองเธอ ร่างกายของเขาที่ตอบสนองต่อสัมผัสของเธอ มันโกหกกันไม่ได้ ผู้ชายอย่างคิงอาจจะปากแข็งและหยิ







