LOGIN“ทับทิม!” คิงตวาดลั่นเมื่อเห็นเธอวิ่งลงมากลางดงปืน
“ฉันบอกให้อยู่ในห้อง!”
“เฮียคะ... ฮือ... หนู...”
ทับทิมวิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปหาคิงทันที เธอไม่สนใจมังกรที่มองเธอตาค้างด้วยความตะลึงในความสวย เธอพุ่งเข้าไปหลบที่ด้านหลังของคิง ใช้แผ่นหลังกว้างของเขาเป็นเกราะกำบัง
“โอ้โห ตัวจริงเด็ดกว่าในรูปอีกว่ะ” มังกรผิวปากแซว สายตาโลมเลียทับทิมอย่างจาบจ้วง
“น้องทับทิมครับ สนใจเปลี่ยนเจ้าหนี้ไหม พี่ใจดีกว่าไอ้คิงเยอะนะ”
“อย่ามองนะ! ไอ้คนน่ากลัว!” ทับทิมโผล่หน้าออกมาแว้ดใส่ แล้วรีบซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของคิง สวมกอดเอวสอบของเขาไว้แน่น
“เฮียคะ หนูไม่อยากไปกับมัน เฮียช่วยหนูด้วยนะ”
น้ำเสียงของเธอสั่นเครือและออดอ้อนจนน่าสงสาร คิงที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า พอโดนกอดและอ้อนเข้าแบบนี้ กล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดก็กระตุกวูบ
“ฉันยืนหัวโด่อยู่นี่ ใครกล้า” คิงบอกเสียงเข้ม โดยที่ตายังจ้องมังกรเขม็ง ปืนในมือยังคงเล็งเป้าหมายนิ่งสนิท
แต่แล้ว ความรู้สึกแปลกประหลาดก็เกิดขึ้น
มือซุกซนของทับทิมที่กอดเอวเขาอยู่เริ่มไม่อยู่นิ่ง
ภายใต้เสื้อสูทตัวนอก มือเรียวเล็กของเธอค่อยๆ สอดเข้าไปสัมผัสกับหน้าท้องแกร่งผ่านเสื้อเชิ้ต ปลายนิ้วของเธอลากไล้เบาๆ วนเวียนอยู่แถวๆ ลอนกล้ามเนื้อหน้าท้อง ก่อนจะค่อยๆ เลื้อยสูงขึ้น สูงขึ้น
คิงตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก
ยัยบ้านี่... กำลังทำบ้าอะไร!
ทับทิมแสร้งทำเป็นตัวสั่นด้วยความกลัว ซุกหน้าแนบชิดกับแผ่นหลังเขามากขึ้น แต่ในเงามืดด้านหลังนั้น มือของเธอกำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดล่างของเขาออกอย่างเงียบเชียบ แล้วสอดมือสัมผัสผิวเนื้อร้อนผ่าวโดยตรง!
“เฮีย... หัวใจเฮียเต้นแรงจัง...” เธอกระซิบเสียงแผ่วให้ได้ยินกันแค่สองคน นิ้วร้ายกาจสะกิดเขี่ยยอดอกของเขาผ่านเนื้อผ้าเบาๆ
“อึก...” คิงกัดกรามแน่นจนเป็นสันนูน เหงื่อเม็ดโป้งเริ่มซึมตามไรผม ไม่ใช่เพราะกลัวศัตรูตรงหน้า แต่เพราะยัยตัวแสบข้างหลังกำลังปั่นป่วนสมาธิเขาอย่างร้ายกาจ
เขาขยับตัวไม่ได้ จะหันไปด่าก็ไม่ได้ เพราะปืนจ่อหัวศัตรูอยู่ จะปัดมือเธอก็เสียฟอร์ม ได้แต่ยืนเกร็งรับสัมผัสวาบหวามที่เธอมอบให้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน
“ไอ้คิง มึงเป็นอะไรวะ หน้าแดงๆ” มังกรทักขึ้นอย่างสงสัย เมื่อเห็นคิงยืนนิ่งผิดปกติ
“เสือก!” คิงตะคอกกลบเกลื่อน
“มึงไสหัวไปได้แล้วไอ้มังกร! ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจเป่าสมองมึงตรงนี้!”
“ก็ได้ๆ เห็นแก่หน้าน้องสาวคนสวย” มังกรยักไหล่ ยอมลดปืนลง
“ฝากไว้ก่อนนะน้องทับทิม หนี้สองล้านของน้องชาย พี่รอเคลียร์อยู่นะครับ”
มังกรส่งจูบให้ทับทิมหนึ่งที ก่อนจะพยักหน้าเรียกพวกพ้องให้ถอยกลับไป ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะกวนประสาทที่ดังก้องโถงทางเดิน
เมื่อศัตรูคล้อยหลังไปจนลับตา
คิงลดปืนลง แล้วหันขวับมาหาตัวต้นเหตุทันที
มือหนาคว้าข้อมือเล็กที่ยังซุกซนอยู่ในเสื้อของเขา กระชากออกมาอย่างแรง
“ทับทิม!”
เขาคำรามชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ผสมปนเปกันระหว่างความโกรธและความต้องการที่ถูกปลุกปั่น
ทับทิมเงยหน้ามองเขา ตาใสแจ๋วแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว
“คะเฮีย มันไปแล้วเหรอคะ น่ากลัวจังเลย”
“เลิกตอแหล!” คิงดันร่างเธอไปชนกับเสาต้นใหญ่ใกล้ๆ กักขังเธอไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้าง
“เมื่อกี้เธอทำบ้าอะไร!”
“ทำอะไรคะ”
“มาจับมาลูบ ตอนที่ฉันกำลังถือปืนจะฆ่าคนเนี่ยนะ!” คิงถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“เธอประสาทรึเปล่าทับทิม! ถ้าฉันสมาธิหลุดแล้วปืนลั่นใส่ตีนตัวเองขึ้นมาจะทำยังไง!”
“ก็แหม” ทับทิมยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวไต่ขึ้นไปตามแผงอกเขาอีกครั้ง
“หนูกลัวนี่นา เวลาคนเรากลัว ก็ต้องหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจสิคะ”
“ที่ยึดเหนี่ยวเธอคืออกฉันหรือไง!” คิงหน้าแดงก่ำ หูแดงลามไปถึงคอ
“ก็นมเฮียแน่น น่าจับ” เธอเขย่งเท้าขึ้นกระซิบข้างหูเขา
“แล้วตอนที่เฮียถือปืนทำหน้าดุๆ มันเซ็กซี่จนหนูอดใจไม่ไหวจริงๆ นี่คะ”
คิงมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก อยากจะบีบคอให้ตายคามือ แต่ร่างกายท่อนล่างที่ตื่นตัวขึ้นมาเพราะสัมผัสของเธอมันกลับประท้วงอยากทำอย่างอื่นมากกว่า
“เธอนี่มัน” เขากัดฟัน
“ร้ายกาจนักนะ ได้... ในเมื่อชอบเล่นกับปืนนัก...”
เขาก้มลงช้อนตัวเธอขึ้นพาดบ่าอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงหวีดร้องตกใจของทับทิม
“เฮีย! จะพาไปไหนอีก!”
“พาไปดูปืนกระบอกใหญ่ในห้องไง!! น่าจับมาตบปากสักที”
“กรี้ดดด ถ้าเฮียตบหนูต้องจูบหนูด้วยนะ! เหมือนในละครอ้ะ!!” ทับทิมส่งเสียงวี้ดวายที่ไปโทนดีใจมากกว่าความกลัว
“เธอมันบ้า!”
คิงแบกเธอเดินหายไปทางลิฟต์ ทิ้งให้แจ็คและเอซยืนมองหน้ากันอยู่ด้านล่าง
“กูว่า เพื่อนเราคงไม่ได้ตายเพราะกระสุนปืนไอ้มังกรหรอก” เอซส่ายหน้ายิ้มๆ
แจ็คมองตามหลังคิงไปแล้วถอนหายใจ
“เออ... คงตายคาอกยัยเด็กแสบนั่นแหละ”
เวลา 14.00 น.ทับทิมนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงกว้างในสภาพสวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของคิง ที่เธอยึดมาเป็นสมบัติส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว มือข้างหนึ่งถือเครื่องคิดเลข อีกข้างจิ้มหน้าจอโทรศัพท์มือถืออย่างเคร่งเครียด“เหลืออีกสามล้านสี่แสน” เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ขืนรอให้เฮียแกเกิดอารมณ์แล้วค่อยลดหนี้ทีละห้าหมื่น ฉันคงท้องโย้ก่อนจะใช้หนี้หมดแน่”ถึงแม้บทรักของคิงจะเร่าร้อนและถึงใจจนเธอเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าติดใจ แต่ทับทิมไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมนอนรอวาสนาอยู่เฉยๆ เธอคือ Working Woman คือพริตตี้และนางแบบตัวท็อปที่มีศักดิ์ศรีในเมื่อเธออยู่ที่นี่ ในดงของผู้ชายรวยๆ ที่ชอบความเร็วและความสวยงาม ทำไมเธอจะไม่ใช้โอกาสนี้หาเงินล่ะทับทิมกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิททันที“ฮัลโหลหยก! แกว่างไหม เย็นนี้หอบกระเป๋าเครื่องสำอางชุดใหญ่มาหาฉันด่วน! มีงานด่วนให้ทำ!”...เวลา 18.30 น. ณ ประตูทางเข้าโซน Staffหญิงสาวร่างเล็กแต่ดูทะมัดทะแมงในชุดเสื้อยืดครอปสีดำโชว์รอยสักรูปมังกรที่เอวคอด กางเกงยีนส์ขาดเข่า และรองเท้าบูทหนัง กำลังยืนเท้าเอวเถียงกับยักษ์ปักหลั่นหน้าประตูอย่างเผ็ดร้อนหยก ช่างสักสาวเท่และช่างแต่งหน้ามือโปร เพื่อนสน
คำท้าทายเรื่อง “ลดหนี้หนึ่งแสนแลกกับท่าพิสดาร” ดูเหมือนจะไปกระตุกต่อมดิบเถื่อนของราชสีห์เข้าอย่างจัง คิงไม่ปล่อยให้ทับทิมได้พักหายใจนานนัก เขาคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงร่างเปลือยเปล่าของเธอให้ลุกขึ้นจากเตียงนุ่มที่ชุ่มเหงื่อ“ลุกมานี่” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม“เฮีย... จะไปไหนอีก” ทับทิมถามเสียงสั่น ขาแข้งอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ แต่ก็จำใจต้องเดินตามแรงดึงมหาศาลของเขาไปคิงลากเธอมาหยุดอยู่ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ที่กรุด้วยกระจกเงาบานใหญ่สูงจรดเพดาน เขาผลักร่างของทับทิมให้หันหน้าเข้าหากระจก ฝ่ามือหนากดไหล่เธอลง บังคับให้เธออยู่ในท่าโก้งโค้ง มือสองข้างยันกระจกเย็นเฉียบเอาไว้เพื่อพยุงตัวภาพสะท้อนในกระจกทำให้ทับทิมหน้าแดงก่ำผู้หญิงผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายขาวผ่องที่เต็มไปด้วยรอยจูบสีแดงช้ำ กำลังแอ่นสะโพกกลมกลึงไปด้านหลัง รอรับการรุกรานจากผู้ชายร่างยักษ์ที่มีรอยสักเต็มตัว“มองในกระจก” คิงสั่งเสียงพร่า ขณะที่เขาประกบตัวเข้ามาแนบชิดจากด้านหลัง ความแข็งขืนร้อนผ่าวของเขาดุนดันอยู่ที่ร่องก้นนิ่ม “ดูสภาพเธอตอนนี้ทับทิม ดูว่าเธอร่านแค่ไหนเวลาที่ฉันเอา”“เฮีย... มันน่าอาย...”“อายสิดี ฉันชอบ!”
ประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกพร้อมกับร่างของทับทิมที่ถูกเหวี่ยงออกมาโดยฝีมือของชายหนุ่มร่างยักษ์ที่เดินตามหลังมาติดๆ คิงในสภาพเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ย กระดุมหายไปเกือบครึ่งแถบ และผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงจากการถูกขย้ำ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรังสีอำมหิตที่พุ่งพล่านยิ่งกว่าพายุฝนด้านนอก“โอ๊ย! เฮีย! เบาๆ หน่อยสิ กระดูกหนูจะหักหมดแล้วนะ!”ทับทิมโวยวายขณะพยุงตัวลุกขึ้นจากพรมหน้าลิฟต์ ขาของเธอสั่นพั่บๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะบทรักมาราธอนในรถสปอร์ตเมื่อครู่มันกินพลังงานเธอไปจนเกือบหมด รถคันแคบๆ กับผู้ชายตัวโตๆ อย่างคิง มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย“หุบปาก!” คิงตะคอกเสียงแหบพร่า เขาเดินตรงเข้ามาคว้าแขนเธอแล้วลากถูลู่ถูกังเข้าไปในโซนห้องนั่งเล่น“ในรถมันแค่เรียกน้ำย่อย... ของจริงมันเริ่มต่อจากนี้ต่างหาก”“เดี๋ยวก่อนเฮีย! หนูเหนื่อย... หนูหิวข้าว... หนูอยากอาบน้ำ...” ทับทิมพยายามยื้อตัวไว้ แต่แรงมดหรือจะสู้แรงช้างสาร“อยากอาบน้ำใช่ไหม ได้!”คิงเปลี่ยนทิศทาง ลากเธอตรงดิ่งไปยังห้องน้ำขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีดำสุดหรู เขาผลักประตูเข้าไป แล้วเหวี่ยงร่างของทับทิมลงไปในอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีน้ำ“ว้าย!”ทั
เช้าวันต่อมา ทับทิมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ บทลงโทษเมื่อคืนนั้นหนักหน่วงและยาวนานสมราคาคุย เขาไม่ได้แค่ขู่ว่าจะตบแต่เขากระหน่ำยิงจนเธอแทบจะคลานลงจากเตียงไม่ได้“ไอ้คนบ้าพลัง ไปตายอดตายอยากมาจากไหน”เธอบ่นอุบอิบขณะพยุงร่างระบมลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว วันนี้เธอมีนัดสำคัญที่ต้องไปเคลียร์ข้าวของที่คอนโดเก่า และต้องแวะไปเอารถรถยนต์คันเล็กของเธอที่จอดทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมรถเพราะน้องชายตัวดีเอาไปเฉี่ยวชนมาแม้คิงจะสั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหน แต่ทับทิมก็คือทับทิม เธออาศัยจังหวะที่คิงกำลังวุ่นวายกับการประชุมเครียดกับพวกแจ็คและเอซเรื่องคู่อริ เธอก็แอบย่องหนีออกมาจากพาเลซได้สำเร็จ...เวลา 18.00 น.ท้องฟ้ามืดครึ้มที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่บ่าย ในที่สุดก็เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว พายุฝนฤดูร้อนซัดสาดจนมองไม่เห็นทาง ทับทิมยืนกอดอกตัวสั่นงันงกอยู่ที่ป้ายรถเมล์เก่าๆ หน้าอู่ซ่อมรถ แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบถี่ๆ เหมือนในหนังผี“ซวยซ้ำ ซวยซ้อน” เธอบ่นพึมพำ ฟันกระทบกันกึกๆรถของเธอยังซ่อมไม่เสร็จ แถมแบตเตอรี่มือถือเจ้ากรรมก็ดันหมดเกลี้ยงเพราะลืมชาร์จเมื่อคืน แอปเรียกรถก็ใช้ไม่ได้ แท็กซี่ก็ไ
เสียงกรีดร้องหวานใสของทับทิมเรียกความสนใจจากทุกคนให้เงยหน้าขึ้นมอง เธอวิ่งลงมาจากบันไดวนด้วยท่าทางตื่นตระหนก ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยพองาม ใบหน้าตื่นกลัวเหมือนลูกกวางน้อยหลงฝูง“ทับทิม!” คิงตวาดลั่นเมื่อเห็นเธอวิ่งลงมากลางดงปืน “ฉันบอกให้อยู่ในห้อง!”“เฮียคะ... ฮือ... หนู...”ทับทิมวิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปหาคิงทันที เธอไม่สนใจมังกรที่มองเธอตาค้างด้วยความตะลึงในความสวย เธอพุ่งเข้าไปหลบที่ด้านหลังของคิง ใช้แผ่นหลังกว้างของเขาเป็นเกราะกำบัง“โอ้โห ตัวจริงเด็ดกว่าในรูปอีกว่ะ” มังกรผิวปากแซว สายตาโลมเลียทับทิมอย่างจาบจ้วง “น้องทับทิมครับ สนใจเปลี่ยนเจ้าหนี้ไหม พี่ใจดีกว่าไอ้คิงเยอะนะ”“อย่ามองนะ! ไอ้คนน่ากลัว!” ทับทิมโผล่หน้าออกมาแว้ดใส่ แล้วรีบซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของคิง สวมกอดเอวสอบของเขาไว้แน่น“เฮียคะ หนูไม่อยากไปกับมัน เฮียช่วยหนูด้วยนะ”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือและออดอ้อนจนน่าสงสาร คิงที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า พอโดนกอดและอ้อนเข้าแบบนี้ กล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดก็กระตุกวูบ“ฉันยืนหัวโด่อยู่นี่ ใครกล้า” คิงบอกเสียงเข้ม โดยที่ตายังจ้องมังกรเขม็ง ปืนในมือยังคงเล็งเป้าหมายนิ่งสนิทแต่แล้ว ความรู้
ช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันเสียงอึกทึกครึกโครมจากด้านบนสนามเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเหล่าขาซิ่งและนักพนันเริ่มทยอยเข้ามาในสนามแข่ง ทับทิมที่ถูกขังลืมอยู่ในห้องนอนกว้างขวางของคิงเริ่มเดินวนไปวนมาอย่างหงุดหงิด เธอพยายามหมุนลูกบิดประตูเป็นรอบที่ร้อย แต่ก็พบว่ามันยังคงล็อกสนิท“ไอ้คนเผด็จการ! ขังกันจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย!” เธอเตะประตูไปทีหนึ่งเพื่อระบายอารมณ์“คิดว่าประตูแค่นี้จะขังทับทิมได้เหรอ ฝันไปเถอะ!”เธอเดินกลับไปที่โต๊ะหัวเตียง คว้ากิ๊บติดผมสีดำตัวเล็กออกมาดัดให้ตรง สมัยเรียนมหาลัยเธอเคยรับจ็อบพิเศษสารพัดอย่าง หนึ่งในนั้นคือการช่วยเพื่อนที่เป็นช่างกุญแจเปิดห้องเวลาลูกค้าลืมกุญแจ ทักษะเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เธอไม่เคยลืมกริ๊ก... แกรก...ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที เสียงกลไกภายในลูกบิดก็ดัง คลิก เบาๆ ทับทิมยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เธอค่อยๆ แง้มประตูออกดูลาดเลาทางเดินหน้าห้องเงียบกริบ การ์ดที่เคยเฝ้าหายไปไหนกันหมดทับทิมขมวดคิ้ว ปกติคิงต้องวางคนเฝ้าไข่ในหินอย่างเธอไม่ให้คลาดสายตาสิ หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเธอตัดสินใจย่องออกมาจากห้อง กดลิฟต์ออกมาจากเพ้นเฮ้าส์ที่อยู่ใต้ดิน เดินลัดเลาะไปตามระเบียงทางเดิน







