Mag-log inหนึ่งชั่วโมงสุดท้ายก่อนเส้นตาย
บรรยากาศภายในห้องนอนของคอนโดมิเนียมหรูดูเงียบเหงาและตึงเครียด แตกต่างจากเจ้าของห้องที่กำลังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทับทิมมองภาพสะท้อนของตัวเองที่สวมชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำสนิท มันเป็นชุดที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ดีไซน์รัดรูปเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวคอดและสะโพกกลมกลึง แต่ทีเด็ดอยู่ที่รอยผ่าหน้าขาที่สูงลิบลิ่วจนเกือบจะถึงจุดสงวน และซิปสีทองเส้นยาวที่พาดผ่านกลางลำตัวตั้งแต่หน้าอกลงไปจนสุดชายกระโปรง
เป็นชุดที่ตะโกนบอกคนทั้งโลกว่าพร้อมถอด
“เงินห้าล้าน...” ทับทิมพึมพำกับตัวเอง พลางหยิบน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมฟีโรโมนขึ้นมาฉีดพรมตามจุดชีพจร
“หาทั้งชาติก็คงไม่ทันคืนนี้หรอก”
เธอไม่ได้โง่พอที่จะวิ่งเต้นไปกู้หนี้ยืมสินใครให้ตัวเองลำบากเพิ่ม ทางรอดของน้องชายและทางรอดของเธอมีเพียงทางเดียว คือการทำให้ราชายอมรับ ‘เครื่องบรรณาการ’ ชิ้นนี้ให้ได้
แม้เมื่อคืนเขาจะไล่ตะเพิดเธอเหมือนหมูเหมือนหมา แต่ทับทิมเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง สายตาที่เขามองเธอ ร่างกายของเขาที่ตอบสนองต่อสัมผัสของเธอ มันโกหกกันไม่ได้ ผู้ชายอย่างคิงอาจจะปากแข็งและหยิ่งยโส แต่สุดท้ายเขาก็แค่ผู้ชายที่มีความต้องการ
“เอาล่ะทับทิม” เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจ
“คืนนี้แกไม่ได้ไปในฐานะลูกหนี้ แต่แกไปในฐานะ ‘ควีน’ ที่จะไปยึดบัลลังก์”
เธอหยิบกระเป๋าคลัทช์ใบเล็ก เดินออกจากห้องด้วยฝีเท้าที่มั่นใจเพื่อมุ่งหน้ากลับสู่ถ้ำเสืออีกครั้ง
.
.
.
บรรยากาศในคืนนี้ดูจะคึกคักและดุเดือดกว่าเมื่อวาน มีการแข่งนัดพิเศษที่ดึงดูดเหล่าเศรษฐีและพวกไฮโซที่ชอบความท้าทายให้มารวมตัวกัน เสียงเชียร์ดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือน แต่ทับทิมไม่ได้สนใจ เธอเดินผ่านกลุ่มคนที่มองตามเธอคอแทบหัก ตรงดิ่งขึ้นไปยังโซนวีไอพีชั้นสอง
การ์ดชุดเดิมที่ยืนเฝ้าหน้าประตูห้องทำงานจำเธอได้แม่น พวกมันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่เมื่อเห็นสายตานางพญาของเธอ ก็ไม่มีใครกล้าขวาง
“บอสรออยู่ครับ” หนึ่งในการ์ดเอ่ยบอกเสียงเบา ก่อนจะเปิดประตูให้
ทันทีที่ประตูเปิดออก ความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศก็ปะทะผิว แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน
คิงนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ ขาข้างหนึ่งยกขึ้นไขว่ห้างแผ่อำนาจ บนโต๊ะตรงหน้าเขามีปืนพกสีดำด้านวางสงบนิ่งอยู่ข้างแก้ววิสกี้
เป็นการต้อนรับที่ดูเป็นมิตรเหลือเกิน!
เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอในทันที สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เอกสารในมือ แต่ริมฝีปากหยักได้รูปขยับเอ่ยคำทักทายที่เสียดแทง
“นึกว่าหนีไปแล้ว”
ทับทิมไม่ตอบโต้ เธอเดินนวยนาดเข้ามาในห้อง เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะ เธอเดินไปหยุดอยู่ที่เก้าอี้รับแขกหน้าโต๊ะทำงานของเขา แล้วทิ้งตัวลงนั่งโดยที่เขาไม่ได้เชิญ
“หนีทำไมคะ” เธอตอบเสียงใส วางกระเป๋าคลัทช์ลงบนโต๊ะ
“น้องชายฉันยังอยู่ที่นี่ ฉันจะทิ้งมันได้ยังไง”
คิงวางเอกสารลง แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอเป็นครั้งแรก ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ประเมินชุดเดรสสีดำที่ขับผิวขาวจัดของเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“แล้วเงินล่ะ” เขาแบมือมาตรงหน้า
“ห้าล้าน”
“ไม่มีค่ะ”
คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ ของเธอทำให้คิงเลิกคิ้ว มุมปากกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม
“ไม่มี?” เขาหัวเราะในลำคอ
“กล้ามากนะที่เดินตัวเปล่าเข้ามาหา ทั้งๆ ที่รู้ว่าน้องชายกำลังจะโดนตัดนิ้ว”
“ฉันไม่ได้มาตัวเปล่าสักหน่อย”
ทับทิมขยับตัวเล็กน้อย เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ในท่าทางผ่อนคลาย ก่อนจะยกขาขวาขึ้นมาไขว่ห้างอย่างช้าๆ และจงใจ
พรึ่บ
รอยผ่าของกระโปรงที่สูงอยู่แล้ว เมื่อเจอกับท่านั่งไขว่ห้าง มันจึงเลิกสูงขึ้นไปอีกจนเผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนด้านในเกือบทั้งหมด และเห็นวับๆ แวมๆ ของชั้นในลูกไม้สีดำตัวจิ๋วที่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไป
สายตาของคิงหลุบลงมองที่จุดนั้นโดยอัตโนมัติ
“ฉันเอาตัวฉันมาจ่าย” ทับทิมพูดต่อด้วยน้ำเสียงยั่วยวนแววตาไม่มีความล้อเล่น
“ประเมินราคาดูสิคะเฮีย ว่าทับทิมเม็ดนี้ พอจะขัดดอกเบี้ย หรือจ่ายต้นได้สักกี่บาท”
คิงละสายตาจากขาอ่อนของเธอ กลับมามองหน้าเธอด้วยแววตาดูถูก
“ฉันบอกไปแล้ว” เขาเอนตัวมาข้างหน้า เท้าแขนลงบนโต๊ะ ใบหน้าคมคายฉายแววคุกคาม
“ว่าไม่กินของต่ำ ของมือสองอย่างเธอ ห้าบาทยังแพงไปเลย”
“แน่ใจเหรอคะว่าไม่กิน”
ทับทิมไม่สะทกสะท้านกับคำด่านั้น เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว
คิงนั่งนิ่ง ไม่ขยับหนี แต่สายตาจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของเธอเขม็ง
ทับทิมเดินไปหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของเขา เธอเท้ามือข้างหนึ่งลงบนพนักพิงเก้าอี้ ส่วนอีกข้างวางลงบนโต๊ะ เป็นการกักขังราชสีห์ไว้ในอาณัติของกวางตัวน้อย
“วันนี้ปากแข็งอีกแล้วนะคะ หรือว่าอย่างอื่นมันไม่แข็งแล้ว” เธอก้มลงกระซิบข้างหูเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอแกร่ง
เสียงกรีดร้องหวานใสของทับทิมเรียกความสนใจจากทุกคนให้เงยหน้าขึ้นมอง เธอวิ่งลงมาจากบันไดวนด้วยท่าทางตื่นตระหนก ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยพองาม ใบหน้าตื่นกลัวเหมือนลูกกวางน้อยหลงฝูง“ทับทิม!” คิงตวาดลั่นเมื่อเห็นเธอวิ่งลงมากลางดงปืน “ฉันบอกให้อยู่ในห้อง!”“เฮียคะ... ฮือ... หนู...”ทับทิมวิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปหาคิงทันที เธอไม่สนใจมังกรที่มองเธอตาค้างด้วยความตะลึงในความสวย เธอพุ่งเข้าไปหลบที่ด้านหลังของคิง ใช้แผ่นหลังกว้างของเขาเป็นเกราะกำบัง“โอ้โห ตัวจริงเด็ดกว่าในรูปอีกว่ะ” มังกรผิวปากแซว สายตาโลมเลียทับทิมอย่างจาบจ้วง “น้องทับทิมครับ สนใจเปลี่ยนเจ้าหนี้ไหม พี่ใจดีกว่าไอ้คิงเยอะนะ”“อย่ามองนะ! ไอ้คนน่ากลัว!” ทับทิมโผล่หน้าออกมาแว้ดใส่ แล้วรีบซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของคิง สวมกอดเอวสอบของเขาไว้แน่น“เฮียคะ หนูไม่อยากไปกับมัน เฮียช่วยหนูด้วยนะ”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือและออดอ้อนจนน่าสงสาร คิงที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า พอโดนกอดและอ้อนเข้าแบบนี้ กล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดก็กระตุกวูบ“ฉันยืนหัวโด่อยู่นี่ ใครกล้า” คิงบอกเสียงเข้ม โดยที่ตายังจ้องมังกรเขม็ง ปืนในมือยังคงเล็งเป้าหมายนิ่งสนิทแต่แล้ว ความรู้
ช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันเสียงอึกทึกครึกโครมจากด้านบนสนามเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเหล่าขาซิ่งและนักพนันเริ่มทยอยเข้ามาในสนามแข่ง ทับทิมที่ถูกขังลืมอยู่ในห้องนอนกว้างขวางของคิงเริ่มเดินวนไปวนมาอย่างหงุดหงิด เธอพยายามหมุนลูกบิดประตูเป็นรอบที่ร้อย แต่ก็พบว่ามันยังคงล็อกสนิท“ไอ้คนเผด็จการ! ขังกันจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย!” เธอเตะประตูไปทีหนึ่งเพื่อระบายอารมณ์“คิดว่าประตูแค่นี้จะขังทับทิมได้เหรอ ฝันไปเถอะ!”เธอเดินกลับไปที่โต๊ะหัวเตียง คว้ากิ๊บติดผมสีดำตัวเล็กออกมาดัดให้ตรง สมัยเรียนมหาลัยเธอเคยรับจ็อบพิเศษสารพัดอย่าง หนึ่งในนั้นคือการช่วยเพื่อนที่เป็นช่างกุญแจเปิดห้องเวลาลูกค้าลืมกุญแจ ทักษะเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เธอไม่เคยลืมกริ๊ก... แกรก...ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที เสียงกลไกภายในลูกบิดก็ดัง คลิก เบาๆ ทับทิมยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เธอค่อยๆ แง้มประตูออกดูลาดเลาทางเดินหน้าห้องเงียบกริบ การ์ดที่เคยเฝ้าหายไปไหนกันหมดทับทิมขมวดคิ้ว ปกติคิงต้องวางคนเฝ้าไข่ในหินอย่างเธอไม่ให้คลาดสายตาสิ หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเธอตัดสินใจย่องออกมาจากห้อง กดลิฟต์ออกมาจากเพ้นเฮ้าส์ที่อยู่ใต้ดิน เดินลัดเลาะไปตามระเบียงทางเดิน
ทับทิมยืนกอดอกมองเศษซากชุดเดรสราคาแพงระยับของตัวเองที่นอนกองอยู่บนพื้นในสภาพยับเยิน ซิปแตก ตะขอหลุด และรอยฉีกขาดที่ชายกระโปรงซึ่งเกิดจากน้ำมือของสัตว์ป่าบ้ากามเมื่อคืน“ไอ้เฮียคิงบ้า ฉีกซะไม่เกรงใจป้ายราคาเลยนะ” เธอบ่นอุบอิบ พลางใช้ปลายเท้าเขี่ยซากอารยธรรมนั้นอย่างไว้อาลัยในเมื่อชุดเก่าใส่ไม่ได้ และเธอก็ไม่ได้พกเสื้อผ้าสำรองมา ทางเลือกของทับทิมจึงมีอยู่ทางเดียวคือตู้เสื้อผ้าของเจ้าของห้องเธอเดินถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ ภายในเต็มไปด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำ สีขาว และสีน้ำเงินเข้มที่ถูกรีดเรียบกริบแขวนเรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ลอยออกมาแตะจมูก“มีแต่สีทึมๆ ชีวิตเฮียแกไม่มีสีสันเลยหรือไง”ปากบ่นแต่มือก็หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งออกมาตัวหนึ่ง เธอสวมมันทับเรือนร่างเปลือยเปล่า ติดกระดุมแบบลวกๆ โดยจงใจเว้นกระดุมสามเม็ดบนให้คอเสื้อแหวกกว้างเผยให้เห็นเนินอกที่มีรอยแดงจางๆ เป็นจ้ำๆ จากศึกรักเมื่อคืน ชายเสื้อเชิ้ตยาวคลุมลงมาถึงหน้าขาพอดิบพอดี ดูเหมือนชุดเดรสสั้นกุดที่ทั้งเซ็กซี่และยั่วยวนในเวลาเดียวกันทับทิมเดินฮัมเพลงออกมาจากห้องนอ
วินาทีที่ความแข็งขืนร้อนผ่าวแทรกผ่านปราการนุ่มเข้ามาในกาย ความจุกเสียดผสมกับความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่างจนทับทิมต้องเผลอกัดริมฝีปากแน่น เล็บยาวจิกเกร็งลงบนบ่ากว้างของคิงจนเสื้อเชิ้ตสีดำราคาแพงยับยู่ยี่“อื๊อ!”เสียงครางอู้อี้ในลำคอของเธอไม่ได้ทำให้ราชาผู้ป่าเถื่อนหยุดยั้งการกระทำ ตรงกันข้าม เขากลับกดสะโพกสวนเข้ามาจนสุดลำในคราวเดียว ราวกับจงใจจะตอกย้ำความเป็นเจ้าของและลงโทษเธอในเวลาเดียวกัน“แน่นชิบ” คิงสบถเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร่างกายแกร่งเกร็งเครียดจนเส้นเลือดปูดโปน “ทำเป็นเก่งแต่ข้างในตอดจนจะขาดแบบนี้ ไม่ค่อยได้ขายหรือไง”คำพูดดูถูกของเขาเหมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งศักดิ์ศรี ทับทิมเชิดหน้าขึ้นทั้งที่น้ำตาซึมจากความเจ็บระคนเสียวซ่าน เธอขยับสะโพกตอบรับแรงกระแทกของเขาอย่างไม่ยอมแพ้“ก็บอกแล้วไงคะ” เธอตอบเสียงกระท่อนกระแท่น “ว่าทับทิมเม็ดนี้... แน่น... กว่าที่เฮียคิด”“ปากดี!”คิงคำรามก่อนจะเริ่มขยับสะโพกด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วง เขาจับเอวคอดของเธอไว้แน่นเหมือนคีมเหล็ก บังคับให้เธอรับแรงกระแทกจากเขาทุกดอกเน้นๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด
คิงตวาดลั่น มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดของเธอแล้วกระชากอย่างแรงจนร่างของทับทิมเสียหลักล้มลงมานั่งบนตักแกร่งของเขา“ว้าย!”เธออุทานด้วยความตกใจ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นยิ้มยั่วยวน วาดแขนโอบรอบลำคอเขาไว้ทันที เพื่อไม่ให้ตก“ปากดีนักนะ” คิงกัดฟันกรอด ลมหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้น กลิ่นหอมของวานิลลาจากตัวเธอมันรบกวนระบบประสาทเขาอย่างรุนแรง “คิดว่าเป็นใคร ถึงกล้ามาลองดีกับฉันแบบนี้”“ก็เป็นลูกหนี้ที่สวยที่สุดของเฮียไงคะ”ทับทิมตอบอย่างไม่เกรงกลัว เธอขยับสะโพกบดเบียดลงบนหน้าขาของเขาอย่างจงใจ รับรู้ได้ถึงความแข็งขืนที่เริ่มตื่นตัวภายใต้กางเกงเนื้อดี“หึ...” คิงแค่นหัวเราะ แววตาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความปรารถนาที่ดำมืด “อยากขายตัวใช้หนี้นักใช่ไหม”มือหยาบกร้านของเขาเลื่อนจากเอว ไล้ต่ำลงไปตามสะโพกมน ก่อนจะสอดเข้าไปใต้กระโปรงเดรสตัวสวย สัมผัสกับผิวเนื้อนุ่มลื่นที่ต้นขาด้านใน“อ๊ะ...” ทับทิมสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว สัมผัสของเขาร้อนผ่าวยิ่งกว่าไฟ“แน่นดีนี่” เขาพึมพำเสียงพร่า ขณะบีบขย้ำต้นขาเธอแรงๆ “แต่จะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงที่ฉันเคยเอา ทั้งสวยกว่า นมใหญ่กว่า ลีลาดีกว่าเธอมีเป็นร้อย แล้วเ
เวลา 23.00 น.หนึ่งชั่วโมงสุดท้ายก่อนเส้นตายบรรยากาศภายในห้องนอนของคอนโดมิเนียมหรูดูเงียบเหงาและตึงเครียด แตกต่างจากเจ้าของห้องที่กำลังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทับทิมมองภาพสะท้อนของตัวเองที่สวมชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำสนิท มันเป็นชุดที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ดีไซน์รัดรูปเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวคอดและสะโพกกลมกลึง แต่ทีเด็ดอยู่ที่รอยผ่าหน้าขาที่สูงลิบลิ่วจนเกือบจะถึงจุดสงวน และซิปสีทองเส้นยาวที่พาดผ่านกลางลำตัวตั้งแต่หน้าอกลงไปจนสุดชายกระโปรงเป็นชุดที่ตะโกนบอกคนทั้งโลกว่าพร้อมถอด“เงินห้าล้าน...” ทับทิมพึมพำกับตัวเอง พลางหยิบน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมฟีโรโมนขึ้นมาฉีดพรมตามจุดชีพจร “หาทั้งชาติก็คงไม่ทันคืนนี้หรอก”เธอไม่ได้โง่พอที่จะวิ่งเต้นไปกู้หนี้ยืมสินใครให้ตัวเองลำบากเพิ่ม ทางรอดของน้องชายและทางรอดของเธอมีเพียงทางเดียว คือการทำให้ราชายอมรับ ‘เครื่องบรรณาการ’ ชิ้นนี้ให้ได้แม้เมื่อคืนเขาจะไล่ตะเพิดเธอเหมือนหมูเหมือนหมา แต่ทับทิมเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง สายตาที่เขามองเธอ ร่างกายของเขาที่ตอบสนองต่อสัมผัสของเธอ มันโกหกกันไม่ได้ ผู้ชายอย่างคิงอาจจะปากแข็งและหยิ







