Mag-log in“ว้าย!”
เธออุทานด้วยความตกใจ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นยิ้มยั่วยวน วาดแขนโอบรอบลำคอเขาไว้ทันที เพื่อไม่ให้ตก
“ปากดีนักนะ” คิงกัดฟันกรอด ลมหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้น กลิ่นหอมของวานิลลาจากตัวเธอมันรบกวนระบบประสาทเขาอย่างรุนแรง
“คิดว่าเป็นใคร ถึงกล้ามาลองดีกับฉันแบบนี้”
“ก็เป็นลูกหนี้ที่สวยที่สุดของเฮียไงคะ”
ทับทิมตอบอย่างไม่เกรงกลัว เธอขยับสะโพกบดเบียดลงบนหน้าขาของเขาอย่างจงใจ รับรู้ได้ถึงความแข็งขืนที่เริ่มตื่นตัวภายใต้กางเกงเนื้อดี
“หึ...” คิงแค่นหัวเราะ แววตาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความปรารถนาที่ดำมืด
“อยากขายตัวใช้หนี้นักใช่ไหม”
มือหยาบกร้านของเขาเลื่อนจากเอว ไล้ต่ำลงไปตามสะโพกมน ก่อนจะสอดเข้าไปใต้กระโปรงเดรสตัวสวย สัมผัสกับผิวเนื้อนุ่มลื่นที่ต้นขาด้านใน
“อ๊ะ...” ทับทิมสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว สัมผัสของเขาร้อนผ่าวยิ่งกว่าไฟ
“แน่นดีนี่” เขาพึมพำเสียงพร่า ขณะบีบขย้ำต้นขาเธอแรงๆ
“แต่จะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงที่ฉันเคยเอา ทั้งสวยกว่า นมใหญ่กว่า ลีลาดีกว่าเธอมีเป็นร้อย แล้วเธอมีดีอะไรให้ฉันต้องลดหนี้ห้าล้าน”
“ลองสิคะ” ทับทิมเชิดหน้าขึ้น สบตาเขาอย่างท้าทาย ทั้งที่ใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิด
“ลองชิมดู แล้วเฮียจะรู้ว่าทำไมหนูถึงมั่นใจว่าหนูแน่นกว่าทุกคนของเฮีย”
เธอค่อยๆ เลื่อนมือลงไปที่ซิปสีทองกลางอกตัวเอง แล้วรูดมันลงมาเล็กน้อย แค่เล็กน้อยพอให้เห็นร่องอกอวบอิ่มชัดเจนขึ้น
“หรือเฮียกลัว” เธอยักคิ้ว
“กลัวว่าจะติดใจจนต้องยกหนี้ให้หนูฟรีๆ”
คำท้าทายนั้นเหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ
ความอดทนของคิงขาดผึง
“ฉันไม่เคยกลัว” เขาคำรามเสียงต่ำ
แคว่ก!
มือที่อยู่ใต้กระโปรงกระชากกางเกงชั้นในตัวจิ๋วของเธอจนขาดวิ่นติดมือออกมา
“ว้าย!” ทับทิมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะป่าเถื่อนขนาดนี้
“ในเมื่อเสนอ งั้นฉันก็จะสนอง” คิงแสยะยิ้มร้าย เขาจับสะโพกเธอยกขึ้น แล้วกระแทกนิ้วแข็งแกร่งเข้าไปในช่องทางรักที่เปียกชื้นของเธอโดยไม่บอกกล่าว
“อ๊าย!”
ทับทิมหวีดร้องออกมาด้วยความเสียวซ่านระคนเจ็บปวด ร่างกายเกร็งสะท้านอยู่ในอ้อมกอดของเขา
“โดนแค่นิ้วยังร้อง ยังจะมาทำเป็นปากเก่ง” คิงกระซิบชิดใบหู ขบเม้มติ่งหูเธอแรงๆ
“จำใส่หัวไว้ทับทิม เธอเป็นได้แค่ของเล่นชิ้นใหม่ของฉัน!”
เขาถอนนิ้วออก แล้วปลดซิปกางเกงตัวเองอย่างรวดเร็ว งัดความเป็นชายที่แข็งขืนจนปวดหนึบออกมา
“และฉันจะเล่นจนกว่าจะคุ้มห้าล้าน เตรียมตัวตายคาอกได้เลย”
ทับทิมมองอาวุธร้ายตรงหน้าแล้วกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ นี่เธอเพิ่งปลุกสัตว์ร้ายให้ตื่นขึ้นมาจริงๆ แล้วใช่ไหม
แต่เอาวะ! มาถึงขนาดนี้แล้ว
ถ้าต้องตายคาอก...9K ก็ถือว่าคุ้ม!
เสียงกรีดร้องหวานใสของทับทิมเรียกความสนใจจากทุกคนให้เงยหน้าขึ้นมอง เธอวิ่งลงมาจากบันไดวนด้วยท่าทางตื่นตระหนก ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยพองาม ใบหน้าตื่นกลัวเหมือนลูกกวางน้อยหลงฝูง“ทับทิม!” คิงตวาดลั่นเมื่อเห็นเธอวิ่งลงมากลางดงปืน “ฉันบอกให้อยู่ในห้อง!”“เฮียคะ... ฮือ... หนู...”ทับทิมวิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปหาคิงทันที เธอไม่สนใจมังกรที่มองเธอตาค้างด้วยความตะลึงในความสวย เธอพุ่งเข้าไปหลบที่ด้านหลังของคิง ใช้แผ่นหลังกว้างของเขาเป็นเกราะกำบัง“โอ้โห ตัวจริงเด็ดกว่าในรูปอีกว่ะ” มังกรผิวปากแซว สายตาโลมเลียทับทิมอย่างจาบจ้วง “น้องทับทิมครับ สนใจเปลี่ยนเจ้าหนี้ไหม พี่ใจดีกว่าไอ้คิงเยอะนะ”“อย่ามองนะ! ไอ้คนน่ากลัว!” ทับทิมโผล่หน้าออกมาแว้ดใส่ แล้วรีบซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของคิง สวมกอดเอวสอบของเขาไว้แน่น“เฮียคะ หนูไม่อยากไปกับมัน เฮียช่วยหนูด้วยนะ”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือและออดอ้อนจนน่าสงสาร คิงที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า พอโดนกอดและอ้อนเข้าแบบนี้ กล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดก็กระตุกวูบ“ฉันยืนหัวโด่อยู่นี่ ใครกล้า” คิงบอกเสียงเข้ม โดยที่ตายังจ้องมังกรเขม็ง ปืนในมือยังคงเล็งเป้าหมายนิ่งสนิทแต่แล้ว ความรู้
ช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันเสียงอึกทึกครึกโครมจากด้านบนสนามเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเหล่าขาซิ่งและนักพนันเริ่มทยอยเข้ามาในสนามแข่ง ทับทิมที่ถูกขังลืมอยู่ในห้องนอนกว้างขวางของคิงเริ่มเดินวนไปวนมาอย่างหงุดหงิด เธอพยายามหมุนลูกบิดประตูเป็นรอบที่ร้อย แต่ก็พบว่ามันยังคงล็อกสนิท“ไอ้คนเผด็จการ! ขังกันจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย!” เธอเตะประตูไปทีหนึ่งเพื่อระบายอารมณ์“คิดว่าประตูแค่นี้จะขังทับทิมได้เหรอ ฝันไปเถอะ!”เธอเดินกลับไปที่โต๊ะหัวเตียง คว้ากิ๊บติดผมสีดำตัวเล็กออกมาดัดให้ตรง สมัยเรียนมหาลัยเธอเคยรับจ็อบพิเศษสารพัดอย่าง หนึ่งในนั้นคือการช่วยเพื่อนที่เป็นช่างกุญแจเปิดห้องเวลาลูกค้าลืมกุญแจ ทักษะเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เธอไม่เคยลืมกริ๊ก... แกรก...ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที เสียงกลไกภายในลูกบิดก็ดัง คลิก เบาๆ ทับทิมยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เธอค่อยๆ แง้มประตูออกดูลาดเลาทางเดินหน้าห้องเงียบกริบ การ์ดที่เคยเฝ้าหายไปไหนกันหมดทับทิมขมวดคิ้ว ปกติคิงต้องวางคนเฝ้าไข่ในหินอย่างเธอไม่ให้คลาดสายตาสิ หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเธอตัดสินใจย่องออกมาจากห้อง กดลิฟต์ออกมาจากเพ้นเฮ้าส์ที่อยู่ใต้ดิน เดินลัดเลาะไปตามระเบียงทางเดิน
ทับทิมยืนกอดอกมองเศษซากชุดเดรสราคาแพงระยับของตัวเองที่นอนกองอยู่บนพื้นในสภาพยับเยิน ซิปแตก ตะขอหลุด และรอยฉีกขาดที่ชายกระโปรงซึ่งเกิดจากน้ำมือของสัตว์ป่าบ้ากามเมื่อคืน“ไอ้เฮียคิงบ้า ฉีกซะไม่เกรงใจป้ายราคาเลยนะ” เธอบ่นอุบอิบ พลางใช้ปลายเท้าเขี่ยซากอารยธรรมนั้นอย่างไว้อาลัยในเมื่อชุดเก่าใส่ไม่ได้ และเธอก็ไม่ได้พกเสื้อผ้าสำรองมา ทางเลือกของทับทิมจึงมีอยู่ทางเดียวคือตู้เสื้อผ้าของเจ้าของห้องเธอเดินถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ ภายในเต็มไปด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำ สีขาว และสีน้ำเงินเข้มที่ถูกรีดเรียบกริบแขวนเรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ลอยออกมาแตะจมูก“มีแต่สีทึมๆ ชีวิตเฮียแกไม่มีสีสันเลยหรือไง”ปากบ่นแต่มือก็หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งออกมาตัวหนึ่ง เธอสวมมันทับเรือนร่างเปลือยเปล่า ติดกระดุมแบบลวกๆ โดยจงใจเว้นกระดุมสามเม็ดบนให้คอเสื้อแหวกกว้างเผยให้เห็นเนินอกที่มีรอยแดงจางๆ เป็นจ้ำๆ จากศึกรักเมื่อคืน ชายเสื้อเชิ้ตยาวคลุมลงมาถึงหน้าขาพอดิบพอดี ดูเหมือนชุดเดรสสั้นกุดที่ทั้งเซ็กซี่และยั่วยวนในเวลาเดียวกันทับทิมเดินฮัมเพลงออกมาจากห้องนอ
วินาทีที่ความแข็งขืนร้อนผ่าวแทรกผ่านปราการนุ่มเข้ามาในกาย ความจุกเสียดผสมกับความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่างจนทับทิมต้องเผลอกัดริมฝีปากแน่น เล็บยาวจิกเกร็งลงบนบ่ากว้างของคิงจนเสื้อเชิ้ตสีดำราคาแพงยับยู่ยี่“อื๊อ!”เสียงครางอู้อี้ในลำคอของเธอไม่ได้ทำให้ราชาผู้ป่าเถื่อนหยุดยั้งการกระทำ ตรงกันข้าม เขากลับกดสะโพกสวนเข้ามาจนสุดลำในคราวเดียว ราวกับจงใจจะตอกย้ำความเป็นเจ้าของและลงโทษเธอในเวลาเดียวกัน“แน่นชิบ” คิงสบถเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร่างกายแกร่งเกร็งเครียดจนเส้นเลือดปูดโปน “ทำเป็นเก่งแต่ข้างในตอดจนจะขาดแบบนี้ ไม่ค่อยได้ขายหรือไง”คำพูดดูถูกของเขาเหมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งศักดิ์ศรี ทับทิมเชิดหน้าขึ้นทั้งที่น้ำตาซึมจากความเจ็บระคนเสียวซ่าน เธอขยับสะโพกตอบรับแรงกระแทกของเขาอย่างไม่ยอมแพ้“ก็บอกแล้วไงคะ” เธอตอบเสียงกระท่อนกระแท่น “ว่าทับทิมเม็ดนี้... แน่น... กว่าที่เฮียคิด”“ปากดี!”คิงคำรามก่อนจะเริ่มขยับสะโพกด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วง เขาจับเอวคอดของเธอไว้แน่นเหมือนคีมเหล็ก บังคับให้เธอรับแรงกระแทกจากเขาทุกดอกเน้นๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด
คิงตวาดลั่น มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดของเธอแล้วกระชากอย่างแรงจนร่างของทับทิมเสียหลักล้มลงมานั่งบนตักแกร่งของเขา“ว้าย!”เธออุทานด้วยความตกใจ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นยิ้มยั่วยวน วาดแขนโอบรอบลำคอเขาไว้ทันที เพื่อไม่ให้ตก“ปากดีนักนะ” คิงกัดฟันกรอด ลมหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้น กลิ่นหอมของวานิลลาจากตัวเธอมันรบกวนระบบประสาทเขาอย่างรุนแรง “คิดว่าเป็นใคร ถึงกล้ามาลองดีกับฉันแบบนี้”“ก็เป็นลูกหนี้ที่สวยที่สุดของเฮียไงคะ”ทับทิมตอบอย่างไม่เกรงกลัว เธอขยับสะโพกบดเบียดลงบนหน้าขาของเขาอย่างจงใจ รับรู้ได้ถึงความแข็งขืนที่เริ่มตื่นตัวภายใต้กางเกงเนื้อดี“หึ...” คิงแค่นหัวเราะ แววตาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความปรารถนาที่ดำมืด “อยากขายตัวใช้หนี้นักใช่ไหม”มือหยาบกร้านของเขาเลื่อนจากเอว ไล้ต่ำลงไปตามสะโพกมน ก่อนจะสอดเข้าไปใต้กระโปรงเดรสตัวสวย สัมผัสกับผิวเนื้อนุ่มลื่นที่ต้นขาด้านใน“อ๊ะ...” ทับทิมสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว สัมผัสของเขาร้อนผ่าวยิ่งกว่าไฟ“แน่นดีนี่” เขาพึมพำเสียงพร่า ขณะบีบขย้ำต้นขาเธอแรงๆ “แต่จะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงที่ฉันเคยเอา ทั้งสวยกว่า นมใหญ่กว่า ลีลาดีกว่าเธอมีเป็นร้อย แล้วเ
เวลา 23.00 น.หนึ่งชั่วโมงสุดท้ายก่อนเส้นตายบรรยากาศภายในห้องนอนของคอนโดมิเนียมหรูดูเงียบเหงาและตึงเครียด แตกต่างจากเจ้าของห้องที่กำลังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทับทิมมองภาพสะท้อนของตัวเองที่สวมชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำสนิท มันเป็นชุดที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ดีไซน์รัดรูปเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวคอดและสะโพกกลมกลึง แต่ทีเด็ดอยู่ที่รอยผ่าหน้าขาที่สูงลิบลิ่วจนเกือบจะถึงจุดสงวน และซิปสีทองเส้นยาวที่พาดผ่านกลางลำตัวตั้งแต่หน้าอกลงไปจนสุดชายกระโปรงเป็นชุดที่ตะโกนบอกคนทั้งโลกว่าพร้อมถอด“เงินห้าล้าน...” ทับทิมพึมพำกับตัวเอง พลางหยิบน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมฟีโรโมนขึ้นมาฉีดพรมตามจุดชีพจร “หาทั้งชาติก็คงไม่ทันคืนนี้หรอก”เธอไม่ได้โง่พอที่จะวิ่งเต้นไปกู้หนี้ยืมสินใครให้ตัวเองลำบากเพิ่ม ทางรอดของน้องชายและทางรอดของเธอมีเพียงทางเดียว คือการทำให้ราชายอมรับ ‘เครื่องบรรณาการ’ ชิ้นนี้ให้ได้แม้เมื่อคืนเขาจะไล่ตะเพิดเธอเหมือนหมูเหมือนหมา แต่ทับทิมเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง สายตาที่เขามองเธอ ร่างกายของเขาที่ตอบสนองต่อสัมผัสของเธอ มันโกหกกันไม่ได้ ผู้ชายอย่างคิงอาจจะปากแข็งและหยิ







