LOGINณ เมืองเซี่ยงไฮ้ในปี 1976
บริษัทหวังเว่ย เป็นบริษัทส่งออกเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงและร่ำรวยที่สุดของเซี่ยงไฮ้ โดยมีเถ้าแก่หวังชุนเทียน นักธุรกิจวัย 60 ปีเป็นผู้สืบทอดธุรกิจต่อจากบิดาและปู่ของเขา แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นจึงทำให้หวังชุนเทียนไม่สามารถบริหารงานบริษัทของเขาได้เต็มที่ เขาจึงตัดสินใจที่จะยกบริษัทให้กับบุตรสาวคนโตผู้มีนามว่า หวังเซี่ยนอิง นั่นเอง
หวังเซี่ยนอิง คุณหนูใหญ่แห่งสกุลหวังผู้มีใบหน้างดงามแต่นิสัยดุร้าย ด้วยความที่เธอรู้ตัวว่า เธอนั้นได้เกิดมาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งที่จะต้องสืบทอดธุรกิจของสกุลหวัง เนื่องจากว่าบิดาของเธอไม่มีบุตรชาย และเธอก็เป็นบุตรสาวคนโตของเขา ดังนั้นเธอจึงถูกเลี้ยงมาให้เข้มแข็งและดุร้ายราวกับบุตรชายคนหนึ่ง ทำให้บุรุษมากมายไม่ค่อยกล้าหวังเซี่ยนอิงเท่าไหร่นัก หวังเซี่ยนอิงจึงต้องเป็นโสดมาจนอายุ 27 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เลยการแต่งงานของยุค70 มามาก
แต่ถึงกระนั้น แม้หวังเซี่ยนอิงจะไม่มีบุรุษใดเข้าใกล้ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจเรื่องราวรักใคร่เท่ารักนัก สำหรับหวังเซี่งอิงแล้ว ครอบครัวและน้องสาวทั้งสามคนคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ
ดังนั้นเมื่อหวังชุนเทียนผู้เป็นพ่อเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องยกบริษัทของตนองให้กับลูกสาว เขาจึงตัดสินใจประกาศต่อคนของสกุลหวังขณะที่ทุกคนกำลังทานอาหารค่ำด้วยกันทันที
“วันนี้ฉันมีเรื่องอยากจะแจ้งให้ทุกคนทราบ! ฉันได้ตัดสินใจที่จะเกษียณตัวเอง และยกตำแหน่งผู้บริหารให้กับ ... หวังเซี่ยนอิง บุตรสาวคนโตของฉันเป็นผู้ดูแลตั้งแต่นี้เป็นต้นไป”
“เย้ ๆ ๆ” เมื่อเหล่าคุณหนูทั้งสาม ซึ่งได้แก่ หวังซงเหยา (คุณหนูรอง), หวังอิ๋งอิ๋ง (คุณหนูสาม) และ หวังเยี่ยนอิง (คุณหนูเล็ก) ได้ยินแบบนั้น พวกเธอก็ตะโกนออกมาด้วยความดีใจพร้อมกับเข้าไปกอดพี่สาวคนโตเพื่อแสดงความยินดีทันที ส่วนทางด้านของเซี่ยนอิง ที่เห็นน้องสาวทั้งสามคนของตนเองดีใจ นางก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
แต่ทว่า...ท่ามกลางความดีใจของคุณหนูทั้งสี่ แต่ หวังต้าเฟิง ผู้เป็นอาของพวกเธอ และเป็นน้องชายเพียงคนเดียวของหวังชุนเทียนก็ไม่พอใจเป็นใจมาก เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่เขารู้ว่าหวังชุนเทียนไม่มีบุตรชาย เขาก็คิดว่าตนเองผู้เป็นน้องชายเพียงคนเดียวจะต้องได้รับการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารต่อ แต่การที่หวังชุนเทียนยกบริษัทให้กับลูกสาวของเขาเช่นนี้ หวังต้าเฟิงจึงถือว่าพี่ชายได้หักหน้าของเขาเป็นอย่างมาก เขาจึงประกาศค้านขึ้น
"ฉันไม่มีทางยอมรับการแต่งตั้งนี้เด็ดขาด ฉันยังอยู่ที่นี่ทั้งคน ฉันเป็นน้องชายเพียงคนเดียวของพี่ ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนสืบทอดธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าของสกุลหวัง” หวังต้าเฟิงค้านขึ้นด้วยความโกรธ ทำเอาสามคุณหนูมองไปที่เขาด้วยสายตาที่ไม่พอใจเท่าไหร่นัก เพราะพวกเธอรู้ว่าคุณอานั้นทั้งติดการพนันและใช้เงินเปลื้องมาก เขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งผู้บริหารหรอก เขาต้องการแค่เงินของบริษัทต่างหาก!
ทางด้านของหวังชุนเทียนที่รู้แต่แรกอยู่แล้วว่าน้องชายเพียงคนเดียวของเขาจะต้องไม่พอใจอย่างแน่นอน แต่เพราะว่าน้องชายของเขาไม่มีคุณสมบัติในการบริหารบริษัทเลยสักนิด เขาจึงไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะยกให้เพราะเกรงว่าบริษัทจะต้องล้มละลายอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงตอบน้องชายของเขากลับไปอย่างรักษาน้ำใจที่สุด “ต้าเฟิง! แกรู้ตัวเองดีว่าแกไม่มีคุณสมบัติในการบริหารบริษัทของเราเลยสักนิด ในยุคนี้เป็นยุคที่อะไรหลาย ๆ อย่างกำลังเปลี่ยนผ่านและพัฒนาขึ้น แทนที่แกจะตั้งใจทำงานเพื่อให้บริษัทของเราเติบโตได้ไว้ แต่วัน ๆ แกก็เอาแต่ใช้เงินเล่นการพนัน แถมยังไม่เคยยับยั้งชังใจสักนิด นั่นคือเหตุผลที่แกไม่ได้รับตำแหน่งผู้บริหารอย่างไงล่ะ!”
เมื่อหวังต้าเฟิงได้ยินคำปฏิเสธของพี่ชายขึ้นอีกครั้งเขาก็โกรธเป็นอย่างมาก เขาจึงเดินออกไปจากโต๊ะอาหารอย่างกระฟัดกระเฟียด โดยมีภรรยาของเขาและ หวังซินเหมย ลูกสาวของเขา รีบเดินตามออกไปทันที
และเมื่อหวังต้าเฟิงเดินออกจากโต๊ะอาหารของครอบครัวไปแล้ว หวังอิ๋งอิ๋ง คุณหนูสามจอมเจ้าเล่ห์จึงพูดขึ้น “ฮึ! คนโลภ!”
ทางด้านของหวังซงเหยา คุณหนูสองผู้เรียบร้อยที่ได้ยินน้องสามของตนเองพูดออกมาแบบนั้น เธอจึงตีที่แขนของน้องสาวเบา ๆ เพื่อเป็นการตักเตือน ก่อนที่คุณหนูทั้งสี่ พร้อมกับหวังชุนเทียน และฮูหยินหวังซูลี่ แม่ของคุณหนูทั้งสี่ก็เริ่มทานอาหารเพื่อเฉลิมฉลองให้คุณหนูหวังเซี่ยนอิงในฐานะเจ้าของบริษัทใหม่ทันที
หลังจากที่ทุกคนทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็แยกย้ายกันกลับไปห้องนอนของใครของมันทันที
และในขณะที่เซี่ยนอิงกำลังเตรียมตัวเพื่อจะคิดรับตำแหน่งเจ้าของบริษัทในวันพรุ่งนี้อยู่นั้น เยี่ยนอิง คุณหนูสี่ก็เคาะประตูห้องของเธอ และเซี่ยนอิงก็อนุญาตให้น้องสาวคนเล็กเปิดประตูเข้ามาได้ด้วยคนเอง
“พี่ใหญ่! ฉันมีเรื่องจะมาปรึกษาพี่!” เซี่ยนอิงที่เปิดประตูเข้ามาได้ ก็รีบเดินเข้าไปอ้อนพี่สาวทันที
“ว่าอย่างไงหรอ?” เยี่ยนอิงถามน้องสาวคนเล็กของตนเองขึ้นด้วยความเอ็นดู
“ฉันก็หมั้นกับคุณชายหยางมาเกือบจะปีแล้วนะคะ ถ้าสกุลหยางก็เริ่มถามมาบ่อยขึ้นแล้วว่าเมื่อไหร่พี่ใหญ่จะแต่งเสียที เพราะถ้าหากพี่ใหญ่ไม่ยอมแต่ง พี่รองและพี่สามก็จะไม่แต่ง และฉันคนสุดท้ายก็ต้องรอไปก่อน”
______________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“หุบปาก!” เยี่ยนอิงตะคอกใส่หน้าของหยางหลินซีทันที พร้อมกับพูดขึ้น “ฉันไม่มีทางกลับไปรักคนเลว ๆ อย่างคุณได้เด็ดขาด และอย่างที่ฉันเคยบอกไปแล้ว ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่ขอรู้จักคนอย่างคุณเด็ดขาด”“เยี่ยนอิง!” หยางหลินซีเรียกชื่อของเธอขึ้นด้วยความเจ็บปวด“แกอย่าได้มาเอยชื่อของเยี่ยนอิงออกจากปากสกปรกของแกอีกนะ! ในขณะที่เธอให้อภัยกับความผิดร้ายแรงของแกครั้งที่แล้ว แทนที่แกจะสำนึกได้ แต่แกกลับคิดที่จะฆ่าเธอ” คุณชายหยางเว่ยพูดขึ้นต่อ“นี่แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!” หยางหลินซีเถียงกลับไปทันที“ฉันไม่ได้ใส่ร้ายแก! เพราะพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็คือคนขับรถที่ไปกับเยี่ยนอิงอย่างไงล่ะ! แกเห็นเยี่ยนอิงนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า แกกลับปล่อยให้เยี่ยนอิงต้องตายอยู่นั้น ไม่เพียงเท่านั้น แกนั่นแหละที่เป็นคนขับรถไปชนท้ายรถของเยี่ยนอิงอย่างแรง จนทำให้รถเสียการควบคุมและพลิกคว่ำทันที”เมื่อหยางหลินซีได้ยินความจริงออกมาแบบนั้นเขาก็ร้อนรนใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะรีบหาข้ออ้างขึ้นอีกครั้ง “แกไปเชื่อไอ้คนขับรถห่วย ๆ คนนั้นได้อย่างไงกัน! มันก็แค่ต้องการที่จะใส่ร้ายฉัน เพราะมันนั่นแหละที่ทำผิดที่ขับรถไม่ดีเอง
บทที่ 6หัวใจดวงเดียวกันเมื่อคุณชายหยางเว่ยทำกำลังทำงานอยู่ที่บริษัทได้รับข่าวของเยี่ยนอิง เขาก็รีบทิ้งงานทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าและรีบมาหาเธอที่โรงพยาบาลทันที และเมื่อเขามาถึงเขาก็พบว่าคนในสกุลหยางและสกุลหวังได้มาอยู่ที่นี่กันจนครบแล้ว รวมถึงหยางหลินซีที่มาอยู่ที่นี่ด้วย เพราะตอนนี้หยางหลินซีไม่รู้ว่าคนขับรถของเยี่ยนอิงได้รู้ว่าเขาคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ส่วนเยี่ยนอิงก็ยังคงอยู่ในการดูแลของหมอในห้องฉุกเฉินนั่นเองหลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ ในขณะที่คุณชายหยางเว่ยเดินไปเดินมาที่ห้องฉุกเฉินด้วยความกังวลใจอยู่นั้น ในที่สุดคุณหมอก็ออกมาแจ้งให้เขาทราบว่าตอนนี้เยี่ยนอิงได้พ้นจากขีดอันตรายแล้ว ร่างกายของเธอได้รับเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้น ซึ่งนำไปสู่การเป็นแผลเป็นที่อาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะหาย หรืออาจจะไม่หายเลย แต่ส่วนด้านในร่างกายของเธอข้างในไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก คงเป็นเพราะว่า ตอนช่วงที่เยี่ยนอิงกระเด็นออกมาจากรถนั้น เธอสามารถรวบรวมสติของตนเองไว้ให้ได้มากที่สุด และให้ร่างกายของเธอกระแทกลงพื้นในท่าที่ปลอดภัยที่สุด“เดี๋ยวรออีกสักพัก คนไข้ก็คงจะฟื้นแล้วนะครับ! ตอนนั้นพวกคุณค่
เยี่ยนอิงที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของคุณชายหยางเว่ยเช่นนั้นก็รู้สึกผิดขึ้น เธอรู้สึกผิดว่าการที่เธอให้โอกาสหยางหลินซีแบบนั้นจะเป็นการหักหน้าคุณชายหยางเว่ยผู้เป็นสามีที่แสนดีของเธอมาโดยตลอด เธอจึงค่อย ๆ ผละออกมาจากอ้อมกอดของเขา และถามเขาขึ้นทั้งน้ำตา“ฉันให้อภัยคุณชายหยางหลินซีต่อหน้าคนทั้งคฤหาสน์สกุลหยาง ฉันคงทำให้คุณรู้สึกไม่ดีอย่างแน่นอน?”คุณชายหยางเว่ยที่ได้ยินคำถามปนคำบอกเล่าของเธอแบบนั้น เขาก็ยิ้มออกมาเบา ๆ พร้อมกับพูดขึ้น “คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไรเลย! ความรู้สึกในอดีตเป็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว และการที่คุณให้อภัยเขาก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย” เยี่ยนอิงที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็กอดเข้าไว้แน่นกว่าเก่า เยี่ยนอิงไม่เคยคิดเลยว่าหัวใจที่แตกสลายของเธอในวันแต่งงานนั้นจำได้พบกับแรกแท้อีกครั้ง แถมรักแท้ของเธอก็ดำเนินไปอย่างช้า ๆ แต่ดูมั่นคงเสียเหลือเกิน หลังจากที่คุณชายหยางเว่ยและเยี่ยนอิงกอดกันได้สักพัก คุณชายหยางเว่ยก็แยกตัวออกไปทำงาน ส่วนเยี่ยนอิงก็เลือกที่จะกลับคฤหาสน์ของสกุลหวังเพื่อพบปะกับครอบครัวของเธอหลังจากที่แต่งงานออกมาการกลับมาของเยี่ยนอิง ณ คฤหาสน์ของสกุลหวังทำให้ทุกคนดีใจเป็นอ
บทที่ 5ความรู้สึกในหัวใจเช้าวันใหม่เริ่มต้นเยี่ยนอิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าคุณชายหยางหลินซีที่ควรจะออกจากคฤหาสน์สกุลหยางไปแล้วกำลังคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องอยู่ที่เท้าของคุณปู่หยางทั้งน้ำตา“คุณปู่! ได้โปรดอภัยผมด้วยนะครับ! ฮืออออออออออ เมื่อคืนนี้ผมหึงหวงเยี่ยนอิงหน้ามืดตามัวจนทำอะไรไม่คิด เพราะผมยังรักเธออยู่ ผมจึงทนเห็นเธออยู่ร่วมหอกับคนอื่นทุกคืนแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ ครับ ฮือออออออออออ”คุณนายหยางที่ยืนอยู่ไม่ห่าง ก็รีบเข้าไปคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องคุณปู่หยางเพื่อช่วยลูกชายของเขาด้วยอีกคน “คุณพ่อค่ะ! ได้โปรดอภัยให้หลินซีด้วยนะคะ เพราะเขาและเยี่ยนอิงเคยรักกันและหมั้นหมายกัน มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่ต้องเห็นเธอเป็นของคนอื่นแบบนั้นค่ะ ฮือออออออออออ”คุณปู่หยางรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก ใจหนึ่งของเขาก็ไม่อยากไล่หลานชายของตนเองให้ออกไปเร่ร่อนลำบากตรากตำอยู่ที่นอกบ้าน แต่เพราะความโกรธที่ได้เห็นการกระทำที่เลวทรามของเขาเมื่อคืนจึงทำให้คุณปู่หยางไม่อาจจะทนต่อไปไม่ได้ ดังนั้น...คุณปู่หยางมิใช่ผู้ที่จะสามารถให้อภัยเขาได้ มีเพียงเยี่ยนอิงเท่านั้นเมื่อคุณปู่หยางคิดได้ดังนั้น เขาก็มองไปที่เยี่ยนอิงที่
หยางหลินซีที่กลัวว่าจะต้องรับความผิด เขาจึงรีบโกหกขึ้นทันที “ก็เยี่ยนอิงมาอ่อยผมตอนนี้ที่พี่หยางเว่ยไม่อยู่! เธอให้ท่าผม และขอให้ผมมาหาเธอกลางดึกแบบนี้”“โกหก!” เยี่ยนอิงด่าเขาขึ้นทันที ก่อนที่จะพูดขึ้นบ้าง “ฉันไม่มีทางอยากได้ผู้ชายเลว ๆ อย่างคุณเด็ดขาด! และฉันไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นหลับหลังของสามีของฉันด้วย คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายงัดเข้ามาในห้องนอนของฉัน ไม่เชื่อก็ดูที่กลอนประตูนั้นสิ” เยี่ยนอิงชี้ไปที่กลอนประตูที่มีรอยงัดอยู่ทันทีคุณปู่หยางที่ได้เห็นแบบนั้นก็รู้สึกโกรธหยางหลินซีเป็นอย่างมาก เขาจึงด่าขึ้นทันที “ไอ้หลานสารเลว! แกมีทั้งพ่อและแม่ที่ให้การสั่งสอน ฉันเองก็ให้เงินแกไม่ขาดโดยที่แกไม่เคยต้องไปลำบากอะไร แต่แกยังกล้าที่จะเข้าไปข่มขืนพี่สะใภ้ของแกอีก แกนี่มันน่าไม่อายชะมัด ภรรยาสองคนที่แกมีอยู่ตอนนี้มันไม่พอหรือไง?”น้ำเสียงคุณปู่เต็มไปด้วยความ ซึ่งทำให้คนในบ้านทั้งหมดที่ได้ยินรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก เพราะปกติคุณปู่จะเป็นคนใจดีกับทุกคนเสมอ“ภรรยาสองคนนี้ไม่ใช่คนที่ผมเลือกซะหน่อย! คนที่ผมต้องการคือเยี่ยนอิงต่างหาก! และหากไม่ใช่เพราะผมทำพลาด หลานรักของคุณปู่ไม่มีทางได้แต่งงานกับเยี่ย
บทที่ 4การถูกล้างแค้นคุณปู่หยางที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกชอบใจในตัวหลานสะใภ้ใหญ่ของตนเองเป็นอย่างมาก เขาจึงพูดขึ้นมา “จริงอย่างที่เยี่ยนอิงว่า...ในเมื่อแกเป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง แกก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบอีกเช่นเคย”“หา!” หยางหลินซีอุทานออกมาด้วยความตกใจอีกครั้ง ไม่ว่าเยี่ยนอิงจะพูดอะไร คุณปู่หยางก็เห็นดีเห็นงามไปซะหมด ขืนถ้าปล่อยไว้เป็นแบบนี้ มีหวังชีวิตของเขาคงต้องพังไม่เป็นท่าแน่ ๆ แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้เขาคงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ดังนั้นในการแต่งงานวันนี้เขาจึงต้องก้มหน้ายอมรับไปก่อน และหาทางเอาคืนเธอทีหลังอย่างแน่นอนหลังจากงานแต่งงานที่แสนวุ่นวายของหยางหลินซี และหญิงสาวทั้งสองคนได้จบลงไป เยี่ยนอิงก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่เห็นหลินซีต้องทุกข์ทนในวันแต่งงานของตนเองเช่นนั้น เพราะการแต่งงานกับผู้หญิงถึงสองคนในเวลาเดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นในขณะที่เยี่ยนอิงกำลังนั่งคุยกับคุณปู่หยางด้วยเสียงหัวเราะแต่เช้าอยู่นั้น คุณปู่หยางก็เห็นว่าคฤหาสน์ของตนเองครึกครืนไปด้วยสะใภ้ที่มีมากถึง 3 คน คุณปู่หยางจึงพูดกับเยี่ยนอิงขึ้น“ก่อนหน้านี้ที่คฤหาสน์ของ







