Se connecterบทที่ 6
คุณคือความรัก
และหลังจากที่หยวนอี้เหลียนเดินออกจากคฤหาสน์สกุลหวังไปแล้ว จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น สาวใช้จึงรีบเดินเข้าไปรับโทรศัพท์ทันที แต่ทว่าสาวใช้ที่ไปรับโทรศัพท์กลับมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก เมื่อโทรศัพท์ถูกวางหูลง อิ๋งอิ๋งจึงถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“เกิดอะไรขึ้นหรอ?”
“ทางกรมทหารโทรมาบอกว่า...เมื่อเช้านี้เกิดเหตุรบกันกระทันที่ทางเมืองหลวงทางเหนือ ตอนนี้ท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านได้หายตัวไปในขณะเข้าปราบกบฏค่ะ”
เมื่ออิ๋งอิ๋งได้ยินแบบนั้นก็ใจหายวาบด้วยความกังวล น้ำตาของเธอร่วงหล่นลงมาอาบน้ำแก้ม ก่อนที่เธอจะรีบตั้งสติและวิ่งออกไปทันที
อิ๋งอิ๋งรีบขับรถออกจากคฤหาสน์มุ่งหน้าไปทางเมืองหลวงทางเหนืออย่างว่องไว ในตอนนี้เธอไม่สนใจกลัวอะไร สิ่งเดียวที่เธอกลัว คือกลัวที่จะเสียเขาไปตลอดกาล
หลังจากที่อิ๋งอิ๋งขับรถออกมาได้สักพักใหญ่ ๆ เธอก็มาถึงเมืองหลวงทางเหนือที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันมากมาย แม้ว่าสงครามเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจะจบลงอย่างรวดเร็วเพราะทหารเข้าควบคุมเหล่าผู้ร้ายได้แล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครกับท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านอยู่ดี
อิ๋งอิ๋งรีบเดินเข้าไปหาทหารที่เป็นหน่วยค้นหา พร้อมกับถามหาข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนที่เธอจะพบว่า...และระหว่างที่ฝ่ายก่อจราจลและทหารกำลังต่อสู้กันอยู่นั้น ท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านได้บุกอ้อมไปข้างหลังเพื่อจัดการพวกเขา แต่หลังจากจัดการได้สำเร็จ และทำให้ผู้ก่อจลาจลพ่ายแพ้แล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย และพวกเขาก็คาดการณ์กันว่าคงมีหนึ่งในผู้ก่อจราจลที่รอดตัวไปจับตัวของท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านไว้เป็นตัวประกันอย่างแน่นอน
“แล้วแบบนี้เราต้องทำอย่างไงดีล่ะ?” อิ๋งอิ๋งถามขึ้นด้วยความร้อนรนใจ
“ทางทีมค้นหาของเราแจ้งว่าได้ทำการค้นหาหมดทุกพื้นที่แล้ว แต่ก็ไม่พบ คาดว่าอีกสักพักผู้ก่อจลาจลคงต้องเอาตัวท่านนายพลหลินออกมาต่อรองอย่างแน่นอน” ทหารคนหนึ่งตอบกลับมา
“แล้วต้องรอไปถึงเมื่อไหร่กัน?” อิ๋งอิ๋งถามขึ้นต่อ
“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ! ตอนนี้เรายังคงทำได้แค่รอ”
เมื่ออิ๋งอิ๋งได้ยินแบบนั้น เธอจึงตอบเขากลับไป “แต่ฉันรอไม่ได้เด็ดขาด” พูดจบ อิ๋งอิ๋งก็หายเข้าไปในซอกตึกเพื่อออกตามหาท่านนายหลินไจ้ฟ่านโดยไม่ฟังเสียงห้ามของทหารเลย
หลังจากที่อิ๋งอิ๋งเดินออกตามหาเขาอยู่สักพักใหญ่ ๆ ตามซอกตึกที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันของการโจมตี ในที่สุดอิ๋งอิ๋งก็พบกับร่างใหญ่ของท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านกำลังถูกมัดไว้ แต่ด้วยความที่เธอไม่ทันได้ระวังตัว เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปหาเขาเพื่อจะช่วยทันที แต่ทว่าเมื่ออิ๋งอิ๋งไว้ถึง เธอก็พบกับผู้ก่อจลาจลหรือกบฏที่กำลังยืนรออยู่แล้ว พวกมันมีกันอยู่ 3 คน เป็นชายร่างใหญ่ทั้งหมด แถมพวกมันยังไม่รอช้า รีบดึงตัวอิ๋งอิ๋งเข้ามามัดไว้ และผลักลงไปนั่งลงที่ข้างท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านทันที และพวกมันก็เดินออกไป ปล่อยให้เหลือเพียงคนเฝ้าเพียงคนเดียว
ทางด้านของท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านที่เห็นอิ๋งอิ๋งต้องมาตกอยู่ในอันตรายกับตัวเองแบบนั้น เขาจึงถามเธอขึ้นด้วยความเป็นห่วง “คุณมาที่นี่ได้อย่างไงกัน?”
“ฉันก็มาช่วยคุณอย่างไงล่ะ!” อิ๋งอิ๋งตอบกลับไปตามความเป็นจริง
“มาช่วยผม? ทั้ง ๆ ที่คุณก็รู้ว่ามันอันตราย คุณไม่กลัวตายอย่างงั้นหรอ?” เขาถามเธอขึ้นต่อ
“ถ้าจะตาย...ก็ต้องตายไปพร้อมกัน ถ้าจะอยู่...ก็ต้องอยู่ไปด้วยกันทั้งชีวิต”
คำตอบของอิ๋งอิ๋งทำเอาท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านรู้สึกสับสน เขาจึงถามเธอขึ้น “คุณหมายความว่าอย่างไง? ผมไม่เห็นเข้าใจ”
“ก็คนรักกันเขาก็เป็นกันแบบนี้ไม่ใช่หรอ? คุณจะงงอะไรล่ะ?”
ท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มร่าออกมาด้วยความดีใจ พร้อมกับพูดขึ้น “แสดงว่า...คุณนักผมแล้วสินะ?”
“ก็ใช่นะสิ!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านหัวเราะออกมาอย่างชอบใจที่ได้ยินคำสารภาพของเธอแบบนั้น ก่อนที่เขาจะพูดกับเธอขึ้น “ก็ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมจะทำให้คุณรักผมให้ได้ภายใน 3 อาทิตย์ ที่จริงแล้วผมยังมีเวลาเหลืออีกตั้ง 1 วันเชียว”
“ไม่ใช่ว่าคุณยอมแพ้ไปแล้วหรอ?” อิ๋งอิ๋งถามเขาขึ้นด้วยความมึนงง
“ใครบอกว่าผมยอมแพ้กันล่ะ? ผมก็มีวิธีของผมที่จะทำให้คุณใจอ่อนจนได้ ถ้าผมไม่เมินใส่คุณแบบนั้น คุณจะรู้ตัวหรอว่าคุณรักผมแล้ว คนหัวดื้ออย่างคุณ ผมก็ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้นแหละ”
อิ๋งอิ๋งที่ได้ยินความจริงทุกอย่างแบบนั้นก็เบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะตอบเขากลับไป “นี่คุณมันร้ายชะมัด!”
ท่านนายพลหลินไจ้ฟ่านยิ้มออกมาอย่างชอบใจอีกครั้ง ก่อนที่จะพูดขึ้น “แต่คุณก็น่าจะรอผมออกจากที่นี่ไปได้ก่อนแล้วค่อยบอกรักผมก็ได้นี่นา!”
_________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“หุบปาก!” เยี่ยนอิงตะคอกใส่หน้าของหยางหลินซีทันที พร้อมกับพูดขึ้น “ฉันไม่มีทางกลับไปรักคนเลว ๆ อย่างคุณได้เด็ดขาด และอย่างที่ฉันเคยบอกไปแล้ว ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่ขอรู้จักคนอย่างคุณเด็ดขาด”“เยี่ยนอิง!” หยางหลินซีเรียกชื่อของเธอขึ้นด้วยความเจ็บปวด“แกอย่าได้มาเอยชื่อของเยี่ยนอิงออกจากปากสกปรกของแกอีกนะ! ในขณะที่เธอให้อภัยกับความผิดร้ายแรงของแกครั้งที่แล้ว แทนที่แกจะสำนึกได้ แต่แกกลับคิดที่จะฆ่าเธอ” คุณชายหยางเว่ยพูดขึ้นต่อ“นี่แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!” หยางหลินซีเถียงกลับไปทันที“ฉันไม่ได้ใส่ร้ายแก! เพราะพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็คือคนขับรถที่ไปกับเยี่ยนอิงอย่างไงล่ะ! แกเห็นเยี่ยนอิงนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า แกกลับปล่อยให้เยี่ยนอิงต้องตายอยู่นั้น ไม่เพียงเท่านั้น แกนั่นแหละที่เป็นคนขับรถไปชนท้ายรถของเยี่ยนอิงอย่างแรง จนทำให้รถเสียการควบคุมและพลิกคว่ำทันที”เมื่อหยางหลินซีได้ยินความจริงออกมาแบบนั้นเขาก็ร้อนรนใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะรีบหาข้ออ้างขึ้นอีกครั้ง “แกไปเชื่อไอ้คนขับรถห่วย ๆ คนนั้นได้อย่างไงกัน! มันก็แค่ต้องการที่จะใส่ร้ายฉัน เพราะมันนั่นแหละที่ทำผิดที่ขับรถไม่ดีเอง
บทที่ 6หัวใจดวงเดียวกันเมื่อคุณชายหยางเว่ยทำกำลังทำงานอยู่ที่บริษัทได้รับข่าวของเยี่ยนอิง เขาก็รีบทิ้งงานทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าและรีบมาหาเธอที่โรงพยาบาลทันที และเมื่อเขามาถึงเขาก็พบว่าคนในสกุลหยางและสกุลหวังได้มาอยู่ที่นี่กันจนครบแล้ว รวมถึงหยางหลินซีที่มาอยู่ที่นี่ด้วย เพราะตอนนี้หยางหลินซีไม่รู้ว่าคนขับรถของเยี่ยนอิงได้รู้ว่าเขาคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ส่วนเยี่ยนอิงก็ยังคงอยู่ในการดูแลของหมอในห้องฉุกเฉินนั่นเองหลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ ในขณะที่คุณชายหยางเว่ยเดินไปเดินมาที่ห้องฉุกเฉินด้วยความกังวลใจอยู่นั้น ในที่สุดคุณหมอก็ออกมาแจ้งให้เขาทราบว่าตอนนี้เยี่ยนอิงได้พ้นจากขีดอันตรายแล้ว ร่างกายของเธอได้รับเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้น ซึ่งนำไปสู่การเป็นแผลเป็นที่อาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะหาย หรืออาจจะไม่หายเลย แต่ส่วนด้านในร่างกายของเธอข้างในไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก คงเป็นเพราะว่า ตอนช่วงที่เยี่ยนอิงกระเด็นออกมาจากรถนั้น เธอสามารถรวบรวมสติของตนเองไว้ให้ได้มากที่สุด และให้ร่างกายของเธอกระแทกลงพื้นในท่าที่ปลอดภัยที่สุด“เดี๋ยวรออีกสักพัก คนไข้ก็คงจะฟื้นแล้วนะครับ! ตอนนั้นพวกคุณค่
เยี่ยนอิงที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของคุณชายหยางเว่ยเช่นนั้นก็รู้สึกผิดขึ้น เธอรู้สึกผิดว่าการที่เธอให้โอกาสหยางหลินซีแบบนั้นจะเป็นการหักหน้าคุณชายหยางเว่ยผู้เป็นสามีที่แสนดีของเธอมาโดยตลอด เธอจึงค่อย ๆ ผละออกมาจากอ้อมกอดของเขา และถามเขาขึ้นทั้งน้ำตา“ฉันให้อภัยคุณชายหยางหลินซีต่อหน้าคนทั้งคฤหาสน์สกุลหยาง ฉันคงทำให้คุณรู้สึกไม่ดีอย่างแน่นอน?”คุณชายหยางเว่ยที่ได้ยินคำถามปนคำบอกเล่าของเธอแบบนั้น เขาก็ยิ้มออกมาเบา ๆ พร้อมกับพูดขึ้น “คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไรเลย! ความรู้สึกในอดีตเป็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว และการที่คุณให้อภัยเขาก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย” เยี่ยนอิงที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็กอดเข้าไว้แน่นกว่าเก่า เยี่ยนอิงไม่เคยคิดเลยว่าหัวใจที่แตกสลายของเธอในวันแต่งงานนั้นจำได้พบกับแรกแท้อีกครั้ง แถมรักแท้ของเธอก็ดำเนินไปอย่างช้า ๆ แต่ดูมั่นคงเสียเหลือเกิน หลังจากที่คุณชายหยางเว่ยและเยี่ยนอิงกอดกันได้สักพัก คุณชายหยางเว่ยก็แยกตัวออกไปทำงาน ส่วนเยี่ยนอิงก็เลือกที่จะกลับคฤหาสน์ของสกุลหวังเพื่อพบปะกับครอบครัวของเธอหลังจากที่แต่งงานออกมาการกลับมาของเยี่ยนอิง ณ คฤหาสน์ของสกุลหวังทำให้ทุกคนดีใจเป็นอ
บทที่ 5ความรู้สึกในหัวใจเช้าวันใหม่เริ่มต้นเยี่ยนอิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าคุณชายหยางหลินซีที่ควรจะออกจากคฤหาสน์สกุลหยางไปแล้วกำลังคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องอยู่ที่เท้าของคุณปู่หยางทั้งน้ำตา“คุณปู่! ได้โปรดอภัยผมด้วยนะครับ! ฮืออออออออออ เมื่อคืนนี้ผมหึงหวงเยี่ยนอิงหน้ามืดตามัวจนทำอะไรไม่คิด เพราะผมยังรักเธออยู่ ผมจึงทนเห็นเธออยู่ร่วมหอกับคนอื่นทุกคืนแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ ครับ ฮือออออออออออ”คุณนายหยางที่ยืนอยู่ไม่ห่าง ก็รีบเข้าไปคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องคุณปู่หยางเพื่อช่วยลูกชายของเขาด้วยอีกคน “คุณพ่อค่ะ! ได้โปรดอภัยให้หลินซีด้วยนะคะ เพราะเขาและเยี่ยนอิงเคยรักกันและหมั้นหมายกัน มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่ต้องเห็นเธอเป็นของคนอื่นแบบนั้นค่ะ ฮือออออออออออ”คุณปู่หยางรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก ใจหนึ่งของเขาก็ไม่อยากไล่หลานชายของตนเองให้ออกไปเร่ร่อนลำบากตรากตำอยู่ที่นอกบ้าน แต่เพราะความโกรธที่ได้เห็นการกระทำที่เลวทรามของเขาเมื่อคืนจึงทำให้คุณปู่หยางไม่อาจจะทนต่อไปไม่ได้ ดังนั้น...คุณปู่หยางมิใช่ผู้ที่จะสามารถให้อภัยเขาได้ มีเพียงเยี่ยนอิงเท่านั้นเมื่อคุณปู่หยางคิดได้ดังนั้น เขาก็มองไปที่เยี่ยนอิงที่
หยางหลินซีที่กลัวว่าจะต้องรับความผิด เขาจึงรีบโกหกขึ้นทันที “ก็เยี่ยนอิงมาอ่อยผมตอนนี้ที่พี่หยางเว่ยไม่อยู่! เธอให้ท่าผม และขอให้ผมมาหาเธอกลางดึกแบบนี้”“โกหก!” เยี่ยนอิงด่าเขาขึ้นทันที ก่อนที่จะพูดขึ้นบ้าง “ฉันไม่มีทางอยากได้ผู้ชายเลว ๆ อย่างคุณเด็ดขาด! และฉันไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นหลับหลังของสามีของฉันด้วย คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายงัดเข้ามาในห้องนอนของฉัน ไม่เชื่อก็ดูที่กลอนประตูนั้นสิ” เยี่ยนอิงชี้ไปที่กลอนประตูที่มีรอยงัดอยู่ทันทีคุณปู่หยางที่ได้เห็นแบบนั้นก็รู้สึกโกรธหยางหลินซีเป็นอย่างมาก เขาจึงด่าขึ้นทันที “ไอ้หลานสารเลว! แกมีทั้งพ่อและแม่ที่ให้การสั่งสอน ฉันเองก็ให้เงินแกไม่ขาดโดยที่แกไม่เคยต้องไปลำบากอะไร แต่แกยังกล้าที่จะเข้าไปข่มขืนพี่สะใภ้ของแกอีก แกนี่มันน่าไม่อายชะมัด ภรรยาสองคนที่แกมีอยู่ตอนนี้มันไม่พอหรือไง?”น้ำเสียงคุณปู่เต็มไปด้วยความ ซึ่งทำให้คนในบ้านทั้งหมดที่ได้ยินรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก เพราะปกติคุณปู่จะเป็นคนใจดีกับทุกคนเสมอ“ภรรยาสองคนนี้ไม่ใช่คนที่ผมเลือกซะหน่อย! คนที่ผมต้องการคือเยี่ยนอิงต่างหาก! และหากไม่ใช่เพราะผมทำพลาด หลานรักของคุณปู่ไม่มีทางได้แต่งงานกับเยี่ย
บทที่ 4การถูกล้างแค้นคุณปู่หยางที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกชอบใจในตัวหลานสะใภ้ใหญ่ของตนเองเป็นอย่างมาก เขาจึงพูดขึ้นมา “จริงอย่างที่เยี่ยนอิงว่า...ในเมื่อแกเป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง แกก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบอีกเช่นเคย”“หา!” หยางหลินซีอุทานออกมาด้วยความตกใจอีกครั้ง ไม่ว่าเยี่ยนอิงจะพูดอะไร คุณปู่หยางก็เห็นดีเห็นงามไปซะหมด ขืนถ้าปล่อยไว้เป็นแบบนี้ มีหวังชีวิตของเขาคงต้องพังไม่เป็นท่าแน่ ๆ แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้เขาคงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ดังนั้นในการแต่งงานวันนี้เขาจึงต้องก้มหน้ายอมรับไปก่อน และหาทางเอาคืนเธอทีหลังอย่างแน่นอนหลังจากงานแต่งงานที่แสนวุ่นวายของหยางหลินซี และหญิงสาวทั้งสองคนได้จบลงไป เยี่ยนอิงก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่เห็นหลินซีต้องทุกข์ทนในวันแต่งงานของตนเองเช่นนั้น เพราะการแต่งงานกับผู้หญิงถึงสองคนในเวลาเดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นในขณะที่เยี่ยนอิงกำลังนั่งคุยกับคุณปู่หยางด้วยเสียงหัวเราะแต่เช้าอยู่นั้น คุณปู่หยางก็เห็นว่าคฤหาสน์ของตนเองครึกครืนไปด้วยสะใภ้ที่มีมากถึง 3 คน คุณปู่หยางจึงพูดกับเยี่ยนอิงขึ้น“ก่อนหน้านี้ที่คฤหาสน์ของ







