LOGINบทที่ 3
คุณชายหลี่ฟู่จู คนที่เคยแอบรัก
หลังจากที่เซี่ยนอิงขับรถออกมาได้สักพักใหญ่ ๆ เธอก็เลือกไปจอดที่หน้าร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ไม่มีผู้คนอยู่ในร้านมากนัก ก่อนที่เธอจะลงไปนั่งดื่มกาแฟนที่ร้านนั้นเพียงลำพัง พร้อมกับใช้ความคิดไปพราง ๆ ว่าควรจะทำอย่าไงดี
และในขณะที่เซี่ยนอิงกำลังนั่งใช้ความคิดเพียงลำพังอยู่นั้น จู่ ๆ ร่างใหญ่ที่แสคุ้นเคยของคุณหลี่ฟู่จู รุ่นพี่สมัยเรียนของเซี่ยนอิงได้เดินผ่านมา เขาจึงร้องทักเธอขึ้นทันที
“เซี่ยนอิง!”
“พี่หลี่ฟู่จู!” เซี่ยนอิงอุทานขึ้นด้วยความตกใจ เพราะเธอไม่คิดว่าจะได้มาเจอรุ่นพี่สมัยเรียนในร้านกาแฟนเล็ก ๆ แบบนี้ และแท้ที่จริงแล้ว คุณชายหลี่ฟู่จูก็ไม่ใช่เพียงแต่รุ่นพี่ทั่วไปของเซี่ยนอิงเท่านั้น แต่เขายังเป็นคนที่เคยแอบรักเธอ และดูเหมือนว่าตอนนี้เขาก็ยังคงแอบรักเธออยู่ด้วย
“ไม่เจอกันนานเลย ทำไมถึงมานั่งกินกาแฟในมุมร้านคนเดียวล่ะ? ไม่เหงาแย่หรอ?” หลี่ฟู่จูถามเซี่ยนอิงขึ้น
เซี่ยนอิงเองก็รู้ว่าเขาแอบชอบเธอเมื่อครั้งสมัยเรียน แต่เพราะในตอนนั้นเธอไม่คิดสนใจในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เลยสักนิด เธอจึงไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรตอบเขากลับไป แต่เมื่อตอนนี้ได้กลับมาเจอเขาอีกครั้ง เซี่ยนอิงก็พบว่ารุ่นพี่หลี่ฟู่จูในชุดสูทสีดำมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก เธอจึงผายมือเพื่อเชิญให้เขานั่ง ก่อนที่เธอจะตอบคำถามของเขาขึ้น “พอดีว่าตอนนี้บริษัทของฉันมีปัญหาอยู่นะ ฉันก็เลยมานั่งหลบมุมเพื่อใช้ความคิดหาทางออกอยู่”
“อ่อ!” หลี่ฟู่จูทำหน้าเข้าใจ ก่อนที่เขาจะถามเขาขึ้น “แล้วบริษัทของเซี่ยนอิงมีปัญหาอะไรล่ะ? บอกให้พี่รู้ได้นะ เผื่อพี่จะพอช่วยหาทางออกได้”
เซี่ยนอิงที่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้ว่าเซี่ยนอิงจะไม่ได้เจอรุ่นพี่หลี่มานาน แต่เธอก็ได้ยินข่าวคราวของเขามาตลอดเวลาว่า รุ่นพี่หลี่คนนี้ของเธอมีความสามารถในการบริหารที่กำลังจะล้มละลายของครอบครัวให้กลับมาเป็นอันดับต้น ๆ ได้อีกครั้ง ซึ่งนับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นการได้เจอรุ่นพี่หลี่อีกครั้งก็เหมือนกับสวรรค์ได้เปิดทางให้เธอแล้ว เธอจึงไม่รอช้าที่จะปรึกษาเขาทันที
“ไหน ๆ ก็ได้เจอพี่หลี่แล้ว ฉันมีเรื่องอยากจะขอคำแนะนำจากพี่หลี่หน่อยค่ะ”
“ได้สิ!” หลี่ฟู่จูพยักหน้าตอบรับด้วยความตอบรับ
“พอดีว่าคุณอาของฉันได้ปลอมลายเซ็นต์ของคุณพ่อในการขายบริษัทของเราให้กับคุณชายต้วนลู่เห่อ แต่ฉันได้บอกคุณชายต้วนไปแล้ว แต่คุณชายต้วนเองก็ยืนยันว่าเขาได้จ่ายเงินให้คุณอาของฉันแล้วเช่นเดียวกัน แถมคุณอาของฉันก็ใช้เงินไปหมดแล้วด้วย คุณชายต้วนเลยยื่นข้อเสนอให้ว่า...หากฉันอยากได้บริษัทคืนให้หาเงินสิบล้านไปให้เขาภายในหนึ่งเดือน และเขาจะยอมคืนบริษัทให้ฉันค่ะ แต่เพราะว่าช่วงหลังมานี้บริษัทของเราเหลือกำไรไม่มาก หักลบค่าใช้และเงินเดือนของพนักงานแล้วก็แทบจะไม่เหลือเลย แถมค่าใช้จ่ายของคนสกุลหวังและคฤหาสน์อีก ทำให้เราไม่มีเงินเก็บพอที่จะไปเอาบริษัทกลับมาได้เลยค่ะ” เซี่ยนอิงพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
ทางด้านของคุณชายหลี่ฟู่จูที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแบบนั้นก็นั่งนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะตอบกลับไป “ถ้ามองในฐานะที่คุณชายต้วนเป็นคู่แข่งอันดับหนึ่งของสกุลหวัง พี่ว่าก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะทำทุกทางเพื่อซื้อบริษัทของสกุลหวังไปให้ได้ เพราะเมื่อเขาได้บริษัทของสกุลหวังไปแล้ว เท่ากับว่าเขาได้กลายเป็นบริษัทส่งออกเสื้อผ้าอันดับหนึ่งทันที และเขาเสนอมาแบบนี้ก็เพราะรู้เรื่องการเงินของสกุลหวังดีว่าไม่สามารถหามาให้เขาทันได้ภายในหนึ่งเดือนอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าคุณชายต้วนคนนี้เป้นการวางแผนลงทุนสิบล้าน ได้ทั้งชื่อเสียงและได้ทั้งเงินที่จะมากขึ้นในอนาคตอีกด้วย ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มสำหรับเขาเลยทีเดียว แต่ถ้าสกุลหวังสามารถเอาบริษัทกลับมาได้ก็คงทำให้คุณชายต้วนเสียหลักไม่ใช่น้อย เพราะถึงแม้ว่าบริษัทของสกุลหวังจะไม่ได้กำไรมากเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังมากพอที่จะเป็นอันดับหนึ่งเหนือบริษัทของสกุลต้วน”
“แต่เงินมากขนาดนั้น ฉันไม่มีทางหามาได้อย่างแน่นอนค่ะ” เซี่ยนอิงตอบกลับไปตามความเป็นจริง
“ถ้างั้น...เซี่ยนอิงก็ต้องลองหาเจ้าบ่าวรวย ๆ กว่าคุณชายต้วนแต่งงานสักคน และทำข้อตกลงกับเจ้าบ่าวว่าต้องการเงินสิบล้านเพื่อซื้อบริษัทคืนจากคุณชายต้วน เมื่อซื้อคืนแล้วค่อยหาทางทำกำไรให้ได้เงินกลับคืนมา” คุณชายหลี่ฟู่จูเสนอขึ้น
“แต่จะมีผู้ชายคนไหนยอมแต่งงานและยอมลทุนเงินสิบล้านให้ฉันล่ะ! คงไม่มีใครยอมแต่งกับฉันพร้อมกับเงินลงทุนเด็ดขาด” เซี่ยนอิงตอบกลับไปตามความเป็นจริง
“ใครว่าไม่มีกันล่ะ? ในเมื่อการแต่งงานก็เหมือนการลงทุน ถ้าเซี่ยนอิงแต่งงานกับนักธุรกิจสักคน และเขาคนนั้นก็ถือว่าเป็นลงทุนด้วยเหมือนกัน อย่างไงก็ไม่มีใครเสียผลประโยชน์อย่างแน่นอน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เซี่ยนอิงหัวเราะทันทีที่ได้ยินแบบนั้น พร้อมกับพูดขึ้น “ไม่มีใครกล้าลงทุนกับการแต่งงานอย่างแน่นอนค่ะ โดยเฉพาะกับฉัน”
“พี่ไง!”
คำตอบของคุณชายหลี่ทำให้เซี่ยนอิงเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ พร้อมกับถามเขาขึ้น “พี่หลี่หรอคะ?”
“ใช่! พี่เป็นนักธุรกิจ และพี่ก็ยังไม่ได้แต่งงานด้วย อีกอย่างพี่ก็แอบชอบเซี่ยนอิงมานาน ถ้าการแต่งงานครั้งนี้มาพร้อมกับการลงทุน พี่ก็คุ้มทุนที่ลงเลยนะ”
เซี่ยนอิงนิ่งคิดไปครู่หนึ่งเพื่อทำความเข้าใจ ก่อนที่เธอจะถามเขาขึ้น “และพี่ไม่กลัวว่าจะขาดทุนกับการลงทุนครั้งนี้หรอคะ?”
“ทุกการลงทุนนั้นมีความเสี่ยง แต่การลงทุนกับเซี่ยนอิง ต่อให้เสี่ยงมากขนาดไหนพี่ก็ยอม ขอเพียงแค่เซี่ยนอิงยอมตกลงให้พี่ลงทุนครั้งนี้ด้วยก็พอ”
คำตอบของคุณชายหลี่ฟู่จูนั้นเต็มไปด้วยธุรกิจ แต่เซี่ยนอิงก็ยังมองออกว่าในธุรกิจนี้มีความรู้สึกของเขาลงมาด้วย ใจหนึ่งเธอก็กลัวว่าจะต้องทำให้เขาขาดทุน แต่อีกใจหนึ่งเวี่ยนอิงก็เห็นว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะนอกจากการแต่งงานครั้งนี้ของเธอจะทำให้เธอได้เงินสิบล้านเพื่อไปเอาบริษัทคืนมาแล้ว เธอยังทำให้ หวังเยี่ยนอิง น้องสาวคนเล็กของเธอได้เข้าใกล้การแต่งงานไวขึ้นอีกด้วย
ในเมื่อเซี่ยนอิงคิดได้ดังนั้น เธอก็เห็นว่าไม่มีอะไรต้องเสียหายอีกต่อไป เธอจึงไม่รอช้าที่จะตอบตกลงทันที
“ตกลงค่ะ!”
ทางด้านของคุณชายหลี่ฟู่จูที่ได้ยินคำตอบตกลงของเซี่ยนอิงแบบนั้นเขาก็ดีใจเป็นอย่างมาก พร้อมกับเธอกลับไป “พี่สัญญาว่าการทำธุรกิจของเราครั้งนี้จะไม่มีใครต้องขาดทุนอย่างแน่นอน ดังนั้นอีก 2 วันข้างหน้า พี่จะพาผู้ใหญ่ของพี่ไปสู่ขอเซี่ยนอิงที่คฤหาสน์ของสกุลหวังทันที”
“ได้ค่ะ!” เซี่ยนอิงตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับพูดขึ้น “ต้องขอบคุณพี่หลี่มาก ๆ เลยนะคะที่มาช่วยฉันแก้ปัญหาในวันนี้ หากไม่ได้พี่ ฉันก็คงไม่รู้ว่าจะต้องหาทางออกอย่างไรดี!”
“ไม่เป็นไรหรอก! นี่คือการเริ่มต้นของเรา ยังมีอะไรอีกมากมายให้เราร่วมทำด้วยกันในอนาคตอีกเยอะ งั้นวันนี้พี่ขอตัวก่อนนะ พี่นัดทานข้าวในอีก 15 นาทีกับลูกค้า แล้วอีก 2 วันเราเจอกันนะ!” พูดจบ คุณชายหลี่ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ และกล่าวเซี่ยนอิงก่อนที่เขาจะเดินออกไปทันที
“ฟู่ววววววววว!!”
เมื่อคุณชายหลี่ฟู่จูเดินจากไปแล้ว เซี่ยนอิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ พร้อมกับพูดขึ้น “ในที่สุดปัญหาของฉันก็ได้รับการแก้สักที!” และเมื่อพูดจบ เซี่ยนอิงก็เดินออกจากร้านกาแฟไปเพื่ออาหารข้างทางอย่างอื่นทานเพิ่ม
___________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“หุบปาก!” เยี่ยนอิงตะคอกใส่หน้าของหยางหลินซีทันที พร้อมกับพูดขึ้น “ฉันไม่มีทางกลับไปรักคนเลว ๆ อย่างคุณได้เด็ดขาด และอย่างที่ฉันเคยบอกไปแล้ว ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่ขอรู้จักคนอย่างคุณเด็ดขาด”“เยี่ยนอิง!” หยางหลินซีเรียกชื่อของเธอขึ้นด้วยความเจ็บปวด“แกอย่าได้มาเอยชื่อของเยี่ยนอิงออกจากปากสกปรกของแกอีกนะ! ในขณะที่เธอให้อภัยกับความผิดร้ายแรงของแกครั้งที่แล้ว แทนที่แกจะสำนึกได้ แต่แกกลับคิดที่จะฆ่าเธอ” คุณชายหยางเว่ยพูดขึ้นต่อ“นี่แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!” หยางหลินซีเถียงกลับไปทันที“ฉันไม่ได้ใส่ร้ายแก! เพราะพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็คือคนขับรถที่ไปกับเยี่ยนอิงอย่างไงล่ะ! แกเห็นเยี่ยนอิงนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า แกกลับปล่อยให้เยี่ยนอิงต้องตายอยู่นั้น ไม่เพียงเท่านั้น แกนั่นแหละที่เป็นคนขับรถไปชนท้ายรถของเยี่ยนอิงอย่างแรง จนทำให้รถเสียการควบคุมและพลิกคว่ำทันที”เมื่อหยางหลินซีได้ยินความจริงออกมาแบบนั้นเขาก็ร้อนรนใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะรีบหาข้ออ้างขึ้นอีกครั้ง “แกไปเชื่อไอ้คนขับรถห่วย ๆ คนนั้นได้อย่างไงกัน! มันก็แค่ต้องการที่จะใส่ร้ายฉัน เพราะมันนั่นแหละที่ทำผิดที่ขับรถไม่ดีเอง
บทที่ 6หัวใจดวงเดียวกันเมื่อคุณชายหยางเว่ยทำกำลังทำงานอยู่ที่บริษัทได้รับข่าวของเยี่ยนอิง เขาก็รีบทิ้งงานทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าและรีบมาหาเธอที่โรงพยาบาลทันที และเมื่อเขามาถึงเขาก็พบว่าคนในสกุลหยางและสกุลหวังได้มาอยู่ที่นี่กันจนครบแล้ว รวมถึงหยางหลินซีที่มาอยู่ที่นี่ด้วย เพราะตอนนี้หยางหลินซีไม่รู้ว่าคนขับรถของเยี่ยนอิงได้รู้ว่าเขาคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ส่วนเยี่ยนอิงก็ยังคงอยู่ในการดูแลของหมอในห้องฉุกเฉินนั่นเองหลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ ในขณะที่คุณชายหยางเว่ยเดินไปเดินมาที่ห้องฉุกเฉินด้วยความกังวลใจอยู่นั้น ในที่สุดคุณหมอก็ออกมาแจ้งให้เขาทราบว่าตอนนี้เยี่ยนอิงได้พ้นจากขีดอันตรายแล้ว ร่างกายของเธอได้รับเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้น ซึ่งนำไปสู่การเป็นแผลเป็นที่อาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะหาย หรืออาจจะไม่หายเลย แต่ส่วนด้านในร่างกายของเธอข้างในไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก คงเป็นเพราะว่า ตอนช่วงที่เยี่ยนอิงกระเด็นออกมาจากรถนั้น เธอสามารถรวบรวมสติของตนเองไว้ให้ได้มากที่สุด และให้ร่างกายของเธอกระแทกลงพื้นในท่าที่ปลอดภัยที่สุด“เดี๋ยวรออีกสักพัก คนไข้ก็คงจะฟื้นแล้วนะครับ! ตอนนั้นพวกคุณค่
เยี่ยนอิงที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของคุณชายหยางเว่ยเช่นนั้นก็รู้สึกผิดขึ้น เธอรู้สึกผิดว่าการที่เธอให้โอกาสหยางหลินซีแบบนั้นจะเป็นการหักหน้าคุณชายหยางเว่ยผู้เป็นสามีที่แสนดีของเธอมาโดยตลอด เธอจึงค่อย ๆ ผละออกมาจากอ้อมกอดของเขา และถามเขาขึ้นทั้งน้ำตา“ฉันให้อภัยคุณชายหยางหลินซีต่อหน้าคนทั้งคฤหาสน์สกุลหยาง ฉันคงทำให้คุณรู้สึกไม่ดีอย่างแน่นอน?”คุณชายหยางเว่ยที่ได้ยินคำถามปนคำบอกเล่าของเธอแบบนั้น เขาก็ยิ้มออกมาเบา ๆ พร้อมกับพูดขึ้น “คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไรเลย! ความรู้สึกในอดีตเป็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว และการที่คุณให้อภัยเขาก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย” เยี่ยนอิงที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็กอดเข้าไว้แน่นกว่าเก่า เยี่ยนอิงไม่เคยคิดเลยว่าหัวใจที่แตกสลายของเธอในวันแต่งงานนั้นจำได้พบกับแรกแท้อีกครั้ง แถมรักแท้ของเธอก็ดำเนินไปอย่างช้า ๆ แต่ดูมั่นคงเสียเหลือเกิน หลังจากที่คุณชายหยางเว่ยและเยี่ยนอิงกอดกันได้สักพัก คุณชายหยางเว่ยก็แยกตัวออกไปทำงาน ส่วนเยี่ยนอิงก็เลือกที่จะกลับคฤหาสน์ของสกุลหวังเพื่อพบปะกับครอบครัวของเธอหลังจากที่แต่งงานออกมาการกลับมาของเยี่ยนอิง ณ คฤหาสน์ของสกุลหวังทำให้ทุกคนดีใจเป็นอ
บทที่ 5ความรู้สึกในหัวใจเช้าวันใหม่เริ่มต้นเยี่ยนอิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าคุณชายหยางหลินซีที่ควรจะออกจากคฤหาสน์สกุลหยางไปแล้วกำลังคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องอยู่ที่เท้าของคุณปู่หยางทั้งน้ำตา“คุณปู่! ได้โปรดอภัยผมด้วยนะครับ! ฮืออออออออออ เมื่อคืนนี้ผมหึงหวงเยี่ยนอิงหน้ามืดตามัวจนทำอะไรไม่คิด เพราะผมยังรักเธออยู่ ผมจึงทนเห็นเธออยู่ร่วมหอกับคนอื่นทุกคืนแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ ครับ ฮือออออออออออ”คุณนายหยางที่ยืนอยู่ไม่ห่าง ก็รีบเข้าไปคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องคุณปู่หยางเพื่อช่วยลูกชายของเขาด้วยอีกคน “คุณพ่อค่ะ! ได้โปรดอภัยให้หลินซีด้วยนะคะ เพราะเขาและเยี่ยนอิงเคยรักกันและหมั้นหมายกัน มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่ต้องเห็นเธอเป็นของคนอื่นแบบนั้นค่ะ ฮือออออออออออ”คุณปู่หยางรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก ใจหนึ่งของเขาก็ไม่อยากไล่หลานชายของตนเองให้ออกไปเร่ร่อนลำบากตรากตำอยู่ที่นอกบ้าน แต่เพราะความโกรธที่ได้เห็นการกระทำที่เลวทรามของเขาเมื่อคืนจึงทำให้คุณปู่หยางไม่อาจจะทนต่อไปไม่ได้ ดังนั้น...คุณปู่หยางมิใช่ผู้ที่จะสามารถให้อภัยเขาได้ มีเพียงเยี่ยนอิงเท่านั้นเมื่อคุณปู่หยางคิดได้ดังนั้น เขาก็มองไปที่เยี่ยนอิงที่
หยางหลินซีที่กลัวว่าจะต้องรับความผิด เขาจึงรีบโกหกขึ้นทันที “ก็เยี่ยนอิงมาอ่อยผมตอนนี้ที่พี่หยางเว่ยไม่อยู่! เธอให้ท่าผม และขอให้ผมมาหาเธอกลางดึกแบบนี้”“โกหก!” เยี่ยนอิงด่าเขาขึ้นทันที ก่อนที่จะพูดขึ้นบ้าง “ฉันไม่มีทางอยากได้ผู้ชายเลว ๆ อย่างคุณเด็ดขาด! และฉันไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นหลับหลังของสามีของฉันด้วย คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายงัดเข้ามาในห้องนอนของฉัน ไม่เชื่อก็ดูที่กลอนประตูนั้นสิ” เยี่ยนอิงชี้ไปที่กลอนประตูที่มีรอยงัดอยู่ทันทีคุณปู่หยางที่ได้เห็นแบบนั้นก็รู้สึกโกรธหยางหลินซีเป็นอย่างมาก เขาจึงด่าขึ้นทันที “ไอ้หลานสารเลว! แกมีทั้งพ่อและแม่ที่ให้การสั่งสอน ฉันเองก็ให้เงินแกไม่ขาดโดยที่แกไม่เคยต้องไปลำบากอะไร แต่แกยังกล้าที่จะเข้าไปข่มขืนพี่สะใภ้ของแกอีก แกนี่มันน่าไม่อายชะมัด ภรรยาสองคนที่แกมีอยู่ตอนนี้มันไม่พอหรือไง?”น้ำเสียงคุณปู่เต็มไปด้วยความ ซึ่งทำให้คนในบ้านทั้งหมดที่ได้ยินรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก เพราะปกติคุณปู่จะเป็นคนใจดีกับทุกคนเสมอ“ภรรยาสองคนนี้ไม่ใช่คนที่ผมเลือกซะหน่อย! คนที่ผมต้องการคือเยี่ยนอิงต่างหาก! และหากไม่ใช่เพราะผมทำพลาด หลานรักของคุณปู่ไม่มีทางได้แต่งงานกับเยี่ย
บทที่ 4การถูกล้างแค้นคุณปู่หยางที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกชอบใจในตัวหลานสะใภ้ใหญ่ของตนเองเป็นอย่างมาก เขาจึงพูดขึ้นมา “จริงอย่างที่เยี่ยนอิงว่า...ในเมื่อแกเป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง แกก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบอีกเช่นเคย”“หา!” หยางหลินซีอุทานออกมาด้วยความตกใจอีกครั้ง ไม่ว่าเยี่ยนอิงจะพูดอะไร คุณปู่หยางก็เห็นดีเห็นงามไปซะหมด ขืนถ้าปล่อยไว้เป็นแบบนี้ มีหวังชีวิตของเขาคงต้องพังไม่เป็นท่าแน่ ๆ แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้เขาคงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ดังนั้นในการแต่งงานวันนี้เขาจึงต้องก้มหน้ายอมรับไปก่อน และหาทางเอาคืนเธอทีหลังอย่างแน่นอนหลังจากงานแต่งงานที่แสนวุ่นวายของหยางหลินซี และหญิงสาวทั้งสองคนได้จบลงไป เยี่ยนอิงก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่เห็นหลินซีต้องทุกข์ทนในวันแต่งงานของตนเองเช่นนั้น เพราะการแต่งงานกับผู้หญิงถึงสองคนในเวลาเดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นในขณะที่เยี่ยนอิงกำลังนั่งคุยกับคุณปู่หยางด้วยเสียงหัวเราะแต่เช้าอยู่นั้น คุณปู่หยางก็เห็นว่าคฤหาสน์ของตนเองครึกครืนไปด้วยสะใภ้ที่มีมากถึง 3 คน คุณปู่หยางจึงพูดกับเยี่ยนอิงขึ้น“ก่อนหน้านี้ที่คฤหาสน์ของ







