Masukบทที่ 3.2 บทเรียนแรกของสองเรา
แม้ว่าอีกฝ่ายอาจพูดเพื่อเอาใจข้า หรือแค่เพราะตอนนี้โปรดปรานข้ามากเพียงใด แต่ไม่ว่าอย่างไรข้าย่อมรู้สึกดีเมื่อเขากล่าวเช่นนั้น ข้าดึงมืออีกฝ่ายแนบกับพวงแก้มนุ่ม หลับตาพริ้มวาดฝันว่าเราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันจนแก่เฒ่า
“ต๋าตง ข้าอยากให้ท่านสัมผัสเรือนร่างของข้า” ข้าเอ่ยเสียงแผ่วเบา ความอ่อนโยนของชายผู้นี้ ช่างมอบความสุขให้แก่ข้านัก
เขาระบายยิ้มอ่อนหวาน แล้วดึงข้าเข้าสู่อ้อมกอด หามีผู้ใดอีกที่กอดข้าได้อบอุ่นเช่นเขา เขาไล้ฝ่ามือไปทางแผ่นหลังอันเปลือยเปล่า หมุนวนอยู่บริเวณหัวไหล่มน ก่อนเคลื่อนฝ่ามือดึงสายเชือกชั้นในสีขาวปักลายดอกโบตั๋น
“รู้หรือไม่ว่าเจ้าช่างเหมาะกับสีขาว” เขากระซิบข้างใบหู ลมหายใจกรุ่นร้อนของอีกฝ่าย แทบทำให้ร่างกายข้าอ่อนระทวย
“ไม่เหมาะกับข้าหรอก สีขาวนี่ต่างหากที่เหมาะกับท่าน” ข้าลูบหน้าอกแกร่งอีกฝ่าย พลางปลดสายเสื้อนอกของเขา
ไฉต๋าตงเคลื่อนตัวข้าให้เขาเห็นได้ถนัดนัก ครานี้ชั้นในข้าหลุดออกไปจนร่างกายเปลือยเปล่าจริง ๆเสียแล้ว ข้าเสมียงสายตามองไปทางอื่น แม้ยามปกติข้าอาจหาญเพียงใด แต่ยามนี้ภายในกายข้ามันกลับร้อนผ่าว
“เจ้างดงามมากเหม่ยหลิน เจ้าช่างเลอค่ายิ่งนัก ไม่ว่าเจ้าสวมใส่สิ่งใด มันช่างส่งเสริมเจ้าไปเสียหมด” ต๋าตงกล่าว ก่อนจุมพิตยังหน้าผาก
“ข้าเป็นเพียงนางคณิกา ความเลอค่าของข้ามีเพียงแค่เรือนร่าง…”
“อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย” เขาเลื่อนใบหน้าฝังลงยังเนินอกที่ชูช่ออย่างงดงาม “เจ้ามีค่ามากกว่านั้น อีกทั้งตอนนี้เจ้าคืออาจารย์ของข้าแล้ว เจ้ามีความสามารถมากนักรู้ตัวหรือไม่”
“ต๋าตง…”
ในตอนที่เราทั้งสองกำลังจูบกันอีกครา เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไฉต๋าตงหันไปมองยังหน้าประตู ก่อนที่เขาจะหันกลับมายังข้า แววตาเขาวูบไหวพลันสีหน้าบ่งบอกถึงความเสียดาย
“ท่านต้องไปแล้ว” ข้าเอ่ยเสียงแผ่วเบา
“ไม่นานข้าจะกลับมา” ไฉต๋าตงกล่าว พลางถอดเสื้อนอกมาคลุมเรือนร่างข้าไว้ “อดทนรอข้าอีกหน่อย ข้าจะกลับมาแน่นอน” เขาเอ่ย พลาวเคลื่อนใบหน้าจุมพิตยังริมฝีปาก ลากไล้มายังปลายจมูกน้อย ๆข้าที่เชิดขึ้น
พวกเราแนบหน้าผากเข้าหากัน หลับตาพริ้มเพื่อฟังเสียงหัวใจของตนเอง ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้นอีกครั้ง เขาลูบพวงแก้มข้าทั้งสอง มอบจูบอันอ่อนโยนและช่างนุ่มหวาน เราจากลากันแต่ภายในใจข้ากลับโหยหาเขาเหลือเกิน
ไฉต๋าตงคือผู้ชายคนเดียวที่ข้ายินยอมมอบร่างกายนี้ให้ แม้เขาไม่แตะต้องตัวข้าอย่างหมายมั่นเช่นคนอื่น ๆ หรือต่อให้ไม่ชำนาญอย่างใคร ๆ แต่ข้ายินดีจะช่วยให้เขามีความสุข แม้ว่าสุดท้ายจะเป็นเขาเองที่อาจหายไป
“ข้ารักท่าน” ข้าพึมพำเมื่อบานประตูถูกปิดลง แต่ใจข้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง
บทที่ 1.4 เอาคืน"หึ! หรือเจ้าคาดหวังสิ่งใด อยากให้ข้าใส่เข้าไปในตัวเจ้างั้นหรือ” หลั่วหยางแสยะยิ้มร้าย มองนางที่ไม่ตอบเอาแต่นอนนิ่ง ๆพร้อมแรงหอบหายใจที่ยังคั่งค้าง“ได้โปรดอย่ามองข้าเช่นนั้นเลย” เหม่ยหลางเอ่ยตอบในที่สุดเวยหลั่วหยางมองนางทั้งตัว ในใจนึกเหยียดกับการร้องขอของนาง หากตัวนางยังไม่พึงพอใจที่ถูกมองเช่นนี้ แล้วหลี่ฟ่านปิงเล่า นางคงไม่รู้สึกอกแตกตายเลยหรือชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าหาอีกครั้ง พร้อมมอบยิ้มร้ายที่ครั้งหนึ่งเขาไม่เคยคิดว่าจะมอบให้อิสตรี“ถ้าเจ้ารังเกียจข้า เช่นนั้นนายทหารข้างนอกกระโจมนั่นเจ้าคงไม่รังเกียจ”เหม่ยหลางเบิกตาโต นางเม้มปากแน่นพร้อมทั้งส่ายหน้า อุตส่าห์รอดพ้นจากพวกโจรทั้งหลายในค่ายนั้นมาได้แล้ว ยังต้องพยายามหนีให้พ้นนายทหารอีกหรือ“ทหาร! พานางไปให้เพื่อนร่วมรบเชยชมหน่อยซิ” เวยหลั่วหยางออกคำสั่ง โดยไม่สนใจเลยว่าหญิงสาวหน้าซีดเผือดเช่นไร ก่อนผละออกจากร่างบางเพื่อออกไปจากกระโจมเจียเหม่ยหลางพยายามลุกขึ้นหมายคว้าแขนชายหนุ่ม อ้อนวอนยอมบอกทุกสิ่ง ทว่าเขาหาได้สนใจไม่ จนกระทั่งนายทหารทั้งส
บทที่ 1.3 เอาคืน“นะ นายท่าน!” เหม่ยหลางส่งเสียงระงม เมื่อลำคอเรียวระหงถูกดูดเม้มจนเจ็บเสียดนางตัดสินใจยกมือหมายดันอีกฝ่ายออกไป ทว่าเขาไม่คิดหยุดการกระทำแสนอุกอาจ มือหนารวบข้อมือเล็กดันไว้เหนือศีรษะทั้งสอง ส่วนมืออีกข้างขยำทรวงอกอิ่มที่เต็มไม้เต็มมือ โดยมิวายริมฝีปากยังคงซอกซอนตามเนินนุ่มเขาช่างไม่ปรานีเอาเสียเลย ยิ่งได้ยินเสียงร้องสาวงาม เขายิ่งระดมจูบด้วยความป่าเถื่อน ชายหนุ่มเช่นเขาอดอยากมาจากไหนกัน ทว่าเมื่อนึกถึงหญิงสาวที่นางส่งมอบเข้าปากเสือ คงไม่ผิดแปลกที่คนผู้นี้เดือดดาลเช่นนี้หากแต่ว่านางอยากให้เขาอ่อนโยนลงหน่อย หรืออย่างน้อยประทับจูบลงบนริมฝีปาก หยอกเย้านางอย่างเช่นที่ท่านหัวหน้าทั้งสองทำ“อื้อ!” เหม่ยหลางส่งเสียงเบา ๆ เมื่อชายหนุ่มเม้มยังเนินอก ตอนนี้นอกจากลำคอที่นางแสนภาคภูมิใจแล้ว ยังมีเนินอกที่ถูกสร้างสัญลักษณ์เอาไว้ เป็นรอยแดงจาง ๆที่อีกไม่ช้าอาจขึ้นสีเข้มมากขึ้นกว่าเดิมได้“เจ้านี่ช่างหน้าไม่อายนัก” ชายหนุ่มเงยหน้ากระซิบข้างใบหูเล็ก เขาออกแรงบีบหน้าอกอีกครั้งเรียกเสียงร้องจากนางได้พอควร“ข้า ข
บทที่ 1.2 เอาคืน“นะ นางเป็นนางระบำที่ข้าส่งมอบให้ท่านหัวหน้า ข้ารู้แค่นั้นจริง ๆ” เหม่ยหลางเอ่ยเสียงสั่น นางแทบอดกลั้นไม่ไหวอยากล้มพับนั่งลงไป ทว่าสายตาของเขากลับสะกดกลั้นให้นางยังยืนขาแข็งได้เวยหลั่วหยางเพียงมองร่างเล็กนิ่ง ๆ คำพูดนางก็ถือว่าตรงกับรายงานที่ได้รับในฉบับล่าสุด ทว่าเช่นนั้นนางต้องรู้แน่ว่าหลี่ฟ่านปิงหายตัวไปที่ใด“เครื่องมือทรมานมาแล้วขอรับ” นายทหารผู้หนึ่งเข้ามารายงานพร้อมถือถาดขนาดใหญ่ชายหนุ่มมองสิ่งของที่ถูกนำเข้ามา เขาไล่สายตาสำรวจทุกชิ้นพร้อมทั้งที่หญิงสาวลอบมองสิ่งของเหล่านั้นด้วยเช่นกัน“ออกไปได้” หลั่วหยางออกคำสั่ง นายทหารผู้นั้นจึงรีบออกไปทันที เขาไม่อยากคิดเลยว่าแม่นางที่ดูอ่อนแอจะรอดพ้นได้อย่างไรภายในกระโจมกลับมาเหลือเพียงคนทั้งคู่อีกครั้ง เขามองนางที่แสดงสีหน้าแตกตื่นพร้อมตัวสั่นอย่างกับลูกนก ในใจเขาก็เริ่มเกิดแผนการบางสิ่ง อีกทั้งพอไล้สายตาสำรวจร่างอรชร ใจของเขายิ่งอยู่ไม่สุข“เจ้าว่าคนสวยเช่นเจ้า หากโดนทรมานจนร่างกายสะบักสะบอม เจ้าว่าเจ้ายังจะสวยอีกหรือไม่” หลั่วหยางกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้
บทที่ 1.1 เอาคืนม้าเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่แม้แต่ทิวทัศน์ข้างทางยังมองไม่ชัด ต่อให้อยู่ภายในอ้อมกอดแข็งแกร่ง ในใจ เจียเหม่ยหลางรู้ดีว่าคนผู้นี้ยินดีถีบนางตกหลังม้าเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ นางจึงไม่คิดขัดขืนทำเพียงนั่งเงียบ ๆด้วยหัวใจลุ่ม ๆ ดอน ๆนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆในอดีตจนกระทั่งมาถึงค่ายทหารที่อยู่ไม่ไกลพร้อมนายทหารรักษาเวรยามอย่างหนาแน่น ตอนนี้ต่อให้นางอยากหนีก็คงเป็นเรื่องยากเสียแล้ว“เข้าไป” หลั่วหยางผลักแผ่นหลังบางเข้าไปในกระโจมแห่งหนึ่ง ก่อนหันไปสั่งนายทหารที่ยืนอยู่ข้างนอก “จัดเตรียมเครื่องมือทรมานมาให้ข้าเท่าที่หาได้”“ขอรับ” นายทหารรับคำแล้วรีบออกไปทำตามคำสั่ง โดยไวเครื่องมือทรมาน!เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นริมไรผม เหม่ยหลางกลืนน้ำลาย ค่อย ๆใช้สายตาสำรวจภายในกระโจม ในนี้แม้มืดไปเสียหน่อย แต่พอมองออกได้ลาง ๆ ว่ามันเป็นกระโจมของหัวหน้ากองทหาร นางลอบมองชายหนุ่มที่เดินตามเข้ามา สองขาเล็กแทบอ่อนแรงพอได้พิจารณาหน้าตาอีกฝ่ายอย่างละเอียดถี่ถ้วนจอมทารุณเว
บทนำ 1.2 การพบเจอกันครั้งแรกหญิงสาวแทบปล่อยโฮ นางไม่รู้ว่าคนข้างหลังคือผู้ใด แต่นางเชื่อว่าอีกฝ่ายสามารถทำตามที่พูดได้จริง ราวกับนางหนีเสือปะจระเข้ เหตุใดนางถึงได้ดวงอับโชคยิ่งนัก“ขะ ข้ามีนามว่าเจียเหม่ยหลางเป็นหัวหน้าคณะนางระบำ”นามนี้ช่างคุ้นหูเขานัก ราวกับว่าเป็นนามที่เคยเห็นผ่านตาในหน้าจดหมายลับมาก่อน ถึงแม้ว่าเสี้ยวหนึ่งในจิตใจเขาไม่เชื่อ แต่ว่าพอพิจารณารูปร่างอีกฝ่ายประกอบคำพูด ใช่ว่าจะไม่น่าเชื่อถือเขายืนคิดเงียบ ๆอยู่เช่นนั้นราว ๆหนึ่งจิบชา หากว่าแม่นางผู้นี้มีอำนาจในค่ายอยู่บ้าง ก็ไม่แน่ว่าความลับของชุมโจรนางจะไม่รู้อันใดเลย อีกทั้งเขาเป็นห่วงท่านรองแม่ทัพหลี่ที่เข้ามาก่อนหน้า เพราะข่าวคราวถูกตัดขาดไปตั้งแต่การรายงานครั้งล่าสุด ใจของเขาจึงร้อนรุ่มยิ่งนัก ถ้าหากแผนการของเขาพาสหายสาวมาสู่ความตาย เขาก็มิอาจมองหน้าพี่ชายนางได้อีกชายหนุ่มลอบมองรอบข้างอีกครั้ง หากยังยืนอยู่ต่อไปเกรงว่าเขาอาจถูกจับได้ หรือแม้แต่คนเช่นนางหายตัวไปก็อาจสร้างความโกลาหลได้อย่างยิ่ง เช่นนั้น...“เจ้าจงมากับข้า” ชายหนุ่มกล่าวอีกครั้ง ก่อนคว้า
บทนำ 1.1 การพบเจอกันครั้งแรกภายในช่องทางลับที่ชักนำเส้นทางไปสู่ห้อง ๆหนึ่ง ภายใต้บานประตูที่ไม่ใหญ่มากนักได้เก็บซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ชุมโจรแห่งนี้ล้วนแล้วไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของหัวหน้าค่าย ต่างรู้เพียงแค่ว่าพวกเขาทำการปกครองร่วมกัน คงมีเพียงคนไม่กี่คนที่ล่วงรู้ความลับนี้และต้องเก็บซ่อนมันไว้หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นเจียเหม่ยหลางหัวหน้าคณะนางระบำ ดวงหน้าเล็กถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางสีชาด ปากอวบอิ่มนั้นมีไว้เพื่อยั่วยวนให้ใครต่อใครต่างหลงใหล รูปร่างอรชรมีทรวงทรงน่าพึงพอใจ กับแผ่นหลังขาวเนียนผ่องสร้างความกระชุ่มกระชวยต่อเหล่าผู้พบเห็นทั้งหมดทั้งปวงล้วนเคยเป็นหนึ่งในคำสร้างความสำราญ ทว่าในครานี้ที่นางต้องทนฟังเสียงครางหวานจากคนสนิท ในใจนางยิ่งรู้สึกบอบซ้ำ“ความภักดีของเจ้าทุกคนล้วนรู้ดี” คนสนิทของหัวหน้าเอ่ย เขาหลุบตามองร่างบางที่เผยเนินอกอิ่ม “แต่สายลับก็เป็นสิ่งที่เจ้าไม่ควรยุ่มย่าม”“ได้โปรดเถิดท่านผู้เฒ่า นางไม่ได้เป็นสายลับจริง ๆหรอกท่านเชื่อข้า นางอ่อนต่อโลกขน







