Beranda / รักโบราณ / สี่วสันต์บำเรอรัก / บทเรียนรัก จากนางคณิกาผู้รุ่มร้อน 7

Share

บทเรียนรัก จากนางคณิกาผู้รุ่มร้อน 7

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-30 20:09:10

บทที่ 4.1 ไยเจ้าช่างเหมือนดวงตะวัน

ในวันนี้แสงอาทิตย์ช่างอบอุ่นนัก ข้ารำพึงภายในใจพลางมองออกไปยังนอกหน้าต่าง ตั้งแต่ที่ข้าได้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในสาวงาม แม้แต่ปลายดอกหญ้าก็หาได้แตะต้องโดนข้าไม่ ความงดงามนั้นมักมาพร้อมอิสระที่ถูกลิดรอน

พอนึกเช่นนั้น ลมหายใจจึงถูกระบายออกมาอย่างเสียดาย ข้าย่างกรายไปยังริมหน้าต่าง มองผู้คนที่สัญจรบนท้องถนน ช่างดูวุ่นวายนัก แต่มันกลับมีชีวิตชีวาเสียยิ่งกว่าหอนางโลมนี้อีก

“แม่นางเฟย” อาหลันส่งเสียงเรียกเมื่อเปิดประตูเข้ามา ภายในถาดของนางมีเพียงแค่ข้าวต้มถ้วยเล็กและหินชุบเกลือไม่กี่ก้อน

“เท่านั้นหรือ” ข้าเอ่ยพลางเลิกคิ้วมองสิ่งที่อยู่ในถาด

“เถ้าแก่เนี้ยกล่าวว่า แม่นางเฟยสร้างความอับอายให้แก่นาง อีกทั้งสร้างความโกลาหลภายในหอนางโลม นี่จึงเป็นบทลงโทษจากนางเจ้าค่ะ” อาหลันกล่าว พลางวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะ

“แล้วของเจ้าเล่า” ข้าเอ่ยถามเสียงเรียบ หันออกไปมองยังตลาดข้างล่างอีกครั้ง

“ของข้ามิเป็นไรหรอกเจ้าค่ะ แม่นางเฟยกินให้อิ่มเถิด” นางกล่าว น้ำเสียงเจือแววเศร้าอยู่หลายส่วน

ข้ามิตอบอันใด พวกเราต่างรู้กันดีถึงนิสัยเอาแต่ใจของจินเฟย หากไม่ใช่เพราะมารดาของนางขอร้องไว้ มีหรือที่ข้าจะต้องทนโดนรังแก

แต่ว่า… ข้าเองก็หาใช่คนใจดีไม่ แม้ข้าไม่อิสระเฉกเช่นวิหค แต่ข้าถือได้ว่าตนเองไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้ความโหดร้ายเช่นนี้

หากไม่ใช่เพราะไฉต๋าตง ข้าไม่มีความคิดที่จะต้องทนอยู่ภายในหอนางโลมเลย

“แม่นาง” อาหลันส่งเสียงเรียกเบา ๆ “หากยังไม่รีบกิน ข้าเกรงว่าข้าวต้มนี่จะเย็นชืดจนไม่น่ารับประทานได้”

“อาหลัน” ข้าเอ่ยขึ้นในที่สุด

“เจ้าคะ”

“เจ้ายังต้องทำงานใช้แรงกายมากกว่าข้า หากไม่มีอะไรตกถึงท้อง มีหรือว่าเจ้าไม่เป็นลมไปเสียก่อน”

“ข้าไม่เป็นไรจริง ๆเจ้าค่ะ” อาหลันกล่าว นางรีบเขยิบเข้ามาใกล้ “แค่ข้าได้รับความเอ็นดูจากท่าน เท่านั้นก็เพียงพอให้ข้าอยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว”

จริงสิ นางถูกครอบครัวขายให้กับหอนางโลม หากไม่ใช่เพราะนางป่วยเป็นโรคร้าย มีหรือที่เด็กสาวหน้าตาสะสวยจะไม่ถูกนำมาเป็นนางคณิกา

“ไปกันเถอะ” ข้าเอ่ยขึ้นอีกครั้ง มองไปยังร้านซาลาเปาที่ดูท่าน่าอร่อย

“ไปไหนหรือเจ้าคะ”

“เราไปหาอะไรกินที่ตลาดกัน” ข้ากล่าวจบ อาหลันแทบลงไปคุกเข่า หากข้าไม่ดึงแขนนางไว้ นางคงทำร้ายร่างกายตนเองเสียแล้ว

“แม่นางเฟย หากทำเช่นนั้น ท่านจะโดนโทษโบยนะเจ้าคะ” อาหลันกล่าวด้วยแววตาตื่นตระหนก “หากเป็นข้านั้นพอทนไหว แต่ท่านไม่ไหวหรอกนะเจ้าคะ!”

ข้ามองใบหน้าหวานที่น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ นางนั้นเป็นเด็กดี เหตุใดข้าถึงจะไม่ชอบนางเล่า อีกทั้งข้าเองก็ไม่ยอมให้เด็กสาวแสนดีผู้นี้ต้องเจ็บตัวหรอก แต่ข้าจำเป็นต้องทำให้จินเฟยเห็น ว่าความโหดเหี้ยมของนางหาได้ทำข้าเกรงกลัว

“ข้ารับผิดชอบเอง เจ้าแค่ตามข้ามาก็พอ” ข้าเอ่ยเสียงราบเรียบ ก่อนหมุนตัวเดินไปทางโต๊ะเครื่องแป้ง

หลังจากที่ข้าประทินโฉมเรียบร้อยแล้ว เมื่อข้าก้าวลงบันไดจนมาถึงชั้นล่างสุด จินเฟยที่กำลังยืนกำกับเสี่ยวเอ้อร์ผู้หนึ่งรีบเข้ามาขวางข้า

“จะไปที่ใดเหม่ยหลิน” จินเฟยเท้าสะเอวมองข้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “หรือว่าเจ้าจะไปเรียกแขกให้อย่างนั้นหรือ” สิ้นเสียงของนาง เหล่าคนสนิทที่มักยกยอปอปั้นหัวเราะเยาะตาม

“หน้าที่เรียกแขก คนของเจ้ายังทำไม่ได้ หอนางโลมนี้คงได้พินาศในมือเจ้าเสียแล้ว” ข้ากอดอกแล้วจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเหยียดหยัน

“แสดงว่าอาหารของข้ามันเลิศหรูเกินไปงั้นหรือ เจ้าถึงได้กล้าลามปามเช่นนี้!” จินเฟยเขวี้ยงถ้วยชาจนเศษแก้วเกือบบาดโดนตัวข้า ซึ่งมันไม่ได้สร้างความหวั่นเกรงอันใดให้เลย

“จินเฟยเอ๋ย เมื่อใดที่สัญญาใจระหว่างข้าและฮูหยินจินสิ้นสุดลง เมื่อนั้นแลจะถึงคราววินาศของหอนางโลมเจ้า” ข้าเอ่ยพลางขยับตัวเข้าใกล้นาง “เจ้ารู้ดีนี่ ว่าสมัญญานามหญิงงามล่มเมือง หาได้มีผู้ใดเทียบเทียมได้ง่ายไม่ เมื่อใดที่ข้าจากไป เมื่อนั้นต่อให้เจ้าอ้อนวอน ข้าย่อมไม่ปรานีแน่”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สี่วสันต์บำเรอรัก   แม่นางเชลยรัก 6

    บทที่ 1.4 เอาคืน"หึ! หรือเจ้าคาดหวังสิ่งใด อยากให้ข้าใส่เข้าไปในตัวเจ้างั้นหรือ” หลั่วหยางแสยะยิ้มร้าย มองนางที่ไม่ตอบเอาแต่นอนนิ่ง ๆพร้อมแรงหอบหายใจที่ยังคั่งค้าง“ได้โปรดอย่ามองข้าเช่นนั้นเลย” เหม่ยหลางเอ่ยตอบในที่สุดเวยหลั่วหยางมองนางทั้งตัว ในใจนึกเหยียดกับการร้องขอของนาง หากตัวนางยังไม่พึงพอใจที่ถูกมองเช่นนี้ แล้วหลี่ฟ่านปิงเล่า นางคงไม่รู้สึกอกแตกตายเลยหรือชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าหาอีกครั้ง พร้อมมอบยิ้มร้ายที่ครั้งหนึ่งเขาไม่เคยคิดว่าจะมอบให้อิสตรี“ถ้าเจ้ารังเกียจข้า เช่นนั้นนายทหารข้างนอกกระโจมนั่นเจ้าคงไม่รังเกียจ”เหม่ยหลางเบิกตาโต นางเม้มปากแน่นพร้อมทั้งส่ายหน้า อุตส่าห์รอดพ้นจากพวกโจรทั้งหลายในค่ายนั้นมาได้แล้ว ยังต้องพยายามหนีให้พ้นนายทหารอีกหรือ“ทหาร! พานางไปให้เพื่อนร่วมรบเชยชมหน่อยซิ” เวยหลั่วหยางออกคำสั่ง โดยไม่สนใจเลยว่าหญิงสาวหน้าซีดเผือดเช่นไร ก่อนผละออกจากร่างบางเพื่อออกไปจากกระโจมเจียเหม่ยหลางพยายามลุกขึ้นหมายคว้าแขนชายหนุ่ม อ้อนวอนยอมบอกทุกสิ่ง ทว่าเขาหาได้สนใจไม่ จนกระทั่งนายทหารทั้งส

  • สี่วสันต์บำเรอรัก   แม่นางเชลยรัก 5

    บทที่ 1.3 เอาคืน“นะ นายท่าน!” เหม่ยหลางส่งเสียงระงม เมื่อลำคอเรียวระหงถูกดูดเม้มจนเจ็บเสียดนางตัดสินใจยกมือหมายดันอีกฝ่ายออกไป ทว่าเขาไม่คิดหยุดการกระทำแสนอุกอาจ มือหนารวบข้อมือเล็กดันไว้เหนือศีรษะทั้งสอง ส่วนมืออีกข้างขยำทรวงอกอิ่มที่เต็มไม้เต็มมือ โดยมิวายริมฝีปากยังคงซอกซอนตามเนินนุ่มเขาช่างไม่ปรานีเอาเสียเลย ยิ่งได้ยินเสียงร้องสาวงาม เขายิ่งระดมจูบด้วยความป่าเถื่อน ชายหนุ่มเช่นเขาอดอยากมาจากไหนกัน ทว่าเมื่อนึกถึงหญิงสาวที่นางส่งมอบเข้าปากเสือ คงไม่ผิดแปลกที่คนผู้นี้เดือดดาลเช่นนี้หากแต่ว่านางอยากให้เขาอ่อนโยนลงหน่อย หรืออย่างน้อยประทับจูบลงบนริมฝีปาก หยอกเย้านางอย่างเช่นที่ท่านหัวหน้าทั้งสองทำ“อื้อ!” เหม่ยหลางส่งเสียงเบา ๆ เมื่อชายหนุ่มเม้มยังเนินอก ตอนนี้นอกจากลำคอที่นางแสนภาคภูมิใจแล้ว ยังมีเนินอกที่ถูกสร้างสัญลักษณ์เอาไว้ เป็นรอยแดงจาง ๆที่อีกไม่ช้าอาจขึ้นสีเข้มมากขึ้นกว่าเดิมได้“เจ้านี่ช่างหน้าไม่อายนัก” ชายหนุ่มเงยหน้ากระซิบข้างใบหูเล็ก เขาออกแรงบีบหน้าอกอีกครั้งเรียกเสียงร้องจากนางได้พอควร“ข้า ข

  • สี่วสันต์บำเรอรัก   แม่นางเชลยรัก 4

    บทที่ 1.2 เอาคืน“นะ นางเป็นนางระบำที่ข้าส่งมอบให้ท่านหัวหน้า ข้ารู้แค่นั้นจริง ๆ” เหม่ยหลางเอ่ยเสียงสั่น นางแทบอดกลั้นไม่ไหวอยากล้มพับนั่งลงไป ทว่าสายตาของเขากลับสะกดกลั้นให้นางยังยืนขาแข็งได้เวยหลั่วหยางเพียงมองร่างเล็กนิ่ง ๆ คำพูดนางก็ถือว่าตรงกับรายงานที่ได้รับในฉบับล่าสุด ทว่าเช่นนั้นนางต้องรู้แน่ว่าหลี่ฟ่านปิงหายตัวไปที่ใด“เครื่องมือทรมานมาแล้วขอรับ” นายทหารผู้หนึ่งเข้ามารายงานพร้อมถือถาดขนาดใหญ่ชายหนุ่มมองสิ่งของที่ถูกนำเข้ามา เขาไล่สายตาสำรวจทุกชิ้นพร้อมทั้งที่หญิงสาวลอบมองสิ่งของเหล่านั้นด้วยเช่นกัน“ออกไปได้” หลั่วหยางออกคำสั่ง นายทหารผู้นั้นจึงรีบออกไปทันที เขาไม่อยากคิดเลยว่าแม่นางที่ดูอ่อนแอจะรอดพ้นได้อย่างไรภายในกระโจมกลับมาเหลือเพียงคนทั้งคู่อีกครั้ง เขามองนางที่แสดงสีหน้าแตกตื่นพร้อมตัวสั่นอย่างกับลูกนก ในใจเขาก็เริ่มเกิดแผนการบางสิ่ง อีกทั้งพอไล้สายตาสำรวจร่างอรชร ใจของเขายิ่งอยู่ไม่สุข“เจ้าว่าคนสวยเช่นเจ้า หากโดนทรมานจนร่างกายสะบักสะบอม เจ้าว่าเจ้ายังจะสวยอีกหรือไม่” หลั่วหยางกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้

  • สี่วสันต์บำเรอรัก   แม่นางเชลยรัก 3

    บทที่ 1.1 เอาคืนม้าเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่แม้แต่ทิวทัศน์ข้างทางยังมองไม่ชัด ต่อให้อยู่ภายในอ้อมกอดแข็งแกร่ง ในใจ เจียเหม่ยหลางรู้ดีว่าคนผู้นี้ยินดีถีบนางตกหลังม้าเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ นางจึงไม่คิดขัดขืนทำเพียงนั่งเงียบ ๆด้วยหัวใจลุ่ม ๆ ดอน ๆนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆในอดีตจนกระทั่งมาถึงค่ายทหารที่อยู่ไม่ไกลพร้อมนายทหารรักษาเวรยามอย่างหนาแน่น ตอนนี้ต่อให้นางอยากหนีก็คงเป็นเรื่องยากเสียแล้ว“เข้าไป” หลั่วหยางผลักแผ่นหลังบางเข้าไปในกระโจมแห่งหนึ่ง ก่อนหันไปสั่งนายทหารที่ยืนอยู่ข้างนอก “จัดเตรียมเครื่องมือทรมานมาให้ข้าเท่าที่หาได้”“ขอรับ” นายทหารรับคำแล้วรีบออกไปทำตามคำสั่ง โดยไวเครื่องมือทรมาน!เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นริมไรผม เหม่ยหลางกลืนน้ำลาย ค่อย ๆใช้สายตาสำรวจภายในกระโจม ในนี้แม้มืดไปเสียหน่อย แต่พอมองออกได้ลาง ๆ ว่ามันเป็นกระโจมของหัวหน้ากองทหาร นางลอบมองชายหนุ่มที่เดินตามเข้ามา สองขาเล็กแทบอ่อนแรงพอได้พิจารณาหน้าตาอีกฝ่ายอย่างละเอียดถี่ถ้วนจอมทารุณเว

  • สี่วสันต์บำเรอรัก   แม่นางเชลยรัก 2

    บทนำ 1.2 การพบเจอกันครั้งแรกหญิงสาวแทบปล่อยโฮ นางไม่รู้ว่าคนข้างหลังคือผู้ใด แต่นางเชื่อว่าอีกฝ่ายสามารถทำตามที่พูดได้จริง ราวกับนางหนีเสือปะจระเข้ เหตุใดนางถึงได้ดวงอับโชคยิ่งนัก“ขะ ข้ามีนามว่าเจียเหม่ยหลางเป็นหัวหน้าคณะนางระบำ”นามนี้ช่างคุ้นหูเขานัก ราวกับว่าเป็นนามที่เคยเห็นผ่านตาในหน้าจดหมายลับมาก่อน ถึงแม้ว่าเสี้ยวหนึ่งในจิตใจเขาไม่เชื่อ แต่ว่าพอพิจารณารูปร่างอีกฝ่ายประกอบคำพูด ใช่ว่าจะไม่น่าเชื่อถือเขายืนคิดเงียบ ๆอยู่เช่นนั้นราว ๆหนึ่งจิบชา หากว่าแม่นางผู้นี้มีอำนาจในค่ายอยู่บ้าง ก็ไม่แน่ว่าความลับของชุมโจรนางจะไม่รู้อันใดเลย อีกทั้งเขาเป็นห่วงท่านรองแม่ทัพหลี่ที่เข้ามาก่อนหน้า เพราะข่าวคราวถูกตัดขาดไปตั้งแต่การรายงานครั้งล่าสุด ใจของเขาจึงร้อนรุ่มยิ่งนัก ถ้าหากแผนการของเขาพาสหายสาวมาสู่ความตาย เขาก็มิอาจมองหน้าพี่ชายนางได้อีกชายหนุ่มลอบมองรอบข้างอีกครั้ง หากยังยืนอยู่ต่อไปเกรงว่าเขาอาจถูกจับได้ หรือแม้แต่คนเช่นนางหายตัวไปก็อาจสร้างความโกลาหลได้อย่างยิ่ง เช่นนั้น...“เจ้าจงมากับข้า” ชายหนุ่มกล่าวอีกครั้ง ก่อนคว้า

  • สี่วสันต์บำเรอรัก   แม่นางเชลยรัก 1

    บทนำ 1.1 การพบเจอกันครั้งแรกภายในช่องทางลับที่ชักนำเส้นทางไปสู่ห้อง ๆหนึ่ง ภายใต้บานประตูที่ไม่ใหญ่มากนักได้เก็บซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ชุมโจรแห่งนี้ล้วนแล้วไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของหัวหน้าค่าย ต่างรู้เพียงแค่ว่าพวกเขาทำการปกครองร่วมกัน คงมีเพียงคนไม่กี่คนที่ล่วงรู้ความลับนี้และต้องเก็บซ่อนมันไว้หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นเจียเหม่ยหลางหัวหน้าคณะนางระบำ ดวงหน้าเล็กถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางสีชาด ปากอวบอิ่มนั้นมีไว้เพื่อยั่วยวนให้ใครต่อใครต่างหลงใหล รูปร่างอรชรมีทรวงทรงน่าพึงพอใจ กับแผ่นหลังขาวเนียนผ่องสร้างความกระชุ่มกระชวยต่อเหล่าผู้พบเห็นทั้งหมดทั้งปวงล้วนเคยเป็นหนึ่งในคำสร้างความสำราญ ทว่าในครานี้ที่นางต้องทนฟังเสียงครางหวานจากคนสนิท ในใจนางยิ่งรู้สึกบอบซ้ำ“ความภักดีของเจ้าทุกคนล้วนรู้ดี” คนสนิทของหัวหน้าเอ่ย เขาหลุบตามองร่างบางที่เผยเนินอกอิ่ม “แต่สายลับก็เป็นสิ่งที่เจ้าไม่ควรยุ่มย่าม”“ได้โปรดเถิดท่านผู้เฒ่า นางไม่ได้เป็นสายลับจริง ๆหรอกท่านเชื่อข้า นางอ่อนต่อโลกขน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status