LOGINบทที่ 1.1 เอาคืน
ม้าเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่แม้แ
บทที่ 1.4 เอาคืน"หึ! หรือเจ้าคาดหวังสิ่งใด อยากให้ข้าใส่เข้าไปในตัวเจ้างั้นหรือ” หลั่วหยางแสยะยิ้มร้าย มองนางที่ไม่ตอบเอาแต่นอนนิ่ง ๆพร้อมแรงหอบหายใจที่ยังคั่งค้าง“ได้โปรดอย่ามองข้าเช่นนั้นเลย” เหม่ยหลางเอ่ยตอบในที่สุดเวยหลั่วหยางมองนางทั้งตัว ในใจนึกเหยียดกับการร้องขอของนาง หากตัวนางยังไม่พึงพอใจที่ถูกมองเช่นนี้ แล้วหลี่ฟ่านปิงเล่า นางคงไม่รู้สึกอกแตกตายเลยหรือชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าหาอีกครั้ง พร้อมมอบยิ้มร้ายที่ครั้งหนึ่งเขาไม่เคยคิดว่าจะมอบให้อิสตรี“ถ้าเจ้ารังเกียจข้า เช่นนั้นนายทหารข้างนอกกระโจมนั่นเจ้าคงไม่รังเกียจ”เหม่ยหลางเบิกตาโต นางเม้มปากแน่นพร้อมทั้งส่ายหน้า อุตส่าห์รอดพ้นจากพวกโจรทั้งหลายในค่ายนั้นมาได้แล้ว ยังต้องพยายามหนีให้พ้นนายทหารอีกหรือ“ทหาร! พานางไปให้เพื่อนร่วมรบเชยชมหน่อยซิ” เวยหลั่วหยางออกคำสั่ง โดยไม่สนใจเลยว่าหญิงสาวหน้าซีดเผือดเช่นไร ก่อนผละออกจากร่างบางเพื่อออกไปจากกระโจมเจียเหม่ยหลางพยายามลุกขึ้นหมายคว้าแขนชายหนุ่ม อ้อนวอนยอมบอกทุกสิ่ง ทว่าเขาหาได้สนใจไม่ จนกระทั่งนายทหารทั้งส
บทที่ 1.3 เอาคืน“นะ นายท่าน!” เหม่ยหลางส่งเสียงระงม เมื่อลำคอเรียวระหงถูกดูดเม้มจนเจ็บเสียดนางตัดสินใจยกมือหมายดันอีกฝ่ายออกไป ทว่าเขาไม่คิดหยุดการกระทำแสนอุกอาจ มือหนารวบข้อมือเล็กดันไว้เหนือศีรษะทั้งสอง ส่วนมืออีกข้างขยำทรวงอกอิ่มที่เต็มไม้เต็มมือ โดยมิวายริมฝีปากยังคงซอกซอนตามเนินนุ่มเขาช่างไม่ปรานีเอาเสียเลย ยิ่งได้ยินเสียงร้องสาวงาม เขายิ่งระดมจูบด้วยความป่าเถื่อน ชายหนุ่มเช่นเขาอดอยากมาจากไหนกัน ทว่าเมื่อนึกถึงหญิงสาวที่นางส่งมอบเข้าปากเสือ คงไม่ผิดแปลกที่คนผู้นี้เดือดดาลเช่นนี้หากแต่ว่านางอยากให้เขาอ่อนโยนลงหน่อย หรืออย่างน้อยประทับจูบลงบนริมฝีปาก หยอกเย้านางอย่างเช่นที่ท่านหัวหน้าทั้งสองทำ“อื้อ!” เหม่ยหลางส่งเสียงเบา ๆ เมื่อชายหนุ่มเม้มยังเนินอก ตอนนี้นอกจากลำคอที่นางแสนภาคภูมิใจแล้ว ยังมีเนินอกที่ถูกสร้างสัญลักษณ์เอาไว้ เป็นรอยแดงจาง ๆที่อีกไม่ช้าอาจขึ้นสีเข้มมากขึ้นกว่าเดิมได้“เจ้านี่ช่างหน้าไม่อายนัก” ชายหนุ่มเงยหน้ากระซิบข้างใบหูเล็ก เขาออกแรงบีบหน้าอกอีกครั้งเรียกเสียงร้องจากนางได้พอควร“ข้า ข
บทที่ 1.2 เอาคืน“นะ นางเป็นนางระบำที่ข้าส่งมอบให้ท่านหัวหน้า ข้ารู้แค่นั้นจริง ๆ” เหม่ยหลางเอ่ยเสียงสั่น นางแทบอดกลั้นไม่ไหวอยากล้มพับนั่งลงไป ทว่าสายตาของเขากลับสะกดกลั้นให้นางยังยืนขาแข็งได้เวยหลั่วหยางเพียงมองร่างเล็กนิ่ง ๆ คำพูดนางก็ถือว่าตรงกับรายงานที่ได้รับในฉบับล่าสุด ทว่าเช่นนั้นนางต้องรู้แน่ว่าหลี่ฟ่านปิงหายตัวไปที่ใด“เครื่องมือทรมานมาแล้วขอรับ” นายทหารผู้หนึ่งเข้ามารายงานพร้อมถือถาดขนาดใหญ่ชายหนุ่มมองสิ่งของที่ถูกนำเข้ามา เขาไล่สายตาสำรวจทุกชิ้นพร้อมทั้งที่หญิงสาวลอบมองสิ่งของเหล่านั้นด้วยเช่นกัน“ออกไปได้” หลั่วหยางออกคำสั่ง นายทหารผู้นั้นจึงรีบออกไปทันที เขาไม่อยากคิดเลยว่าแม่นางที่ดูอ่อนแอจะรอดพ้นได้อย่างไรภายในกระโจมกลับมาเหลือเพียงคนทั้งคู่อีกครั้ง เขามองนางที่แสดงสีหน้าแตกตื่นพร้อมตัวสั่นอย่างกับลูกนก ในใจเขาก็เริ่มเกิดแผนการบางสิ่ง อีกทั้งพอไล้สายตาสำรวจร่างอรชร ใจของเขายิ่งอยู่ไม่สุข“เจ้าว่าคนสวยเช่นเจ้า หากโดนทรมานจนร่างกายสะบักสะบอม เจ้าว่าเจ้ายังจะสวยอีกหรือไม่” หลั่วหยางกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้
บทที่ 1.1 เอาคืนม้าเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่แม้แต่ทิวทัศน์ข้างทางยังมองไม่ชัด ต่อให้อยู่ภายในอ้อมกอดแข็งแกร่ง ในใจ เจียเหม่ยหลางรู้ดีว่าคนผู้นี้ยินดีถีบนางตกหลังม้าเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ นางจึงไม่คิดขัดขืนทำเพียงนั่งเงียบ ๆด้วยหัวใจลุ่ม ๆ ดอน ๆนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆในอดีตจนกระทั่งมาถึงค่ายทหารที่อยู่ไม่ไกลพร้อมนายทหารรักษาเวรยามอย่างหนาแน่น ตอนนี้ต่อให้นางอยากหนีก็คงเป็นเรื่องยากเสียแล้ว“เข้าไป” หลั่วหยางผลักแผ่นหลังบางเข้าไปในกระโจมแห่งหนึ่ง ก่อนหันไปสั่งนายทหารที่ยืนอยู่ข้างนอก “จัดเตรียมเครื่องมือทรมานมาให้ข้าเท่าที่หาได้”“ขอรับ” นายทหารรับคำแล้วรีบออกไปทำตามคำสั่ง โดยไวเครื่องมือทรมาน!เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นริมไรผม เหม่ยหลางกลืนน้ำลาย ค่อย ๆใช้สายตาสำรวจภายในกระโจม ในนี้แม้มืดไปเสียหน่อย แต่พอมองออกได้ลาง ๆ ว่ามันเป็นกระโจมของหัวหน้ากองทหาร นางลอบมองชายหนุ่มที่เดินตามเข้ามา สองขาเล็กแทบอ่อนแรงพอได้พิจารณาหน้าตาอีกฝ่ายอย่างละเอียดถี่ถ้วนจอมทารุณเว
บทนำ 1.2 การพบเจอกันครั้งแรกหญิงสาวแทบปล่อยโฮ นางไม่รู้ว่าคนข้างหลังคือผู้ใด แต่นางเชื่อว่าอีกฝ่ายสามารถทำตามที่พูดได้จริง ราวกับนางหนีเสือปะจระเข้ เหตุใดนางถึงได้ดวงอับโชคยิ่งนัก“ขะ ข้ามีนามว่าเจียเหม่ยหลางเป็นหัวหน้าคณะนางระบำ”นามนี้ช่างคุ้นหูเขานัก ราวกับว่าเป็นนามที่เคยเห็นผ่านตาในหน้าจดหมายลับมาก่อน ถึงแม้ว่าเสี้ยวหนึ่งในจิตใจเขาไม่เชื่อ แต่ว่าพอพิจารณารูปร่างอีกฝ่ายประกอบคำพูด ใช่ว่าจะไม่น่าเชื่อถือเขายืนคิดเงียบ ๆอยู่เช่นนั้นราว ๆหนึ่งจิบชา หากว่าแม่นางผู้นี้มีอำนาจในค่ายอยู่บ้าง ก็ไม่แน่ว่าความลับของชุมโจรนางจะไม่รู้อันใดเลย อีกทั้งเขาเป็นห่วงท่านรองแม่ทัพหลี่ที่เข้ามาก่อนหน้า เพราะข่าวคราวถูกตัดขาดไปตั้งแต่การรายงานครั้งล่าสุด ใจของเขาจึงร้อนรุ่มยิ่งนัก ถ้าหากแผนการของเขาพาสหายสาวมาสู่ความตาย เขาก็มิอาจมองหน้าพี่ชายนางได้อีกชายหนุ่มลอบมองรอบข้างอีกครั้ง หากยังยืนอยู่ต่อไปเกรงว่าเขาอาจถูกจับได้ หรือแม้แต่คนเช่นนางหายตัวไปก็อาจสร้างความโกลาหลได้อย่างยิ่ง เช่นนั้น...“เจ้าจงมากับข้า” ชายหนุ่มกล่าวอีกครั้ง ก่อนคว้า
บทนำ 1.1 การพบเจอกันครั้งแรกภายในช่องทางลับที่ชักนำเส้นทางไปสู่ห้อง ๆหนึ่ง ภายใต้บานประตูที่ไม่ใหญ่มากนักได้เก็บซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ชุมโจรแห่งนี้ล้วนแล้วไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของหัวหน้าค่าย ต่างรู้เพียงแค่ว่าพวกเขาทำการปกครองร่วมกัน คงมีเพียงคนไม่กี่คนที่ล่วงรู้ความลับนี้และต้องเก็บซ่อนมันไว้หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นเจียเหม่ยหลางหัวหน้าคณะนางระบำ ดวงหน้าเล็กถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางสีชาด ปากอวบอิ่มนั้นมีไว้เพื่อยั่วยวนให้ใครต่อใครต่างหลงใหล รูปร่างอรชรมีทรวงทรงน่าพึงพอใจ กับแผ่นหลังขาวเนียนผ่องสร้างความกระชุ่มกระชวยต่อเหล่าผู้พบเห็นทั้งหมดทั้งปวงล้วนเคยเป็นหนึ่งในคำสร้างความสำราญ ทว่าในครานี้ที่นางต้องทนฟังเสียงครางหวานจากคนสนิท ในใจนางยิ่งรู้สึกบอบซ้ำ“ความภักดีของเจ้าทุกคนล้วนรู้ดี” คนสนิทของหัวหน้าเอ่ย เขาหลุบตามองร่างบางที่เผยเนินอกอิ่ม “แต่สายลับก็เป็นสิ่งที่เจ้าไม่ควรยุ่มย่าม”“ได้โปรดเถิดท่านผู้เฒ่า นางไม่ได้เป็นสายลับจริง ๆหรอกท่านเชื่อข้า นางอ่อนต่อโลกขน







