مشاركة

บทที่ 2 คนคุ้นเคย

مؤلف: Sapphiros S. N.
last update تاريخ النشر: 2026-03-20 00:47:40

บทที่ 2

คนคุ้นเคย

แรงสั่นสะเทือนปลุกให้เรนได้สติ เขารีบหันไปมองรอบด้านด้วยความตกใจ ทุกอย่างยังคงสร้างขึ้นจากไม้เหมือนเดิมไม่หลุดธีม ทว่าเขาไม่ได้อยู่ในบ้านคนจีนแล้ว ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ในรถม้า

“กูยังไม่ตื่นจากฝันอีกเหรอ… ฮัดเช่ย!”

ยังไม่ทันได้ทำความเข้าใจสถานการณ์ เรนก็จามอย่างเอาเป็นเอาตาย เขารู้สึกหนาวจนสั่นไปทั้งร่างแม้จะสวมเสื้อผ้าหนาจนตัวกลมเหมือนดักแด้ก็ตาม

ผ้าเช็ดหน้าสีครามปักลายพระจันทร์เสี้ยวยื่นมาเช็ดน้ำหูน้ำตาให้กับเรนที่ยังไม่หยุดจาม

“โธ่ คุณชายรอง ตื่นมาก็พูดเพ้อเจ้ออีกแล้ว เสี่ยวถงห้ามท่านแล้วมิใช่หรือว่าไม่ให้แอบออกจากจวนไปเล่นกับสหายเหล่านั้นของท่าน ท่านก็ไม่ฟัง ดูสิ ตอนนี้ท่านป่วยถึงเพียงนี้!”

เรนเงยหน้ามอง ‘เสี่ยวถง‘ ที่นั่งอยู่อีกฝั่งของรถม้า เธอเป็นเด็กสาวหน้าตาธรรมดาค่อนไปทางน่ารัก แต่งกายเหมือนกับเหล่าคนที่จะจับเขาขังไว้ในบ้านคนจีนพวกนั้น เด็กสาวเช็ดน้ำมูกให้กับเขาอย่างไร้ท่าทางรังเกียจ ซ้ำยังมองเขาด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง

“เมื่อเช้าเจ้าหายไปไหนมา?”

ไม่รู้ทำไม เรนถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเด็กสาวผู้นี้อย่างน่าประหลาด อีกทั้งยังมีความคิดที่ว่าเธอควรจะอยู่เคียงข้างเขาเมื่อตอนตื่นจึงพูดออกไปเช่นนั้น

แล้วสรรพนามสุดเบียวนั่นมันอะไร สมองกูกลับไปแล้วเรอะ?

เสี่ยวถงพับเก็บผ้าเช็ดหน้าแล้วค้อนสายตาไปทางอื่นพร้อมกับพองแก้มเหมือนอยากโกรธแต่ห้ามตัวเองไว้อยู่ “ก็เพราะข้าห้ามท่านไม่ให้หนีไม่ได้เลยถูกลงโทษน่ะสิ! นายหญิงใหญ่บอกว่าหากครั้งหน้าข้ายังห้ามท่านไม่ได้ก็ไม่ต้องมีขาไว้เดินแล้ว จะโบยจนขาหักเลย!”

สายตาของเรนเลื่อนลงไปมองที่ขาของเสี่ยวถง แม้จะมีกระโปรงยาวคลุมไว้อยู่ แต่เขากลับรู้ว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกเฆี่ยน

“ข้าขอโทษ ไว้ข้าจะขอยาจากท่านหมอจินมาให้เจ้า“

ท่านหมอจิน… ใครอีกล่ะเนี่ย?

เรนแตะปากตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ จู่ ๆ เขาก็พูดเรื่องที่ไม่เข้าใจได้เป็นน้ำไหลไฟดับ ราวกับเป็นสิ่งที่ออกมาจากจิตใต้สำนึก

จิตใต้สำนึก ของใครกันล่ะ?

ไม่รอให้เรนได้คิดพิจารณา รถม้าก็หยุดลง เสี่ยวถงเปิดประตูแล้วจูงเขาลงด้วยความระมัดระวังจนดูเกินจริงไปมาก ทั้งที่คนบาดเจ็บคือเธอไม่ใช่เขาแท้ ๆ

ลมอ่อนพัดโชยอย่างอ่อนโยนกลับให้ความรู้สึกราวกับลมหนาวส่งตรงจากยอดเขาเอเวอเรสต์ เรนกอดตัวเองแน่นแล้วไอออกมาอย่างแรง

”นะ หนาว ทำไมถึงหนาวขนาดนี้“

”รีบเข้าไปข้างในกันเถอะเจ้าค่ะ“

เสี่ยวถงกางผ้าคลุมบดบังร่างของเขาจากสายลมแล้วประคองพาเรนเข้าไปในประตูไม้บานใหญ่ที่เปิดต้อนรับไว้อยู่แล้ว เรนไม่มีกะจิตกะใจจะสนสิ่งรอบข้างหรือสนว่าเสี่ยวถงกำลังจูงเขาไปไหน เขารีบก้าวเท้าตามเสี่ยวถงผ่านลานพื้นหินเพื่อเข้าไปหลบภัยหนาวในอาคารให้เร็วที่สุด

”เสี่ยวถง ที่นี่…“

ประตูสีดำทมิฬปิดลงโดยที่เสี่ยวถงยังอยู่ข้างนอก ทิ้งให้เรนอยู่ในห้องมืดที่ตกแต่งด้วยสารพัดวัตถุสีดำ บรรยากาศยิ่งขุ่นมัวเข้าไปอีกเนื่องด้วยมีแสงสว่างแค่เพียงจากช่องแคบ ๆ ระหว่างขอบหน้าต่างอันมีอยู่น้อยนิดและเทียนสีแดงสิบกว่าเล่มเท่านั้น กลิ่นควันหอมลอยละล่องเสริมให้ภายในห้องสีดำราวกับต้องมนตร์ขลัง พื้นห้องที่เรนเหยียบยืนยังมีรอยอักขระหน้าตาพิสดารคล้ายวงแหวนพิธีกรรมของลัทธิประหลาดตามภาพยนตร์อีกต่างหาก

แม้จะรอดพ้นจากลมหนาวภายนอก แต่สถานการณ์ในตอนนี้กลับทำให้เรนหนาวยะเยือกยิ่งกว่าเก่า

“มาอีกคนแล้ว”

เรนสะดุ้งจนไหล่สั่น เขาหันขวับไปมองด้านหลัง ก็พบว่าในห้องมืดนี้มีคนอยู่ก่อนเขาแล้วสามคน

ทั้งสามก็ไม่ต่างจากคนในบ้านคนจีนที่เรนตื่นมา ทั้งหมดแต่งตัวราวกับหลุดออกมาจากซีรีส์จีนย้อนยุค แต่เสื้อผ้าและของประดับบนร่างกายรวมถึงใบหน้าดูดีมีระดับของทั้งสามก็บ่งบอกถึงฐานะที่สูงกว่า เหมือนพวกคุณชายตระกูลขุนนางผู้ลากมากดีอะไรทำนองนั้น

ลึก ๆ ในใจของเรนรู้สึกคุ้นเคยคนทั้งสามอย่างน่าประหลาด แม้สมองจะมั่นใจว่าไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตแน่ ๆ

จะคุ้นเก่งอะไรนักหนา เสี่ยวถงก็ทีนึงแล้ว เลิกหลอนได้แล้วตัวกู

เรนสะบัดศีรษะเรียกสติแล้วตัดสินใจถามสิ่งที่เขาอยากรู้มากที่สุด “ที่นี่ที่ไหน?”

ชายหนุ่มชุดเหลืองที่ตัวเล็กกว่าใครเพื่อนยักไหล่ “ไม่รู้เหมือนกัน ทุกคนถูกจับยัดเข้ามาในนี้ทีละคน”

“คนแรก” ชายชุดแดงผู้มีใบหน้าโดดเด่นกว่าคนอื่นยกมือพลางชี้ไปที่ชายชุดเหลืองและชุดฟ้าอ่อนตามลำดับ “สอง สาม”

“ใช่แล้ว แล้วนาย…” ชายชุดฟ้าที่พูดอยู่ทำหน้าตกใจแล้วกระแอมไอเก้อเขิน “คุณ… ไม่ใช่สิ ท่าน… เจ้า… กูต้องพูดว่าไรวะเนี่ย?!”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สี่สหายทะลุมิติกลายเป็นสี่เกอแห่งต้าเหอ   บทที่ 109 ดวงใจอยู่ในต้าเหอ (ตอนจบ)

    บทที่ 109ดวงใจอยู่ในต้าเหอ (ตอนจบ) ดาบทมิฬอาบโลหิตจนชุ่มโชก ทว่าความมุ่งมั่นของผู้ใช้ลับให้คมดาบยังไม่ทื่อ ทุกการตวัดฟันคือการปลิดชีพ ทหารแคว้นหย่งร่วงกราวราวกับใบไม้ แต่ก็ยังไม่เท่าทหารแคว้นชิงเหอ แคว้นแห่งการค้าอันสงบสุขไร้การศึกมานานฝีมือเป็นรองแคว้นหย่งที่ชนะสงครามมาหลายสนามอย่างชัดเจน ถึงกระนั้น เงามรณะก็ยังค้ำจุนพวกเขาอยู่ เป็นดั่งพายุทมิฬที่ไม่เคยล้มและพัดเอาความตายไปสู่กองทัพแคว้นหย่ง ปลุกขวัญกำลังใจทหารแคว้นชิงเหอ แม่ทัพเย่หว่านอวี่มิได้ค้ำจุนเพียงผู้ใต้บังคับบัญชา แต่เขายืนหยัดต่อสู้อย่างกล้าหาญในศึกที่จะแพ้ไม่ได้ เนื่องจากมีคนรอเขาอยู่ที่อีกฟากฝั่งของขอบฟ้า ซูเยว่หยาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เขาฝืนตัวเองให้กลับมานั่งตัวตรง ผ่อนลมหายใจแสนอึดอัดให้กลับมาเป็นจังหวะปกติ ดวงตาเฉียบแหลมปรือขึ้นเล็กน้อยก็หลับลงไปใหม่ ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งรอบด้านก็มีแต่สีเขียว เขาเห็นสีเขียวจนจะอาเจียนออกมาเป็นคลอโรฟิลด์อยู่แล้ว สีเขียวเหล่านั้นนำมาซึ่งพลังชีวิตเอ่อท้นท่วมร่าง ในช่วงแรกนั้นพลังชีวิตเหล่านี้เข้ามาเติมเต็มร่างกลวงเปล่าจนทำให้รู้สึกดี แต่หลังจากนั้นพลังชีวิตพวกนี้ก็ไหลบ่าเข้ามาในร่างอ

  • สี่สหายทะลุมิติกลายเป็นสี่เกอแห่งต้าเหอ   บทที่ 108 งานแต่งที่เอิกเกริกที่สุดในเมืองหลวง

    บทที่ 108งานแต่งที่เอิกเกริกที่สุดในเมืองหลวง งานรื่นเริงนอกพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดที่เมืองหลวงต้าเหอต้องจารึก นอกจากจะเป็นการแสดงถึงความฟุ่มเฟือยจากกำลังเงินของแคว้นแห่งการค้าแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงว่าต้าเหอมิได้หวาดกลัวสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น สาขาใหญ่แห่งสำนักหอสดับอักษรสร้างเสร็จสิ้นและขั้นการกลั่นกรองร่างกายของซูเยว่หยาจบลง นั่นคือฤกษ์ยามมงคลที่เสียงสวรรค์แห่งต้าเหอกำหนดขึ้นโดยไม่สนซินแส ใช่แล้ว นี่เป็นงานของหรวนอิน ก็ต้องจัดแบบหรวนอิน! ขบวนเจ้าสาวแห่อย่างเอิกเกริกออกจากเรือนสกุลหรวน นางรำนางสังคีตที่สนิทสนมกับเจ้าสาวต่างก็มาร่วมร่ายรำบรรเลงดนตรีประกบขบวนดั่งรถแห่ เจ้าบ่าวผู้หล่อเหลาขี่ม้าสีขาวปลอดโดยมีเจ้าสาวรูปงามนั่งซ้อนอยู่ด้านหน้า ในอ้อมแขนของเจ้าสาวอุ้มผีผาบรรเลงเพลงแสนไพเราะเคล้าคลอไปกับบรรยากาศ ที่แปลกที่สุดคือบิดาฝ่ายเจ้าสาวที่ควรจะยืนส่งลูกอยู่ในเรือนกลับอยู่บนรถม้านำหัวขบวน โปรยเงินแจกทานด้วยใบหน้าอิ่มสุข สาขาใหม่ของสำนักหอสดับอักษรเปิดชั้นล่างให้ประชานทั่วไปสามารถเข้าร่วมงานได้ แน่นอนว่าเจ้าสาวระดับทายาทเศรษฐีตระกูลหรวนย่อมต้องมีเงินจ่ายเลี้ยงคนทั้งเมืองหลวง แม้เม

  • สี่สหายทะลุมิติกลายเป็นสี่เกอแห่งต้าเหอ   บทที่ 107 กลั่นกรองร่างกาย

    บทที่ 107กลั่นกรองร่างกาย คนป่วยผู้ฝืนสังขารร้องไห้จนเป็นลมในอ้อมอกของฮองเฮา เป็นเรื่องน่าอับอายที่สุดของซูเยว่หยาในขณะนี้ และยังทำให้เขาไม่ได้บอกลาเย่หว่านอวี่อีกต่างหาก บัดนี้ แม่ทัพเย่ต้องเตรียมทัพและวางแผนการรบสำหรับศึกสงคราม ไม่มีเวลาว่างมาดูเกอที่ติดอยู่ในอ่างแช่น้ำ ใช่แล้ว หลังจากซูเยว่หยาตื่นขึ้นมาเขาก็อยู่ที่ตำหนักหนิงซีแล้ว ไม่ใช่แค่เขา สหายทั้งสามและหมอเทวดากับเยี่ยเหยาก็อยู่ด้วย หลังจากตรวจชีพจรและใช้วิชาแพทย์ที่แยบยลจนคนธรรมดามองไม่ออกแล้ว หมอเทวดาอี้ถวนก็ได้ข้อสรุปว่า “รักษาไม่ได้” “หา? ท่านเป็นหมอเทวดานะ จะรักษาไม่ได้ได้อย่างไรกัน?!” “ใจเย็น หรวนอิน ฟังที่หมอเทวดาจะพูดให้จบก่อน” เยี่ยเหยารีบห้ามหรวนอินที่แทบจะพุ่งไปเขย่าตัวหมอเทวดาที่หาตัวยากเย็นแสนเข็ญอยู่รอมร่อ คุณชายสงบลงได้ หมอเทวดาจึงพูดต่อ “ร่างกายที่มีมาแต่กำเนิด ไม่ใช่สิ่งที่จะแก้ไขได้ด้วยยา สมุนไพร หรือการฝังเข็ม หากจะรักษาให้หายมีแต่จะต้องเปลี่ยนร่างใหม่” “เปลี่ยนร่างใหม่?!” เจียงซีเฉินร้องตามด้วยความตกใจ ”หมายถึงย้ายวิญญาณสู่ร่างอื่นอย่างนั้นรึ?“ เจียงลี่หยางถามด้วยความเคร่งเครียด นี่แทบจะแปลได้ว่า

  • สี่สหายทะลุมิติกลายเป็นสี่เกอแห่งต้าเหอ   บทที่ 106 สมปรารถนา

    บทที่ 106สมปรารถนา เสียงฮือฮาดังกระหึ่มอีกครั้ง ครึ่งหนึ่งเต็มไปด้วยการก่นด่าคู่รักที่เห็นแก่ตัวไร้ใจทำเพื่อชาติ เสนาบดีซูก็โมโหจนแทบจะเป็นลมอยู่แล้ว มีเพียงคนบนบัลลังก์ที่เผยรอยยิ้มหลังจากนิ่งเงียบรับฟังมานาน “ดี ฉู่กงกง เอาพระราชโองการมา” “พ่ะย่ะค่ะ” ฉู่กงกงเข้าหลังฉากกั้นหลังบัลลังก์หยิบม้วนกระดาษหุ้มผ้าสีทองออกมากาง “แม่ทัพเย่หว่านอวี่ซื่อสัตย์กล้าหาญ รับใช้บ้านเมืองและฮ่องเต้ด้วยความภักดี มีผลงานใหญ่หลวงในการปราบกบฏกู้หลิน ฮ่องเต้มีพระประสงค์พระราชทานให้แม่ทัพเย่หว่านอวี่กับบุตรชายคนรองในภรรยาเอกของเสนาบดีซูเหลียงฉุน ซูเยว่หยา แต่งงานเป็นสามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว และมอบยศเก้ามิ่งให้กับซูเยว่หยาจากคุณงามความดีในศึกปราบกบฏกู้หลิน” การก่นด่ากลายเป็นการร้องด้วยความตกใจ ขุนนางเกินครึ่งหยิบป้ายประจำตำแหน่งขึ้นมาร้องท้วง แต่ทั้งหมดนั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจของซูเยว่หยาเลยสักนิด “การปราบกบฏครั้งนั้นมีเพียงท่านที่ไม่ได้เลื่อนยศ ไม่ได้รับมอบทรัพย์สิน พระราชโองการที่หยิบมาจากที่เก็บไม่ได้เพิ่งเขียนขึ้นอึดใจก่อน แม่ทัพเย่ ท่านมีอะไรจะพูดให้ข้าฟังหรือไม่?” เย่หว่านอวี่ยกยิ้มเศร้าสร้อย “เ

  • สี่สหายทะลุมิติกลายเป็นสี่เกอแห่งต้าเหอ   บทที่ 105 คำสารภาพ

    บทที่ 105คำสารภาพ ซูเยว่หยารู้ดี นี่คือโอกาสสุดท้ายในชีวิตของเขาแล้ว กำลังรบของต้าเหออ่อนด้อยกว่าต้าหย่งมาก อีกทั้งแคว้นหย่งยังได้ขวัญกำลังใจจากการเพิ่งยึดดินแดนไปได้ถึงสองครั้งติด หากสามารถรวมต้าเหอที่เป็นดั่งศูนย์กลางการค้า มีเม็ดเงินหมุนเวียนตลอดเวลาเป็นส่วนหนึ่งได้ แคว้นหย่งก็จะทั้งยิ่งใหญ่และร่ำรวย กลายเป็นมหาอำนาจที่ไม่มีใครสามารถล้มลงได้ ทางออกที่ดีที่สุดของต้าเหอในตอนนี้จึงเป็นการสงบศึก ทำทุกวิถีทางให้ต้าหย่งถอนทัพออกไป หากฮ่องเต้ไม่อนุญาตให้เขาพูด ขุนนางพวกนั้นคงจับเขามัดยัดใส่รถม้าส่งตัวให้แคว้นหย่งสังเวยเพื่อชาติโดยไม่ต้องหารือแล้ว “ฝ่าบาท พระองค์ทรงทราบดีอยู่แล้วว่าสารสงบศึกนี้เป็นกับดัก กระหม่อมนั้นร่างกายอ่อนแอ แค่ออกจากที่กำบัง ต้องลมฝนนานหน่อยก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอด การเดินทางข้ามแคว้นสำหรับกระหม่อมคือทางตายที่ไม่มีทางรอดไปได้ อย่างไรก็ต้องป่วยตายในสักวันหนึ่ง หากตายในแผ่นดินแคว้นหย่งทางนั้นก็สามารถอ้างว่าเป็นเพราะอาการป่วยของกระหม่อมได้ แต่หากตายในแผ่นดินแคว้นชิงเหอของเรา ทางแคว้นหย่งก็จะอ้างว่าเราจงใจสังหารว่าที่ฮองเฮา ทำลายการเชื่อมสัมพันธ์ เป็นข้ออ้างชั้นดีให้ต้

  • สี่สหายทะลุมิติกลายเป็นสี่เกอแห่งต้าเหอ   บทที่ 104 แต่งงานสงบศึก

    บทที่ 104แต่งงานสงบศึก ท้องพระโรงวุ่นวายไปด้วยเสียงถกเถียงของเหล่าขุนนาง แต่วันนี้พวกเขาไม่ได้โต้แย้งกันเอง กลับกัน ขุนนางทั้งหลายต่างก็กำลังเร่งหารือถึงเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นกะทันหันอย่างเคร่งเครียด “ทูลฝ่าบาท เรือจู่โจมของแคว้นหย่งแล่นมาปิดทางเข้าน่านน้ำของต้าเหอเราแล้วพ่ะย่ะค่ะ!“ “หอสังเกตการณ์รายงานว่าเห็นเรือหอคอยลอยคอยท่าอยู่ไกล ๆ บนนั้นเต็มไปด้วยพลธนูและเครื่องดีดหินพ่ะย่ะค่ะ“ “ชายแดนเมืองสู่ที่ติดกับแคว้นหย่งถูกตีแตกแล้วพ่ะย่ะค่ะ!“ รายงานความคืบหน้าถึงสถานการณ์และกำลังของศัตรูถูกส่งขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่ละเรื่องยิ่งทำให้เหล่าขุนนางระส่ำระส่าย เหงื่อออกจนต้องเช็ดมือกับเสื้อผ้าจนชุดขุนนางที่รักษาอย่างดีชุ่มไปหมด ซื่อไห่ฮ่องเต้ตั้งใจฟังทุกรายงานโดยยังคงความสงบเยือกเย็นไว้ ”แคว้นหย่งเพิ่งรบชนะแคว้นตวนและชนเผ่าซาหนี่ว์ มู่เฉินฮ่องเต้กำลังอยู่ในช่วงเรืองอำนาจ กองทัพบกของแคว้นหย่งมีมากกว่าต้าเหอที่สงบไร้ภัยคุกคามมาอย่างยาวนานกว่าแสนนาย ตอนนี้ถึงขนาดฝึกฝนกองทัพเรือขึ้นมาเพื่อยึดน่านน้ำจากเจ้าแห่งสายน้ำอย่างต้าเหอ แสดงตนว่าไม่เกรงกลัวผู้ใดทั้งนั้น” เฉินอ๋องผู้ไร้ซึ่งรอยยิ้มประดับใบห

  • สี่สหายทะลุมิติกลายเป็นสี่เกอแห่งต้าเหอ   บทที่ 85 Emergency!

    บทที่ 85Emergency! ชาวทะลุมิติงัดทุกกลเม็ดก้นหีบแอบหนีออกจากจวนของตนในยามวิกาล แต่ละคนกำกระดาษเขียนคำว่า ‘Emergency!’ แน่นดั่งเป็นบัตรผ่านทางเข้าสู่ร้านผ้าจื่อเหลียน “พวกคุณมาทำไรที่บ้านผมอีกเนี่ย?” บอสได้แต่เกาหัวอย่างมึนงง แต่ผู้บุกรุกยามวิกาลทั้งสี่กลับเมินเขา “ไอ้วี เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน

  • สี่สหายทะลุมิติกลายเป็นสี่เกอแห่งต้าเหอ   บทที่ 84 ขอแต่งงาน

    บทที่ 84ขอแต่งงาน สงครามและการปราบกบฏยุติลง ต้าเหอกลับสู่ความสงบอีกครั้ง ท่าเรือทุกท่ากลับมาเปิดทำการให้เรือโดยสารและเรือขนส่งสินค้าเดินทางเข้ามาในแคว้นได้ดังเดิม เรือสำเภาขนาดใหญ่สลักอักษร ‘หรวน‘ แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าซึ่งมีคนโบกมือรออยู่ ทว่า คำทักทายแรกที่ผู้เฝ้ารอได้รับกลับเป็นการทักทายด้วยกร

  • สี่สหายทะลุมิติกลายเป็นสี่เกอแห่งต้าเหอ   บทที่ 38 ดวลสุรา และ เฝ้าไข้

    บทที่ 38ดวลสุรา และ เฝ้าไข้ “คุณชายหรวนอิน จะเอาอย่างไรต่อกันดี? จอมยุทธ์ไป๋ฝากท่านไว้กับข้า เช่นนั้นให้ข้าไปส่งท่านกลับบ้านดีหรือไม่?” ใช่แล้ว เขาทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว มีแต่จะต้องกลับ ‘บ้าน’ พฤกษ์ลากขาเดินไปขึ้นเรืออย่างหมดอาลัยตายอยาก เยี่ยเหยาตามขึ้นไป หยิบไม้พายขึ้นมาวักน้ำพายเรือไปอย่างช้

  • สี่สหายทะลุมิติกลายเป็นสี่เกอแห่งต้าเหอ   บทที่ 11 ความทุกข์ของหวังลี่หยาง

    บทที่ 11 ความทุกข์ของหวังลี่หยาง วีเพิ่งจะสังเกต พี่น้องทั้งห้าล้วนพูดเหยียดหยามและทำหน้ารังเกียจเย็นชา ทว่าแววตาของพวกเขากลับไม่ได้เป็นไปในทางเดียวกัน ไฟโทสะในใจถูกแทนที่ด้วยความสงสัย ในตอนนั้นเอง พี่หญิงใหญ่ก็เดินเข้ามา “พูดกับเจ้าให้เข้าหัวมันยากเย็นเสียยิ่งกว่าสอนนกสอนกา บอกกี่ครั้งก็ไม่เค

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status