LOGIN“คุณครับ ได้ยินผมรึเปล่า” ชายหนุ่มแว่นกลมเสื้อขาวทวนถามผู้บาดเจ็บขณะมองถุงน้ำเกลือเพื่อตรวจดูปริมาณว่าลดลงมากน้อยแค่ไหน คนไข้ร่างเล็กจึงค่อย ๆ ไหวพยักหน้ารับแม้สายตาจะยังฝ้าฟางปรับความชัดได้แค่ประมาณ 240p
ยาหยีพยุงตัวลูบหัวตัวเองเล็กน้อยโดยมีชายคนนี้ถอดหน้ากากออกซิเจนแล้วช่วยประคองจับตัวพยุงเขานั่งบนเตียงไม้แล้วเอาหมอนอิงพิงหลังให้ พ่อหนุ่มแว่นกลมรีบหาน้ำหาหลอดมาป้อนแก่ร่างเล็กจิบแก้คอแห้งหลังฟื้นจากนิทรานานถึงสี่วัน“คุณยังไม่ต้องรีบพูดนะ ดื่มน้ำช้า ๆ ก่อนรอสายตาปรับแสงไม่งั้นคุณคงมึนหัวกว่าเดิม” ชายหนุ่มแว่นกลมพูดดักคนไข้เพราะเขาเข้าใจดีว่า ตอนนี้อีกคนอาจจะกำลังตื่นตระหนกสับสนมึนงงว่าตนเองอยู่ที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายบ้าง
รสสุคนธ์นั่งปรับจูนสายตาได้สิบห้านาที น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถามพ่อหนุ่มทรงหมอทันทีด้วยใบหน้าซีดไร้สีติดระหวาดระแวงเหมือนแมวไม่ชินถิ่น นาฬิกาสมาร์ตวอตช์ถูกวางทิ้งตรงโต๊ะลิ้นชักข้างเตียงแต่ไม่มีร่องรอยโทรศัพท์มือถือราคาแพงตั้งวางอยู่ข้างกัน“ผมอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้นกับผม….”
“ตอนนี้คุณอยู่ที่เกาะแลตะวัน เป็นเกาะส่วนตัวของครอบครัวตระกูลชลาเมธากุล คุณน่าจะประสบอุบัติบางอย่างทางทะเลแล้วร่างพัดเข้ามานอนสลบตรงริมหาดเมื่อสี่วันก่อน ผมกู้เอาประวัติชื่อแซ่ประวัติคุณจากไอคราวน์สมาร์ตวอตช์มาดำเนินการรักษาบนเกาะ”
“อ่าว แล้วโทรศัพท์ผมล่ะ?”
“ไม่เห็นนะ ผมเจอแค่นาฬิกาข้อมือ สงสัยอาจจมหายสักแห่ง”
“…..ใครเป็นคนช่วยผมครับ คุณหรอ?”
“เปล่า คนพบคุณคนแรกคือเจ้าของเกาะคนปัจจุบันชื่อป๋าทินกรเขารีบบึ่งจากแม่ฮ่องสอนพอทราบเรื่องสึนามิถล่มเกาะ ส่วนผมเป็นหมอประจำตระกูลชื่อ มะพร้าว เรียกว่าพี่พร้าวหรือหมอมะก็ได้ ดูทรงเราน่าจะอายุน้อยกว่าพี่”
“ครับ….พี่พร้าวขอบคุณนะครับที่ช่วยชีวิตผม”
“โถ่ ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอก ไปขอบคุณป๋าทินดีกว่าเขาอุตส่าห์แวะเฝ้าเราแทบทุกคืนหลังพบเราเลยนะ” ยาหยียกมือไหว้ทั้งสายน้ำเกลือปักแขน แม้สมองกำลังมึนงงเต็มแก่แต่เขาจะพยายามทบทวนไหลตามสถานการณ์ไปก่อน
สรุปเขายังไม่ได้ตายใช่ไหม แล้วคุณพี่สาวห่มสไบฟ้าแต่งหน้าปังปั้วะบนเรือประมงนั่นคือภาพความฝันหรอ ถ้าคุณคนนั้นเป็นความฝันก็คงเป็นฝันที่สมจริงยิ่งกว่าโรงimax เนื่องจากตัวเขารู้สึกราวกับเกือบขาดอากาศหายใจจวนใกล้ตายของจริงและหากอ้างอิงความเชื่่อตามหลักคนไทย หากมันไม่ใช่ความฝันแบบที่เขาคิดไว้ คุณพี่สาวสไบฟ้าคนนั้นอาจเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาภาวนาขอพรก่อนสติดับวูบตอนจมลงใต้มหาสมุทรอันดามัน แต่เอาเหอะว่ะอีหยี ไม่ว่าโชคชะตาหรือพายุเป็นใจยังไงอย่างไรก็ช่าง ต้องขอบคุณที่ตัวเขายังโชคดีมีชีวิตนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้“แล้วคุณป๋าทินที่พี่ว่าเขาอยู่ที่ไหนหรอครับ”
“น่าจะอยู่บนบ้านใหญ่ไม่ก็ท่าเรือ กำลังสั่งให้น้องชายไปตาม”
“เอ่อ...ถ้าผมถามงี้จะฟังดูเสียมารยาทไหม แต่ทำไมเขาต้องมาเฝ้าผมทุกคืนด้วยล่ะครับ” นั่นน่ะสิ คนแปลกหน้าที่ลอยตามน้ำทะเลใยคุณเจ้าของเกาะถึงดูแลเอาใจใส่เขาขนาดนั้นด้วยวะ
“รายนั้นก็ไม่ได้บอกรายละเอียดพี่เหมือนกัน บอกแค่ว่าเขาเคยรู้จักเราน่ะ แต่เท่าที่พี่เห็นเขาดูเป็นห่วงน้องมากเลยนะ” ประโยคถัดมายิ่งชวนทำยาหยีมึนตึ้บหัวตันกว่าเดิม นิ้วเรียวชี้หันเข้าที่ร่างตัวเองแล้วตั้งคำถามมากมายจนใบหน้าหวานหลุดเบ้เหมือนมีมอิหยังวะ
“เขาเคยรู้จักผม?”
“ใช่ เราอาจเคยเจอเขาสมัยวัยรุ่นแหละ เพราะปกติตั้งแต่พี่ติดตามป๋าทินมาพี่ยังไม่เคยเจอหน้าเราเลย” เอาเข้าไปตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าอะไรมันเกิดขึ้นกับเขาบ้าง หากย้อนวันวานเมื่อหลายปีก่อนก็ต้องเป็นช่วงตอนเขาอาศัยอยู่ในห้องเช่าแถวสลัมเลยไม่ใช่หรือไง
แล้วคนระดับทายาทเศรษฐีมีเกาะส่วนตัวจะมาเกลือกกลั้วรู้จักกับเขาเนี่ยนะ?ระหว่างมะพร้าวและยาหยีพูดคุยอัปเดตข่าวสารไม่นานแรงสั่นสะเทือนฝีเท้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินจ้ำอ้าวจากบันไดภายนอกตามด้วยเสียงเปิดประตูห้องพักดังสนั่นหวั่นไหวกลอนประตูไม้ผสมเหล็กแทบแตกทะลุผนังเรือน
“พี่พร้าวครับ!!! พี่พร้าววว”
“โอ้ยยยมึงจะตะโกนหาแม่มึงอ่อ คนเจ็บเขาพึ่งฟื้นไหม” มะพร้าวเท้าเอวเชิงปลงตกหัวบ่คืนกับน้องชายในลายเลือดตนแล้วบ่นด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“โทษทีพี่ ผมลืมตัวว่ะ” ชายหนุ่มเสื้อฮาวายยืนเกาหัวแกรก ๆ พร้อมก้มขอโทษหนุ่มผมสีลูกกวาดตามมารยาท หมอมะพร้าวรีบผายมือแนะนำผู้มาใหม่ด้วยท่าทีใจเย็นดังเดิมหลังเผลอวีนใส่เจ้าหนุ่มนี่จนหูลู่
“นี่ไอ้กะทิน้องชายแท้ ๆ ของผมเอง”
“สวัสดีครับคุณกะทิ”
“สวัสดีครับคุณยาหยียินดีที่คุณฟื้นนะ” กะทิส่งยิ้มให้เขาอย่างเก้อเขินจนพี่ชายต้องกระแอมไอ เพื่อวกถามหาสาเหตุของการรีบร้อนก่อนหน้า
“อ้าว! ป๋าทินล่ะ ไม่มาด้วยกันหรอ”
“ป๋าฝากมาบอกว่าขอเวลาเคลียร์ธุระแถวท่าเรือเสร็จจะมาพบพี่เขาช่วงหัวค่ำ แต่เขากำชับเพิ่มด้วยว่าถ้าคุณคนเจ็บต้องการให้ช่วยพี่เขาได้เลยไม่ต้องรอคำสั่ง”
“โอเค น่าจะสะสางเคลียร์ตรวจสอบประเมินความเสียหายตรงโซนเรือประมงให้เสร็จภายในวันนี้”
“พี่ชายไม่ทราบว่าชื่ออะไรครับ มีอาการปวดหัวเปล่า รู้สึกหิวข้าวมากไหม” วัยรุ่นชายรูปร่างสูงใหญ่เขยิบตัวยืนข้างเตียงผู้ป่วย เกาะขอบเตียงไม้จดจ้องมองเข้าตาลุกวาวราวกับหมาโกลเด้น
“ไอสัดทิ! คนเขาเพิ่งฟื้นมึงจะรัวคำถามใส่เพื่อ! หนวกหูน่ารำคาน!!”
“ขอโทษอีกรอบได้ป่ะล่ะ มึงนี่ก็เห่าเป็นหมาปอมเลยแม่ง” กะทิตอบประชดพี่ชายเลยโดนฝ่าตีนถีบเข้าอย่างจังบริเวณสีข้าง ชายวัยรุ่นร่างสูงจึงตั้งการ์ดเตรียมล็อคเอวคนพี่ไว้อยู่หมัด ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันจนยาหยีนั่งเลิ่กลั่กต้องคอยห้ามปรามเบรกการวิวาทระหว่างศึกสายเลือด
“พี่ชื่อยาหยีเรียกแค่พี่หยีเฉย ๆ ก็ได้ครับ….เอ่อ..ตอนนี้ก็แอบปวดระบมมากเลยเหมือนหัวแทบระเบิดแหนะ”
“ดีละครับ ไม่แปลกใจเท่าไหร่ทำไมถึงปวดระบม เลือดไหลออกท่วมหัวเยอะขนาดนั้น ตอนป๋าทินอุ้มเข้าห้องพยาบาลมาพวกผมคิดว่าพี่ตายแล้วซะอีก”
“คำพูดคำจามึงนี่น้า ตอนเด็กกูน่าจับเอาขี้เถ้ายัดปากให้ตายห่าจะได้ไม่โตมาติดสันดานปากสากกระเบือเหมือนป้าแจ่ม”
“ถึงกูจะปากหมาแต่หน้ากูหล่อกว่ามึงละกันจ้า” กะทิเบะแลบลิ้นล้อเลียนคนพี่ด้วยสีหน้ายียวนกวนประสาท คุณหมอหนุ่มไม่รอช้าคว้าล็อคต้นคอคนน้องเซล้มกองล้มพื้นไม้ ไม่วายโดนน้องชายกัดแขนจนร้องจ๊ากด้วยความเจ็บปวด
จนกระทั่งมีเสียงเคาะประตูจากหน้าห้องพักร้องเรียกหยุดสงครามประสาทของคนทั้งคู่ มะพร้าวสะบัดตัวออกจากร่างควายของน้องชายแล้วเปิดต้อนรับคนมาใหม่“เห้อออ มีเรื่องตีกันได้ทุกวันนะพี่น้องคู่นี้” ผู้มาเยือนคนใหม่ร่างกายกำยำผิวขาวเหลืองนัยน์สีน้ำข้าวราวกับลูกครึ่งไม่ต่างจากยาหยีรูปร่างสูงยาวเข่าดียืนพิงประตูบ้านที่กะทิเปิดค้างไว้ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายตามสไตล์สองพี่น้องบ้านหมอในมือยกถือถาดสำรับกับข้าวเดินมาวางลงตรงโต๊ะข้างเตียงคนป่วยด้วยสีหน้าเอือมระอา
“ก็ที่รักดูมันสิ ปากหมาพาซวยตลอดไม่รู้เมื่อก่อนพ่อเอาไรให้มันกินแทนข้าว” มะพร้าวชี้หน้าน้องชายฟ้องบอก ขุนเขา บอดี้การ์ดคนสนิทมือขวาของป๋าทินกร อายุคนทั้งคู่ค่อนข้างไล่เลี่ยกันแถมตอนนี้พวกเขาก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินคำว่าเพื่อนร่วมงานไปมากโข
“เอาเถอะหน่า เธออย่าใส่ใจคำพูดไอทิมันมากเลย ไม่อายคนไข้บ้างรึไงหื้อ” ขุนเขาหยิกจมูกหมั่นเขี้ยวคนรัก มะพร้าวรีบถอยห่างบอดี้การ์ดหนุ่มพร้อมตีอกเพราะไม่อยากโชว์หวานต่อหน้าคนไข้ พลิกบุคลิกคุณหมอมาดเหวี่ยงกลายเป็นแมวน้อยอ้อนเจ้าของ ยิ่งทำกะทิถึงกับเบ้ปากมองบนหมั่นไส้พี่ชายที่ทำประชากรในห้องพักคนไข้บนบ้านต้นไม้กลายธาตุอากาศ
เอออ้อนผัวเก่งงงง อย่าให้มีบ้างละกัน เหม็นความรักกรุบ!“พี่คนนี้คือใครหรอครับ?” ยาหยีขอขัดจังหวะพลอดรักสักครู่ จู่ ๆ ตัวละครใหม่โพล่มาจากไหนไม่รู้อิหยีมันก็นั่งโสดตาแตกไปดิ
“นี่น้องยาหยีพึ่งฟื้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน/ ส่วนพี่คนนี้ชื่อขุนเขาเป็นคนสนิทป๋าทิน” หมอพร้าวผายมือแนะนำตัวทั้งสองฝ่าย ยาหยียกมือไหว้พี่ชายตาฟ้าหน้าตาลูกครึ่งฝรั่งตะวันตก
“และว่าที่สามีของหมอมะพร้าวด้วยครับ” ขุนเขายิ้มหวานนำเสนอสถานะสำคัญยืดอกภาคภูมิ มิวายโดนหนุ่มคนรู้ใจตีอกไปหนึ่งข้อหาหมั่นไส้แฟนเกินอัตรา ยาหยีเพ่งมองสังเกตเห็นแหวนทองคำขาวบนนิ้วนางข้างซ้ายชายทั้งสองก็ร้องอ๋อออกมาเบา ๆ เข้าใจกะทิละทำไมชอบเหน็บแนมพี่ชายนักหนา เป็นนี่แค่พึ่งฟื้นมายังอิจฉาตาร้อนแทน
“ไอ้ทินมันมาช่วงหัวค่ำพอดีมีแขกไม่ได้รับเชิญเข้าเยี่ยม...”
“คนนอกหรอที่รัก”
“ใช่ สงสัยจะมาตามหาน้องยาหยีน่ะ” แม้ขุนเขาไม่ได้ตามวงการศิลปิน ดารา นัักร้อง มากเสียเท่าไหร่แต่ข่าวการหายตัวไปของคนดังยังไงก็มีแสงส่งถึงชาวบ้านหมู่เกาะละแวกใกล้เคียงรวมถึงรูปภาพชายหนุ่มแปะหราบนหน้าสื่อโซเชี่ยล สงสัยน้องหนูคนนี้คงไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว
ซึ่งตัวเขารู้จักดีเป็นพิเศษด้วยซ้ำ..
‘แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก’ คนทั้งคู่ยืนหอบเหนื่อยหายใจหอบถี่ ยาหยีพยุงคนพี่ชวนกันนั่งพักเก้าอี้พลาสติกข้างถนนตรงแถวป้ายรถเมล์เก่า เขากุมท้องนิ่วหน้าเล็กน้อยปล่อยให้คุณน้องชายข้างห้องสอบถามอาการเบื้องต้นจ้อแจ้ “พี่โอเคไหมเนี่ย” “เธอล่ะโอเคป่าว” “ผมโอเค พวกมันไม่ได้แอ้มผมหรอก” รสสุคนธ์เอาหลังมือเช็ดเหงื่อรอบคอตัวเอง พลางเหลือบสังเกตเห็นคนข้างกายใช้มือกุมตรงท้องว่ามีเลือดไหลซึมเปรอะเสื้อยืดสีดำ ยาหยีจึงช่วยคลำขอเช็คดูแผลร่างสูงและเมื่อเปิดเสื้อก็เห็นร่องรอยมีดบาดขนาดย่อมยาวเกือบหกเซ็นประดับบนลอนกล้ามซิคแพคบริเวณสะเอวสอบ “ตายจริง นี่พี่โดนตรงท้องด้วยหรอ” “อื้อ แค่ถาก ๆ ” “ถากก็บ้าละพี่ ไหนผมขอดูอีกที” ฮังเลพิงกำแพงอิฐมองคุณน้องข้างห้องกำลังพินิจพิเคราะ์รอยแผลด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งช็อกตะลึงในความสามารถของคนตัวเล็กทั้งรู้สึกขอบคุณที่ยอมต่อสู้เพื่อปกป้องเขา แม้พวกเราเคยมีคุยกันแค่เพียงประปรายเท่านั้น ดวงตาคมเฉี่ยวหลบสายตาเมื่อยาหยีจับได้ว่าเขากำลังเผลอมองหน้าอีกฝ่ายนานเกินไป เขากระแอไอพร้อมเอ่ยคำชมขณะเสมองโฟกัสถังขยะสีเขียวแทน “เธอสู้เก่งจัง” “เก่งจงเก่งจังอะไรเล่า ผมก็แค่เรียนเอาเ
※ความรุนแรง / เลือด / ของมีคมย้อนกลับไป วันที่ 16 ตุลาคม ปี 2018 ฤดูปลายฝนต้นหนาวและความทรงจำระหว่างพวกเราถูกขีดเขียนบอกเล่าเรื่องราวที่หมู่บ้านสลัมเก่าย่านมหานครเมืองหลวง ณ เวลา 21:34 น. เด็กหนุ่มนามว่ายาหยีวัยยี่สิบปีบริบูรณ์ในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยผมสีดำสนิทกำลังเดินสะพายกระเป๋าสะพายมือซ้ายถือร่มถือขวาไอศกรีมแท่งรสโปรดเป็นรางวัลให้ตัวเองหลังหารายได้พิเศษช่วยเพื่อนขายลูกชิ้นทอดทุกตลาดนัดวันศุกร์เพื่อแบ่งเงินเก็บซื้อชุดประกวดร้องเพลงรายการทีวีที่จะเปิดรับสมัครรอบออดิชั่นในอีกสองเดือนข้างหน้า ซอกซอยชุมชนสลัมแออัด หนทางกลับถิ่นฐานสลับซับซ้อนและมืดมน ห้องเช่าเลขที่61/1ตั้งอยู่ลึกสุดซอยเปลี่ยวแคบ ริมทางซ้ายมือมีคลองท่อระบายน้ำสีดำทมิฬพัดพาเอาขยะเน่าเสียไหลผ่านเกาะติดตามริมทางสร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์โชยว่อน กลุ่มแมลงวันรุมตอมจนต้องคอยปัดเป่าเอาพวกมันออกตลอดเวลาสร้างความน่ารำคาญให้กับคนตัวเล็กที่หวงแหนไอติมราคาสิบห้าบาทยั่งชีพมิยอมแบ่งให้แมลงวันตอมขี้มาบู้บี้แย่งความอร่อยของเขาไป “อ้าวไอหยี เอ็งขายลูกชิ้นกับไอก้อยเสร็จแล้วรึ” ป้าพิน แม่ค้าร้านขายของชำประจำหัวซอยหนึ่งนั่งพับเหรียญโปรยทาน
ขุนเขาเดินเข้ามานั่งข้างเตียงคนไข้ แววตาเปลี่ยนโหมดคลั่งรักสดใสแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งแผ่พลังงานจริงจังจนคนรอบตัวต้องย้ายถิ่นฐานทำงานตามหน้าที่ตนไม่ยืนวนรบกวนเวลาตรวจสอบของมือขวาป๋าทินอดีตตำรวจสายสืบมือฉมัง “น้องหยีพี่ขอถามหน่อยสิ ตอนนี้ข่าวการออกมาตามหาน้องนอกเมืองกำลังดังระดับประเทศ เราคงเป็นพวกคนดังระดับแนวหน้าประมาณนั้นสินะ” “ถ้าเอาตามตรงก็ใช่ครับ” “น้องโดนสึนามิพัดใช่ไหม แล้วเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นมันเกิดอะไรขึ้นครับ พอทบทวนความทรงจำเล่าข้อมูลเบื้องต้นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีได้รึเปล่าเผื่อมีเจ้าหน้าที่เขาถามมา” “….ผมขี่เจ็ทสกีเล่นรอบเกาะแลจันทร์ครับ จริง ๆ มันคือความผิดผมเองที่คะยั้นคะยอขอเจ้าของร้านเจ็ทสกีออกขี่เรือตอนฟ้ามืดครึ้มมัวดิน สักพักก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนภัยพิบัติบนหอคอยดังสนั่นรอบชายเกาะ พี่เจ้าของร้านเธอโทรมาแจ้งว่าพายุไซโคลนเคลื่อนตัวตรงเขตแลตะวันที่ผมเผลอขับเลยจากเขตแลจันทร์ไกลพอสมควร ผมเห็นพายุลูกใหญ่พัดมาด้วยความเร็วสูง...ผมพยายามสตาร์ทเรือแต่เหมือนน้ำมันเรือหมดจึงรีบบอกพี่เจ้าของร้านแต่ก็ไม่ทันดันโดนพายุหมุนพัดปลิวตกน้ำก่อน….หัวของผมกระแทกขอนไม้จากนั้นผมน่าจ
“คุณครับ ได้ยินผมรึเปล่า” ชายหนุ่มแว่นกลมเสื้อขาวทวนถามผู้บาดเจ็บขณะมองถุงน้ำเกลือเพื่อตรวจดูปริมาณว่าลดลงมากน้อยแค่ไหน คนไข้ร่างเล็กจึงค่อย ๆ ไหวพยักหน้ารับแม้สายตาจะยังฝ้าฟางปรับความชัดได้แค่ประมาณ 240p ยาหยีพยุงตัวลูบหัวตัวเองเล็กน้อยโดยมีชายคนนี้ถอดหน้ากากออกซิเจนแล้วช่วยประคองจับตัวพยุงเขานั่งบนเตียงไม้แล้วเอาหมอนอิงพิงหลังให้ พ่อหนุ่มแว่นกลมรีบหาน้ำหาหลอดมาป้อนแก่ร่างเล็กจิบแก้คอแห้งหลังฟื้นจากนิทรานานถึงสี่วัน “คุณยังไม่ต้องรีบพูดนะ ดื่มน้ำช้า ๆ ก่อนรอสายตาปรับแสงไม่งั้นคุณคงมึนหัวกว่าเดิม” ชายหนุ่มแว่นกลมพูดดักคนไข้เพราะเขาเข้าใจดีว่า ตอนนี้อีกคนอาจจะกำลังตื่นตระหนกสับสนมึนงงว่าตนเองอยู่ที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายบ้าง รสสุคนธ์นั่งปรับจูนสายตาได้สิบห้านาที น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถามพ่อหนุ่มทรงหมอทันทีด้วยใบหน้าซีดไร้สีติดระหวาดระแวงเหมือนแมวไม่ชินถิ่น นาฬิกาสมาร์ตวอตช์ถูกวางทิ้งตรงโต๊ะลิ้นชักข้างเตียงแต่ไม่มีร่องรอยโทรศัพท์มือถือราคาแพงตั้งวางอยู่ข้างกัน “ผมอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้นกับผม….” “ตอนนี้คุณอยู่ที่เกาะแลตะวัน เป็นเกาะส่วนตัวของครอบครัวตระกูลชลาเมธากุล คุณน่าจะปร
ปรากฏการณ์สึนามิสูงห้าเมตรพัดกระหน่ำเกาะทางใต้อย่างรุนแรง ในรอบ30ปีโดยไม่มีการแจ้งเตือนจากกรมอุตุวิทยามาก่อนส่งผลให้ชาวบ้านตามหมู่เกาะของประเทศไทยถูกคลื่นน้ำซัดพังบ้านเรือนเสียหาย มีจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่าสองพันรายและผู้สูญหายเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือศิลปินชายมากความสามารถบังเอิญมาทริปพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนเกาะแลจันทร์พอดิบพอดี ระยะเวลาผันผ่านเข้าสู่วันที่ 4 ทางทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงชาวบ้านต่างร่วมด้วยช่วยกันออกตามหาซุปตาร์นักร้องชื่อดังหลังได้รับการแจ้งข่าวจากเจ้าของร้านเช่าเจ็ทสกี ในเหตุการณ์ที่ ยาหยี รสสุคนธ์ โดนคลื่นซัดตกกลางทะเลจมหายไปกับกระแสน้ำขณะขับขี่เจ็ทสกีเที่ยววนรอบหาดแม้สภาพอากาศยังคงมืดครึ้มมีละอองฝนตกตลอดสัปดาห์ สำนักข่าวหลายแห่งยืนพูดรายงานข่าวป่าวประกาศแทบทุกช่องจนกลายเป็นข่าวแพร่สะพัดทั่วประเทศ บรรดาแฟนคลับ เซเลปดาราศิลปินวงการบันเทิง เหล่าอินฟูลฯ และบุคคลทั่วไปร่วมใจแห่กันแสดงความเห็น อวยพรขอให้เจอตัวของนักร้องหนุ่มในเร็ววันกระทั่ง #ตามหายาหยี ฮิตติดเทรนด์อันดับหนึ่งบนโลกอินเทอร์เน็ต ทางด้านผู้จัดการส่วนตัวสาวประเภทสองอย่างนาย เม็ดทราย ป
เสียงคลื่นน้ำสาดซัดกระเซ็นเรียกสติสัมปชัญญะชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันแสนยาวนาน เสื้อผ้าอาภรณ์ยังคงคาชุดเดิมที่ขี่เจ็ทสกีไม่มีผิดเพี้ยน กลิ่นไอทะเลเตะเข้าจมูกคมสัน แสงแดดรำไรส่องแยงดวงตาแทบบอดทำเอายาหยีต้องขยี้ตาสองสามทีแล้วใช้แขนรีบพยุงตัวขึ้นมองดูทัศนียภาพโดยรอบ ตอนนี้เขากำลังนอนหลับบนเรือไม้ประมงพื้นบ้านผูกผ้าสามสีบริเวณหัวเรือหนทางข้างหน้ามีเพียงน้ำทะเลสีมรกตกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา บรรยากาศเงียบสงบอากาศสดชื่นแจ่มใสผิดจากเหตุการณ์มรสุมฝนฟ้าคะนองแบบที่เขาพึ่งพบเจอมาลิบลับ อ่าว แต่จำความล่าสุดเขาพึ่งโดนคลื่นพายุซัดร่างปลิวจมน้ำดิ่งก้นทะเลหาดแลจันทร์แล้วไม่ใช่หรือ ดูดิขนาดรองเท้าอีแตะยังเหลือหนีบคาตีนไว้แค่หนึ่งข้าง หรือเรื่องทุกอย่างมันแค่ความฝัน? หรือวิญญาณเขามันถูกวาร์ปมาที่โลกหลังความตาย?? “กูอยู่ที่ไหนวะเนี่ย…” ยาหยีสะลืมสะลือพูดบ่นพึมพำคนเดียวจนหางตาปะทะกับเงาตะคุ่มของหญิงสาวชุดไทยสีฟ้าอ่อนที่นั่งกอดอกจับไม้พายเท้าคางมองจ้องเขาเขม็ง ร่างเล็กสะดุ้งโหยงเขยิบตัวถอยห่างพลางหันไปมองเรือนร่างนั่นให้ชัดเจน “นั่งกลางท้องเลกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ คงอยู่บ้านเอ็งกระมัง” น้ำเสียงเ






![Boylove the Serise|ดื่มด่ำค่ำคืนอันเร่าร้อน [YAOI] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
