Masuk
งานคอนเสิร์ตจบลงด้วยความโกลาหล ผู้คนและเหล่าแฟนเพลงแตกตื่นวิ่งออกจากฮอลล์คอนเสิร์ตกันจ้าละหวั่นหลังรู้ข่าวว่ามีนักธุรกิจชื่อดังทายาทผู้นำตระกูลหมื่นล้านพ่วงแก็งเจ้าพ่อทรงอิทธิพลคนใหม่นอนหายใจรวยรินนั่งจมกองเลือดตรงบริเวณที่นั่งโซนแขกวีไอพีของศิลปินอย่างไม่ทราบสาเหตุ
สื่อข่าวแพร่สะพัดกระจายไปทั่วหย่อมหญ้าภาพที่เหล่าแฟนคลับถ่ายมาได้คือภาพศิลปินชายเรือนผมสีชมพูกุหลาบทิ้งไมค์ลอยกระโดดวิ่งลงเวทีเพื่อดูอาการชายคนดังกล่าวด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ตก่อนจะเอ่ยขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อปิดฉากงานแห่งความทรงจำของบรรดาแฟนเพลงแบบสวยงาม ทว่าจากความประทับใจในงานคอนเสิร์ตเดี่ยวสุดอลังการงานหนึ่งของประเทศไทยกลับกลายเป็นหัวข้อตั้งสงสัยชาวเน็ตพอคลิปวิดีโอนี้กำลังเผยแพร่ลงสู่โลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว ถึงทุกคนไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรแต่ชาวเน็ตไทยก็ภาวนาขอให้คนที่ได้รับบาดเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย ชุดนักร้องประกายวิบวับเปรียบดั่งดวงดาราของศิลปินชายหน้าหวานเปรอะเลอะเลือดสีแดงสดของคนรักนอกวงการจนสภาพยับเยิน คนตัวเล็กน้ำตาไหลเป็นสายจับประสานมือเรียกสติคนพี่บนรถพยาบาลที่กำลังเหยียบคันเร่งสุดตีนตรงดิ่งไปยังห้องฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่พยาบาลตรวจสอบบาดแผลเบื้องต้นพบว่าบริเวณช่องท้องมีร่องรอยรูกระสุนปืนสั้นขนาด9มม.เจาะบนร่างกายและเสี่ยงโดนจุดสำคัญเช่นตับหรือม้ามเพราะดูจากปริมาณเลือดที่เสียเยอะกว่าปกติทำเอาเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลถึงกับเหงื่อตกเคล้าคลอไปกับร่างเล็กที่สะอึกสะอื้นเรียกคนเจ็บตลอดทาง“ฮึก….ที่รัก อยู่กับหยีก่อนนะ ห้ามหลับเด็ดขาดเข้าใจรึเปล่า”เป็นครั้งแรกที่เขาตื่นตระหนกมากที่สุดในชีวิต นัยน์ตาสีน้ำทะเลเปรอะเลอะคราบหยาดน้ำตามองสลับกับใบหน้าหล่อเหลากำลังนอนแน่นิ่งครอบหน้ากากออกซิเจนและสัญญาณชีพจรเริ่มอ่อนเบาลง ทุกคนบนรถหวาดหวั่นแต่พยายามกลั้นใจข่มอารมณ์อดทนให้คนไข้ไปถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย เพียงแค่ห้านาทีทำไมคุณนักร้องกลับรู้สึกเวลามันเดินช้าจนเจียนบ้า แต่ก็ครองสติเข้าไว้ไม่ให้คิดไกลและโฟกัสชายคนรักเป็นอันดับแรก
ชีวิตนี้เขาสูญเสียคนรอบตัวมากมายและจะไม่ยอมเสียชายตรงหน้าไปเพราะเขาอีกแล้วท่ามกลางความเป็นความตาย ขณะที่รถพยาบาลบดล้อเปิดเสียงไซเรนเคลื่อนตัวผ่านสี่แยกบีบแตรขอทางจราจรตลอดทางเพื่อเบี่ยงเข้าวิ่งขึ้นทางด่วนและฝ่าห่าฝนพายุภายนอก ถึงถนนจะเปิดโล่งแต่เพราะความลื่นและเม็ดฝนบดบังทัศนียภาพก็ทำเอาคนขับต้องระวังในการขับขี่มากขึ้นเกือบเท่าตัวแต่แล้วความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เริ่มเข้าแทรก รถยนต์คันสีดำติดฟิล์มหนาประมาณสองคันขับมุ่งโจมตีเพื่อจี้และบี้สีข้างรถพยาบาลจนร่างเล็กกับพวกพี่เจ้าหน้าที่เซกระแทกอุปกรณ์ติดผนังรถจนหัวเกือบแตก พวกมันเปิดประทุนพร้อมใช้ปืนสั้นเก็บเสียงกระสุนยิงใส่รถพยาบาลเพื่อต้องการให้ล้อยางเสียหาย“พี่ครับ หมอบลงก่อนครับ!!” คนตัวเล็กเช็ดน้ำตาอาศัยอุปกรณ์แถวนั้นตั้งโล่ปกป้องพี่พยาบาลที่ปฏิบัติงานที่ช่วยเหลือคนเจ็บ ใบหน้าสวยขบฟันสันกรามจนเห็นเส้นเลือดเคืองแค้นพวกระยำที่มันกล้ากระทำอุกอาจเพื่อหวังแค่อยากสังหารคนของเขาก็เท่านั้น มันไม่ใช่ซาแซงหรือคนวิกลจริตแต่อย่างใด แต่มันคือกลุ่มนักฆ่าของหนึ่งในสมาชิกครอบครัวที่เคยให้กำเนิดเขามาเสียเอง
มือเรียวเปื้อนคราบเลือดหยิบกระบอกปืนสั้นจากเอวที่เสื้อคลุมปกปิดด้วยสีหวาน เขาเตะประตูรถพยาบาลด้านหลังให้เปิดออกพร้อมเล็งจ่อปะทะคนร้าย การกระทำสุดแสนอันตรายทำให้พี่พยาบาลถึงกับต้องกรีดร้อง คนตัวเล็กฟิวส์ขาดตัดสินใจกระหน่ำเหนี่ยวไกปืนยิงสวนแสกหน้าพวกชายฉกรรจ์เหมือนสังเวียนมวยหมัดแลกหมัด เพียงเสี้ยวพริบวินาทีคนตัวเล็กถูกปลายลูกกระสุนเฉี่ยวโดนข้างแก้มงาม กลับกันฝั่งศัตรูเสียหลักชนแบริเออร์คอนกรีตข้างทางกระโปรงรถบี้ยับยู่ยี่ควันโขมงทีนี้ก็เหลือเพียงรถปริศนาคันสุดท้ายที่ขับเสียดสีข้างรถพยาบาลเสมือนตามติดเป็นเจ้ากรรมนายเวร ร่างเล็กหันขวับตะเบ็งเสียงหวานวอนขอพี่คนขับช่วยเหยียบคันเร่งแบบมิดไมล์เพื่อให้รถที่ตามมาขับจี้อยู่ด้านหลังแทน เม็ดกระสุนปืนเริ่มซัดสาดโจมตีเข้ามายิ่งกว่าเม็ดฝนด้านนอก รถคันดังกล่าวยังพยายามตีตื้นและลดบานกระจกลดลงเผยให้เห็นคนบนรถที่ไม่ใช่แค่กลุ่มนักฆ่าร่างเล็กเห็นใบหน้าอันแสนคุ้นเคยที่ยอมปรากฏตัวท่ามกลางบรรยากาศหน้าสิ่วหน้าขวาน คลื่นโทสะเดือดดาลก็เพิ่มก่อร่างเป็นเท่าตัวในหัวไม่รู้สึกวิตกเช่นที่ผ่านมา มือเรียวยกปลายกระบอกปืนขึ้นล็อกเป้าหมายแววตาเอาจริงเอาจังเหนี่ยวไกใส่รถสีดำคนนั้นแบบไม่ยั้งคิดมึงทำกูร้อยครั้งกูไม่เคยว่า แต่มึงกล้าแตะต้องคนที่กูรักก็อย่าหวังว่าจะปล่อยมึงไปง่าย ๆ นักร้องหนุ่มตัดสินใจตาต่อตาฟันต่อฟันกับเสนียดจัญไรในชีวิตเขามาตลอดหลายสิบปี และวันนี้หากต้องเผชิญหน้าคงเป็นวันชี้ชะตาระหว่างเขากับเรื่องบ้าบอนี่ให้ตายกันไปข้างปั๊ง!!!!
‘แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก’ คนทั้งคู่ยืนหอบเหนื่อยหายใจหอบถี่ ยาหยีพยุงคนพี่ชวนกันนั่งพักเก้าอี้พลาสติกข้างถนนตรงแถวป้ายรถเมล์เก่า เขากุมท้องนิ่วหน้าเล็กน้อยปล่อยให้คุณน้องชายข้างห้องสอบถามอาการเบื้องต้นจ้อแจ้ “พี่โอเคไหมเนี่ย” “เธอล่ะโอเคป่าว” “ผมโอเค พวกมันไม่ได้แอ้มผมหรอก” รสสุคนธ์เอาหลังมือเช็ดเหงื่อรอบคอตัวเอง พลางเหลือบสังเกตเห็นคนข้างกายใช้มือกุมตรงท้องว่ามีเลือดไหลซึมเปรอะเสื้อยืดสีดำ ยาหยีจึงช่วยคลำขอเช็คดูแผลร่างสูงและเมื่อเปิดเสื้อก็เห็นร่องรอยมีดบาดขนาดย่อมยาวเกือบหกเซ็นประดับบนลอนกล้ามซิคแพคบริเวณสะเอวสอบ “ตายจริง นี่พี่โดนตรงท้องด้วยหรอ” “อื้อ แค่ถาก ๆ ” “ถากก็บ้าละพี่ ไหนผมขอดูอีกที” ฮังเลพิงกำแพงอิฐมองคุณน้องข้างห้องกำลังพินิจพิเคราะ์รอยแผลด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งช็อกตะลึงในความสามารถของคนตัวเล็กทั้งรู้สึกขอบคุณที่ยอมต่อสู้เพื่อปกป้องเขา แม้พวกเราเคยมีคุยกันแค่เพียงประปรายเท่านั้น ดวงตาคมเฉี่ยวหลบสายตาเมื่อยาหยีจับได้ว่าเขากำลังเผลอมองหน้าอีกฝ่ายนานเกินไป เขากระแอไอพร้อมเอ่ยคำชมขณะเสมองโฟกัสถังขยะสีเขียวแทน “เธอสู้เก่งจัง” “เก่งจงเก่งจังอะไรเล่า ผมก็แค่เรียนเอาเ
※ความรุนแรง / เลือด / ของมีคมย้อนกลับไป วันที่ 16 ตุลาคม ปี 2018 ฤดูปลายฝนต้นหนาวและความทรงจำระหว่างพวกเราถูกขีดเขียนบอกเล่าเรื่องราวที่หมู่บ้านสลัมเก่าย่านมหานครเมืองหลวง ณ เวลา 21:34 น. เด็กหนุ่มนามว่ายาหยีวัยยี่สิบปีบริบูรณ์ในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยผมสีดำสนิทกำลังเดินสะพายกระเป๋าสะพายมือซ้ายถือร่มถือขวาไอศกรีมแท่งรสโปรดเป็นรางวัลให้ตัวเองหลังหารายได้พิเศษช่วยเพื่อนขายลูกชิ้นทอดทุกตลาดนัดวันศุกร์เพื่อแบ่งเงินเก็บซื้อชุดประกวดร้องเพลงรายการทีวีที่จะเปิดรับสมัครรอบออดิชั่นในอีกสองเดือนข้างหน้า ซอกซอยชุมชนสลัมแออัด หนทางกลับถิ่นฐานสลับซับซ้อนและมืดมน ห้องเช่าเลขที่61/1ตั้งอยู่ลึกสุดซอยเปลี่ยวแคบ ริมทางซ้ายมือมีคลองท่อระบายน้ำสีดำทมิฬพัดพาเอาขยะเน่าเสียไหลผ่านเกาะติดตามริมทางสร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์โชยว่อน กลุ่มแมลงวันรุมตอมจนต้องคอยปัดเป่าเอาพวกมันออกตลอดเวลาสร้างความน่ารำคาญให้กับคนตัวเล็กที่หวงแหนไอติมราคาสิบห้าบาทยั่งชีพมิยอมแบ่งให้แมลงวันตอมขี้มาบู้บี้แย่งความอร่อยของเขาไป “อ้าวไอหยี เอ็งขายลูกชิ้นกับไอก้อยเสร็จแล้วรึ” ป้าพิน แม่ค้าร้านขายของชำประจำหัวซอยหนึ่งนั่งพับเหรียญโปรยทาน
ขุนเขาเดินเข้ามานั่งข้างเตียงคนไข้ แววตาเปลี่ยนโหมดคลั่งรักสดใสแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งแผ่พลังงานจริงจังจนคนรอบตัวต้องย้ายถิ่นฐานทำงานตามหน้าที่ตนไม่ยืนวนรบกวนเวลาตรวจสอบของมือขวาป๋าทินอดีตตำรวจสายสืบมือฉมัง “น้องหยีพี่ขอถามหน่อยสิ ตอนนี้ข่าวการออกมาตามหาน้องนอกเมืองกำลังดังระดับประเทศ เราคงเป็นพวกคนดังระดับแนวหน้าประมาณนั้นสินะ” “ถ้าเอาตามตรงก็ใช่ครับ” “น้องโดนสึนามิพัดใช่ไหม แล้วเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นมันเกิดอะไรขึ้นครับ พอทบทวนความทรงจำเล่าข้อมูลเบื้องต้นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีได้รึเปล่าเผื่อมีเจ้าหน้าที่เขาถามมา” “….ผมขี่เจ็ทสกีเล่นรอบเกาะแลจันทร์ครับ จริง ๆ มันคือความผิดผมเองที่คะยั้นคะยอขอเจ้าของร้านเจ็ทสกีออกขี่เรือตอนฟ้ามืดครึ้มมัวดิน สักพักก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนภัยพิบัติบนหอคอยดังสนั่นรอบชายเกาะ พี่เจ้าของร้านเธอโทรมาแจ้งว่าพายุไซโคลนเคลื่อนตัวตรงเขตแลตะวันที่ผมเผลอขับเลยจากเขตแลจันทร์ไกลพอสมควร ผมเห็นพายุลูกใหญ่พัดมาด้วยความเร็วสูง...ผมพยายามสตาร์ทเรือแต่เหมือนน้ำมันเรือหมดจึงรีบบอกพี่เจ้าของร้านแต่ก็ไม่ทันดันโดนพายุหมุนพัดปลิวตกน้ำก่อน….หัวของผมกระแทกขอนไม้จากนั้นผมน่าจ
“คุณครับ ได้ยินผมรึเปล่า” ชายหนุ่มแว่นกลมเสื้อขาวทวนถามผู้บาดเจ็บขณะมองถุงน้ำเกลือเพื่อตรวจดูปริมาณว่าลดลงมากน้อยแค่ไหน คนไข้ร่างเล็กจึงค่อย ๆ ไหวพยักหน้ารับแม้สายตาจะยังฝ้าฟางปรับความชัดได้แค่ประมาณ 240p ยาหยีพยุงตัวลูบหัวตัวเองเล็กน้อยโดยมีชายคนนี้ถอดหน้ากากออกซิเจนแล้วช่วยประคองจับตัวพยุงเขานั่งบนเตียงไม้แล้วเอาหมอนอิงพิงหลังให้ พ่อหนุ่มแว่นกลมรีบหาน้ำหาหลอดมาป้อนแก่ร่างเล็กจิบแก้คอแห้งหลังฟื้นจากนิทรานานถึงสี่วัน “คุณยังไม่ต้องรีบพูดนะ ดื่มน้ำช้า ๆ ก่อนรอสายตาปรับแสงไม่งั้นคุณคงมึนหัวกว่าเดิม” ชายหนุ่มแว่นกลมพูดดักคนไข้เพราะเขาเข้าใจดีว่า ตอนนี้อีกคนอาจจะกำลังตื่นตระหนกสับสนมึนงงว่าตนเองอยู่ที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายบ้าง รสสุคนธ์นั่งปรับจูนสายตาได้สิบห้านาที น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถามพ่อหนุ่มทรงหมอทันทีด้วยใบหน้าซีดไร้สีติดระหวาดระแวงเหมือนแมวไม่ชินถิ่น นาฬิกาสมาร์ตวอตช์ถูกวางทิ้งตรงโต๊ะลิ้นชักข้างเตียงแต่ไม่มีร่องรอยโทรศัพท์มือถือราคาแพงตั้งวางอยู่ข้างกัน “ผมอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้นกับผม….” “ตอนนี้คุณอยู่ที่เกาะแลตะวัน เป็นเกาะส่วนตัวของครอบครัวตระกูลชลาเมธากุล คุณน่าจะปร
ปรากฏการณ์สึนามิสูงห้าเมตรพัดกระหน่ำเกาะทางใต้อย่างรุนแรง ในรอบ30ปีโดยไม่มีการแจ้งเตือนจากกรมอุตุวิทยามาก่อนส่งผลให้ชาวบ้านตามหมู่เกาะของประเทศไทยถูกคลื่นน้ำซัดพังบ้านเรือนเสียหาย มีจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่าสองพันรายและผู้สูญหายเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือศิลปินชายมากความสามารถบังเอิญมาทริปพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนเกาะแลจันทร์พอดิบพอดี ระยะเวลาผันผ่านเข้าสู่วันที่ 4 ทางทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงชาวบ้านต่างร่วมด้วยช่วยกันออกตามหาซุปตาร์นักร้องชื่อดังหลังได้รับการแจ้งข่าวจากเจ้าของร้านเช่าเจ็ทสกี ในเหตุการณ์ที่ ยาหยี รสสุคนธ์ โดนคลื่นซัดตกกลางทะเลจมหายไปกับกระแสน้ำขณะขับขี่เจ็ทสกีเที่ยววนรอบหาดแม้สภาพอากาศยังคงมืดครึ้มมีละอองฝนตกตลอดสัปดาห์ สำนักข่าวหลายแห่งยืนพูดรายงานข่าวป่าวประกาศแทบทุกช่องจนกลายเป็นข่าวแพร่สะพัดทั่วประเทศ บรรดาแฟนคลับ เซเลปดาราศิลปินวงการบันเทิง เหล่าอินฟูลฯ และบุคคลทั่วไปร่วมใจแห่กันแสดงความเห็น อวยพรขอให้เจอตัวของนักร้องหนุ่มในเร็ววันกระทั่ง #ตามหายาหยี ฮิตติดเทรนด์อันดับหนึ่งบนโลกอินเทอร์เน็ต ทางด้านผู้จัดการส่วนตัวสาวประเภทสองอย่างนาย เม็ดทราย ป
เสียงคลื่นน้ำสาดซัดกระเซ็นเรียกสติสัมปชัญญะชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันแสนยาวนาน เสื้อผ้าอาภรณ์ยังคงคาชุดเดิมที่ขี่เจ็ทสกีไม่มีผิดเพี้ยน กลิ่นไอทะเลเตะเข้าจมูกคมสัน แสงแดดรำไรส่องแยงดวงตาแทบบอดทำเอายาหยีต้องขยี้ตาสองสามทีแล้วใช้แขนรีบพยุงตัวขึ้นมองดูทัศนียภาพโดยรอบ ตอนนี้เขากำลังนอนหลับบนเรือไม้ประมงพื้นบ้านผูกผ้าสามสีบริเวณหัวเรือหนทางข้างหน้ามีเพียงน้ำทะเลสีมรกตกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา บรรยากาศเงียบสงบอากาศสดชื่นแจ่มใสผิดจากเหตุการณ์มรสุมฝนฟ้าคะนองแบบที่เขาพึ่งพบเจอมาลิบลับ อ่าว แต่จำความล่าสุดเขาพึ่งโดนคลื่นพายุซัดร่างปลิวจมน้ำดิ่งก้นทะเลหาดแลจันทร์แล้วไม่ใช่หรือ ดูดิขนาดรองเท้าอีแตะยังเหลือหนีบคาตีนไว้แค่หนึ่งข้าง หรือเรื่องทุกอย่างมันแค่ความฝัน? หรือวิญญาณเขามันถูกวาร์ปมาที่โลกหลังความตาย?? “กูอยู่ที่ไหนวะเนี่ย…” ยาหยีสะลืมสะลือพูดบ่นพึมพำคนเดียวจนหางตาปะทะกับเงาตะคุ่มของหญิงสาวชุดไทยสีฟ้าอ่อนที่นั่งกอดอกจับไม้พายเท้าคางมองจ้องเขาเขม็ง ร่างเล็กสะดุ้งโหยงเขยิบตัวถอยห่างพลางหันไปมองเรือนร่างนั่นให้ชัดเจน “นั่งกลางท้องเลกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ คงอยู่บ้านเอ็งกระมัง” น้ำเสียงเ







![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)