Se connecterปรากฏการณ์สึนามิสูงห้าเมตรพัดกระหน่ำเกาะทางใต้อย่างรุนแรง ในรอบ30ปีโดยไม่มีการแจ้งเตือนจากกรมอุตุวิทยามาก่อนส่งผลให้ชาวบ้านตามหมู่เกาะของประเทศไทยถูกคลื่นน้ำซัดพังบ้านเรือนเสียหาย มีจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่าสองพันรายและผู้สูญหายเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือศิลปินชายมากความสามารถบังเอิญมาทริปพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนเกาะแลจันทร์พอดิบพอดี
ระยะเวลาผันผ่านเข้าสู่วันที่ 4 ทางทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงชาวบ้านต่างร่วมด้วยช่วยกันออกตามหาซุปตาร์นักร้องชื่อดังหลังได้รับการแจ้งข่าวจากเจ้าของร้านเช่าเจ็ทสกี ในเหตุการณ์ที่ ยาหยี รสสุคนธ์ โดนคลื่นซัดตกกลางทะเลจมหายไปกับกระแสน้ำขณะขับขี่เจ็ทสกีเที่ยววนรอบหาดแม้สภาพอากาศยังคงมืดครึ้มมีละอองฝนตกตลอดสัปดาห์สำนักข่าวหลายแห่งยืนพูดรายงานข่าวป่าวประกาศแทบทุกช่องจนกลายเป็นข่าวแพร่สะพัดทั่วประเทศ บรรดาแฟนคลับ เซเลปดาราศิลปินวงการบันเทิง เหล่าอินฟูลฯ และบุคคลทั่วไปร่วมใจแห่กันแสดงความเห็น อวยพรขอให้เจอตัวของนักร้องหนุ่มในเร็ววันกระทั่ง #ตามหายาหยี ฮิตติดเทรนด์อันดับหนึ่งบนโลกอินเทอร์เน็ต ทางด้านผู้จัดการส่วนตัวสาวประเภทสองอย่างนาย เม็ดทราย ประกายดาว พอทราบข่าวอุบัติเหตุของเด็กในสังกัดก็รีบขึ้นเครื่องมายังเกาะทันที ตอนนี้เจ้าหน้าที่พึ่งรายงานว่าพวกเขาพบเจอซากเรือเจ็ทสกีคันหนึ่งจมดิ่งก้นบึ้งทะเล ยังไม่มีวี่แววการพบร่างหรือผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด“คุณทรายรู้สึกอย่างไรบ้างคะ ผ่านมาประมาณสี่วันแล้วคุณยาหยียังกลายเป็นผู้สูญหายอยู่เลย” นักข่าวช่องหลายสีเอาไมค์จ่อปากหญิงสาวผมสั้นประบ่าตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวที่ขอบตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วงขนาบข้างด้วยพี่หมีเจ้าของร้านคอยโอบประคองกอดไว้แน่นเพราะกลัวทรายจะเป็นลมเป็นแล้งไปอีก
“ทรายรู้สึกแย่มากค่ะที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ติดตามยาหยีมาด้วยกัน ไม่งั้นทรายคงช่วยน้องมันได้บ้างเรารักเขาเหมือนลูก ทรายไม่อยากคาดหวังอะไรเยอะค่ะ ขอแค่ได้เจอน้้องก็พอไม่ว่าจะเจอในรูปแบบไหนพวกเรายินดีเอาน้องกลับไป”
“แล้วเรื่องตารางงานของน้องล่ะคะ มันจะส่งผลระยะยาวกับทางค่ายมากน้อยแค่ไหน”
“ทางผู้ใหญ่ทุกท่านเข้าใจค่ะ ตอนนี้เราขอโฟกัสการเจอตัวน้องก่อน ภาวนาขอแค่น้องไม่ใช่ผู้สูญหายตลอดไป ส่วนเรื่องอื่นให้เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ”
“เห็นค่ายประกาศเรื่องคอนเสิร์ตเดี่ยวน้องที่กำลังจะจัดในอีกสองเดือนข้างหน้าคือต้องเลื่อนไปก่อนใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ ค่ายและแฟนคลับเราคงคิดเหมือนกัน ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่าเอาน้องกลับมาอีกแล้ว-ฮึก” ทรายเงยหน้าห้ามน้ำตาตัวเองกล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงคอก่อนขอยุติสัมภาษณ์สดและยกมือไหว้ขอโทษผู้สื่อข่าว แล้วนั่งสงบสติอารมณ์ซึ่งมีหญิงสาวเจ้าของร้านเจ็ทสกีคอยปลอบประโลมตลอดเวลา เธอเองก็รู้สึกผิดเช่นเดียวกันที่ปล่อยยาหยีไปขี่เจ็ทสกี ในวันนั้นถ้าเธอไม่ตามใจอีกฝ่ายก็คงไม่เกิดเรื่องราวบานปลายมาขนาดนี้
“พี่ทรายโอเคไหม หมีขอโทษจริง ๆ นะคะ หมียินดีรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดค่ะ” หมียื่นกระดาษทิชชู่นัยน์ตาเริ่มแดงก่ำเล็กน้อยพร้อมเอ่ยคำขอโทษรอบที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่รู้จนทรายก็นับครั้งไม่ถ้วนแล้วเหมือนกัน หญิงสาวผมประบ่าส่ายหัวพัลวันพยายามไม่ทำอีกฝ่ายรู้ผิดไปมากกว่านี้
“ไม่ต้องขอโทษพี่แล้วน้องหมี อย่าโทษตัวเองสิ เหตุการณ์นี้มันคืออุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอกและหมีก็ทำเต็มที่แล้ว” มือเรียวรับกระดาษบอบบางสีขาวเอามาซับน้ำตาพลางพูดปลอบใจทรายเนื่องจากอีกคนคือผู้พบเห็นยาหยีเป็นคนสุดท้าย เธออาจโดนสาดคำถามต่าง ๆ นา ๆ โดนรับแรงกระแทกหรือแรงกดดันทางสังคมหนักสุดในบรรดาพยานคนอื่น
หมีนั่งครุ่นคิดเอามือลูบหน้าตัวเองหักห้ามพลังงานด้านลบที่ประทุขึ้นสุดความสามารถ เธอยอมรับว่าตลอดสามสี่วันมานี้ค่อนข้างกดดันไม่น้อย ขอบตาคล้ำอ่อนล้าอ่อนเพลียแต่ไม่กล้าพักผ่อนเลยอาจมีภาวะสมองตีรวนชวนคิดมากเป็นบางช่วง“โอเคค่ะพี่ หมีจะไม่โทษตัวเองอีก งั้นเรามาช่วยกันหายาหยีไปด้วยกันนะ”
“อื้อ สรุปวันนี้ทีมงานน้องหมีขอแยกทีมตามหาน้องหยีโซนทางเหนือของเกาะใช่ไหม” คนทั้งคู่พยายามเปลี่ยนเรื่องคุยวกกลับเข้าบทสนทนาที่ดูมีประโยชน์มากกว่าพากันรู้สึกดิ่งดาวน์
“ใช่ค่ะ ทางโซนใต้เดี๋ยวปล่อยให้เจ้าหน้าที่ฝั่งนี้ตามหาเหมือนเดิมแต่หมีมีอีกทีมลองออกตามหาทางตอนเหนืออยู่เพราะพายุพัดผ่านระหว่างเกาะนี้และอีกเกาะพอดีแต่เกาะทางนั้นเหมือนจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า”
“ห้ะ? ยังมีหมู่บ้านเกาะอื่นอีกหรอ?”
“ใช่แล้วค่ะ ล่าสุดที่หมีติดต่อน้องหยี ได้ยินว่าน้องเขาจะขี่เลยข้ามเขตไปยังเกาะอีกฟาก มันเป็นเกาะลับส่วนตัวของผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งเอาไว้เพื่อสร้างเซฟเฮ้าส์ต่างอากาศ มีเพียงชาวบ้านและชนเผ่าท้องถิ่นกับพนักงานอาศัยอยู่ประปราย เลยอาจต้องขออนุญาตจากเจ้าของเกาะเสียก่อน”
“แล้วเจ้าของที่นั่นเป็นพวกบุคคลอันตรายรึเปล่า แบบว่า...ทรงเจ้าพ่อมาเฟียอะไรทำนองนี้” ทรายยกประเด็นคำถามกึ่งแอบแซวเมื่อฟังอีกคนเล่าเรื่องราวดังกล่าว แต่กลับเรียกสีหน้ากระอักกระอักอ่วนของหมีแบบปิดไม่มิดจนใจเธอเริ่มสั่นคลอนเพราะคำตอบมันแปะบนหน้าหญิงสาวอายุน้อยกว่าหมดแล้ว
“เอ่อ…...จากเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาหลายสิบปีคือทำนองนั้นเลยค่ะ เพราะผู้มีอิทธิพลคนนั้นเห็นว่าเป็นพวกเจ้าพ่อจากสมาคมใหญ่ระดับประเทศ บรรดาชาวบ้านโซนเกาะแลจันทร์เองก็อกสั่นขวัญผวาเวลาข้ามเขตทางตอนเหนือ ถึงจะยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาแต่เห็นผู้คุ้มกันหนาแน่นขนาดนั้นมันก็น่ากลัวอยู่ดี ถึงขนาดชาวบ้านแถวนี้เรียกที่นั่นว่าเกาะผีด้วยซ้ำ”
“ตายจริง เราจะโดนข้อหาบุกรุกเขตเขาก่อนไหมล่ะเนี่ย…” หญิงสาวชาวกรุงหวาดระแวงกำลังชั่งใจว่าจะเอาไงต่อ เพราะความปลอดภัยระหว่างเธอกับหมีหรือทีมงานยังต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ
“แต่พี่ทรายไม่ต้องกังวลนะ เท่าที่หมีเคยเจอลูกน้องเขามาซื้อของบนตลาดก็ดูเป็นมิตรพอสมควร หมีเชื่อว่าถ้าเราไปดีเจรจาต่อรองคล่อง ติดต่อขอเอาตำรวจทางน้ำนอกเครื่องแบบไปสักสองสามคน ทางนั้นน่าจะยินดีให้ความร่วมมือช่วยเรา”
“เรื่องนี้จะถึงหูนักข่าวไหม”
“พวกเราตกลงแล้วว่าจะขอเดินทางเงียบ ๆ ค่ะถ้าเรื่องถึงสื่อเดี๋ยวเขาต้องยกโขยงทีมไปทำข่าวจนเสียเรื่องเสียราวหมดแน่”
“….” ทรายนิ่งเงียบ สมองเธอถึงทางตันมืดมิดแปดด้านพันล้านสิ่ง ถ้าเธอเลือกไม่ไปและรอคอยพวกเขาอยู่ที่นี่ก็คงไม่ช่วยอะไรให้มันดีขึ้นนอกเหนือจากโกหกปิดบังรับหน้าทางสื่อ
“แต่ถ้าพี่ไม่สบายใจพี่รออยู่ที่นี่กับทีมกู้ภัยก็ได้นะ แค่นี้พี่ก็เดือดร้อนเพราะพวกหนูมามากพอแล้ว” หมีคำนึงถึงความปลอดภัยของคนรอบข้างก่อนเสมอ ตัวเธอน่ะเป็นคนท้องถิ่นต่างก็เคยชินกับสังคมสภาพแวดล้อมบนเกาะมากกว่าคนเมือง ร้านพังเมื่อไหร่ก็ซ่อมได้แต่ชีวิตคนน่ะมันรอไม่ได้ อีกอย่างตอนนี้สถานการณ์มันชุลมุนวุ่นวาย ชาวบ้านท้องถิ่นบ้านเรือนเสียหายเดือดร้อนบาดเจ็บเกือบล้มตายรวมถึงสูญหายมากมายอย่างไรเสียทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกันก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไม่ทางใดทางหนึ่ง
“งั้นหมีคิดว่าควรพี่อยู่ที่นี่ดีกว่า เดี๋ยวหมีให้ลูกน้องอยู่เป็นเพื่อนไว้กันนักข่าวสักสองสามคน” หมีลุกขึ้นพร้อมยืดเส้นยืดสายตัดบทสนทนาอีกฝ่ายเพื่อย่นระยะการตัดสินใจของทราย เธอเองก็ไม่ค่อยอยากจะเอาคนนอกไปเสี่ยงอันตรายเหมือนกัน
ห้วงความคิดมากมายสุดท้ายหญิงสาวชาวกรุงโพลงลุกยืนเทียบเท่าส่วนสูงนางสาวหมีแล้วจับไหล่อีกคนไว้เชิงยุติการประชุมหารือเพราะเธอเลือกแล้วว่าเธอควรจะเข้าร่วมภารกิจนี้ด้วย ยาหยีเปรียบเสมือนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอ จะให้อดทนงอมืองอเท้าร้อนใจรออยู่ที่นี่อย่างเดียวก็ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น“ไม่เป็นไร พี่ขอร่วมด้วย”
“พี่ทรายแน่ใจใช่ไหม” หมีเลิกคิ้วถามเพื่อความชัวร์แต่ตลอดเวลาสามสี่วันที่ผ่านมาเธอก็พอคาดเดานิสัยคุณเม็ดทรายได้ไม่ยาก ไม่รู้นิสัยชาวกรุงเป็นแบบนี้กันหมดทุกคนหรือไม่แต่นิสัยดื้อรั้นกล้าได้กล้าเสีย ดูเหมือนยาหยีจะได้รับนิสัยและจริตจากผู้จัดการสาวมาไม่มากก็น้อย
ห้าวด่องทั้งแม่ทั้งลูก….“แน่สิ พี่สัญญาจะไม่เป็นตัวถ่วงพวกน้องแน่นอนขืนพี่อยู่ตรงนี้ก็ไม่เจอยาหยีอยู่ดี พี่ต้องเจอลูกชายพี่ด้วยตาเนื้อตัวเองเท่านั้น”
“โอเคค่ะ อีกสามสิบนาทีหมีจะเตรียมเรือสมทบกับทีมใหญ่เราค่อยไปหลังทีมหมีตรวจสอบเส้นทางเรียบร้อย” หมีพยักหน้าเคารพการสินใจของผู้จัดการสาว พลางหันหยิบเสื้อชูชีพสีส้มแสดหนาตรงบริเวณม้านั่งยื่นให้พี่ทรายสวมใส่เพื่อเตรียมพร้อมแล้วขอปลีตัวจัดแจงธุระภารกิจตามที่วางแผนไว้
“เดี๋ยวสิน้องหมี แล้วที่นั่นมันชื่อเรียกไหม”
“มันคือเกาะแลตะวัน ต้องนั่งเรือนานเกือบสามชั่วโมง ถ้าพี่ทรายเมาเรือเดี๋ยวหมีหายามาให้ทานก่อน”
“ไม่เป็นไรน้องหมีเอาเวลาเตรียมพร้อมส่วนของหมีเถอะ”
“อย่าดื้อค่ะ เมื่อวานยังไม่เข็ดอีกหรอคะพี่ทรายอ้วกบนเรือตอนออกตามหารอบเกาะตั้งสองรอบแหนะ”
“อ่าาา งั้นรบกวนด้วยนะ”
เป็นเวลากว่า 5 สัปดาห์ที่ยาหยีพักพิงอาศัยอยู่บนเกาะแลตะวัน บรรยากาศช่วงปลายวัชสานฤดูทำให้อากาศไม่ร้อนเท่าไร และแล้วบาดแผลตามร่างกายก็หายดีปกติสุขเหลือเพียงรอยแผลเป็นทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ฟังดูอาจน่าเบื่อที่ตลอดเกือบสองเดือนเขาไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนนอกเหนือสถานที่ในเกาะ แต่ข้อดีคือแลตะวันเป็นมีพื้นที่ขนาดใหญ่จึงมีอะไรทำแก้เหงาอีกทั้งตัวเขายังได้เพื่อนเพิ่มมาอีกสองคน โดยเฉพาะกะทิและไข่มุกที่พวกเราเปิดใจพูดคุยใช้เวลาปรับจูนจนกลายเป็นเหมือนเพื่อนพี่น้องกันแท้ ๆ ไปแล้ว หลังช่วงพิธีต้อนรับยาหยีเข้าสู่ครอบครัวชาวอารัญอย่างเป็นทางการ นิสัยปรับตัวง่ายทำให้ร่างเล็กก็รู้สึกว่าเขาสนิทสนมกับพวกชาวบ้านรวมถึงเหล่าบอดี้การ์ดบนเกาะมากขึ้น พื้นเพตัวเขาเป็นคนติดดินจึงไม่เคยกลัวความลำบากหรือติดหรูอยู่สบาย เราต่างพึ่งพาอาศัยกันแบบคอยเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่มีกำแพงหรืออคติส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องชาติตระกูลมาคอยขวางกั้นดังเช่นแต่ก่อน กรณีเคสคดีล้วนมีความคืบหน้าไปในทางบวก เรื่องคนถูกฆ่าตายยัดใส่กระสอบเริ่มมีเบาะแสเพิ่มเติมสาวถึงกลุ่มจ้างวานฆ่าในท้องถิ่น ทินกรมอบเงินเยียวยาแสดงความรับผิดชอบต่
โต๊ะทำงานมีเอกสารและแฟ้มวางอยู่ประปรายก่อนที่สายตาจะปะทะเข้ากับหนังสือนิยายปกภาพสไตล์สีน้ำที่เขาเคยเห็นมันวางขายตามท้องตลาด ‘ดาวเดือนหงายที่สองแสนไมล์์’ คือหนึ่งในหนังสือนวนิยายเล่มโปรดที่ยาหยีเคยชอบอ่าน จนสามารถคิดไอเดียเขียนเพลงในซิงเกิลที่สี่ของเขา เป็นเรื่องราวเล่าถึงเด็กน้อยที่ชื่อว่า ‘เคน’ มนุษย์ธรรมดาผู้ตกหลุมรักโนวาเทวดาบุตรชายของเทพแห่งดวงจันทร์ ทั้งสองพบกันครั้นตอนเคนได้ช่วยเหลือโนวาตอนยานสะเก็ตดาวตกมายังดาวโลกตอนมนุษย์ทำการทดลองส่งจรวดบังเอิญชนเข้ากับมิติหลุมดำของแดนเทพ เคนหลงรักความงามของโนวาแม้อีกฝ่ายจะเห็นเขาเป็นแค่สหาย ไม่นานพอเทพเจ้าพาโนวากลับดาวจันทร์ พวกเขาจะสามารถกลับมาเจอกันอีกได้ก็ต่อเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงทุกห้าสิบปี แน่นอนอายุขัยมนุษย์ช่างแสนสั้นการได้พบกันในรอบห้าสิบปีมันยาวนานเกินไปสำหรับเคน เด็กหนุ่มจึงวาดฝันไต่เต้าเติบโตมาเป็นนักบินอวกาศเพื่อทดลองสร้างยานเพื่อตามหาประตูทะลุมิติบนดวงจันทร์ แต่ยานอวกาศดันขัดข้องรุนแรงเกิดระเบิดระหว่างเดินทาง ก่อนร่างกายตัวน้อยจะแตกสลายสายตาของเคนที่มองดวงจันทร์จากระยะไม่กี่พันไมล์ทำเพียงอธิษฐานครั้งสุดท้ายแค่ปรารถนาอยากเฝ้า
คนสองคนนอนกกกอดกันบนเตียงนุ่มของหอพักประภาคารสูงหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมเข้าจังหวะอย่างหนักหน่วง ถึงเป็นเซ็กส์แค่ภายนอกแต่ก็เผลอทำกันยันเกือบหว่าง ร่างเล็กนอนทับแขนแกร่งสะลืมสะลือด้วยความอ่อนเพลีย ฮังเลนอนมองคนน่ารักหลับตาพริ้มเลยอดใจไม่ได้ที่จะหอมพวงแก้มนิ่มไปหนึ่งฟอดใหญ่แล้วดึงผ้าห่มคลุมอีกคนไว้ไม่ให้เธอจ๋าหนาว “ทำไมพี่ฮังไม่นอนล่ะ ไม่ง่วงหรอ…” คนตัวเล็กหรี่ตาปรือถามเสียงอ่อยเมื่อเห็นร่างสูงยังนอนมองเขาไม่วางตา ยาหยีสังเกตมาหลายคืนแล้วว่าทุกครั้งที่เรานอนด้วยกันมักจะเป็นคุณป๋าทินกรนั้นตื่นก่อนเพื่อเฝ้านอนมองเขาพร้อมบอกอรุณสวัสดิ์แทบทุกเช้าเสมอ ฮังเลล่ะอยากซื้อเวลาทั้งชีวิตมานอนมองหวานใจไปวัน ๆ มันคงเป็นความสุขเล็กน้อยที่เหมือนรางวัลชีวิตของเขายามรู้สึกเหนื่อยล้า ยาหยีจึงเป็นยาใจความสดใสของชายวัยสามสิบตอนต้นแบบเขาที่แต่ละวันแบกรับเรื่องราวห่าเหวมากมายสารพัดสารภี หากพี่ป๋าคืออาทิตยาของบ้านหมิงแล้วไซร้ รสสุคนธ์ต้นนี้ก็เปรียบดั่งดวงดาราที่เปล่งแสงสว่างไสวภายในหัวใจเพียงหนึ่งเดียวของนายทินกร “ตาเธอสวย พี่ชอบนอนมองตาเธอ มันสีฟ้าเหมือนตาฝรั่ง” “พูดเวอร์ หยีเพิ่งลืมตาเหอะ” “ดีแล้วพี่จะ
เขาเบี่ยงความสนใจเลิกพูดเรื่องชวนปวดหัวแล้วขอตัวหยุดกิจกรรมอ้อยอิ่งกลางคัน ลมเย็น ๆ พัดผ่านหน้าสวยและพวงแก้มกลมวิวทะเลยามดึกที่มีแสงจันทร์สาดตกกระทบระยิบระยับดังดวงดาวกำลังร่ายรำบนท้องทะเลลึก วงแขนมัดกล้ามใหญ่เท่าหัวเข้าสวมกอดคนน้องจากด้านหลัง คางได้รูปวางลงบนไหล่ออดอ้อนเหมือนหมายักษ์ตัวใหญ่กำลังง้อเจ้าของ ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจแต่ทินกรรู้นิสัยอีกฝ่ายดีว่าคุณนักร้องคนเก่งมีมุมบ้าบิ่นแค่ไหนดีสุดคือการไม่ทำให้อีกฝ่ายทำอะไรบุ่มบ่าม หากพลีพลามไปสุดท้ายอาจเกิดอันตรายขึ้นกับตัวยาหยีเอง บางทีการปิดปากเงียบคือสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้เพื่อการสืบรูปคดีจะยังราบรื่น เขายังไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่นยิ่งมีการเข่นฆ่าเพื่อประกาศศักดาระหว่างสองแก็ง แถมข่าวล่าสุดยังมีหนอนบ่อนไส้ในองค์กรยังลอยนวลบนเกาะ หมากเกมที่เขาวางเดิมพันเอาไว้จึงสำคัญจนมันต้องแลกกับการปิดบังอีกคนไปก่อน ความเงียบกลืนกินคนทั้งคู่บนประภาคารหรู รสสุคนธ์ไม่มีท่าทีจะแกะมือกาวตราช้างยี่ห้อฮังเลให้ออกพ้นตัว แต่เขาก็แอบอึดอัดที่ชายผู้เคยเป็นอันที่รักและกำลังหวนรีเทิร์นความสัมพันธ์ดันมีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนเร้นเรื่องราวของพวกแก็งเยว่ที่กำลัง
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราแต่ after party ยังคงอยู่ ร่างสูงลากเก้าอี้เปิดสวิสซ์โคมไฟข้างเตียงมานั่งดื่มเบียร์กินลมชมวิวอยู่ติดบานหน้าต่างบนห้องพักหอคอยป้อมปราการสำรองที่สร้างเสร็จติดกับบ้านต้นไม้คนเดียว เลยยังไม่มีใครสามารถขึ้นมาได้โดยไม่ได้รับอนุญาต เหล่าบอดี้การ์ดที่เหลือต่างก็แยกย้ายกลับเข้าที่พักถิ่นฐานบ้างก็ขอดื่มต่อยันหว่างตรงโซนลานงานเพราะไหน ๆ วันพรุ่งนี้ป๋าทินประกาศออกคำสั่งเรียบร้อยว่าคือวันพักผ่อน ยกเว้นเสียแต่บางรายที่ต้องทำมาหากินหรือเตรียมออกเรือข้ามฟากไปซื้อเครื่องใช้ในตัวเกาะแลจันทร์ กลิ่นแป้งกระดังงาคละคลุ้งฟุ้งมาก่อนตัว ทินกรวางแก้วเบียร์แล้วหันไปทักทายร่างเล็กที่แก้มแดงแจ๋มีมงกุฎดอกไม้ประดับสวมบนหัวทุย ดูจากทรงแล้วเหมือนจะโดนรับน้องเล่นจนเมากรึ่มแต่คงครองสติเดินตรงมาหาเขาราวกับภาพย้อนอดีตเมื่อห้าปีก่อนที่บาร์ร้านเจ๊นา เพียงแต่กาลเวลามันทำคนเติบโตและช่ำชองประสบการณ์ “เธอขึ้นมาได้ไงเนี่ย” “พี่ขุนเขาบอกว่าพี่ชอบแอบมาอยู่ที่นี่” เสียงทะเลคลื่นซัดเข้าฝั่ง ยาหยีขึ้นคร่อมนั่งตักหันหน้าเข้าหาคนพี่ก้มมองไล่ตั้งแต่ดวงตาสีเทาลามถึงริมฝีปากบางเฉียบ ไม่รู้อีกคนแกล้งเมาหรือแค
ผ่านไปหลายสิบนาทียาหยีเส้นเสียงยาหยีก็เริ่มแหบแห้งเหมือนลูกแพะพึ่งคลอดจริง ๆ จึงส่งช่วงแก่ทีมงานคนอื่นโชว์ออฟพลังเสียงดูบ้าง ฮังเลยื่นแก้วน้ำให้หวานใจแล้วพานั่งพักคลื่นน้ำริมทะเลหยอกล้อตบตีหยิกหูตามประสาพวกคนคลั่งรัก ทำคนโสดสนิทวัยรุ่นวัยทองต้องแอบแซวที่นาน ๆ ทีจะเห็นเจ้าพ่อบ้านหมิงในมุมแปลกหูแปลกตามากกว่าอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าสถานะระหว่างพี่ป๋ากับคุณดาราชื่อดังตั้งในฐานันดรใด ทุกคนต่างล้วนดีใจที่ชายสายเลือดลูกหลานของเผ่าอารัญประสบพบเจอกับความรักเฉกเช่นคนอื่นเขาให้เห็นเป็นบุญตา หวังว่าสักวันทุกคนจะมีวาสนาเห็นป๋าทินกรเอาเมล็ดดอกชบามอบให้แก่คนพิเศษคนนั้นและครองรักจวบจนนิรันดร์ “เห้ยไข่มุกรอเดี๋ยวดิ!” ทินกรขอเวลาคุยธุระส่วนตัวชนแก้วกับพวกพี่ขุนเขาและลูกน้องฝั่งบ้านเซฟเฮ้าส์ ชายหนุ่มผมชมพูจึงอาศัยโอกาสวิ่งเรียกหญิงสาวนุ่งผ้าถุงสั้นสีม่วงอัญชันผมสั้นประบ่าทัดดอกชบาเสื้อสายเดี่ยวสีพาสเทลโชว์เรือนร่างผิวหนังตามแบบชุดชนเผ่าวัยรุ่น วันนี้เธอแต่งองค์ทรงเครื่องสวยเป็นพิเศษขัดกับใบหน้ายมนาบอกบุญไม่รับกับเขาเช่นเคย เมื่อยืนเทียบความสูงแล้วดูเหมือนยาหยีจะสูงกว่าเธอเกือบห้าหกเซน เมื่อครู่เขาได้แว
“คุณครับ ได้ยินผมรึเปล่า” ชายหนุ่มแว่นกลมเสื้อขาวทวนถามผู้บาดเจ็บขณะมองถุงน้ำเกลือเพื่อตรวจดูปริมาณว่าลดลงมากน้อยแค่ไหน คนไข้ร่างเล็กจึงค่อย ๆ ไหวพยักหน้ารับแม้สายตาจะยังฝ้าฟางปรับความชัดได้แค่ประมาณ 240p ยาหยีพยุงตัวลูบหัวตัวเองเล็กน้อยโดยมีชายคนนี้ถอดหน้ากากออกซิเจนแล้วช่วยประคองจับตัวพยุงเขาน
เสียงคลื่นน้ำสาดซัดกระเซ็นเรียกสติสัมปชัญญะชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันแสนยาวนาน เสื้อผ้าอาภรณ์ยังคงคาชุดเดิมที่ขี่เจ็ทสกีไม่มีผิดเพี้ยน กลิ่นไอทะเลเตะเข้าจมูกคมสัน แสงแดดรำไรส่องแยงดวงตาแทบบอดทำเอายาหยีต้องขยี้ตาสองสามทีแล้วใช้แขนรีบพยุงตัวขึ้นมองดูทัศนียภาพโดยรอบ ตอนนี้เขากำลังนอนหลับบนเรือ
“อยากขี่หรอน้องหยี ตอนนี้เนี่ยนะ?” สาวชาวใต้เจ้าของร้านเช่าเจสกีผิวสีน้ำผึ้งนามว่า ‘พี่หมี’ อดีตแชมป์นักกีฬาแข่งเจสกีดีกรีแนวหน้าระดับประเทศที่แอบมาทำธุรกิจร้านเช่าเล็ก ๆ บนเกาะแลจันทร์เลิกคิ้วถามซุปตาร์ขวัญใจมวลชนขณะยืนกินไข่ปลาหมึกย่างด้วยอารมณ์สงสัย สภาพอากาศย่ำแย่ถึงขนาดไม่มีนักท่องเที่ยวกล้า
สี่เดือนก่อนหน้า… เสียงปรบมือแห่เชียร์เซ็งแซ่ ชายหนุ่มผมสีชมพูอ่อนละม้ายคล้ายลูกกวาดอายุอานามย่าง25ปีในชุดสูทแบรนด์ดังควบคู่กับเครื่องประดับราคาเฉียดล้านเดินตระหง่านไหว้ขอบคุณบรรดาแขกผู้มีเกรียติในงานประกาศรางวัลหลังได้ยินชื่อตัวเองขานดังผ่านลำโพงโรงละคร แสงสปอตไลท์ฉายแผ่ลงมายังผู้ที่ได้รับถ้วย







