Mag-log in01
ว่าที่คู่หมั้นไร้สถานะ
@บริษัท Ace
บนตึกสูงกลางเมืองหลวงของประเทศที่รายล้อมไปด้วยสิ่งแวดล้อมที่เป็นแสงสี ร่างสูงของประธานหนุ่มไฟแรงที่สามารถนำพาบริษัทเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดยืนทอดสายตามองทิวทัศน์ในเมืองหลวงบนชั้นสูงสุดของตึกผ่านผนังกระจกสีใสในห้องประจำตำแหน่ง ในขณะที่นิ้วเรียวคีบมวนบุหรี่ที่สูบไปได้เกือบครึ่งมวนออกจากปากหลังอัดควันเข้าปอดพร้อมพ่นออกมาจนลอยคละคลุ้ง
ครืด~ ครืด~
เสียงสั่นครืดคราดของโทรศัพท์เครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานดังขึ้นทำให้ร่างสูงดับมวนบุหรี่ทิ้งลงในถังขยะก่อนจะเดินไปหยิบขึ้นมากดรับสาย
“ครับท่านย่า” ‘เหนือเกล้า’ เอ่ยขึ้นหลังจากกดรับสายเพราะจะมีแต่คนสนิทเท่านั้นที่จะมีเบอร์ส่วนตัวของเขา
(ย่ารู้มาว่าคืนนี้แกต้องไปร่วมงานเลี้ยงของท่านรัฐมนตรีใช่ไหม?) คุณหญิงอัปสร เอ่ยออกมา
“ครับ ท่านย่ามีอะไรรึเปล่าครับ”
(ย่ารู้มาว่างานนี้ถ้ามีคู่ควงไปด้วยจะดี ย่าเลยอยากให้แกพาหนูเชอไปด้วย)
“คงไม่ได้หรอกครับ งานแบบนี้มันไม่เหมาะกับเธอ”
(จะไม่เหมาะได้ยังไง แกก็บอกก็สอนน้องสิตาเหนือ ถึงยังไงในอนาคตหนูเชอก็ต้องเป็นภรรยาของแกเป็นหน้าเป็นตาให้แก แกก็พาน้องออกไปเรียนรู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ)
(ท่านย่าก็รู้ว่าไอ้เรื่องหมั้นหมายอะไรนั่นผมไม่เคยตอบตกลง อีกอย่างผมเห็นเธอเป็นแค่น้องสาว…)
(จะอะไรก็ช่างยังไงคืนนี้แกก็ต้องพาน้องไปร่วมงานเลี้ยงด้วยเพราะย่าโทรบอกน้องให้แต่งตัวไว้แล้ว) พูดจบหญิงสูงวัยก็กดตัดสายทิ้งให้ร่างสูงได้แต่ยืนถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
“เบื่อฉิบหาย” เหนือเกล้าสบถออกมาเพราะเขาไม่เคยคิดอยากจะหมั้นหมายกับเด็กสาวที่เป็นหลานสาวของเพื่อนสนิทย่าของเขาที่ถูกทางผู้ใหญ่พูดคุยกันเอาไว้ แล้วที่ย่าของเขาโทรมาสั่งให้พาเชอรีลไปด้วยก็คงไม่พ้นที่หญิงสาวโทรไปขอร้องเหมือนอย่างที่ผ่านมาเพราะรู้ว่าเขาจะไม่ขัดใจท่านหญิงอัปสรที่อายุอานามมากแล้ว
หลายชั่วโมงต่อมา
@โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง
ภาพของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเดินเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยทำให้แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างพากันมองด้วยความสนใจเช่นเดียวกับนักข่าวที่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพรัว ๆ เพื่อนำไปทำข่าว
‘เชอรีล’ ลูกสาวของนักธุรกิจชื่อดังและทายาทของตระกูลดังอย่างวิวัฒน์ธนากุล หญิงสาวที่เติบโตมาบนกองเงินกองทองท่ามกลางความรักที่ (ไม่) เต็มที่และการเลี้ยงดูที่ตามอกตามใจ เจ้าของใบหน้าเรียวสวยเปรี้ยว ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามที่ฉายแววความดื้อรั้นอยู่ภายใน ทำให้เธอเป็นลูกคุณหนูที่เอาแต่ใจ อยากได้อะไรต้องได้ และไม่ยอมคน...โดยเฉพาะคนที่เกลียด
...แต่มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่เธอยอมให้เขาทุกอย่างนั่นก็คือว่าที่คู่หมั้นที่เธอตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกพบ
“ดีใจจังเลยค่ะที่ได้มาออกงานคู่กับเฮีย มันเหมือนกับว่าเราสองคนเป็นสามีภรรยา…”
“เฮียต้องไปคุยธุรกิจ อย่าทำตัววุ่นวาย” เสียงเรียบเอ่ยขึ้นโดยไม่สนใจหรือรอให้หญิงสาวที่ยืนควงแขนอยู่พูดจบ ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าเรียวสวยที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงค่อย ๆ หุบลง
“อ้าวคุณเหนือ” ชายวัยกลางคนที่เป็นเจ้าของงานเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มต้อนรับเมื่อเห็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเดินเข้ามา
“สวัสดีครับท่าน สวัสดีครับคุณหญิง”
“สวัสดีค่ะ สาวสวยคนข้าง ๆ นี้เป็นใครกันคะ หน้าตาสวยจิ้มลิ้มเชียว”
“สวัสดีค่ะ” เชอรีลส่งยิ้มให้คนอายุมากกว่าอย่างอ่อนน้อม ไม่แปลกที่ผู้ใหญ่หลายคนจะไม่ค่อยรู้จักเธอแม้เธอเป็นลูกสาวของนักธุรกิจไม่ต่างกันเพราะที่ผ่านมาเธอไม่ชอบออกงานสังคมเพราะขี้เกียจปั้นหน้ายิ้มให้คนเสแสร้งแต่ครั้งนี้เธออยากประกาศตัวให้คนอื่นรู้ว่าเธอเป็นว่าที่คู่หมั้นของเหนือเกล้า
“แต่หน้าตาดูคุ้น ๆ นะคะ ใช่หลานสาวคุณหญิงนุชนาถใช่ไหมคะเนี่ย?” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถาม
“ใช่ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นว่าที่คู่หมั้นของคุณเหนือน่ะสิคะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นเพราะได้ยินข่าวซุบซิบนี้มานาน เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าท่านหญิงอัปสรและคุณหญิงนุชนาถเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยสาว ๆ เคยจับคู่ลูกไว้แต่ต่างฝ่ายต่างมีคนรักเป็นของตัวเองเลยตกมาอยู่ที่หลานแทน
“ไม่ใช่หรอกครับ เป็นแค่การพูดคุยของทางผู้ใหญ่เท่านั้น” ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เอ่ยตอบเหนือเกล้าก็เป็นฝ่ายเอ่ยแทรกขึ้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอค่อย ๆ หายไปอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องฝืนทำตัวแสร้งยิ้มเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่
หัวใจดวงน้อยสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดที่เขาปฏิเสธออกมาอย่างเย็นชาแต่เพราะอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ทำให้เธอได้แต่เก็บความปวดใจเอาไว้
หลายครั้งหลายหนที่เขามักจะปฏิเสธทุกคนว่าไม่ได้เป็นอะไรกับเธอ ทำให้เธอไม่ต่างจากว่าที่คู่หมั้นไร้สถานะ
“ไปหาอะไรกินก่อนเถอะเฮียจะคุยธุระกับท่านรัฐมนตรีก่อน” คำพูดของเขาไม่ต่างจากการไล่กลาย ๆ ทำให้เธอจำต้องพยักหน้ารับส่งยิ้มให้แก่คนมีอายุกว่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างรักษามารยาทก่อนจะเดินออกไปอย่างเลื่อนลอย
มือเรียวหยิบแก้วไวน์ที่พนักงานเดินเสิร์ฟขึ้นมากระดกแก้วแล้วแก้วเล่า ด้วยที่เธอเป็นเจ้าแม่สายปาร์ตี้ทำให้รับฤทธิ์ของเครื่องดื่มพวกนี้ได้เป็นอย่างดี
ดวงตากลมสีน้ำตาลภายใต้ขนตายาวงอนงามที่ถูกดัดขึ้นมองไปยังคู่หมั้นหนุ่มที่ยืนคุยอยู่กันคนนั้นทีคนนี้ทีไม่ละสายตาไปไหน รอจนกระทั่งคนเหล่านั้นพากันถอยห่างออกไปก็เตรียมที่จะก้าวเข้าไปหาเขาแต่ทว่าจังหวะนั้นกลับมีหญิงสาวในชุดราตรีสีน้ำเงินเดินนวยนาดเข้าไปตัดหน้าเธอ
“คิดไม่ผิดเลยค่ะว่าจะต้องเจอคุณที่งานนี้” ชิชา เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเพราะรู้สึกชื่นชมในความเก่งกาจของเหนือเกล้ามานาน อึกทั้งพอได้ร่วมงานกับเขาก็ยิ่งทำให้เธอหลงเสน่ห์ในความฉลาดด้านทางธุรกิจของเขามากขึ้น
“ครับ”
“แล้วคุณมากับใครคะ…” ยังไม่ทันพูดจบเสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินนวยนาดเข้ามาคล้องแขนของร่างสูงตรงหน้าไว้ทำให้เธอมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง
“เฮียเหนือคะ” เช่นเดียวกับเชอรีลที่มองใบหน้าของผู้หญิงตรงหน้านิ่งไม่ต่างกัน
“เธอคนนี้เป็นคู่หมั้นของคุณที่คนพูดถึงกันใช่หรือเปล่าคะ?”
“ชะ…”
“เปล่าหรอกครับ ผมยังไม่ได้หมั้น เชอรีลเป็นเหมือนน้องสาวของผม”
“เฮียเหนือ!”
“ครับ” แก้วขวัญลุกยืนขึ้นหลังจากที่เด็กน้อยวิ่งไกลออกไปทว่าในจังหวะนั้นก็รู้สึกหน้ามืดจนเผลอชนเจ้ากับใครคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพอดีพาลทำให้สมุดฝากครรภ์ในมือหล่นลงพื้นปึก!“ขะ…ขอโทษนะคะ”“ขวัญ…” ฟางชุนชะงัก ใบหน้าอ่อนล้ายิ้มบาง ๆ ออกมาเมื่อได้เห็นเธออีกครั้งในรอบหลายเดือน แก้วขวัญชะงักนิ่งไปเมื่อคนตรงหน้าคืออดีตสามีที่จบกันไม่สวยนัก แต่ทุกอย่างมันเป็นอดีตที่ไม่น่าจดจำเธอจึงเลือกที่จะไม่โกรธแค้นใครเธอมองใบหน้าคมคายที่เคยหล่อเหลาดูดีแต่บัดนี้ดูซูบลงอย่างเห็นได้ชัด“ขวัญ…ท้องแล้วเหรอ?” เสียงสั่นไหวเอ่ยออกมาเมื่อก้มลงเก็บสมุดของเธอที่ร่วงหล่นลงพื้นขึ้นมา นัยน์ตาคมสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดอยู่ภายในแต่ก็พยายามส่งยิ้มให้กับเธออย่างยินดี“ค่ะ”“พี่ยินดีด้วยนะ ยินดีด้วยจริง ๆ กับชีวิตใหม่ของขวัญ” แม้ปากจะพูดไปแบบนั้นแต่ในใจกลับเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด ที่ผ่านมาเขาพยายามมีลูกกับเธอมาโดยตลอดแต่ก็ไม่มีจนกระทั่งตอนนี้ที่เธอมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าอยู่กับเขาแล้ว“ขอบคุณค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ขอตัวก่อนนะคะ” แก้วขวัญเอ่ยแค่นั้นก่อนจะรับสมุดตรงหน้ามาแล้วเดินออกไปเมื่อเห็นใต้ภพกำลังเดินกลับมา“อึก!” หยาดน้ำตาลูกผู้
“อาการเบื้องต้นบ่งชี้ชัดมาที่อาการนี้มากที่สุด หากจะให้ชัวร์รบกวนคุณผู้หญิงตรวจดูก่อนไหมครับ?” แก้วขวัญนิ่งไป หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวหลากหลายความรู้สึก ยอมรับว่าไม่ทันตั้งรับแม้ผลจะยังไม่ชัวร์แน่ชัดเพราะเธอมีภาวะท้องยากทำให้คาดไม่ถึงว่าเขาจะมาภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา“กลัวเหรอ?” มือหนาเลื่อนมากุมมือเธอเอาไว้พร้อมเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทำให้เธอส่ายหน้าน้อย ๆ เป็นคำตอบ“ขวัญแค่กลัวผิดหวังค่ะ ถ้าผลออกมาว่าขวัญไม่ท้อง…”“ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาอีกมาก ตรวจดูก็ไม่เสียหาย” เธอหันมองใบหน้าคมคายที่แสดงออกถึงความห่วงใยมาให้ก่อนจะพยักหน้า“ค่ะ ฉันยินดีตรวจ” หลังจากนั้นแก้วขวัญก็ถูกส่งต่อมายังแผนกสูตินรีเวช เธอทำตามขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสรรพก่อนจะนั่งรอหมอเรียกอย่างจดจ่อโดยมีใต้ภพนั่งกุมมืออยู่ไม่ห่างด้วยความตื่นเต้น“คุณแก้วขวัญคุณหมอเรียกพบค่ะ” เสียงพยาบาลผู้ช่วยเอ่ยขึ้นในเวลาต่อมา“ไม่ต้องคิดมากนะ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงก็ตาม” ร่างสูงจูงมือเธอเข้าไปในห้องเพื่อฟังผลตรวจด้วยความตื่นเต้น“ยินดีกับว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ด้วยนะคะ”“อะ…อะไรนะคะ?” แก้วขวัญเสียงสั่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวกับสิ่ง
ตอนพิเศษ 10การรอคอยที่คุ้มค่าหลายเดือนต่อมา@คอนโดมิเนียมของใต้ภพ“โอ้ก! อ้วก!”“อื้ออ~” เสียงโอ้กอ้ากที่ดังออกมาจากห้องน้ำปลุกให้แก้วขวัญที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงนุ่มค่อย ๆ เปิดเปลือกตาออกมา สิ่งแรกที่เห็นคือพื้นเตียงข้าง ๆ ที่ควรจะมีใครอีกคนนอนอยู่กลับว่างเปล่า“อ้วก!” ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหันไปทางต้นเสียงก่อนจะรีบเหวี่ยงขาลงจากเตียงดึงเสื้อคลุมแขนยาวที่ถอดวางไว้บนโซฟาปลายเตียงขึ้นมาสวมใส่แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ“เฮียไม่สบายเหรอคะ? ไปหาหมอนะเฮียเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว” เมื่อเห็นร่างสูงโก่งคออาเจียนใส่ชักโครกก็ยิ่งเป็นห่วงเพราะหลายวันมานี้ใต้ภพมีอาการแบบนี้เกือบทุกเช้า เธอบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ยอมแต่ครั้งนี้เธอก็จะไม่ยอมเช่นเดียวกัน“เฮียบอกแล้วไงว่าไม่ได้เป็นอะไร สงสัยจะโหมงานหนักมากเกินไป”“จะไม่เป็นอะไรได้ยังไงคะหน้าซีดขนาดนี้ ไปหาหมอเถอะนะคะถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้รีบรักษา ถ้าเฮียเป็นอะไรไปขวัญจะอยู่ได้ยังไงคะ” ใบหน้าซีดเซียวปรากฏรอยยิ้มน้อย ๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น เท้าหนาเดินเข้าไปหาร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าหลังจากล้างปากเสร็จ“โอเคเฮียจะไปหาหมอ” เขารับปากออกไปทั้ง ๆ ที่มั่นใจว่าไม่ได้เป็นอะไ
“คะ?” แก้วขวัญขมวดคิ้วด้วยความงุนงง ปกติกีรณาไม่ใช่คนนอนตื่นสายอีกทั้งวันนี้ไม่ใช่วันหยุดด้วย ที่สำคัญคือใต้ภพรู้ได้ยังไงทั้ง ๆ ที่เธอยังไม่รู้เลย หรือนทีจะบอก?“ไหนมาให้เฮียลองชิมหน่อย” ยิ่งอีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องพูดเธอก็ยังรู้สึกว่ามีพิรุธแต่ก็เลือกที่จะไม่ถามเซ้าซี้“เพิ่งกินข้าวอิ่มไปเองนะคะเดี๋ยวก็อ้วนลงพุงหรอก” ความจริงคือร่างกายของเขาห่างไกลจากคำว่าอ้วนมากโข“จะอ้วนได้ยังไงในเมื่อเฮียออกกำลังกายก่อนนอนทุกคืน”“โดยการปล่อยน้ำใส่รู้เล็ก ๆ ของเธอไง”“เฮีย! เมื่อไหร่จะเลิกหื่นสักทีคะเดี๋ยวก็มีคนมาได้ยินหรอก” แก้วขวัญแหวใส่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายแม้จะปิดไม่มิดก็ตามเพราะใบหน้าของเธอแดงเรื่ออย่างชัดเจน“หึหึ” มาเฟียหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างพอใจก่อนจะกอดคลอเคลียเธออยู่อย่างนั้นจนกระทั่งแก้วขวัญจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จ แต่กว่าจะเสร็จก็ต้องตีมือปลาหมึกของคนที่ยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังไปหลายทีเพราะเขาทั้งบีบทั้งลูบตามร่างกายเธอไม่หยุดใจคอจะไม่ให้เธอพักเลยหรือไงกันเป็นเวลาสี่โมงเย็นเกือบห้าโมงเย็นที่ใต้ภพพาเธอมาถึงยังสถานที่ดูพระอาทิตย์ตก รถกระบะยกสูงจอดไว้ด้านล่างเพราะไม่สามารถขับขึ้นมาด้านบนไ
ตอนพิเศษ 09เวลาแห่งความสุขวันต่อมา…“อื้ออ~” แก้วขวัญร้องอู้อี้ในลำคอเมื่อถูกรบกวนการนอนในขณะที่ใต้ภพลูบพวงแก้มเธอเบา ๆ พร้อมพินิจมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาอย่างเอ็นดูในยามที่เธอหลับเขาไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ได้ วันที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงที่อยู่ในหัวใจเขามานานหลายปี“เฮียตื่นนานแล้วเหรอคะ~” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงแหบพร่าเมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้าคมคายที่ส่งยิ้มมาให้เป็นสิ่งแรก“อืม สายแล้วหิวไหมเฮียให้คนทำข้าวต้มไว้ให้” มือหนาลูบศีรษะทุยเบา ๆ อย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นท่าทางราวกับเด็กน้อยของเธอ“หิวค่ะ นี่กี่โมงแล้วคะ?”“บ่ายโมงแล้ว”“อะไรนะคะ? ทำไมเฮียไม่ปลุกขวัญล่ะ อดไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเลย” หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าในตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว แต่นั่นไม่น่าแปลกเพราะเมื่อคืนกว่าเธอจะได้นอนก็ปาไปไม่รู้กี่โมง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นฝ่ายออกแรงเท่ากับอีกคนแต่ทว่าใบหน้าคมคายนั้นยังสดชื่นปกติไม่ได้แสดงความเหนื่อยล้าราวกับผู้ป่วยติดเตียงเหมือนเธอเลยสักนิด“คิดอะไรอยู่?”“กำลังคิดว่าเมื่อคืนขวัญไม่ได้ออกแรงเยอะเท่าเฮียแต่ทำไมเฮียดูไม่เหนื่อยเหมือนขวัญเลย” นึกแล้วมันน่าน้อยใจจริง ๆ กับความไม่ยุติธรรมน
“เฮียไม่ให้ใครเห็นเรือนร่างน่าหลงใหลของเมียเฮียอยู่แล้ว กระแทกไปดูดาวไปแบบนี้ตื่นเต้นดีไหมหืม?” บนท้องฟ้าในยามนี้เต็มไปด้วยแสงของดวงดาวระยิบระยับ“มะ…มันรู้สึกเสียวกว่าที่ผ่านมา” สาเหตุคงเป็นเพราะตื่นเต้นจากการที่กลัวว่าจะมีคนผ่านมาเห็นในกิจกรรมรักในครั้งนี้ตั่บ! ตั่บ! ตั่บบ!เสียงเนื้อกระทบเนื้อยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนร่างเล็กแทบจะทรงตัวไม่อยู่เขาจึงจำใจหยุดแรงกระแทกพร้อมกับดึงแก่นกายที่แข็งตัวออกจากร่องสวาทของเธอแล้วช้อนอุ้มร่างอ่อนแรงตรงไปยังเตียงนอน“ใส่ชุดยั่วเฮียขนาดนี้แต่ยังไม่ทันจบยกแรกก็หมดแรงแล้วเหรอหืม?” เสียงทุ้มเอ่ยหยอกล้อเมื่อเห็นเธอทิ้งตัวนอนหอยหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน“ใครบอกว่าขวัญหมดแรงคะ ขวัญแค่ทำไปงั้น ๆ แหละ” หญิงสาวแหวใส่เสียงเขียวกับคำพูดของอีกฝ่าย แน่นอนว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมแพ้อุตส่าห์ลงทุนใส่ชุดนอนยั่วเขาขนาดนี้แล้วจะเสียชื่อไม่ได้เด็ดขาดผลัก!เธอลุกขึ้นพร้อมผลักร่างสูงให้นอนลงแทนที่ก่อนจะขึ้นคร่อมร่างกำยำเอาไว้“อ๊าาา” ใต้ภพหลุดครางเมื่อเธอนั่งทับแก่นกายของเขาเอาไว้พร้อมขยับขึ้นลงแต่ไม่ยอมสอดใส่เข้าไป“เอาเข้าทีคนสวยอืมม” เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาพร้อมยื่นมือไป
03นางร้ายในสายตาทุกคนหลายวันต่อมา@มหาวิทยาลัย Nevilท่ามกลางนักศึกษาหลายร้อยคนที่เดินผ่านไปมาต่างก็พากันหันหน้ามองเชอรีลลูกคุณหนูตระกูลดังที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเซเลบสาวอายุน้อยที่สุดของวงการไฮโซ แต่อีกฉายาหนึ่งที่ผู้คนมักจะตั้งให้เธอคือ…นางร้าย ที่เป็นนางร้ายในสายตาทุกคนทว่าบัดนี้ใบหน้าที่เต็มไปด
“ไม่หยุด! วันนี้เชอจะสั่งสอนนังนี่ให้หายร่าน!” มือเรียวยกขึ้นหมายจะตบเข้าที่หน้าบวมช้ำของชิชาอีกครั้งกลับต้องชะงักเมื่อถูกเหนือเกล้าเข้ามาดึงตัวออกจากร่างอ่อนแรงที่หมดสภาพสาวนักธุรกิจเนื้อหอมหมับ!!“ปล่อยเชอนะ! เชอจะตบสั่งสอนอีผู้หญิงหน้าด้าน!” เชอรีลดีดดิ้นยกทั้งเท้าขึ้นถีบและมือปัดป่ายเมื่อถูกท่
02เธอไม่คู่ควรเลยสักนิด“อย่ามาทำตัวไร้มารยาทนะเชอรีล ถ้าจะทำตัวก้าวร้าวเอาแต่ใจก็กลับไปซะ ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ” มาเฟียหนุ่มเอ่ยเสียงเข้มอย่างเย็นชาเพราะหมดความอดทนทำให้เชอรีลตาแดงก่ำเมื่อถูกตำหนิต่อหน้าผู้หญิงคนอื่น เขาไม่แคร์เธอเลย“อึก! แล้วทีเฮียล่ะ เฮียเอาแต่ปฏิเสธสถานะกับเชอ ขนาดต่อหน้าผู้หญิ
บทนำ00‘เธอจะมาโวยวายเรียกร้องอะไรในเมื่อเฮียเคยบอกเธอไปแล้วว่าเธอจะไม่ได้รับความรักจากสามีอย่างเฮีย’‘เพราะหัวใจของเฮียไม่ได้มีเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว’“ฮึกฮืออ~ ทำไมเฮียทำกับเชอแบบนี้ ทำไม!” ‘เชอรีล’ ร้องไห้น้ำตานองหน้าจนสายตาพร่ามัวเมื่อนึกถึงประโยคคำพูดที่กรีดลึกลงกลางใจจากคนที่เธอทั้งรักและเทิด







