Masuk06
ผู้หญิงคนใหม่
“นี่แกไปไหนมายะ ถ้าอีกหนึ่งนาทีแกยังไม่กลับมาฉันกับยัยรินคงต้องโทรเรียกตำรวจให้มาช่วยหาตัวแกแล้วนะ” รชาว่าออกมาเมื่อเห็นเพื่อนรักเดินกลับมาที่โต๊ะหลังจากหายไปนานเกือบยี่สิบนาที
“พวกแกนี่เวอร์นะ” เชอรีลกลอกตาไปมาให้กับคำพูดของเพื่อนรักก่อนจะหย่อนสะโพกลงเก้าอี้ตัวเดิมด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
“แล้วนี่แกไปไหนมา อย่าบอกนะว่าไปหาเฮียเหนือข้างบนมา?” น้ำรินเลิกคิ้วถามซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือรอยยิ้มและท่ายักไหล่ของเพื่อนรักเท่านั้น ไม่แปลกที่น้ำรินจะพูดแบบนี้เพราะคลับนี้เจ้าของก็คือเหนือเกล้า
“เปล่า อย่าพูดถึงคนใจร้ายคนนั้นเลย วันนี้ฉันอยากเมาให้สุด ๆ” มือเรียวยกแก้วเหล้าตรงหน้าชูขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีเพราะถ้าหากวันนี้เธอเมาเหนือเกล้าไม่ปล่อยเธอทิ้งไว้ที่นี่แน่อย่างเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ถึงแม้ครั้งนี้เธอจะไม่รายงานเขาว่ามาที่นี่แต่แน่นอนว่าทุกอย่างไม่มีทางหลุดพ้นสายตาของเขาไปได้
เธอเองก็อยากพิสูจน์เหมือนกันถ้าครั้งนี้เขาปล่อยผ่านโดยไม่มายุ่งกับเธออีกเธอก็จะไม่ตามตื้อเขาให้เหนื่อยอีกแล้ว
“ฉันอยู่ดึกไม่ได้หรอกนะไม่อยากโดนหมายหัว” รชาเอ่ยออกมาด้วยท่าทางเซ็ง ๆ
“ฉันบอกให้แกย้ายออกมาอยู่ข้างนอก มาอยู่คอนโดเดียวกับยัยรินก็ได้” เชอรีลบอก
“ฉันก็อยากทำแบบนั้นแต่พวกแกก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันเป็นห่วงแม่ ไม่รู้จะสำนึกบุญคุณอะไรนักหนากับคนตระกูลนั้นทั้ง ๆ ที่ยัยคุณหนูนั่นเอาแต่จิกใช้แม่ฉันราวกับไม่ใช่คน” รชาเอ่ยออกมาด้วยความแค้นใจเมื่อนึกถึงคนในตระกูลที่ปากพูดว่าเป็นผู้ดีแต่จิตใจดำอำมหิต ครั้นจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นผู้เป็นแม่ก็เอาแต่พูดถึงเรื่องบุญคุณทั้ง ๆ ที่มันชดใช้หมดไปตั้งนานแล้ว แต่จะให้เธอย้ายออกไปอยู่ที่อื่นโดยที่ปล่อยแม่ผู้ให้กำเนิดให้โดนโขกสับอยู่ที่นั่นคนเดียวเธอทำไม่ได้จริง ๆ
“ให้พูดตรง ๆ ปะ ถึงแกจะย้ายออกมาอยู่ข้างนอกจริง ๆ แกคิดว่าคุณเจ้าของบ้านเขาจะยอมเหรอยะ” น้ำรินว่าออกมา
“แล้วทำไมจะไม่ยอมก็ยัยรชาพูดเองว่าคุณเขาไม่ชอบชีอะ”
“แกลองคิดดูนะคนไม่ชอบที่ไหนจะเข้มงวดกับลูกสาวแม่บ้านมากกว่าลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองอะ ทั้งสั่งให้กลับบ้านตรงเวลา สั่งนั่นสั่งนี่ จะไปไหนยัยรชาก็ต้องไปขออนุญาตจากเขา ทำตัวยิ่งกว่าผู้ปกครองชีอีกอะ” คำพูดของน้ำรินทำให้เชอรีลคิดตาม
“เออก็จริง นี่ยัยชาฉันว่านะคุณเขาต้องคิดอะไรกับแกชัวร์ค่ะ”
“จะบ้าเหรอ! มันจะเป็นไปได้ยังไงเขาเป็นพ่อของยัยคุณหนูนั่นนะ เขาเกลียดฉันจะตาย ด่าว่าฉันทั้งแรดทั้งร่าน ที่เขาเข้มงวดกับฉันก็คงกลัวฉันจะไปขัดใจอะไรลูกสาวสุดที่รักของเขาล่ะสิ”
“เฮ้อออ เอาเถอะ ๆ มาดื่มกันดีกว่าอย่าพูดถึงเรื่องเครียด ๆ เลย” สามสาวยกแก้วชนกันอย่างเพื่อระบายอารมณ์พร้อมกับลุกขึ้นยืนวาดลวดลายส่ายสะโพกไปมาตามจังหวะดนตรีเมามันที่มีดีเจชื่อดังควบคุมจังหวะอยู่บนเวที
@ห้องรับรองส่วนตัวของคลับ
“กูเห็นเชอรีลอยู่ข้างล่าง” กันต์ธีร์ อาจารย์หนุ่มที่พ่วงด้วยตำแหน่งทายาทเจ้าของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังอย่าง Nevil ที่นั่งอยู่เอ่ยขึ้น
“เออ”
“มึงไม่ตาม?”
“แล้วทำไมกูต้องตาม”
“กูเพราะที่ผ่านมามึงไม่เคยปล่อยให้เด็กมันแต่งตัวโชว์เนื้อหนังขนาดนั้นแล้วนั่งกลางวงล้อมตัวผู้ที่มันจ้องตาเป็นมันแบบนั้นไงวะ”
“กูควรปล่อยเธอบ้าง ไม่อยากให้คิดไปไกล”
“มึงเพิ่งคิดได้เหรอ?” กันต์ธีร์แค่นหัวเราะ เพิ่งจะมารู้ตัวตอนนี้ว่าทำตัวหวงก้างสวนทางกับปากมันก็ดูเหมือนจะสายไปแล้ว
“…”
“แล้วคนที่ลอบยิงมึงคือพวกไหนวะ ไอ้ริชาร์ด?”
“คนที่ลงมือถูกฆ่าปิดปากหมด ตรวจสอบดูแล้วไม่ใช่คนของมัน”
“ไอ้นี่มันหัวหมอแต่ขี้ขลาด ให้แต่คนอื่นออกหน้าแทน”
“เออ”
“แล้วนี่ยังไงวะเรื่องผู้หญิงคนนั้น ได้ยินว่ามึงพาไปอยู่ที่เพนต์เฮาส์?” หลี่หยาง หรือ ณคุณ ซึ่งเป็นชื่อไทยที่ผู้เป็นแม่ตั้งให้ที่พ่วงด้วยตำแหน่งทายาทคนเดียวของตระกูลหยางว่าที่ผู้นำสมาคมคนใหม่ของฟู่หลงที่กำลังจะกระดกเหล้าเข้าปากเอ่ยขึ้น เพราะเมื่อวันก่อนไปเยี่ยมเหนือเกล้าที่โรงพยาบาลทำให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เพื่อนตัวดีพากลับมาด้วย
“เอาจริงดิ?” สิงหเรศ พ่อเลี้ยงแห่งอาณาจักรไร่ศิรวารีเจ้าของไร่องุ่น โรงบ่มไวน์ และปางไม้สักแห่งเชียงใหม่ นาน ๆ ครั้งถึงจะยอมลงมาที่นี่ที่เอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อเพราะเหนือเกล้าไม่ได้ให้ใครเข้าไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวง่าย ๆ โดยเฉพาะผู้หญิง
“แล้วมึงไม่กลัวเชอรีลรู้หรือไง เธอรักมึงขนาดนั้นถ้ารู้ว่าลับหลังมึงแอบเลี้ยงดูผู้หญิงไว้มีหวังอาละวาดตึกถล่มแน่” ใต้ภพ ที่นั่งเงียบอยู่ก็เอ่ยถามขึ้น เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าเชอรีลรักและเทิดทูนเหนือเกล้ามากแค่ไหนถ้าหากรู้เรื่องนี้เข้ามีหวังแม่นางร้ายอาละวาดใหญ่โตเป็นแน่
“เธอจะไม่มีวันรู้”
“แล้วมึงจะปิดบังไปได้แค่ไหน มึงอย่าลืมว่าห้องที่มึงพาผู้หญิงคนนั้นไปอยู่มันเป็นเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของมึงที่เชอรีลเองก็เข้าออกที่นั่นอยู่บ่อย ๆ” ไม่ใช่เพียงแค่ตึกเดียวกันแต่ยังเป็นชั้นเดียวกันและที่สำคัญคือห้องใกล้ ๆ กันอีก
“กูจัดการได้” เพราะถ้าเขาสั่งห้ามแน่นอนว่าเธอจะไม่เข้าไปยุ่งกับห้องนั้น และคนที่อยู่ด้านในก็รู้หน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี
“กูนี่นับถือความเหี้ยของมึงจริง ๆ” หลี่หยางเอ่ยขึ้น
“มึงอย่าพูดเหมือนตัวเองดีกว่ากู มึงมันชั่วกว่ากูอีกไอ้คุณ”
“หึหึ”
“สรุปว่ามึงไม่แคร์เชอรีลเลย? กูถามหน่อยเถอะมึงไม่รักไม่ชอบแล้วมึงทำไมไม่ปฏิเสธทางผู้ใหญ่จริง ๆ จัง ๆ สักทีวะ” ใต้ภพเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ปากบอกปาว ๆ ว่าไม่รักไม่รู้สึกแต่กลับไม่เคยปฏิเสธอย่างจริงจังเลยสักครั้ง
“เออกูก็ไม่เข้าใจ มึงทำแบบนี้แม่งไม่ต่างจากให้ความหวังเด็กมันเลย” กันต์ธีร์เองก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมา
“กูไม่ได้รักหรือคิดอะไรกับเชอรีลไปมากกว่าน้องสาว ส่วนเรื่องปฏิเสธงานหมั้นก็คงเร็ว ๆ นี้” เพราะมันมีหลายเหตุผลที่เขาไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้
“คำถามสุดท้าย ผู้หญิงที่มึงพาไปอยู่ที่ห้องอยู่ในสถานะอะไร ผู้หญิงคนใหม่ของมึง?”
“อืม” เหนือเกล้าตอบรับสั้น ๆ ทำให้ทุกคนต่างก็เงียบไปอีกครั้งอย่างไม่ออกความเห็น
“ครับ” แก้วขวัญลุกยืนขึ้นหลังจากที่เด็กน้อยวิ่งไกลออกไปทว่าในจังหวะนั้นก็รู้สึกหน้ามืดจนเผลอชนเจ้ากับใครคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพอดีพาลทำให้สมุดฝากครรภ์ในมือหล่นลงพื้นปึก!“ขะ…ขอโทษนะคะ”“ขวัญ…” ฟางชุนชะงัก ใบหน้าอ่อนล้ายิ้มบาง ๆ ออกมาเมื่อได้เห็นเธออีกครั้งในรอบหลายเดือน แก้วขวัญชะงักนิ่งไปเมื่อคนตรงหน้าคืออดีตสามีที่จบกันไม่สวยนัก แต่ทุกอย่างมันเป็นอดีตที่ไม่น่าจดจำเธอจึงเลือกที่จะไม่โกรธแค้นใครเธอมองใบหน้าคมคายที่เคยหล่อเหลาดูดีแต่บัดนี้ดูซูบลงอย่างเห็นได้ชัด“ขวัญ…ท้องแล้วเหรอ?” เสียงสั่นไหวเอ่ยออกมาเมื่อก้มลงเก็บสมุดของเธอที่ร่วงหล่นลงพื้นขึ้นมา นัยน์ตาคมสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดอยู่ภายในแต่ก็พยายามส่งยิ้มให้กับเธออย่างยินดี“ค่ะ”“พี่ยินดีด้วยนะ ยินดีด้วยจริง ๆ กับชีวิตใหม่ของขวัญ” แม้ปากจะพูดไปแบบนั้นแต่ในใจกลับเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด ที่ผ่านมาเขาพยายามมีลูกกับเธอมาโดยตลอดแต่ก็ไม่มีจนกระทั่งตอนนี้ที่เธอมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าอยู่กับเขาแล้ว“ขอบคุณค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ขอตัวก่อนนะคะ” แก้วขวัญเอ่ยแค่นั้นก่อนจะรับสมุดตรงหน้ามาแล้วเดินออกไปเมื่อเห็นใต้ภพกำลังเดินกลับมา“อึก!” หยาดน้ำตาลูกผู้
“อาการเบื้องต้นบ่งชี้ชัดมาที่อาการนี้มากที่สุด หากจะให้ชัวร์รบกวนคุณผู้หญิงตรวจดูก่อนไหมครับ?” แก้วขวัญนิ่งไป หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวหลากหลายความรู้สึก ยอมรับว่าไม่ทันตั้งรับแม้ผลจะยังไม่ชัวร์แน่ชัดเพราะเธอมีภาวะท้องยากทำให้คาดไม่ถึงว่าเขาจะมาภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา“กลัวเหรอ?” มือหนาเลื่อนมากุมมือเธอเอาไว้พร้อมเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทำให้เธอส่ายหน้าน้อย ๆ เป็นคำตอบ“ขวัญแค่กลัวผิดหวังค่ะ ถ้าผลออกมาว่าขวัญไม่ท้อง…”“ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาอีกมาก ตรวจดูก็ไม่เสียหาย” เธอหันมองใบหน้าคมคายที่แสดงออกถึงความห่วงใยมาให้ก่อนจะพยักหน้า“ค่ะ ฉันยินดีตรวจ” หลังจากนั้นแก้วขวัญก็ถูกส่งต่อมายังแผนกสูตินรีเวช เธอทำตามขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสรรพก่อนจะนั่งรอหมอเรียกอย่างจดจ่อโดยมีใต้ภพนั่งกุมมืออยู่ไม่ห่างด้วยความตื่นเต้น“คุณแก้วขวัญคุณหมอเรียกพบค่ะ” เสียงพยาบาลผู้ช่วยเอ่ยขึ้นในเวลาต่อมา“ไม่ต้องคิดมากนะ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงก็ตาม” ร่างสูงจูงมือเธอเข้าไปในห้องเพื่อฟังผลตรวจด้วยความตื่นเต้น“ยินดีกับว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ด้วยนะคะ”“อะ…อะไรนะคะ?” แก้วขวัญเสียงสั่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวกับสิ่ง
ตอนพิเศษ 10การรอคอยที่คุ้มค่าหลายเดือนต่อมา@คอนโดมิเนียมของใต้ภพ“โอ้ก! อ้วก!”“อื้ออ~” เสียงโอ้กอ้ากที่ดังออกมาจากห้องน้ำปลุกให้แก้วขวัญที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงนุ่มค่อย ๆ เปิดเปลือกตาออกมา สิ่งแรกที่เห็นคือพื้นเตียงข้าง ๆ ที่ควรจะมีใครอีกคนนอนอยู่กลับว่างเปล่า“อ้วก!” ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหันไปทางต้นเสียงก่อนจะรีบเหวี่ยงขาลงจากเตียงดึงเสื้อคลุมแขนยาวที่ถอดวางไว้บนโซฟาปลายเตียงขึ้นมาสวมใส่แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ“เฮียไม่สบายเหรอคะ? ไปหาหมอนะเฮียเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว” เมื่อเห็นร่างสูงโก่งคออาเจียนใส่ชักโครกก็ยิ่งเป็นห่วงเพราะหลายวันมานี้ใต้ภพมีอาการแบบนี้เกือบทุกเช้า เธอบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ยอมแต่ครั้งนี้เธอก็จะไม่ยอมเช่นเดียวกัน“เฮียบอกแล้วไงว่าไม่ได้เป็นอะไร สงสัยจะโหมงานหนักมากเกินไป”“จะไม่เป็นอะไรได้ยังไงคะหน้าซีดขนาดนี้ ไปหาหมอเถอะนะคะถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้รีบรักษา ถ้าเฮียเป็นอะไรไปขวัญจะอยู่ได้ยังไงคะ” ใบหน้าซีดเซียวปรากฏรอยยิ้มน้อย ๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น เท้าหนาเดินเข้าไปหาร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าหลังจากล้างปากเสร็จ“โอเคเฮียจะไปหาหมอ” เขารับปากออกไปทั้ง ๆ ที่มั่นใจว่าไม่ได้เป็นอะไ
“คะ?” แก้วขวัญขมวดคิ้วด้วยความงุนงง ปกติกีรณาไม่ใช่คนนอนตื่นสายอีกทั้งวันนี้ไม่ใช่วันหยุดด้วย ที่สำคัญคือใต้ภพรู้ได้ยังไงทั้ง ๆ ที่เธอยังไม่รู้เลย หรือนทีจะบอก?“ไหนมาให้เฮียลองชิมหน่อย” ยิ่งอีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องพูดเธอก็ยังรู้สึกว่ามีพิรุธแต่ก็เลือกที่จะไม่ถามเซ้าซี้“เพิ่งกินข้าวอิ่มไปเองนะคะเดี๋ยวก็อ้วนลงพุงหรอก” ความจริงคือร่างกายของเขาห่างไกลจากคำว่าอ้วนมากโข“จะอ้วนได้ยังไงในเมื่อเฮียออกกำลังกายก่อนนอนทุกคืน”“โดยการปล่อยน้ำใส่รู้เล็ก ๆ ของเธอไง”“เฮีย! เมื่อไหร่จะเลิกหื่นสักทีคะเดี๋ยวก็มีคนมาได้ยินหรอก” แก้วขวัญแหวใส่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายแม้จะปิดไม่มิดก็ตามเพราะใบหน้าของเธอแดงเรื่ออย่างชัดเจน“หึหึ” มาเฟียหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างพอใจก่อนจะกอดคลอเคลียเธออยู่อย่างนั้นจนกระทั่งแก้วขวัญจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จ แต่กว่าจะเสร็จก็ต้องตีมือปลาหมึกของคนที่ยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังไปหลายทีเพราะเขาทั้งบีบทั้งลูบตามร่างกายเธอไม่หยุดใจคอจะไม่ให้เธอพักเลยหรือไงกันเป็นเวลาสี่โมงเย็นเกือบห้าโมงเย็นที่ใต้ภพพาเธอมาถึงยังสถานที่ดูพระอาทิตย์ตก รถกระบะยกสูงจอดไว้ด้านล่างเพราะไม่สามารถขับขึ้นมาด้านบนไ
ตอนพิเศษ 09เวลาแห่งความสุขวันต่อมา…“อื้ออ~” แก้วขวัญร้องอู้อี้ในลำคอเมื่อถูกรบกวนการนอนในขณะที่ใต้ภพลูบพวงแก้มเธอเบา ๆ พร้อมพินิจมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาอย่างเอ็นดูในยามที่เธอหลับเขาไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ได้ วันที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงที่อยู่ในหัวใจเขามานานหลายปี“เฮียตื่นนานแล้วเหรอคะ~” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงแหบพร่าเมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้าคมคายที่ส่งยิ้มมาให้เป็นสิ่งแรก“อืม สายแล้วหิวไหมเฮียให้คนทำข้าวต้มไว้ให้” มือหนาลูบศีรษะทุยเบา ๆ อย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นท่าทางราวกับเด็กน้อยของเธอ“หิวค่ะ นี่กี่โมงแล้วคะ?”“บ่ายโมงแล้ว”“อะไรนะคะ? ทำไมเฮียไม่ปลุกขวัญล่ะ อดไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเลย” หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าในตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว แต่นั่นไม่น่าแปลกเพราะเมื่อคืนกว่าเธอจะได้นอนก็ปาไปไม่รู้กี่โมง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นฝ่ายออกแรงเท่ากับอีกคนแต่ทว่าใบหน้าคมคายนั้นยังสดชื่นปกติไม่ได้แสดงความเหนื่อยล้าราวกับผู้ป่วยติดเตียงเหมือนเธอเลยสักนิด“คิดอะไรอยู่?”“กำลังคิดว่าเมื่อคืนขวัญไม่ได้ออกแรงเยอะเท่าเฮียแต่ทำไมเฮียดูไม่เหนื่อยเหมือนขวัญเลย” นึกแล้วมันน่าน้อยใจจริง ๆ กับความไม่ยุติธรรมน
“เฮียไม่ให้ใครเห็นเรือนร่างน่าหลงใหลของเมียเฮียอยู่แล้ว กระแทกไปดูดาวไปแบบนี้ตื่นเต้นดีไหมหืม?” บนท้องฟ้าในยามนี้เต็มไปด้วยแสงของดวงดาวระยิบระยับ“มะ…มันรู้สึกเสียวกว่าที่ผ่านมา” สาเหตุคงเป็นเพราะตื่นเต้นจากการที่กลัวว่าจะมีคนผ่านมาเห็นในกิจกรรมรักในครั้งนี้ตั่บ! ตั่บ! ตั่บบ!เสียงเนื้อกระทบเนื้อยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนร่างเล็กแทบจะทรงตัวไม่อยู่เขาจึงจำใจหยุดแรงกระแทกพร้อมกับดึงแก่นกายที่แข็งตัวออกจากร่องสวาทของเธอแล้วช้อนอุ้มร่างอ่อนแรงตรงไปยังเตียงนอน“ใส่ชุดยั่วเฮียขนาดนี้แต่ยังไม่ทันจบยกแรกก็หมดแรงแล้วเหรอหืม?” เสียงทุ้มเอ่ยหยอกล้อเมื่อเห็นเธอทิ้งตัวนอนหอยหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน“ใครบอกว่าขวัญหมดแรงคะ ขวัญแค่ทำไปงั้น ๆ แหละ” หญิงสาวแหวใส่เสียงเขียวกับคำพูดของอีกฝ่าย แน่นอนว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมแพ้อุตส่าห์ลงทุนใส่ชุดนอนยั่วเขาขนาดนี้แล้วจะเสียชื่อไม่ได้เด็ดขาดผลัก!เธอลุกขึ้นพร้อมผลักร่างสูงให้นอนลงแทนที่ก่อนจะขึ้นคร่อมร่างกำยำเอาไว้“อ๊าาา” ใต้ภพหลุดครางเมื่อเธอนั่งทับแก่นกายของเขาเอาไว้พร้อมขยับขึ้นลงแต่ไม่ยอมสอดใส่เข้าไป“เอาเข้าทีคนสวยอืมม” เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาพร้อมยื่นมือไป
33หลานชายของเพื่อนสนิทคุณย่า‘แล้วถ้าเฮียบอกว่าสักวันเฮียคงจะรักเธอได้ล่ะ เรื่องของเรามันจะเป็นไปได้อยู่รึเปล่า’ทว่าในระหว่างนั้นคำพูดเมื่อหลายวันก่อนก็ผุดเข้ามาในหัวโดยที่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นออกไป ทั้ง ๆ ที่ไม่คิดอยากจะสานสัมพันธ์กับเชอรีลในฐานะคู่รัก“ขวัญขอพูดอะไรสักอย่างในฐาน
05ปล่อยให้น้อยใจอยู่นั่นแหละสามวันต่อมา@โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง“นายจะไม่บอกคุณหนูเชอรีลจริง ๆ เหรอครับว่านายอยู่โรงพยาบาล” โฬมเอ่ยถามในขณะที่ยืนรอแฟ้มเอกสารจากผู้เป็นนายที่กำลังเซ็นอยู่ เนื่องจากเมื่อคืนก่อนเหนือเกล้าต้องไปคุยงานนอกสถานที่ทำให้ถูกลอบยิงเพราะมีลูกน้องเป็นหนอนบ่อนไส้จนพลาดท่าให้ถ
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ในเมื่อน้าเป็นภรรยาของพ่อคุณแล้วก็มีสิทธิ์เป็นแม่เลี้ยงของคุณเหมือนกัน”“อย่ามาอ้างสิทธิ์! พวกเธอสองแม่ลูกมันก็เป็นได้แค่กาฝากของบ้านนี้เท่านั้น ฉันไม่นับแกสองแม่ลูกเป็นคนในครอบครัว” นัยน์ตากลมแข็งกร้าวขึ้นเมื่ออีกฝ่ายอ้างสิทธิ์ของภรรยาพ่อของเธอ“หึ ต่อให้คุณจะปฏิเสธยังไงก็หนีความ
04แทนคำขอโทษ“ฮะ…เฮียพูดกับเชอขนาดนี้เลยเหรอ?” น้ำเสียงของเธอสั่นไหวพอ ๆ กับหัวใจที่ปวดหนึบเมื่อได้ยินถ้อยคำเจ็บปวดที่ออกมาจากปากของคนตรงหน้า“…”“กลับไปสงบสติอารมณ์ซะ แล้วต่อไปก็อย่ามาทำตัวไม่มีเหตุผลแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดกันแล้ว”“ฮึก!! เฮียใจร้าย! ใจร้ายที่สุด!” เชอรีลร่ำ







