Masuk#วันถัดมา
รินรดาสะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เธอตกใจกับสภาพของตัวเองมากๆ ไม่คิดว่าจะอยู่แบบนี้ทั้งคืนเลย และก็ไม่เห็นคนที่ทำให้เธอมีสภาพเป็นแบบนี้ด้วย ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน และหายไปตั้งแต่ตอนไหน “อือ... ไอ้บ้านี่ ทำอะไรของมันไว้วะเนี่ย!” เธอสบถเสียงดัง พอนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็ทำเอาเธอหงุดหงิดไม่หายเลย อยากจะตบหน้าเขาแรงๆ ให้หายโมโห แต่ตอนนี้เขาหายหัวไปไหนก็ไม่รู้ อย่าให้เจอนะ โดนดีแน่ๆ . . ผ่านไปอีกสักพัก... ...ด้านล่าง “คุณรินรดาจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ?” “ไม่ล่ะ ฉันขอกาแฟ” ไม่รู้เป็นเพราะแฮงค์หรือเปล่า เวลานี้เธอไม่อยากอาหารเลย ยกเว้นของร้อนๆ ที่ซดแล้วรู้สึกตื่นตัวขึ้นมา “กินกาแฟก่อนข้าว ใครสั่งใครสอนเธอ เดี๋ยวโรคกระเพาะก็ถามหา” เสียงของอัคนีดังขึ้นมา ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามา ดูสภาพแล้วน่าจะเพิ่งกลับเข้ามาในบ้าน คงหายไปกกอยู่กับผู้หญิงคนนั้นทั้งคืนอีกแล้วสินะ “จะกินอะไรมันก็เรื่องของฉัน ท้องของฉัน!” “ไปเอาข้าวมาให้เธอกิน” เมินคำพูดของเธอและหันไปสั่งแม่บ้าน “ค่ะ” “ไม่ต้อง ฉันจะกินกาแฟ” “อย่าเยอะ บอกอะไรก็ทำ” “แล้วทำไมฉันต้องทำ?” “เพราะมันเป็นคำสั่งของฉัน” “ฉันไม่ใช่ทาส และก็ไม่ใช่คนของคุณ เพราะฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่ง” “แต่ฉันก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผัวของเธอ” เขาพูดคำนี้ออกมาได้อย่างเต็มปาก ต่อหน้าแม่บ้านต่อหน้าบอดี้การ์ดของเขา เธอไม่ได้รู้สึกดีอะไรหรอก รู้สึกสมเพชซะมากกว่า “ผัวที่มีชู้ ยิ่งไม่มีสิทธิ์!” “รินรดา!” “ถ้าไม่เอากาแฟมาฉันก็ไม่กินข้าว” “เธอนี่มัน...” “......” ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงยอมเขาทุกอย่างไปแล้ว แค่เขาขึ้นเสียงเธอก็น้ำตารื้นขึ้นมาพร้อมจะร้องไห้เต็มแก แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะเธอไม่ใช่คนเดิมที่จะถูกรังแกได้ง่ายๆ “ไปเอามา” อัคนีหันไปบอกแม่บ้านอีกครั้ง ก่อนที่แม่บ้านจะรีบเดินกลับเข้าไปในครัวมาเตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้กับรินรดา “ฉันไปอยู่ข้างนอกมาทั้งคืน ไม่คิดจะเป็นห่วงผัวบ้างหรือไง” อัคนีเอ่ยถาม แต่เขาได้รับกลับมาเพียงสายตาที่เย็นชาจากเธอ รินรดานั่งจิบกาแฟอยู่เงียบๆ จนกระทั่งเธอพูดออกมาในที่สุด “ไปนอนกกอยู่กับชู้ มีเรื่องอะไรต้องถามอีก?” “ออก้าไม่สบาย ฉันก็เลยต้องไปดูแล” “แล้วบอกฉันทำไม เด็กนั่นจะเป็นจะตายแล้วเกี่ยวอะไรกับฉัน?” “เพราะต่อไป เด็กคนนั้นจะกลายเป็นลูกของฉัน” “อะไรนะ?” รินรดาพูดขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนจะหันมองหน้าสามี “คุณจะพาเด็กนั่น มาอยู่ที่นี่หรอ?” “ฉันจะรับออก้าเป็นลูก ซึ่งก็หมายความว่า ฉันจะเป็นพ่อของเขา” “หึ! ดีเนาะ เป็นชู้กับแม่เขาไม่พอ ยังจะเอาลูกเขามาเลี้ยงอีก เด็กนั่นก็มีพ่อไม่ใช่หรอ ชู้ของคุณคงไม่ไปเอากับต้นกล้วยแล้วท้องมาหรอกมั้ง” “รินรดาอย่าหยาบคาย!” “ฉันก็แค่พูดความจริง” “ฉันแค่จะบอกเธอ ฉันไม่ได้ขออนุญาตเธอ แค่บอกให้เธอรับรู้เอาไว้” “ได้สิ ลองพาเด็กนั่นกับชู้ของคุณมาเหยียบที่นี่ เราได้เห็นดีกันแน่!” ร่างบางลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะเดินหนีออกมาจากตรงนั้น เพราะเธอไม่อยากคุยอะไรกับเขาแล้ว “รินรดา รินรดา! กลับมาคุยกันก่อน เรายังคุยกันไม่จบ!” เธอไม่ได้สนใจเสียงเรียกที่ดังขึ้นตามหลังเลยสักนิดเดียว นี่เขากำลังคิดอะไรของเขาอยู่กันแน่ ไม่รักเธอไม่ว่าอะไรเลย แต่การที่จะพาผู้หญิงคนอื่นมาอยู่ที่บ้านด้วย ผู้หญิงที่มีลูกติดมาอยู่ด้วย โดยที่เขารับเป็นพ่อเด็ก แบบนี้มันหยามกันเกินไป พรึ่บ ! หญิงสาวทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้านนอกด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด เวลานี้เธอบอกไม่ถูกว่าเธอควรจะเสียใจหรือโกรธหรือคิดว่าเขาโง่ดีถึงได้คิดจะทำแบบนั้น “จะโกรธทำไม มันไม่ใช่เรื่องใหญ่สักหน่อย ไหนบอกไม่ได้คิดอะไรไง” เสียงของอัคนีดังขึ้น เขาน่าจะเดินตามเธอมาติดๆ “อย่างน้อยคุณก็ควรให้เกียรติฉันบ้าง” “ฉันก็ให้เกียรติเธออยู่นี่ไงถึงมาบอก” “ก็เอาสิ ถ้าคุณพาผู้หญิงคนนั้นกับลูกของเธอเข้ามา ฉันก็จะพาผู้ชายของฉันเข้ามาอยู่ในบ้านเหมือนกัน แลกกัน เอาไหมล่ะ?” “คิดจะขู่กันหรือไงรินรดา” “ลองดูไหมล่ะ จะได้รู้ว่าฉันขู่จริงๆ หรือเปล่า” เธอมองตาของเขานิ่งแต่เอาจริง เธอไม่ได้ขู่ แต่กำลังทำข้อแลกเปลี่ยนกับเขา ถ้าเขายอมที่จะให้เธอพาผู้ชายคนอื่นเข้ามาอยู่ในบ้านได้ เธอก็จะยอมให้เขาพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาเหมือนกัน “อยากตายหรือไง!?” อัคนีพูดด้วยอารมณ์โกรธ เมื่อเห็นเธอจริงจังเรื่องที่จะพาผู้ชายคนอื่นเข้ามาอยู่ที่บ้าน “ทำไมคะ รับไม่ได้หรอ?” “ผู้ชายอย่างฉัน ฆ่าได้หยามไม่ได้ คิดจะพาผู้ชายคนอื่นมาเหยียบจมูกกัน คิดหรือไงว่ามันจะมีชีวิตรอดกลับไป” “คุณมันก็ดีแต่... ขู่คนอื่น เอาแต่ใจตัวเอง พอคนอื่นจะทำแบบเดียวกันกับที่ตัวเองทำ กลับรับไม่ได้” “แต่เธอก็ควรเห็นแก่เด็กหน่อยสิ” “ฉันมันเป็นพวก ใจยักษ์ใจมาร ต่อให้จะเป็นเด็กแบเบาะ ฉันก็ไม่เห็นใจทั้งนั้น” “เมื่อไหร่จะเลิกประชดประชันกันสักที โอเค... ฉันไม่พูดเรื่องหย่าแล้วก็ได้ เราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ โอเคไหม?” “ต่อให้คุณพูด ฉันก็ยังยืนยันคำเดิม พาผู้หญิงของคุณมากราบตีนฉัน แล้วฉันจะพิจารณาเรื่องหย่าให้” “เธอนี่มัน...” “แต่ถ้าไม่!...” รินรดาพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่อีกฝ่ายจะได้พูดจนจบ “ก็อย่าได้มาพูดเรื่องนี้กันอีก ฉันจะไม่ฟังอะไรทั้งนั้น” พูดจบเธอก็เตรียมตัวที่จะเดินหนีไปที่อื่น เพราะไม่อยากจะคุยกับเขา และก็ไม่อยากจะเห็นหน้าเขาที่เอาแต่พูดเรื่องผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าเธอ “เรื่องเมื่อคืน..” “......” คนตัวเล็กชะงักและหยุดเดินทันที “ฉันไม่ได้ใส่ถุงยาง และฉันก็ปล่อยในด้วย อย่าลืมกินยาคุม” “เฮอะ! ลูกที่เกิดจากตัวเอง น้ำเชื้อตัวเอง กลับไม่ยอมรับ แต่ดันไปยอมรับเด็กที่เกิดจากน้ำเชื้อคนอื่น น่าสมเพชสิ้นดีคนอย่างคุณน่ะ!” “ฉันไม่อยากมีลูกกับเธอ!” “ไม่ต้องห่วง เพราะฉันก็ไม่คิดที่จะมีลูกกับคุณเหมือนกัน!”เวลาต่อมาในช่วงยามเย็น ณ บ้านหลังใหญ่ของจอมทัพอ้อมขวัญกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกที่จอมทัพซื้อมาให้เธอนั่งและนอนผ่อนคลายอย่างมีความสุข มือน้อยๆ ลูบท้องใหญ่ของตัวเองไปด้วย อีกไม่นานสมาชิกหนึ่งชีวิตในนี้ก็จะลืมตาดูโลกแล้ว มันยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นที่จะได้เห็นลูกตัวน้อย อยากจะรู้จริงๆ ว่าจะหน้าตาเหมือนกับใครฟึบ ฟึบ ฟึบ ~เสียงรองเท้าเสียดสีกับพื้น จอมทัพเดินออกมาจากในบ้านพร้อมแก้วน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว ก่อนจะวางลงบนโต๊ะเล็กข้างตัวภรรยา"ดื่มหน่อยครับ""ขอบคุณค่ะ"จอมทัพย่อตัวลงนั่งข้างๆ ภรรยาอย่างระมัดระวัง ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะวางลงที่ท้องใหญ่ของเธอ และเหมือนเจ้าตัวน้อยจะรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่อบอุ่นนี้ เขาดิ้นเบาๆ เหมือนตอบรับผู้เป็นพ่อ"ดิ้นแรงจังเลยนะครับ ลูกพ่อ""เหมือนลูกจะจำคุณได้นะ"อ้อมขวัญพูดขึ้นยิ้มๆ ทุกครั้งที่จอมทัพมาจับท้อง ลูกจะดิ้นแรงทุกครั้งเลย ราวกับว่าเขารู้ได้ว่านี่คือพ่อของเขา"เมื่อไหร่จะออกมาเล่นกับพ่อล่ะครับหืม..""ออกตามกำหนดดีกว่านะคะฉันว่า" เธอแทรกขึ้นถึงจะอยากเห็นหน้าลูกในท้องแค่ไหน แต่ก็อยากให้ลูกคลอดออกมาตามกำหนดมากกว่า เขาจะได้แข็งแรง"อ่า ผมพูดผิดไปสินะครับ งั้นพ่อข
@เวลาต่อมา ท้องของอ้อมขวัญเริ่มนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัดเสื้อผ้าหลายชุดเริ่มใส่ไม่ได้ จนสุดท้ายจอมทัพต้องเป็นคนพาเธอไปซื้อชุดสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง และเธอก็ต้องยอมจำใจให้เขาซื้อให้ คนในบ้านและญาติๆ สนิทต่างพากันตื่นเต้นกับสมาชิกตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และที่สำคัญตอนนี้จอมทัพจัดการเรื่องที่เธอเอาแต่กังวลมาอยู่แรมปีเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างลงตัวด้วยดี พ่อแม่ของจอมทัพเข้าใจและไม่ได้ตั้งคำถาม เพราะตอนนี้เธอก็มีลูกกับเขาจริงๆ แล้ว อีกไม่นานก็จะคลอด @เช้าวันนั้นอ้อมขวัญตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้มีนัดกับคุณหมอตรวจร่างกายประจำเดือน ก่อนออกไปก็ต้องกินข้าวตามปกติ ซึ่งไม่กินไม่ได้เลย จอมทัพคัดค้านหัวชนฝาเพราะกลัวว่าเธอจะหิว กลัวเธออ่อนแอ กลัวลูกไม่แข็งแรง เช้านี้โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูที่แม่บ้านตั้งใจทำ ข้าวต้มปลา ไข่ตุ๋น ปลาย่าง ผัดผัก และซุปเห็ดร้อนๆ กลิ่นอาหารหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน อ้อมขวัญกำลังนั่งตักข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยในขณะที่จอมทัพเพิ่งเดินลงมาจากชั้นบน ไปหาหมอแท้ๆ แต่แต่งตัวหล่อปานจะไปเที่ยวเมืองนอก "พี่ครับ" "ลงมาแล้วเหรอ ฉันหิวน่ะ ก็เลยไม่ได้รอ"
@หลายเดือนต่อมาอ้อมขวัญกำลังหลับสนิทช่วงนี้เธอหลับง่ายกว่าปกติ อาจเพราะร่างกายเริ่มปรับตัวกับการตั้งครรภ์ หรืออาจเป็นเพราะเหนื่อยจากการทำงานและการวิตกกังวลมาตลอดหลายวันแต่แล้ว... ความรู้สึกหนึบๆ อุ่นๆ ที่น่องทำให้เธอค่อยๆ ขมวดคิ้ว เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังกดลงบนกล้ามเนื้อเบาๆจากน่อง.. ไล่ขึ้นมาที่ต้นขา.. ก่อนจะวนกลับลงไปที่ข้อเท้าอีกครั้ง ทุกอย่างวนเวียนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในที่สุด"อื้อ..." อ้อมขวัญครางเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียเธอกะพริบตาอยู่สองสามครั้งเพื่อปรับสายตาแล้วก็ต้องชะงัก เพราะเห็นจอมทัพกำลังนั่งอยู่ปลายเตียงชายหนุ่มสวมเพียงเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงนอนธรรมดา มือทั้งสองกำลังนวดน่องของเธออย่างเบามือ สีหน้าตั้งใจราวกับกำลังทำงานสำคัญอยู่อ้อมขวัญรีบดันตัวลุกขึ้นนั่งทันที"จอมทัพ...""ตื่นแล้วเหรอครับ" จอมทัพเงยหน้าขึ้นมองภรรยาทันที"คุณทำอะไรคะ" เธอถามพร้อมกับหลุบสายตาลงมองขาตัวเอง ก่อนจะมองมือของเขาด้วย"นวดขาไงครับ""ฉันเห็นว่านวด" เธอหลุดหัวเราะทั้งที่ยังง่วงอยู่ เพราะตื่นขึ้นมากลางดึก "แต่ทำไม...""พี่ละเมอน่ะครับ" จอมทัพปล่อยมือจาก
#เวลาผ่านไปร้านคาเฟ่เปิดใหม่ของอ้อมขวัญ คือสถานที่ที่ถูกเลือกนัดพบระหว่างเธอและเพื่อนสนิทอย่างรินรดา เพื่อปรับทุกข์ และสารภาพบางอย่างที่ตอนนี้แม้แต่เธอเองก็ยังหาทางออกไม่ได้เลย"แกโอเคมั้ยเนี่ยอ้อม ทำไมทำหน้าแบบนั้น""ไม่รู้ดิ ไม่รู้ว่าต้องโอเคมั้ย" อ้อมขวัญตอบหน้าเศร้า คิดถึงเรื่องนั้นทีไรก็เครียดจนทำอะไรไม่ได้ทุกทีเลย"มันเรื่องอะไร ไหนลองเล่าซิ""เรื่องที่ฉันแต่งงานกับจอมทัพ...""มันก็โอเคแล้วไม่ใช่เหรอ หรือว่าทะเลาะกัน?""เปล่า ไม่ได้มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรอก"เธอยกมือขึ้นกุมขมับตัวเอง มันโอเคแล้วทุกอย่างจริงๆ ยกเว้นเรื่องเดียวที่โกหกมาตลอด และตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่ามันไม่ใช่ความจริง ถึงจอมทัพจะบอกให้เธอเลิกคิดถึงเรื่องนี้ แต่มันก็อดไม่ได้อยู่ดี"อ้อม...""ฉันทำพลาดจริงๆ นะริน"".....""เพราะความปากพล่อยของตัวเอง ดึงคนอื่นให้เข้ามาเดือดร้อนด้วย ตอนนี้ก็ยังต้องมาเจอเรื่องน่าหนักใจอีก มันเป็นเวรกรรมจริงๆ สินะ""อย่าคิดแบบนั้นสิอ้อม แกกำลังท้องนะ คิดบวกเข้าไว้"รินรดาพยายามปลอบใจเพื่อนสนิทไม่ให้คิดมาก เพราะตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว ถ้าเอาแต่เครียดแบบนี้มันจะส่งผลกระทบถึงลูกได้
ณ บ้านของจอมทัพ"อึก พี่ครับ ผมไม่ไหวแล้วครับ!" จอมทัพทำท่าทางพะอืดพะอมเหมือนจะอ้วก คนตัวโตวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีพร้อมกับเอามือปิดปากแน่น"ไหวมั้ยคุณ" อ้อมขวัญตามหลังมาติดๆ มือบางลูบหลังสามีเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง นับวันอาการแพ้ท้องของเขาก็หนักขึ้น จากที่ตอนแรกแค่เบื่ออาหาร ตอนนี้ทั้งอาเจียน ทั้งกินอะไรไม่ได้ เหม็นไปหมดเลย"ไหว ไหวครับ อืม..." จอมทัพทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง"ไปนั่งข้างในดีกว่านะ เดี๋ยวหายาดมให้""ครับ"เธอประคองสามีที่ตัวโตกว่ามากให้กลับมานั่งในห้องนอน ก่อนจะรีบหายาดมมาให้กับเขา"โอเคมั้ยคุณ""โอเคครับ โอเคมาก"เขายิ้มตอบรับคำพูดของตัวเอง ทั้งๆ ที่อาการของเขาดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่ามันไม่โอเคเอาซะเลย จะมาพูดว่าโอเคมากๆ ได้ยังไงกันก๊อก ก๊อก ก๊อก ~เสียงเคาะประตูที่ด้านนอก ก่อนที่จะมีคนเข้ามา ซึ่งก็เป็นแม่บ้านนั่นเอง"คุณจอม คุณอ้อมคะ มีของมาส่งค่ะ""คะ ของอะไรคะ?""ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ พวกเขากำลังขนของลงให้ค่ะ จะให้ขนไปไว้ที่ไหนคะ""เดี๋ยวฉันลงไปดูค่ะ""ผมลงไปด้วยครับ"จอมทัพรีบเสนอตัวขึ้นมาทันที ก่อนที่เธอและเขาจะลงไปที่ด้านล่างด้วยกัน ซึ่งตอนนี้ของที่ว่ากำลังถูกขนลงมา
#โรงพยาบาลเอกชน ...ห้องพักพิเศษ จอมทัพตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการงัวเงียหลังตื่นนอน กลิ่นยาคลุ้งภายในห้องทำให้เขาค่อยๆ ฝืนตัวเองให้ลืมตาขึ้นมอง “พี่ครับ” เสียงแหบแห้งดังขึ้นอย่างแผ่วเบา อ้อมขวัญที่กำลังจัดเตรียมอะไรต่อมิอะไรอยู่ภายในห้องอย่างเงียบๆ ก็หันไปมองด้วยความตกใจ “คุณ! ฟื้นแล้วหรอ?” “ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ” “เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยคุย ให้หมอตรวจอาการก่อนนะ” อ้อมขวัญพูดก่อนจะกดปุ่มสีแดงตรงหัวเตียง แล้วบอกกับพยาบาลเวรว่าสามีของเธอนั้นฟื้นขึ้นมาแล้ว “เป็นยังไงบ้าง ยังเวียนหัวอยู่ไหม”“อืม ครับ”แกร๊ก ~ ไม่ถึง 5 นาทีคุณหมอและพยาบาลก็พากันเดินกรูเข้ามาภายในห้องพัก เตียงผู้ป่วยของจอมทัพค่อยๆ ปรับระดับขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เขาไม่ต้องรู้สึกเวียนหัวมาก “ร่างกายอ่อนแอเพราะพักผ่อนน้อยนะครับ หมอให้น้ำเกลือแล้ว อาการน่าจะค่อยๆ ดีขึ้นครับ ต่อไปก็ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้อีกนิดนะครับ”“ผมแค่พักผ่อนน้อยเหรอครับ?”“ครับ”“ผมนึกว่า จะเป็นอะไรไปมากกว่านั้นซะอีก”“ไม่มีอะไรอันตรายน่ากลัวครับ หมอตรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ไม่มีอะไรร้ายแรงอย่างแน่นอน” ไม่ใช่แค่คนรอบตัว






![กรงรักเถื่อนสวาท NC25+ [พระเอกมาเฟีย โหด คลั่งรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
