LOGIN“ปิดประชุม”
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีนับตั้งแต่เลขาประจำตัวเขาไปเข้าห้องน้ำ ท่านประธานบริษัทอย่างเขาก็สั่งปิดประชุมในทันที ท่ามกลางความงงงวยของลูกน้องระดับผู้บริหารที่นั่งประชุมกันอยู่เต็มห้อง
แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไร ก็บอกแล้วว่าอำนาจสูงสุดของบริษัทนี้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ที่นั่งหัวหงอกหัวดำกันอยู่นั้นก็แค่ตัวประกอบ
“ยังรายงานผลประกอบการของปีนี้ไม่หมดเลยนะครับ”
หนึ่งในผู้บริหารอาวุโสของบริษัทในที่นั่งถัดไปจากกานต์ผู้เป็นรองประธาน ไม่ไกลที่นั่งของท่านประธานสักเท่าไหร่ ที่อายุอานามก็ปากเข้าไปเกือบจะหกสิบแล้ว กดเปิดไมค์หน้าที่นั่งของตัวเอง แล้วแสดงความคิดเห็นออกมา
“พวกมึงกล้าทำบริษัทนี้ให้ขาดทุนงั้นเหรอ”
สายตาคมของมาเฟียหนุ่มจ้องมองอย่างดุดันไปยังคนที่กลางเอ่ยพูดออกมาก่อนจะกวาดมองไปรอบๆห้องประชุมจนครบทุกคน
บริษัทนี้เป็นของเขา เขาอยากจะรู้นักว่าใครมันกล้าลองดีกับเขา ทำบริษัทที่เขาสร้างมากับมือเสียหาย
“เปล่าครับ”
“แล้วจะประชุมต่อทำซากอะไรล่ะ”
ในเมื่อไม่มีใครกล้าที่จะทำให้บริษัทของเขาเสียหาย มันก็ไม่มีเรื่องสำคัญอะไรที่เขาจะต้องมานั่งทนฟังคนแก่พล่ามให้หนวกหู
“แต่ผลประกอบการของบริษัท ประธานบริษัทควรรับรู้”
ในฐานะผู้บริหารอาวุโสที่หลับหลังประธานบริษัททุกคนต่างให้เกียรติเขา ยังคงพยายามที่จะพูด เพื่อหวังว่าประธานบริษัทจะฟังเขาเหมือนพวกลูกหลานที่ยอมฟังเขา
“ปัง ไม่ต้องเสือกสั่งสอนกู”
ร่างสูงใหญ่ราวนักกีฬาที่ฝึกซ้อมทุกวันของมาเฟียหนุ่มลุกขึ้นยืนในทันที ลูกน้องอย่างเจียรีบโผลเข้าหาเจ้านายเพื่อดูแลความปลอดภัยอย่างอัตโนมัติ
มือหนาของมาเฟียหนุ่มรีบคว้าเอาปืนของลูกน้องที่เหน็บเอาไว้ด้านหลังโดยมีเสื้อสูทบังอยู่อย่างรวดเร็ว
แล้วยิงตรงไปที่คนที่มันกล้าปากดีใส่เขาในตำแหน่งที่ใกล้ปากที่สุดนั้นคือใบหู เพียงเพราะยังไม่อยากให้ใครมาตายในห้องประชุมสุดหรูหราที่เขาเพิ่งลงทุนเสียเงินตกแต่งไป
“โอ๊ย”
ร่างของคนที่กล้าพูดร่วงลงพื้นในทันที ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดดังลั่นห้องประชุมที่กำลังเกิดความแตกตื่น สองมือยกขึ้นปิดบาดแผลฉกรรจ์ที่เลือดกำลังไหลพุ่งเอาไว้อย่างน่าเวทนา และไร้คนช่วยเหลือ
“ทำอะไรของมึงวะ”
กานต์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆลุกขึ้นอย่างอารมณ์เสียด้วยเหมือนกัน เมื่อเลือดจากคนที่โดนยิ่งกระเด็นมาโดนเสื้อผ้าของเขา
สายตาคมของท่านรองประธานถึงกับมองไปยังบริษัทที่เป็นญาติผู้พี่อย่างไม่พอใจนัก
“มีใครจะเสนออะไรอีกไหม”
แต่สายตากระจอกนั้นก็ไม่อาจเรียกร้องความสนใจของไทม์ได้ เขาหันไปกดเปิดไมค์หน้าที่นั่งของตัวเอง แล้วประกาศกร้าวดังลั่นห้องประชุมที่กำลังแตกตื่นเพราะเสียงปืนอีกครั้ง
“......”
ตอนนี้ทุกคนถึงกับเงียบไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง ก้มหน้ายอมรับในการปิดประชุมของประธานบริษัทแต่โดยดี
“ไอ้เจีย ส่งสูทชุดใหม่ไปปลอบขวัญคุณกานต์ด้วย คงจะเสียขวัญน่าดูเลยล่ะ ยิ่งเป็นพวกอ่อนหัดอยู่ด้วย”
ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุม หางตาของไทม์มองไปยังญาติผู้น้องเพียงเล็กน้อยราวกับอีกฝ่ายเป็นเศษผงระหว่างทางเดิน เผยรอยยิ้มร้ายออกมาแล้วหันไปบอกลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ
อยากจะแสดงความรับผิดชอบซักเล็กน้อยที่ดันมือหนักไปหน่อย เผลอทำให้ชุดสูทราคาถูกๆของอีกฝ่ายเลอะเทอะ
“ครับนาย”
“กูไม่รับ”
แต่กานต์กลับไม่รับความหวังดีที่เหมือนกับการดูถูกนั้น เขารู้ดีว่าคนอย่างไอ้ไทม์ไม่คิดจะรับผิดชอบในการกระทำของตัวเองจากใจจริงหรอก คนอย่างมันมีแต่จะดูถูกเขาและครอบครัวของเขาเท่านั้น
“หึ”
เสียงหนาหัวเราะในลำคออย่างชอบอกชอบใจ ก่อนจะเดินตัวปลิวราวกับสบายใจออกจากห้องประชุมที่กำลังวุ่นวายตามรถพยาบาลกัน
กานต์รีบเดินสวนอีกฝ่ายออกไปก่อนด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาแทบเดินชนอีกฝ่ายที่ไม่หลบทางเขาด้วยซ้ำไป
“คุณกานต์”
ระหว่างทางเดินจากห้องน้ำกลับไปยังห้องทำงาน ตรงจุดที่เป็นทางพอจะเดินสวนกันไปนั้น
ปาลินที่กำลังเดินคิดอะไรเพลินๆถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีผู้ชายตัวสูงใส่ชุดสูทสีเข้มปรากฎตัวขึ้นตรงหน้า
มองไกลๆจากคนที่สายตาสั้นไม่ยอมใส่แว่นอย่างเธอ มันช่างเหมือนเขาที่เธอเพิ่งจะหนีมาซะเหลือเกิน แต่พอเข้ามาใกล้ๆกลับไม่เหมือนกันจนทำให้เธอพอจะเบาใจลงไปได้มาก
“ตกใจอะไร ฉันไม่ใช่ไอ้เลวนั้นก็แล้วกัน”
กานต์ที่กำลังหงุดหงิดอยู่ถึงกับแสดงท่าทีหงุดหงิดออกไปใส่หญิงสาวอย่างลืมตัว เสื้อของเขาต้องมาเปื้อนเลือดก็เพราะไอ้ชาติชั่วนั้นราวกับมันจงใจ เพราะคนให้ยิงมีกันอยู่เต็มห้องและมันก็รู้ด้วยว่าใครกำลังโกงบริษัท แต่มันดันยิงคนที่อยู่ข้างเขาและเก็บคนที่โกงเอาไว้ไปจัดการที่หลัง
“ขอโทษค่ะ”
ปาลินเธอเคยชินแล้วที่จะรับความหงุดหงิดจากเพศที่แข็งแรงกว่า เมื่อเธอนั้นจำต้องเป็นนางบำเรอของมาเฟียที่เขาไม่เคยใจดีกับเธอเลยแม้แต่นิด
และด้วยความเคยชินนั้นทำให้เธอรีบก้มหน้าลงแล้วขอโทษออกไปทั้งที่ไม่ได้เป็นฝ่ายทำอะไรผิดเลยแม้แต่น้อย
“ไปให้ตรงเวลานัดด้วยล่ะ”
กานต์ก้าวเดินต่อไปเพื่อจะไปห้องน้ำ ระหว่างที่เขาเดินผ่านร่างบอบบางของหญิงสาวนั้น เขาก็กระซิบเบาๆออกมา
“ค่ะ”
หญิงสาวเองก็ก้าวเดินออกไปเหมือนกันเพื่อจะกลับไปยังห้องทำงาน รีบน้อมรับคำพูดของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มที่ปรากฎขึ้นภายในใจอันแสนห่อเหี่ยวของเธอ
“โอกาสมีแค่ครั้งเดียว อย่าทำพังล่ะ”
กานต์เน้นย้ำอีกคำก่อนจะก้าวเดินด้วยก้าวที่ใหญ่เป็นปกติ ไม่ใช่เล็กจนแทบจะเป็นการซอยเท้าก่อนหน้านี้
“ค่ะ”
ปาลินเธอเองก็เดินเลยเขาไปมากแล้วจนเหมือนจะเป็นแค่การเดินสวนกันตามปกติ ในช่องทางเดินที่ไม่ได้กว้างขวางอะไร
“นัดเจอกันเหรอ”
เสียงหนาของมาเฟียหนุ่มเอ่ยดังขึ้น เมื่อเขานั้นกำลังหยุดยืนอยู่ตรงเบื้องหน้าของหญิงสาว และอยู่ด้านหลังของไอ้กานต์ที่กำลังจะเดินจากไป
“ปิดประชุม”ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีนับตั้งแต่เลขาประจำตัวเขาไปเข้าห้องน้ำ ท่านประธานบริษัทอย่างเขาก็สั่งปิดประชุมในทันที ท่ามกลางความงงงวยของลูกน้องระดับผู้บริหารที่นั่งประชุมกันอยู่เต็มห้องแต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไร ก็บอกแล้วว่าอำนาจสูงสุดของบริษัทนี้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ที่นั่งหัวหงอกหัวดำกันอยู่นั้นก็แค่ตัวประกอบ“ยังรายงานผลประกอบการของปีนี้ไม่หมดเลยนะครับ”หนึ่งในผู้บริหารอาวุโสของบริษัทในที่นั่งถัดไปจากกานต์ผู้เป็นรองประธาน ไม่ไกลที่นั่งของท่านประธานสักเท่าไหร่ ที่อายุอานามก็ปากเข้าไปเกือบจะหกสิบแล้ว กดเปิดไมค์หน้าที่นั่งของตัวเอง แล้วแสดงความคิดเห็นออกมา“พวกมึงกล้าทำบริษัทนี้ให้ขาดทุนงั้นเหรอ”สายตาคมของมาเฟียหนุ่มจ้องมองอย่างดุดันไปยังคนที่กลางเอ่ยพูดออกมาก่อนจะกวาดมองไปรอบๆห้องประชุมจนครบทุกคนบริษัทนี้เป็นของเขา เขาอยากจะรู้นักว่าใครมันกล้าลองดีกับเขา ทำบริษัทที่เขาสร้างมากับมือเสียหาย“เปล่าครับ”“แล้วจะประชุมต่อทำซากอะไรล่ะ”ในเมื่อไม่มีใครกล้าที่จะทำให้บริษัทของเขาเสียหาย มันก็ไม่มีเรื่องสำคัญอะไรที่เขาจะต้องมานั่งทนฟังคนแก่พล่ามให้หนวกหู“แต่ผลประกอบการ
@ห้องประชุม“มานั่งตรงนี้”ท่านประธานหนุ่มที่พ่วงด้วยตำแหน่งมาเฟียใหญ่ตบเก้าอี้เรียกหาเลขาสาวสวยที่กำลังเดินเข้ามาให้เข้ามานั่งข้างๆกับเขา แม้ที่ตรงนั้นจะเป็นที่นั่งของรองประธานบริษัทที่มีศักดิ์เป็นญาติสนิทของเขา เขาก็ไม่ให้ความสนใจอะไร “....”ท่ามกลางห้องประชุมใหญ่สุดหรูหราสถานที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเธอที่ไม่เคยย่างกรายเข้ามาภายในนี้เลย ปาลินเธอเลือกเดินไปนั่งตรงที่นั่งด้านหลังที่เตรียมไว้ให้สำหรับเลขาแทน ไม่ได้ทำตามคำสั่งของเขา ใบหน้าหวานก้มอยู่ตลอดเวลาไม่เงยหน้าขึ้นซบตาเขา ด้วยเพิ่งไปร้องไห้ที่ห้องน้ำมาดวงตาหวานยังคงแดงก่ำไปด้วยความเจ็บช้ำอยู่ ไม่อยากให้เขาเห็นและหยิบมันขึ้นมาขยี้ให้เธอเจ็บช้ำหนักขึ้นไปอีก“นี่คุณ ที่นี่มันห้องประชุมนะ”ร่างหนาลุกขึ้นจากเก้าอี้ของท่านประธานตรงเข้าไปหาร่างบางนั้น กระชากแขนเล็กเข้าอย่างแรง จนร่างเล็กเซเข้ามาหาเขาทั้งตัวเธอขยับตัวหนีเขาอย่างแรงเพื่อเอาตัวรอดจากมัจจุราชตัวร้าย ที่เขานั้นเหมือนพร้อมจะขยี้เธอให้แหลกคามืออยู่ในทุกเมื่อ“อยากนั่งใกล้ไอ้กานต์จนเนื้อเต้นเลยซินะ”มาเฟียหนุ่มยิ้มเยาะด้วยความสะใจ เธออยากจะหนีเขามันก็ได้อยู่แล้ว
“แฉะแล้วหนิ่ จะไม่ให้เอาหน่อยเหรอ”เขารู้ดีว่าจุดอ่อนไหวของเธออยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าเธอนั้นอ่อนไหวต่อเรื่องตื่นเต้นมากแค่ไหนด้วย มันก็เลยไม่อยากจะที่หลอกล่อนางบำเรอของตัวเองให้แฉะพร้อมสอดใส่ได้ภายในพริบตาผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอ มันง่ายจะตายไป แค่กระดิกนิ้วนิดเดียวก็ได้แล้ว แล้วก็จบด้วยเอาเงินฟาดหัว ทุกอย่างยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่เลย“ไม่”ความเสียวกระสันเหมือนในทุกค่ำคืนเริ่มถามหาเธออีกครั้งจนปากทางคับแคบมันเปียกแฉะไปหมดอย่างห้ามไม่ได้ เธอกำลังอ่อนไหวไปกับนิ้วเรียวยาวของเขาที่เข้ามายุ่มย่ามกับใจกลางสาวของเธอแต่ถึงกระนั้นริมฝีปากหนาก็ยังห้ามตัวเองไม่ให้ครางดังออกมา แล้วแผดเสียงดังไล่เขาให้ไปไกลๆแทน“แต่กูอยาก อ้าส์”ดันร่างเล็กให้แนบไปกับประตูห้องทำงาน ปลดเอาชั้นในตัวจิ๋วของเธอออกด้วยกำลังที่มากกว่างัดเอาความใหญ่โตของตัวเองที่ใหญ่ผงาดด้วยไซส์หกสิบสองออกมาจากในกางเกง ชักรูดให้ตั้งลำแข็งเต็มที่ มือหนาข้างที่ถนัดช้อนเอวคอดกิ่วของเธอขึ้นมาให้ก้นเธอกระดกเข้าหาเขาที่ทางด้านหลัง เสียบแทงความใหญ่โตอย่างไร้เครื่องป้องกันใดๆให้ต้องเกะกะเข้าไปในตัวเธอดันสะโพกแกร่งเต็มแรง ส่งความยาวให
@คฤหาสน์ของไทม์“วันนี้ช่วงบ่ายมีประชุมที่บริษัทครับ เป็นการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทั้งหมด”ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของมาเฟีย เจียผู้เป็นลูกน้องคนสนิทกำลังพูดถึงตารางงานของวันนี้ให้ผู้เจ้านายได้ฟังไปด้วยออกกำลังกายหลังตื่นนอน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาอันแสนจะเป็นเงินเป็นทองทุกวินาทีของเจ้านายเขางานในวันนี้ของเจ้านายเขาก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนัก เพราะงานกลางวันสำหรับเจ้านายก็จะมีเพียงแค่อย่างสองอย่างเป็นปกติอยู่แล้ว จะตารางงานไม่แน่นเท่ากับช่วงกลางคืนหรือเรียกอีกอย่างว่า ทำธุรกิจสีขาวบังหน้าธุรกิจสีดำที่มีเงินสะพัดคืนละไม่รู้กี่สิบล้านนั้น“ไอ้เวรกานต์มันมาไหม”ไทม์มาเฟียหนุ่มเลือดร้อนผู้มีทั้งอำนาจและเงินทองมากมายมหาศาลจนกินใช้ชาตินี้ก็ไม่มีวันหมด ผู้ซึ่งใครๆก็ต่างเกรงกลัวกันหัวหดไม่เว้นแม้แต่ลูกน้องใกล้ตัว เดินลงจากลู่วิ่งที่วิ่งมาแล้วเกือบจะชั่วโมงพร้อมกับหยดเหงื่อที่เต็มตัว เดินไปหยิบเอาผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางอยู่ใกล้ๆขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่หยดอยู่ตามใบหน้าสายตาคมจ้องมองลูกน้องเพื่อถามหาญาติสนิทที่มีสายเลือดร่วมกันกับเขาอย่างไอ้กานต์ ที่แม่ของมันเป็นน้องสาวของพ่อเขา ญาติที่เขาไม่เคยมองว่าพวกม







