Masuk@ห้องประชุม
“มานั่งตรงนี้”
ท่านประธานหนุ่มที่พ่วงด้วยตำแหน่งมาเฟียใหญ่ตบเก้าอี้เรียกหาเลขาสาวสวยที่กำลังเดินเข้ามาให้เข้ามานั่งข้างๆกับเขา แม้ที่ตรงนั้นจะเป็นที่นั่งของรองประธานบริษัทที่มีศักดิ์เป็นญาติสนิทของเขา เขาก็ไม่ให้ความสนใจอะไร
“....”
ท่ามกลางห้องประชุมใหญ่สุดหรูหราสถานที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเธอที่ไม่เคยย่างกรายเข้ามาภายในนี้เลย ปาลินเธอเลือกเดินไปนั่งตรงที่นั่งด้านหลังที่เตรียมไว้ให้สำหรับเลขาแทน ไม่ได้ทำตามคำสั่งของเขา
ใบหน้าหวานก้มอยู่ตลอดเวลาไม่เงยหน้าขึ้นซบตาเขา ด้วยเพิ่งไปร้องไห้ที่ห้องน้ำมาดวงตาหวานยังคงแดงก่ำไปด้วยความเจ็บช้ำอยู่ ไม่อยากให้เขาเห็นและหยิบมันขึ้นมาขยี้ให้เธอเจ็บช้ำหนักขึ้นไปอีก
“นี่คุณ ที่นี่มันห้องประชุมนะ”
ร่างหนาลุกขึ้นจากเก้าอี้ของท่านประธานตรงเข้าไปหาร่างบางนั้น กระชากแขนเล็กเข้าอย่างแรง จนร่างเล็กเซเข้ามาหาเขาทั้งตัว
เธอขยับตัวหนีเขาอย่างแรงเพื่อเอาตัวรอดจากมัจจุราชตัวร้าย ที่เขานั้นเหมือนพร้อมจะขยี้เธอให้แหลกคามืออยู่ในทุกเมื่อ
“อยากนั่งใกล้ไอ้กานต์จนเนื้อเต้นเลยซินะ”
มาเฟียหนุ่มยิ้มเยาะด้วยความสะใจ เธออยากจะหนีเขามันก็ได้อยู่แล้ว แต่คนอย่างเขาถ้ายังติดใจอยากตะเอาอยู่ มันไม่มีวันจะปล่อยนางบำเรอคนนี้ไปได้ง่ายๆหรอก
จำเป็นต้องฆ่าใครอีกสักเป็นร้อยคนก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร หรือจะให้ส่งลูกน้องไปข่มเหงรังแกแม่สติไม่ดีของเธออีกมันก็ไม่ได้หนักหนาอะไรสำหรับมาเฟียอย่างเขา
“ฉันเปล่านะ”
เธอปฏิเสธคำกล่าวหาจากเขาเสียงแข็ง เมื่อไม่อยากจะดึงใครให้มาเดือดร้อนไปกับเธอด้วย โดยเฉพาะคนที่ดีกับเธออย่างคุณกานต์รองประธานบริษัทนั้น
“มาเถอะ ยังไงฉันก็ใจกว้างพอ จะแบ่งของดีๆให้ไอ้กานต์มันได้กินบ้างอยู่แล้ว หรือว่าเธอชอบแบบสองคนพร้อมกันดีล่ะ”
มือหนาลากร่างเล็กให้เดินตามเขาไป ส่งเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้ที่เขาเรียกหาตั้งแต่แรกด้วยแรงเหวี่ยงมหาศาล ก่อนจะกลับไปนั่งยังที่ของตัวเอง
“ค่ะ”
ปาลินได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่งของเขา ร่างกายแม้จะเจ็บแค่ไหนที่ต้องกระแทกกับเก้าอี้หนังนั้น ก็ทำได้เพียงแค่ก้มหน้ารับความเจ็บปวดโดยไม่อาจปริปากพูดอะไรออกมา
“หึ”
ไทม์เหยียดสายตามองผู้หญิงชั้นต่ำข้างกายเขาด้วยความสะใจ ก่อนจะมองตรงไปแล้ววางอำนาจที่มีให้คนที่กำลังเดินเข้ามาในห้องประชุมได้เกรงกลัวต่ออำนาจของเขา
และนั้นก็ได้ผล ทุกคนที่เดินทางมาร่วมประชุมไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนก็ตาม เมื่อเข้ามาในห้องประชุมแล้ว ก็ต้องก้มหัวไหว้เขากันก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ยกเว้นว่าแก่หรือเด็กกว่า
“สวัสดีครับท่านประธาน”
และการทักทายอย่างอ่อนน้อมนั้นก็ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ กานต์ญาติผู้น้องของเขาก็ต้องเข้ามาทักทายด้วยเช่นกัน แม้ใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายจะบ่งบอกว่าไม่เต็มใจทำก็ตาม
“ไอ้เจียไปเอาเก้าอี้เล็กนั้นมาให้คุณกานต์นั่ง เร็วๆด้วยล่ะอย่าให้รองประธานเขาต้องรอนาน”
ไทม์ไม่ได้รับไหว้อีกฝ่ายเพราะเขาก็ไม่เคยรับไหว้ใคร เพียงแต่จดจำเอาไว้ในสายตาเท่านั้นว่าใครทำอะไร เขาหันไปเรียกลูกน้องคนสนิทให้ลากเก้าอี้ตัวเล็กของเลขาที่ไม่ได้ใช้งานมาให้ไอ้กระจอกมันนั่ง
“ครับนาย”
เจียก้มหัวรับคำสั่ง อย่างไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธใดๆ แม้รู้ดีว่าไม่เหมาะสมแต่ก็ไม่กล้าขัดใจเจ้านาย
“ฉันให้เลขาของฉันมานั่งตรงที่นาย หวังว่าคงจะไม่ว่ากันนะ”
สั่งลูกน้องเสร็จ ไทม์ถึงหันไปสนใจกับคนที่ยืนหัวโด่อยู่ไม่ไกล โปรยรอยยิ้มร้ายส่งตามไปให้ด้วย ประกาศให้รู้ว่าใครใหญ่สุดในบริษัทนี้ และมีอำนาจสูงสุดที่จะทำอะไรก็ได้ โดยไม่ต้องเกรงกลัวใคร
“ครับ”
กานต์ในฐานะญาติผู้น้องที่ไม่ได้มีอำนาจอะไร แต่กลับได้รับตำแหน่งใหญ่โตเพราะความเป็นเครือญาติกันได้แต่จำใจยอมรับ ที่เขามาที่นี่ก็เพราะแม่สั่งให้มาด้วยความเป็นญาติบ้าบออะไรนั้น
“ก็ดี”
ดวงตาคมจ้องมองญาติสนิทไม่ละไปไหน ภายในแววตานั้นเต็มไปด้วยความสะใจ มุมปากยกยิ้มร้ายขึ้นเล็กน้อยจนแทบไม่มีใครเห็น นี่ละมั้งมรดกชิ้นโปรดที่พ่อของเขาทิ้งไว้ให้ขยี้เล่นแก้เบื่อ ทำให้พวกมันทุกคนปางตายก่อนจะฆ่าทิ้งอย่างสาสม
“มาครบแล้วก็เริ่มประชุมได้เลย”
แล้วเขาก็หันไปเปิดประชุมเมื่อเห็นว่ามีคนมากันเต็มห้องแล้ว โดยไม่สนว่ายังไม่ได้เวลาตามที่นัด เพราะเริ่มเร็วเขาก็จะได้จบจากเรื่องน่าเบื่อนี้เร็วขึ้น
“จดอะไรเยอะแยะ อยากยึดบริษัทของฉันหรือไง”
การประชุมเริ่มต้นขึ้นอย่างเข้มข้นเพราะในหนึ่งปีจะมีการประชุมใหญ่เพียงแค่ครั้งเดียว ประธานบริษัทแทบจะไม่ได้ฟังเรื่องราวที่ทุกคนพล่ามกันมาเลยสักนิด ก็บอกแล้วว่ายังไงอำนาจการตัดสินใจมันก็อยู่ที่เขาเพียงคนเดียว
แล้วหางตาของคนที่เริ่มเบื่อก็กวาดมองไปเห็นว่าเลขาสาวสวยของเขาที่เพิ่งจะน้ำแตกด้วยกันมา กำลังก้มหน้าก้มตาจดบันทึกเรื่องไร้สาระที่เขาไม่เคยสั่งอย่างเอาเป็นเอาตายราวกับกำลังรวบรวมข้อมูล
“มันเป็นหน้าที่”
เสียงหวานกระซิบกระซาบกลับไปเพื่อรักษามารยาทภายในที่ประชุม ไม่ให้เสียงดังไปรบกวนคนที่กำลังตั้งใจฟังและคนที่กำลังพูด
“อยากทำหน้าที่ก็หมุดลงไปใต้โต๊ะซิ”
ไทม์ใช้มือปัดปากกาในมือของอีกฝ่ายให้หลุดออกจากมือไป ก่อนจะกระซิบกระซาบข้างหูของเธอเบาๆเพื่อเป็นการตอบกลับ
พร้อมกับจับมือข้างซ้ายของเธอมุดลงใต้โต๊ะที่ลับตาคน พาคลำไปยังเป้ากางเกงของเขาที่เธอควรอยากทำหน้าที่
“ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำค่ะ”
หญิงสาวดึงมือกลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบลุกเดินหนีออกไปจากห้องประชุมด้วยคำอ้างที่ว่า เธอจะไปทำธุระส่วนตัว
“อย่าให้ฉันต้องไปตาม”
เขาปล่อยเธอไปแต่โดยดี แต่มิวายส่งสายตาดุๆตามไปกำราบเธออยู่ดี เพราะเมื่อไหร่ที่เธอไม่ทำตาม เขาก็ไม่ปล่อยให้เธอรอดไปได้ง่ายๆเหมือนกัน
“ปิดประชุม”ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีนับตั้งแต่เลขาประจำตัวเขาไปเข้าห้องน้ำ ท่านประธานบริษัทอย่างเขาก็สั่งปิดประชุมในทันที ท่ามกลางความงงงวยของลูกน้องระดับผู้บริหารที่นั่งประชุมกันอยู่เต็มห้องแต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไร ก็บอกแล้วว่าอำนาจสูงสุดของบริษัทนี้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ที่นั่งหัวหงอกหัวดำกันอยู่นั้นก็แค่ตัวประกอบ“ยังรายงานผลประกอบการของปีนี้ไม่หมดเลยนะครับ”หนึ่งในผู้บริหารอาวุโสของบริษัทในที่นั่งถัดไปจากกานต์ผู้เป็นรองประธาน ไม่ไกลที่นั่งของท่านประธานสักเท่าไหร่ ที่อายุอานามก็ปากเข้าไปเกือบจะหกสิบแล้ว กดเปิดไมค์หน้าที่นั่งของตัวเอง แล้วแสดงความคิดเห็นออกมา“พวกมึงกล้าทำบริษัทนี้ให้ขาดทุนงั้นเหรอ”สายตาคมของมาเฟียหนุ่มจ้องมองอย่างดุดันไปยังคนที่กลางเอ่ยพูดออกมาก่อนจะกวาดมองไปรอบๆห้องประชุมจนครบทุกคนบริษัทนี้เป็นของเขา เขาอยากจะรู้นักว่าใครมันกล้าลองดีกับเขา ทำบริษัทที่เขาสร้างมากับมือเสียหาย“เปล่าครับ”“แล้วจะประชุมต่อทำซากอะไรล่ะ”ในเมื่อไม่มีใครกล้าที่จะทำให้บริษัทของเขาเสียหาย มันก็ไม่มีเรื่องสำคัญอะไรที่เขาจะต้องมานั่งทนฟังคนแก่พล่ามให้หนวกหู“แต่ผลประกอบการ
@ห้องประชุม“มานั่งตรงนี้”ท่านประธานหนุ่มที่พ่วงด้วยตำแหน่งมาเฟียใหญ่ตบเก้าอี้เรียกหาเลขาสาวสวยที่กำลังเดินเข้ามาให้เข้ามานั่งข้างๆกับเขา แม้ที่ตรงนั้นจะเป็นที่นั่งของรองประธานบริษัทที่มีศักดิ์เป็นญาติสนิทของเขา เขาก็ไม่ให้ความสนใจอะไร “....”ท่ามกลางห้องประชุมใหญ่สุดหรูหราสถานที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเธอที่ไม่เคยย่างกรายเข้ามาภายในนี้เลย ปาลินเธอเลือกเดินไปนั่งตรงที่นั่งด้านหลังที่เตรียมไว้ให้สำหรับเลขาแทน ไม่ได้ทำตามคำสั่งของเขา ใบหน้าหวานก้มอยู่ตลอดเวลาไม่เงยหน้าขึ้นซบตาเขา ด้วยเพิ่งไปร้องไห้ที่ห้องน้ำมาดวงตาหวานยังคงแดงก่ำไปด้วยความเจ็บช้ำอยู่ ไม่อยากให้เขาเห็นและหยิบมันขึ้นมาขยี้ให้เธอเจ็บช้ำหนักขึ้นไปอีก“นี่คุณ ที่นี่มันห้องประชุมนะ”ร่างหนาลุกขึ้นจากเก้าอี้ของท่านประธานตรงเข้าไปหาร่างบางนั้น กระชากแขนเล็กเข้าอย่างแรง จนร่างเล็กเซเข้ามาหาเขาทั้งตัวเธอขยับตัวหนีเขาอย่างแรงเพื่อเอาตัวรอดจากมัจจุราชตัวร้าย ที่เขานั้นเหมือนพร้อมจะขยี้เธอให้แหลกคามืออยู่ในทุกเมื่อ“อยากนั่งใกล้ไอ้กานต์จนเนื้อเต้นเลยซินะ”มาเฟียหนุ่มยิ้มเยาะด้วยความสะใจ เธออยากจะหนีเขามันก็ได้อยู่แล้ว
“แฉะแล้วหนิ่ จะไม่ให้เอาหน่อยเหรอ”เขารู้ดีว่าจุดอ่อนไหวของเธออยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าเธอนั้นอ่อนไหวต่อเรื่องตื่นเต้นมากแค่ไหนด้วย มันก็เลยไม่อยากจะที่หลอกล่อนางบำเรอของตัวเองให้แฉะพร้อมสอดใส่ได้ภายในพริบตาผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอ มันง่ายจะตายไป แค่กระดิกนิ้วนิดเดียวก็ได้แล้ว แล้วก็จบด้วยเอาเงินฟาดหัว ทุกอย่างยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่เลย“ไม่”ความเสียวกระสันเหมือนในทุกค่ำคืนเริ่มถามหาเธออีกครั้งจนปากทางคับแคบมันเปียกแฉะไปหมดอย่างห้ามไม่ได้ เธอกำลังอ่อนไหวไปกับนิ้วเรียวยาวของเขาที่เข้ามายุ่มย่ามกับใจกลางสาวของเธอแต่ถึงกระนั้นริมฝีปากหนาก็ยังห้ามตัวเองไม่ให้ครางดังออกมา แล้วแผดเสียงดังไล่เขาให้ไปไกลๆแทน“แต่กูอยาก อ้าส์”ดันร่างเล็กให้แนบไปกับประตูห้องทำงาน ปลดเอาชั้นในตัวจิ๋วของเธอออกด้วยกำลังที่มากกว่างัดเอาความใหญ่โตของตัวเองที่ใหญ่ผงาดด้วยไซส์หกสิบสองออกมาจากในกางเกง ชักรูดให้ตั้งลำแข็งเต็มที่ มือหนาข้างที่ถนัดช้อนเอวคอดกิ่วของเธอขึ้นมาให้ก้นเธอกระดกเข้าหาเขาที่ทางด้านหลัง เสียบแทงความใหญ่โตอย่างไร้เครื่องป้องกันใดๆให้ต้องเกะกะเข้าไปในตัวเธอดันสะโพกแกร่งเต็มแรง ส่งความยาวให
@คฤหาสน์ของไทม์“วันนี้ช่วงบ่ายมีประชุมที่บริษัทครับ เป็นการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทั้งหมด”ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของมาเฟีย เจียผู้เป็นลูกน้องคนสนิทกำลังพูดถึงตารางงานของวันนี้ให้ผู้เจ้านายได้ฟังไปด้วยออกกำลังกายหลังตื่นนอน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาอันแสนจะเป็นเงินเป็นทองทุกวินาทีของเจ้านายเขางานในวันนี้ของเจ้านายเขาก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนัก เพราะงานกลางวันสำหรับเจ้านายก็จะมีเพียงแค่อย่างสองอย่างเป็นปกติอยู่แล้ว จะตารางงานไม่แน่นเท่ากับช่วงกลางคืนหรือเรียกอีกอย่างว่า ทำธุรกิจสีขาวบังหน้าธุรกิจสีดำที่มีเงินสะพัดคืนละไม่รู้กี่สิบล้านนั้น“ไอ้เวรกานต์มันมาไหม”ไทม์มาเฟียหนุ่มเลือดร้อนผู้มีทั้งอำนาจและเงินทองมากมายมหาศาลจนกินใช้ชาตินี้ก็ไม่มีวันหมด ผู้ซึ่งใครๆก็ต่างเกรงกลัวกันหัวหดไม่เว้นแม้แต่ลูกน้องใกล้ตัว เดินลงจากลู่วิ่งที่วิ่งมาแล้วเกือบจะชั่วโมงพร้อมกับหยดเหงื่อที่เต็มตัว เดินไปหยิบเอาผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางอยู่ใกล้ๆขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่หยดอยู่ตามใบหน้าสายตาคมจ้องมองลูกน้องเพื่อถามหาญาติสนิทที่มีสายเลือดร่วมกันกับเขาอย่างไอ้กานต์ ที่แม่ของมันเป็นน้องสาวของพ่อเขา ญาติที่เขาไม่เคยมองว่าพวกม







