LOGINดาเนียที่เดินตามเข้าไปในห้องไม่ทันไรเลขาสองคนก็สลัดผ้าผ่อนเปลือยกายแล้วกระโดดรอเขาที่เตียงนอนทันที
"คุณแซ็คขาพายัยนี่มาทำไม มีแค่พวกเราสองคนยังไม่พออีกเหรอคะ" สาวผมสั้นเบะปากแล้วกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างดูถูก
"คนแบบนี้ไม่มีวันได้เทสงานหรอก ไม่ใช่สไตล์ของฉัน พวกเธอโดนใจกว่ามาก ฉันแค่พามาหาอะไรดูข้ามเวลา"
คิดว่าจะสลัดเธอออกจากชีวิตด้วยวิธีนี้สินะ ฝันไปเถอะเฮียแซ็ค เธอไม่ใช่คนขี้ขลาดอย่างที่เขาคิด ถึงแม้เขาจะไม่เคยรู้เลยว่าเธอเคยเจอความบอบช้ำอะไรมาบ้าง
"จะทำอะไรก็ทำ!" เธอว่าแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ปลายเตียง สุริยะกระตุกยิ้มแล้วยืนค้ำหัวเธอ เขาสลัดผ้าต่อหน้าเธอออกจนหมด ดาเนียหลับตาทันทีที่เห็นความอล่างฉ่างจากเรือนกายแกร่งกำยำของเขา
"หลับตาทำไมล่ะ สู้ไม่ไหวแล้วเหรอ"
ยิ่งเขาท้าเธอก็ยิ่งต้องผ่านมันไปให้ได้ ดาเนียเปิดตาออกยิ้มแฉ่งราวกับว่าเธอไม่รู้สึกใด ๆ
"เชิญค่ะ!" เธอผายมือให้เขาไปเสพสังวาสกับเลขาสาวสองคนบนเตียง เขาโน้มตัวลงมาเท้าแขนสองข้างกับที่วางมือบนเก้าอี้ เพ่งมองเข้ามายังนัยน์ตากลมคู่สวยที่สุกสกาวเหมือนหมู่ดาวบนท้องฟ้า จนถึงกลับต้องรีบเบือนหน้าหนีก่อนที่จะเผลอจดจ้องดวงหน้านี้จนลืมกิจกรรมที่ควรทำ
"ดูให้จบล่ะ ถ้าดูไม่ไหวก็ไสหัวไปซะ"
เขาว่าแล้วก้าวขาขึ้นไปบนเตียงคุกเข่าลงต่อหน้าสองสาวแล้วเริ่มระดมจูบแลกลิ้นกันไปมานัวเนียผลัดกันแทะผิวแลกสัมผัสกันอย่างเพลิดเพลิน
"อ๊า...." สาวผมสั้นร้องครางเสียวเมื่อถูกริมฝีปากกระจับแดงของเขางับลงมาแล้วดูดกลืนยอดถันอย่างรุนแรง
ขณะที่นิ้วมือของเขาที่ว่างอยู่อีกข้างก็สอดแทรกเข้าไปใจกลางดอกไม้ของสาวผมยาวอีกคนจนเสียงครางผสานกันดังคับห้องจนผู้ชมอย่างเธอแทบจะหัวใจสลายภายในเสี้ยวนาที
กว่าจะรู้ตัวอีกทีเธอก็วิ่งออกมาจากห้องนั้นจนไกลแสนไกล สองขาในชุดเดรสเขวี้ยงรองเท้าส้นสูงกระเด็นไปยังพื้นถนน ทันใดรถยนต์ที่แล่นผ่านก็เหยียบรองเท้าแบรนด์เนมราคาแพงยับจนหมดสภาพยับเยิน
ดาเนียทรุดลงกับพื้นถนนน้ำตาร่วงหล่นเผาะ ๆ เธอมาทำอะไรที่นี่ เธอชอบคนแบบเฮียแซ็คไปได้ยังไง ทั้งที่เขาทำร้ายจิตใจเธอด้วยคำพูด ด้วยแววตาและการกระทำขนาดนั้น ทำไมโลกนี้มันถึงโหดร้ายกับเธอนัก
"คุณเนียครับเป็นอะไรไหมครับ"
ศิวดลที่กึ่งหลับกึ่งสัปหงกรอเจ้านายอยู่หน้าโรงแรมวิ่งเข้ามาดูหญิงสาวที่ทรุดกองร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับพื้นด้วยความเป็นห่วงก่อนที่เขาจะเหลือบมองขึ้นไปยังชั้นหกของโรงแรม และเห็นเจ้านายหนุ่มยืนมองดูอยู่ก่อนแล้ว สุริยะรีบสวมเสื้อผ้าชุดเดิมและหยุดกิจกรรมสวาททุกอย่างทันทีที่ดาเนียวิ่งออกไป
"เอ่อ..ไม่ค่ะเนียโอเค โอเคมากค่ะ ฮึก...ฮึก" ถึงจะบอกแบบนั้นแต่เธอก็หยุดสะอื้นไม่ได้ เธอหยัดตัวลุกขึ้นปาดเช็ดน้ำตาฉีกยิ้มให้กับลูกน้องของเฮียแซ็คไอ้คนใจโฉดพรรค์นั้น
"ให้ผมไปส่งที่บ้านไหมครับ เจ้านายคงจะอยู่ยันเช้า" ดาเนียรีบพยักหน้ารับ
"เนียไม่ชอบกลับบ้านค่ะ ไปส่งเนียที่อพาร์ทเม้นท์ของเนียได้ไหมคะที่นั่นมีสตูดิโอของเนียอยู่ติดกัน เนียว่าจะไปทำงานต่อค่ะ"
"จะตีสองแล้วเนี่ยนะครับ ทำงานต่ออีกเหรอ" ศิวดลร้องเสียงสูงแล้วเหลือบมองหน้าของสุริยะที่แอบมองลงมา เจ้านายของเขาไม่เคยใจร้ายกับใคร แต่ทำไมถึงใจร้ายกับคุณเนียเหลือเกิน
"เวลาเนียนอนไม่หลับก็จะลุกขึ้นมาทำงานตลอด วานคุณดลไปส่งเนียหน่อยนะคะ"
"ครับ ๆ ถ้าคุณเนียต้องการผมจะไปให้ครับ"
ศิวดลไปส่งดาเนียที่อพาร์ทเม้นต์หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณเขา และเกี่ยวรองเท้าส้นสูงที่พังเละปาทิ้งลงถังขยะ
"ขอบคุณนะคะที่มาส่ง"
"ยินดีครับ แล้วเรื่องงานเลขาคุณเนียจะเอาไงต่อครับ"
"ถึงเนียอยากทำ แต่ถ้าเจ้านายคุณดลไม่อยากให้เนียทำ เนียก็จะไม่ทำแล้วค่ะ เนียผิดเองที่ไปสมัครงานนั่นเล่น ๆ เพื่อรอเวลาตอบรับจากสถาบันแห่งหนึ่งอยู่ค่ะ"
"คุณเนียจะไปไหนครับ"
"นิวยอร์คค่ะ เนียจะไปเรียนเพิ่มเติมด้านธุรกิจแฟชั่นแล้วก็อยากหาประสบการณ์ที่นั่นสักสองสามปีค่ะ"
ฉิบหายแล้วไง! ศิวดลคิด เจ้านายทำให้ผู้หญิงคนนี้เสียใจขนาดไหน ถึงขนาดต้องหนีไปเมืองนอกเชียวหรือ แล้วสุริยะมืดทมิฬนี้มันจะทอแสงได้อีกครั้งไหมวะ เพราะนอกจากคุณดาเนียแล้วเขาก็มองไม่เห็นผู้หญิงคนไหนเลยที่จะทะลวงหัวใจดำ ๆ ของเจ้านายได้ดีเท่าผู้หญิงกล้าคนนี้
"แผนนี้อยู่ในหัวคุณเนียแต่แรกหรือเปล่าครับ" ดาเนียเงียบพลางใช้ความคิด
"เปล่าค่ะ ตอนแรกเนียคิดว่าจะอยู่ตื๊อเฮียแซ็คจนกว่าเขาจะยอมรับรักเนีย ฮ่าฮ่ามันดูเหลวไหลใช่ไหมคะ แต่ในเมื่อเขาแสดงออกว่ารังเกียจเนียขนาดนั้น เนียก็จะไปให้พ้น ๆ หน้าเขาค่ะ ยังไงฝากบอกเจ้านายของคุณดลด้วยนะคะว่าขอให้มีความสุข"
"คุณเนียไม่ลองตื๊อดูอีกหน่อยเหรอครับ เดี๋ยวผมช่วยเอง" ซวยแน่ถ้าเจ้านายรู้ว่าเขาพยายามเป็นพ่อสื่อพ่อชักให้สมหวังในรักครั้งใหม่กับคุณดาเนีย แต่ไม่ลองก็ไม่รู้แหละวะ เพราะคุณท่านแอบสั่งมาว่าให้ทำยังไงก็ได้รีบจัดการให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้เลิกไปนั่งกินนอนกินที่หลุมศพคนตายสักที
"เนียจะพยายามอีกครั้งก็ได้ค่ะ"
ศิวดมอมยิ้มแล้วรีบบันทึกเสียงการสนทนาของเขากับดาเนียไปให้สุริยะฟัง เขาเปิดเสียงสนทนาให้เจ้านายฟังผ่านลำโพงของร้านหนังสือใต้ดินที่มีเพียงหลอดไฟสีส้มประดับประดา ทั้งดูลึกลับและดูน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
"เห็นไหมครับคุณเนียชอบเจ้านายจริง ๆ นะ นายไม่เปิดใจดูหน่อยเหรอ" ศิวดลพยายามเกลี้ยกล่อม แต่พอดวงตาคมตวัดมองเหงื่อของเขาก็หยดแมะ ๆ ทันที
"มึงบังคับให้ใครชอบมึงได้ไหมล่ะ ถ้ามึงทำได้กูจะยอมเปิดใจให้ดาเนีย"
"งั้นเจ้านายก็ให้คุณเนียลองพยายามดูก่อนสิครับ"
"พยายามยังไง"
"ลองไปเดทด้วยกันดูไหมครับ ไปดูหนัง ไปกินข้าวด้วยกันอะไรก็ได้ที่นายเคยทำกับคุณพริ..." ศิวดลรีบตบปากตัวเอง สุริยะเลิกคิ้วสูงอย่างใช้ความคิด
"มึงโทรนัดตอนนี้เลย" ศิวดลยิ้มร่ารีบกดโทรหาดาเนียด้วยความดีใจ
"คุณเนียครับ คุณแซ็คจะนัดไปดูหนัง กินข้าวครับ คุณเนียสะดวกไหม"
"นัดจริงหรือเปล่าคะไม่ใช่จะแกล้งเนียอีกใช่ไหมคะ" เสียงหวานใสตอบมาอย่างรู้ทัน สุริยะเผลอกระตุกยิ้มเพราะความหัวไวของดาเนีย
"คุณเนียชอบดูหนังสไตล์ไหนครับ ผมจะจองตั๋วให้เลย"
"อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่หนังผีหนังสยองขวัญ"
หมับ!
โทรศัพท์ในมือของศิวดลถูกแย่งไป
"อย่าเรื่องมาก ถ้าเธอยังเรื่องมากฉันจะไม่ไปไหนกับเธอทั้งนั้น"
"เอ่อ....งั้นตามใจเฮียแซ็คก็ได้ค่ะอยากดูอะไรก็ดู" เธอรีบตอบรับเขาทันควัน ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจไม่ไปเดทกับเธอ
สนามบินซุสอายุ 23 ปีเตรียมบินไปเรียนปริญญาโทต่อที่อเมริกาชายหนุ่มสูงยาวเข่าดีกระดิกเท้าชะเง้อมองหาเด็กสาวจอมจุ้นซาลาเปาที่โทรบอกว่ากำลังจะถึง แต่รอเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่โผล่หน้ามาสักที จนน้องสาวน้องชายอีกสามคนที่มาส่งแห่กันกลับบ้านไปพร้อมกับคุณอรุณฉายหมดแล้ว ยัยปุกเปาก็ยังไม่ถึง"รออีกหน่อยน่าเดี๋ยวก็มา" ดาเนียตบบ่าลูกชาย"แกดูอาลัยอาวรณ์จังนะเจ้าซุส อย่าบอกนะว่า...รักน้องอ่ะ" สุริยะปรี่เข้ามาเอาแขนคล้องคอลูกชายแล้วเริ่มเปิดประเด็น"รักอะไรครับพ่อ ยัยเปาไม่ใช่สเป็คผม ก็แค่กลัวยัยนั่นร้องไห้ขี้มูกโป่งเฉย ๆ เดี๋ยวจะมาหาว่าผมใจร้ายไม่รอ" รีบปฏิเสธ"เฮียยยย....แฮ่ก ๆ" ซาลาเปาในชุดนักศึกษามหาลัยปีหนึ่งวิ่งหอบเข้ามาหาซุส สุริยะ และดาเนีย ด้านหลังมีพนาธีร์ กับเหมียวเดินตามมาส่งด้วย"ไปลาเฮียซุสสิเปา" แม่เหมียวดันหลังลูกสาวที่เหงื่อแตกเต็มหน้าพวกพ่อแม่ก็เลยปล่อยให้ลูก ๆ ได้มีเวลาบอกลากันเป็นการส่วนตัว"เอ้าผ้าเช็ดหน้าเช็ดซะ เหงื่อเต็มเลย" ควักผ้าเช็ดหน้าส่งให้ซาลาเปาที่หน้าแดงระเรื่อ"เช็ดให้หน่อยสิคะ" อ้อนไม่เคยเปลี่ยน"ไม่ใช่เด็กแล้วนะ โตเป็นสาวแล้วเช็ดเองดิ" บอกปัดสะบัดหน้าหนี"เปา
ณ วัดป่าแห่งหนึ่งซุสวัยหกขวบตัวใหญ่สูงที่สุดในชั้นเรียนอนุบาลสามเดินทางมาพร้อมพ่อกับแม่ อาป่าและอาเหมียวรวมทั้งยัยกระปุกเปาตั้งฉ่ายวัยสองขวบที่ในชุดเอี๊ยมยีนส์เด็กสวมหมวกลายดอกไม้สีหวาน"ปี้ซุ๊ดเหวน้าม" ซาลาเปาวิ่งตามเยาะแยะ ตะโกนไล่หลังว่าหิวน้ำแต่ซุสรีบสับขาหนีไม่สนใจ สาวน้อยเปาท้อนั่งจุ้มปุ๊กลงกับพื้น หน้าแดงระเรื่อเพราะอุณหภูมิของแดดเมืองไทยที่ร้อนตับแล่บเด็กชายหยุดกึกเท้าสะเอวถอนหายใจเดินกลับไปหาและส่งกระติกน้ำที่คอให้ดูด "กินน้ำซะอย่ามางอแง" ซาลาเปาเบะปากเตรียมแผดเสียง "เงียบนะ ถ้าร้องจะทิ้งจริงด้วย" ซุสจิกตาขวางใส่ทำให้มือน้อยรีบอุดปากแล้วดูดน้ำในกระติกของคนพี่อย่างกระหาย"จายย้าย" ว่าแล้วทำแก้มป่องดูดน้ำจนเหลือเพียงครึ่งกระติก"พร้อมยังอ่ะ" เร่งให้เปาลุกขึ้นเพราะพ่อกับแม่เดินไปถึงกุฏิเจ้าอาวาสแล้ว"ฉับมือ ฉับมือปาว" มืออ้วนกลมของซาลาเปายื่นไปหาเด็กชายที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยอมยื่นมือให้จับแต่โดยดี เพราะกลัวจะโดนพ่อกับแม่เอ็ดเข้าอีกที่ไม่ดูแลน้อง ทั้งที่เขาก็มีน้องสาวแท้ ๆ อีกคน แต่แม่กลับเอาเดย์ซีไปฝากให้อาเรนกับอาลินเลี้ยง แล้วหนีบยัยปุกเปานี่มาแทนซุสเดินจับมืออ้วนของน้อ
บ้านเทพเจ้าซุสวันเสาร์อาทิตย์นี้ดาเนียไม่ได้ออกไปดูที่ร้านเพราะรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนผิดปกติจึงนอนตื่นสาย โชคดีที่มีสามีน่ารักแบบเฮียแซ็คและลูกชายแสนแก่นแก้วแบบซุสที่ลุกขึ้นมาช่วยกันทำอาหารเช้าให้แม่ตั้งแต่เช้าตรู่ สองพ่อลูกช่วยกันเก็บกวาดบ้านช่อง ซักผ้า และออกไปรดน้ำต้นไม้ด้วยกันอย่างกระตือรือร้น โดยไม่มีการปลุกเรียกหรือรบกวนแม่ให้รำคาญใจโฮ่ง!!โฮ่ง!!เสียงเห่าของสุรีย์ดังก้องขณะวิ่งไล่กวดสองพ่อลูก เจ้าสุนัขลาบราดอร์สีดำสนิทรีบคาบฟุตบอลหนีแล้ววางแหมะที่เท้าของดาเนีย หญิงสาวที่มีท่าทางอิดโรยอ่อนล้าจึงโน้มตัวลงไปลูบหัวเจ้าหมาน้อยที่กลายเป็นหมาหนุ่มหล่อเหลาตัวใหญ่"เนียเล่นไม่ไหวหรอกสุ วันนี้เหนื่อยยังไงก็ไม่รู้" เธอบ่นแล้วหยิบขนมหมาส่งให้เจ้าหมาลาบราดอร์สีดำพร้อมกับลูบไล่ขนสลวยของมันอย่างเพลิดเพลินใจ"เหนื่อยเหรอที่รัก เนียจะป่วยหรือเปล่า" คนที่ได้ยินว่าภรรยาบ่นว่าเหนื่อยรีบรุดเดินเข้ามาดู ทั้งที่ใบหน้าชุ่มเหงื่อพลางหยิบผ้าเย็นมาซับทำความสะอาด จากนั้นจึงส่งผ้าอีกผืนให้ลูกชายที่เหงื่อโชกพอกัน"แม่เนียเป็นอะไรครับพ่อ" ถามพ่อที่กำลังนั่งจินตนาการไปไกลว่าอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงแบบนี้หรือว่าบ
"อ้ามเก่งมากเลยลูก" ดาเนียที่อยากมีลูกสาวใจจะขาดแต่หลังจากรอบก่อนที่วางแผนจะมีทายาทคนที่สองก็ล่วงเลยมาเกือบสามปีพอดี สรุปยังไม่ได้ปั๊มลูกกับเฮียแซ็คอย่างเป็นทางการ ตอนนี้เลยทำได้แต่นั่งป้อนอาหารบดให้กับซาลาเปาลูกสาวของพี่ป่าและเหมียว ซุสที่เล่นเตะฟุตบอลกับสุรีย์และดงดิบจนเหนื่อยจึงเดินมาหาแม่ในบ้าน"แม่จ๋าซุสหิว" ลูกชายนั่งลงข้างแม่มองหน้าที่กำลังส่งตาแป๋วลุกวาวมาให้ เด็กชายหันซ้ายหันขวาไม่เข้าใจว่าน้องมองหน้าตนทำไมจึงได้จ้องกลับอย่างไม่ยอม ซาลาเปาอ้าปากรับข้าวบดจากอาดาเนีย ดวงตาก็จับจ้องไปยังพี่ซุสไม่หยุด"ซุสไปตักข้าวผัดกินสิลูกแม่ครอบฝาชีไว้ตรงโน้นน่ะ แม่ป้อนข้าวเปาก่อน" บอกลูกชายให้หากินเอาเอง"แล้วทำไมต้องป้อนยัยกระปุกเปานี่ ทำไมไม่หากินเอง" อิจฉาทำท่าทางขึงขัง"น้องยังช่วยตัวเองไม่ค่อยได้ เดี๋ยวซุสมีน้องก็เข้าใจเองแหละจ้ะ" คุณแม่พูดให้ลูกชายเข้าใจ ซุสลงจากเก้าอี้เดินกระแทกเท้าปึ้งปั้งไปตักข้าวกินเอง สายตาคอยลอบมองซาลาเปาตลอดเวลา"แอ้แอ้" ซาลาเปาชี้มือไปที่ซุส ดาเนียหลุดขำ"ทำไมคะเฮียซุสของแม่หล่อใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวแม่จองพี่ซุสไว้ให้เปานะดีไหมลูก" คุณแม่หยอกล้อเล่นกับซาลาเปาวัยหนึ่ง
แม่ลูกสองคนวิ่งโต้คลื่นอยู่หน้าชายหาดส่วนตัวของโรงแรม ดาเนียในชุดทูพีชสองชิ้นสีน้ำเงินตัดรับกับผิวขาวเหมือนน้ำนมหัวเราะร่าเริงกวักน้ำใส่ซุสที่อายุครบสองขวบกับอีกสามเดือน หลังจากที่พักฟื้นและเน้นทำงานที่บ้านแทนก็เพิ่งจะได้มีเวลามาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ สุริยะที่นั่งอ่านหนังสือเรื่อง Bad Apollo หนังสือนิยายของตนเอง ฉีกยิ้มกว้างไปยังดวงหน้าสดใสของภรรยาและลูกชาย"เฮียคะซุสหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะค่ะ" ชะโงกหน้าเข้ามาหาสามีที่กำลังอ่านนิยายเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่ติดอันดับขายดีในเว็บอเมซอน"คร้าบบ" จูงมือภรรยาและลูกชายขึ้นฝั่งไปด้วยกัน"อร่อยมากเลยคร้าบ" ซุสพูดชัดถ้อยชัดคำจิ้มกุ้งชุปแป้งทอดเคี้ยวเสียงดังกรุบกรอบและส่งให้พ่อกับแม่กัดคนละคำ "กินเร็วครับ กุ้งอร่อยมาก" ชื่นชมไม่หยุดปาก"อึ้มจริงด้วยลูก" พ่อยิ้มกว้างพยักหน้าเห็นด้วยกับรสชาติที่แสนอร่อย"พ่อพ่อซุสอยากได้แบบนั้นค้าบ" ยิ้มตาหยีชี้นิ้วไปยังอีกครอบครัวที่มีเด็กหญิงเด็กชายนั่งล้อมเต็มโต๊ะ"ซุสอยากได้น้องเหรอ" คนเป็นพ่อสบโอกาสยิ้มกริ่มเหล่มองคุณแม่ที่กำลังนั่งเป่าปากเพราะยำหอยนางรมที่สั่งมาเผ็ดมาก"หืม...พ่อลูกวางแผนอะไรกันอีกคะ" หรี
ทุกคนกรูกันมาที่โรงพยาบาลแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปพูดคุยกับสุริยะที่ทำแผลบริเวณหัวไหล่เสร็จเรียบร้อยไม่ยอมนอนพักหรือแอดมิทดูอาการ เพราะเขาบอกว่าตนเองไหวและต้องการนั่งเฝ้าภรรยาที่หน้าห้องผ่าตัดเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะกลับออกมาอย่างปลอดภัย ชายหนุ่มกำลังนั่งกุมขมับสองข้ามก้มหน้ามองพื้น ตัวของเขาอาบเปื้อนเลือดของดาเนีย บ่ากว้างสองข้างกระตุกวูบไหวหัวใจของเขาโหวงเหวงไร้ทิศทาง สมองขาวโพลนไปหมด ภาพที่ดาเนียถูกยิงยังติดตา ภาพที่เธอบอกว่ารักเขานั้นติดตรึงในโสต เสียงลั่นไกปืนกึกก้องดังสนั่นจนทำให้จิตใจว้าวุ่นไปหมดฝีเท้าของผู้กล้าเดินเข้ามาหาเขา เสียงเตาะแตะของรองเท้าเด็กนั้นทำให้เขาหลุดจากภวังค์ได้สำเร็จ ใบหน้าอาบชุ่มน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองลูกชาย"ผ่อจ๋า" เสียงแหบแห้งวิ่งโผเข้ามาสวมกอดพ่อ"ซุส...ฮึก" รวบกอดลูกจมมิดสะอึกสะอื้นอย่างควบคุมไม่ได้"เนียยูหน่าย" ถามแล้วกอบกุมหน้าพ่อให้ตอบคำถาม"แม่ไม่สบายครับ" เกลี่ยแก้มขาวแล้วกอดตัวลูกชายอีกครั้ง"ไอ้แซ็คกินน้ำกินท่าก่อน" พิรุณส่งผ้าเย็น น้ำและนมให้เพื่อนรักกับหลานชาย "เดี๋ยวกูให้ลินดูแลซุสเอง มึงจะอยู่โรงพยาบาลก็อยู่ไป กูจะอยู่เป็นเพื่อน มึงเชื่อมือไอ้เอลเถ





![คีรินทร์ วาเลนซิโอ [ ใต้ปีกมาเฟีย ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

