Masukสุริยะวางดอกกุหลาบขาวที่หลุมศพของพริมพลอยและฉีกยิ้มให้กับคนรัก วันนี้เขาพร้อมแล้วที่จะสารภาพบางอย่างที่เก็บไว้มาตลอดสามปี วันนี้ดาเนียกลับมาแล้วและเขาจะไม่ปล่อยเธอไปอีก เขาต้องรับจริง ๆ ว่าตัวเองเจ็บปวดและทรมานกับการรอคอยใบหน้าสดใสนั้น และทำได้เพียงส่งอรุณฉายไปตามเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ตามคำแนะนำของไอ้เรน
"พริม ผมจะเริ่มต้นใหม่กับดาเนียแล้วนะ ผมเพิ่งรู้ตัวว่าโหยหาความอบอุ่นนั้นจากเขา ดาเนียกับคุณแตกต่างกันมาก คุณนั้นอ่อนหวาน เรียบร้อยแต่ดาเนียทั้งตลก สดใส และทำให้หัวใจของผมเต้นแรงเหมือนตอนที่พบกับคุณครั้งแรก ทว่ามันกลับทำให้ผมกระชุ่มกระชวยมากกว่าตอนพบกับคุณ หรือเพราะเธอเด็กกว่าไม่รู้ ผมกลายเป็นคนหลงรักเด็กไปซะแล้ว ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจผมนะพริม ผมไปก่อนนะพริม ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง"
***************
ฟากเดียวกันดาเนียที่หอบร่างสะบักสะบอมลงมาจากรถแท็กซี่ทรุดกองกับพื้นโชคดีที่อรุณฉายไม่อยู่เพราะเขาบอกว่าจะไปทำธุระข้างนอกและจะกลับมาตอนหัวค่ำ หญิงสาวเอาผ้าพันคอที่มีอยู่ในกระเป๋ามาคลุมใบหน้าและเดินลากขาที่อ่อนแรงกลับไปยังห้อง พอไขประตูเข้าไปเท่านั้นร่างของเธอก็ล้มลง
ปากอิ่มที่มีเลือดซิบที่มุมปากสองข้างกัดฟันสู้หยัดกายลุกขึ้นแล้วเดินไปยังห้องน้ำเพื่อดูสภาพที่ทุเรศของตัวเอง หน้าตาของเธอบวมแดงมีรอยเล็บจิกข่วน ริมฝีปากเจ่อบวมช้ำมีเลือดแห้งเกรอะกรังไม่น่าดู หน้าผากก็ปูดโนเป็นสีม่วงคล้ำฟกช้ำจนเหมือนกับคนที่เพิ่งไปชกมวยที่ลุมพินีมาหมาด ๆ เนื้อตัวก็มีแต่รอยเล็บ รอยถลอกเต็มไปหมด
ถ้าอาทิตย์หน้ารอยแผลพวกนี้ยังไม่จางหายล่ะก็เธอคงจะเปิดสตูดิโอที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่เอี่ยมไม่ได้แน่นอน เพราะแขกทุกคนคงตกใจที่เจ้าของห้องเสื้อมีสภาพเหมือนกับไปฟัดกับหมามา
"อีนังพวกนั้นเลวไม่เคยเปลี่ยนเลยจริง ๆ" ดาเนียบ่นอุบอิบถอดเสื้อผ้าออกและล้างเนื้อล้างตัวที่มีคราบขี้ดินเกาะติดอยู่ ร่างกายบอบบางที่เต็มด้วยบาดแผลเป็นริ้ว ๆ ก้าวลงแช่ในอ่างน้ำอุ่น "เฮ้อสบายตัวหน่อย" เพราะอาการเหนื่อย อาการเพลียและความเจ็บมันประดังประเดเข้ามาทำให้เธอผล็อยหลับคาอ่างน้ำโดยไม่รู้ตัว
อรุณฉายโทรหาดาเนียไม่ติดเขาจึงหวั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ขณะที่กำลังขับรถพาสุริยะ ผู้ว่าจ้างและส่งเขาไปดูแลคุณดาเนียมายังอพาร์ทเม้นต์ เขาก็เหล่มองเจ้านาย ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าอรุณฉายเป็นกังวลบางอย่าง
"โทรหาเนียติดไหม"
"ตั้งแต่ตอนที่อยู่สุสานแล้วครับ ผมโทรหาคุณเนียไม่ติดเลย
ทันทีที่รถจอดสุริยะรีบเดินเข้าไปยังอพาร์ทเม้นท์หรูของดาเนียและเคาะประตูห้องของเธอรัว ๆ
"เนีย ดาเนีย เนียได้ยินเฮียไหม เนียอยู่ข้างในหรือเปล่า เนียตอบเฮียที"
"คุณแซ็คครับผมมีคีย์การ์ดสำรองที่คุณเนียให้ไว้ครับ" อรุณฉายส่งคีย์การ์ดให้เจ้านายเขารีบแตะที่ประตูห้องแล้วบิดเข้าไปทีเดียว สองขาที่เป็นกังวลเดินหาหญิงสาวจนทั่วห้อง กระทั่งได้ยินเสียงน้ำไหลที่ดังมาจากห้องน้ำ
สุริยะพุ่งเข้าไปบิดประตูห้องน้ำและเคาะรัว ๆ ให้คนด้านในได้ยินแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ เขาจึงตัดสินใจควักกระบอกปืนออกมาแล้วกระหน่ำยิงจนลูกบิดแตกหัก มือที่ร้อนลนกระชากประตูห้องน้ำออก ดวงตาของเขาเบิกกว้าง เจ็บปวดเหมือนหัวใจถูกทุบตีจนแตกสลาย ร่างกายของดาเนียเต็มด้วยบาดแผล และใบหน้าก็มีแต่รอยฟกช้ำ
"อรุณนายออกไปข้างนอกก่อนฉันจะดูแลเนียเอง และโทรตามหมอเอลให้ผมด้วย"
"ได้ครับ"
ใบหน้าที่ช็อกกับสภาพของดาเนียหอบหิ้วร่างเปลือยเปล่าขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนและบรรจงหยิบผ้าขนหนูสีขาวมาห่อหุ้มร่างไร้สติ พลันน้ำตาของเขาก็ไหลหลากเมื่อเห็นร่างกายขาวโพลนที่มีแต่รอยเล็บข่วน แก้มนวลที่บวมแดง ปากอิ่มที่เคยจุมพิตเขาแตกเจ่อมีคราบเลือด และหัวที่โนปูดฟกช้ำจนเป็นสีม่วงจัด
ไอ้ฉิบหาย!!
ไอ้บัดซบตัวไหนมันทำผู้หญิงของเขาวะ
ใครที่มันทำดาเนียของเขา เขาจะไปตามหักคอให้หมดทุกคน
สุริยะเดินไปเดินมาระหว่างที่รอเอลวิน หรือ หมอเหมันต์ตรวจอาการของดาเนียที่นอนหายใจรวยระรินอยู่บนเตียงนอน
"ไอ้แซ็ค" หมอเอลวินเดินเข้ามาแล้วตบบ่าเพื่อนสนิท "น้องมันเป็นลมในน้ำ ร่างกายอ่อนเพลียมากน่าจะเจ็ทแลคด้วยกับโดนยำเละขนาดนั้นก็เลยตามสภาพ มึงไม่ต้องห่วงกูฉีดยาให้แล้ว บาดแผลที่หัวฟกช้ำค่อนข้างรุนแรงมึงคอยเอาเจลประคบนี่ประคบให้ดาเนียแล้วกัน"
"ขอบใจว่ะเพื่อน ไอ้เรนจะเอากูตายไหมเนี่ย"
"กูไม่ฆ่ามึงหรอก เฮ้ยไอ้เอลขอบใจว่ะที่มึงมาดูแลเนียให้" เรนที่โผล่มาเพราะศิวดลโทรไปแจ้งข่าวของดาเนียยื่นมือมาตบบ่าเพื่อนสนิทอีกคน แล้วชะโงกดูหน้าที่หลับสนิทของน้องสาวพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก
"เออกูไปล่ะ เรื่องกูคนเดียวก็ปวดหัวจะแย่ เมื่อวานไอ้ภูก็มากินเหล้ากับกูเมาปลิ้นเลยว่ะ ไอ้ฟ้าก็เลยต้องแบกกลับ"
"มึงไปเหอะขอบใจมาก" สุริยะตบบ่าหมอเอลเพื่อขอบคุณและทรุดตัวนั่งคุกเข่าลงข้างเตียงของดาเนีย เกลี่ยผมที่รกปรกหน้าออกไป พิรุณเดินกอดอกเข้ามาอย่างเหนื่อยใจ เพราะตอนนี้เขาเดาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวของเขา
"กูมีเรื่องเนียจะเล่าให้ฟัง"
"เรื่องอะไร" สุริยะหยัดตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปยืนเคียงข้างเพื่อนซี้ มองดาเนียที่นอนหลับปุ๋ยด้วยความห่วงหา
"เมื่อก่อนตอนเนียอายุ 17 เคยถูกเพื่อนกลุ่มนึงทำร้ายและพาไปทิ้งไว้ที่ตึกร้าง ตอนนั้นลุงกับกูหาเนียตั้งแต่เย็นยันตีหนึ่ง กว่าจะรู้ว่าเนียถูกทิ้งไว้ที่มืดมิดสงัดน่ากลัวแบบนั้นคนเดียว เนียก็เกือบจะสติแตกแล้ว เนียถึงกลัวความมืด กลัวผี กลัวทุกอย่างที่อยู่ในความมืดมิด มีอาการแพนิกตื่นตระหนก มีสภาวะเป็น PTSD บางครั้งจะตัวแข็งทื่อเหมือนตกอยู่ในฝันร้ายซ้ำซาก หรือบางทีถ้าพบเจอคนที่มีลักษณะคล้ายกับคนที่เคยทำร้ายเขามาก่อนเนียก็ถึงกับตัวสั่นงันงกน้ำตาไหลพรากเลยล่ะ ดังนั้นเนียถึงไม่ค่อยชอบไปงานสังคม เพราะเขากลัวว่าจะเจอคนพวกนั้นอีก แต่ตอนนี้ก็ถือว่าดีกว่าแต่ก่อน ยังรู้จักรับมือเผชิญหน้าความกลัวได้บ้างแล้ว ถึงจะยังไม่เต็มร้อยก็เถอะ และนี่คือเหตุผลที่กูถึงไม่อยากให้มึงต้องเป็นสุริยะมืดมนไปอีกคน มึงเข้าใจหรือยังไอ้แซ็ค มึงอาจจะสูญเสียคนรักไป แต่ดาเนียสูญเสียจิตวิญญาณของตัวเองไป"
"แสดงว่าวันนี้เนียไปเจอคนกลุ่มเดิมมาสินะ" น้ำตาของผู้ฟังไหลอาบหน้าสองข้าง เพราะคำบอกเล่าจากปากของพิรุณ เขามันงี่เง่าเสียจริงที่ไม่เคยรับรู้เลยว่าผู้หญิงที่วิ่งเข้ามาสมัครงานเลขากับเขา และถูกเขาทำร้ายจิตใจในวันนั้นเคยพบโศกนาฏกรรมอันเลวร้ายมาก่อน
"ก็คงหนีไม่พ้นพวกเดิม แต่คนพวกนั้นก็เหมือนผีเวลาที่เราเจอผีที่น่ากลัวขามันก็ก้าวไม่ออก จะชักขาวิ่งหนีก็ชาไปหมด เนียคงจะไปจ๊ะเอ๋กับแก็งอริเก่าที่ห้างเข้าพอดีก็เลยโดนเจิมมาซะเต็มตัว และอีกอย่างกูรู้ว่ามึงก็เคยทำกับเนียมาก่อนใช่ไหมไอ้แซ็ค" ตบบ่าเพื่อนที่ยืนตัวนิ่งพลางขบคิดถึงสมัยที่เคยกลั่นแกล้งดาเนีย
"อืมกูเคยแกล้งเนีย เพราะงี้เนียถึงกลัวหนังสยองขวัญ แต่ตอนนั้นกูก็ยังลากน้องมึงไปดูหนังผี กูนี่สารเลวจริง ๆ " สุริยะกร่นด่าด้วยความโมโหแต่ไม่สบตากับพิรุณเอาแต่เพ่งมองคนป่วยนอนซมตรงหน้าด้วยความเจ็บใจกับการกระทำเห็นแก่ตัวของตนเอง
สนามบินซุสอายุ 23 ปีเตรียมบินไปเรียนปริญญาโทต่อที่อเมริกาชายหนุ่มสูงยาวเข่าดีกระดิกเท้าชะเง้อมองหาเด็กสาวจอมจุ้นซาลาเปาที่โทรบอกว่ากำลังจะถึง แต่รอเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่โผล่หน้ามาสักที จนน้องสาวน้องชายอีกสามคนที่มาส่งแห่กันกลับบ้านไปพร้อมกับคุณอรุณฉายหมดแล้ว ยัยปุกเปาก็ยังไม่ถึง"รออีกหน่อยน่าเดี๋ยวก็มา" ดาเนียตบบ่าลูกชาย"แกดูอาลัยอาวรณ์จังนะเจ้าซุส อย่าบอกนะว่า...รักน้องอ่ะ" สุริยะปรี่เข้ามาเอาแขนคล้องคอลูกชายแล้วเริ่มเปิดประเด็น"รักอะไรครับพ่อ ยัยเปาไม่ใช่สเป็คผม ก็แค่กลัวยัยนั่นร้องไห้ขี้มูกโป่งเฉย ๆ เดี๋ยวจะมาหาว่าผมใจร้ายไม่รอ" รีบปฏิเสธ"เฮียยยย....แฮ่ก ๆ" ซาลาเปาในชุดนักศึกษามหาลัยปีหนึ่งวิ่งหอบเข้ามาหาซุส สุริยะ และดาเนีย ด้านหลังมีพนาธีร์ กับเหมียวเดินตามมาส่งด้วย"ไปลาเฮียซุสสิเปา" แม่เหมียวดันหลังลูกสาวที่เหงื่อแตกเต็มหน้าพวกพ่อแม่ก็เลยปล่อยให้ลูก ๆ ได้มีเวลาบอกลากันเป็นการส่วนตัว"เอ้าผ้าเช็ดหน้าเช็ดซะ เหงื่อเต็มเลย" ควักผ้าเช็ดหน้าส่งให้ซาลาเปาที่หน้าแดงระเรื่อ"เช็ดให้หน่อยสิคะ" อ้อนไม่เคยเปลี่ยน"ไม่ใช่เด็กแล้วนะ โตเป็นสาวแล้วเช็ดเองดิ" บอกปัดสะบัดหน้าหนี"เปา
ณ วัดป่าแห่งหนึ่งซุสวัยหกขวบตัวใหญ่สูงที่สุดในชั้นเรียนอนุบาลสามเดินทางมาพร้อมพ่อกับแม่ อาป่าและอาเหมียวรวมทั้งยัยกระปุกเปาตั้งฉ่ายวัยสองขวบที่ในชุดเอี๊ยมยีนส์เด็กสวมหมวกลายดอกไม้สีหวาน"ปี้ซุ๊ดเหวน้าม" ซาลาเปาวิ่งตามเยาะแยะ ตะโกนไล่หลังว่าหิวน้ำแต่ซุสรีบสับขาหนีไม่สนใจ สาวน้อยเปาท้อนั่งจุ้มปุ๊กลงกับพื้น หน้าแดงระเรื่อเพราะอุณหภูมิของแดดเมืองไทยที่ร้อนตับแล่บเด็กชายหยุดกึกเท้าสะเอวถอนหายใจเดินกลับไปหาและส่งกระติกน้ำที่คอให้ดูด "กินน้ำซะอย่ามางอแง" ซาลาเปาเบะปากเตรียมแผดเสียง "เงียบนะ ถ้าร้องจะทิ้งจริงด้วย" ซุสจิกตาขวางใส่ทำให้มือน้อยรีบอุดปากแล้วดูดน้ำในกระติกของคนพี่อย่างกระหาย"จายย้าย" ว่าแล้วทำแก้มป่องดูดน้ำจนเหลือเพียงครึ่งกระติก"พร้อมยังอ่ะ" เร่งให้เปาลุกขึ้นเพราะพ่อกับแม่เดินไปถึงกุฏิเจ้าอาวาสแล้ว"ฉับมือ ฉับมือปาว" มืออ้วนกลมของซาลาเปายื่นไปหาเด็กชายที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยอมยื่นมือให้จับแต่โดยดี เพราะกลัวจะโดนพ่อกับแม่เอ็ดเข้าอีกที่ไม่ดูแลน้อง ทั้งที่เขาก็มีน้องสาวแท้ ๆ อีกคน แต่แม่กลับเอาเดย์ซีไปฝากให้อาเรนกับอาลินเลี้ยง แล้วหนีบยัยปุกเปานี่มาแทนซุสเดินจับมืออ้วนของน้อ
บ้านเทพเจ้าซุสวันเสาร์อาทิตย์นี้ดาเนียไม่ได้ออกไปดูที่ร้านเพราะรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนผิดปกติจึงนอนตื่นสาย โชคดีที่มีสามีน่ารักแบบเฮียแซ็คและลูกชายแสนแก่นแก้วแบบซุสที่ลุกขึ้นมาช่วยกันทำอาหารเช้าให้แม่ตั้งแต่เช้าตรู่ สองพ่อลูกช่วยกันเก็บกวาดบ้านช่อง ซักผ้า และออกไปรดน้ำต้นไม้ด้วยกันอย่างกระตือรือร้น โดยไม่มีการปลุกเรียกหรือรบกวนแม่ให้รำคาญใจโฮ่ง!!โฮ่ง!!เสียงเห่าของสุรีย์ดังก้องขณะวิ่งไล่กวดสองพ่อลูก เจ้าสุนัขลาบราดอร์สีดำสนิทรีบคาบฟุตบอลหนีแล้ววางแหมะที่เท้าของดาเนีย หญิงสาวที่มีท่าทางอิดโรยอ่อนล้าจึงโน้มตัวลงไปลูบหัวเจ้าหมาน้อยที่กลายเป็นหมาหนุ่มหล่อเหลาตัวใหญ่"เนียเล่นไม่ไหวหรอกสุ วันนี้เหนื่อยยังไงก็ไม่รู้" เธอบ่นแล้วหยิบขนมหมาส่งให้เจ้าหมาลาบราดอร์สีดำพร้อมกับลูบไล่ขนสลวยของมันอย่างเพลิดเพลินใจ"เหนื่อยเหรอที่รัก เนียจะป่วยหรือเปล่า" คนที่ได้ยินว่าภรรยาบ่นว่าเหนื่อยรีบรุดเดินเข้ามาดู ทั้งที่ใบหน้าชุ่มเหงื่อพลางหยิบผ้าเย็นมาซับทำความสะอาด จากนั้นจึงส่งผ้าอีกผืนให้ลูกชายที่เหงื่อโชกพอกัน"แม่เนียเป็นอะไรครับพ่อ" ถามพ่อที่กำลังนั่งจินตนาการไปไกลว่าอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงแบบนี้หรือว่าบ
"อ้ามเก่งมากเลยลูก" ดาเนียที่อยากมีลูกสาวใจจะขาดแต่หลังจากรอบก่อนที่วางแผนจะมีทายาทคนที่สองก็ล่วงเลยมาเกือบสามปีพอดี สรุปยังไม่ได้ปั๊มลูกกับเฮียแซ็คอย่างเป็นทางการ ตอนนี้เลยทำได้แต่นั่งป้อนอาหารบดให้กับซาลาเปาลูกสาวของพี่ป่าและเหมียว ซุสที่เล่นเตะฟุตบอลกับสุรีย์และดงดิบจนเหนื่อยจึงเดินมาหาแม่ในบ้าน"แม่จ๋าซุสหิว" ลูกชายนั่งลงข้างแม่มองหน้าที่กำลังส่งตาแป๋วลุกวาวมาให้ เด็กชายหันซ้ายหันขวาไม่เข้าใจว่าน้องมองหน้าตนทำไมจึงได้จ้องกลับอย่างไม่ยอม ซาลาเปาอ้าปากรับข้าวบดจากอาดาเนีย ดวงตาก็จับจ้องไปยังพี่ซุสไม่หยุด"ซุสไปตักข้าวผัดกินสิลูกแม่ครอบฝาชีไว้ตรงโน้นน่ะ แม่ป้อนข้าวเปาก่อน" บอกลูกชายให้หากินเอาเอง"แล้วทำไมต้องป้อนยัยกระปุกเปานี่ ทำไมไม่หากินเอง" อิจฉาทำท่าทางขึงขัง"น้องยังช่วยตัวเองไม่ค่อยได้ เดี๋ยวซุสมีน้องก็เข้าใจเองแหละจ้ะ" คุณแม่พูดให้ลูกชายเข้าใจ ซุสลงจากเก้าอี้เดินกระแทกเท้าปึ้งปั้งไปตักข้าวกินเอง สายตาคอยลอบมองซาลาเปาตลอดเวลา"แอ้แอ้" ซาลาเปาชี้มือไปที่ซุส ดาเนียหลุดขำ"ทำไมคะเฮียซุสของแม่หล่อใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวแม่จองพี่ซุสไว้ให้เปานะดีไหมลูก" คุณแม่หยอกล้อเล่นกับซาลาเปาวัยหนึ่ง
แม่ลูกสองคนวิ่งโต้คลื่นอยู่หน้าชายหาดส่วนตัวของโรงแรม ดาเนียในชุดทูพีชสองชิ้นสีน้ำเงินตัดรับกับผิวขาวเหมือนน้ำนมหัวเราะร่าเริงกวักน้ำใส่ซุสที่อายุครบสองขวบกับอีกสามเดือน หลังจากที่พักฟื้นและเน้นทำงานที่บ้านแทนก็เพิ่งจะได้มีเวลามาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ สุริยะที่นั่งอ่านหนังสือเรื่อง Bad Apollo หนังสือนิยายของตนเอง ฉีกยิ้มกว้างไปยังดวงหน้าสดใสของภรรยาและลูกชาย"เฮียคะซุสหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะค่ะ" ชะโงกหน้าเข้ามาหาสามีที่กำลังอ่านนิยายเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่ติดอันดับขายดีในเว็บอเมซอน"คร้าบบ" จูงมือภรรยาและลูกชายขึ้นฝั่งไปด้วยกัน"อร่อยมากเลยคร้าบ" ซุสพูดชัดถ้อยชัดคำจิ้มกุ้งชุปแป้งทอดเคี้ยวเสียงดังกรุบกรอบและส่งให้พ่อกับแม่กัดคนละคำ "กินเร็วครับ กุ้งอร่อยมาก" ชื่นชมไม่หยุดปาก"อึ้มจริงด้วยลูก" พ่อยิ้มกว้างพยักหน้าเห็นด้วยกับรสชาติที่แสนอร่อย"พ่อพ่อซุสอยากได้แบบนั้นค้าบ" ยิ้มตาหยีชี้นิ้วไปยังอีกครอบครัวที่มีเด็กหญิงเด็กชายนั่งล้อมเต็มโต๊ะ"ซุสอยากได้น้องเหรอ" คนเป็นพ่อสบโอกาสยิ้มกริ่มเหล่มองคุณแม่ที่กำลังนั่งเป่าปากเพราะยำหอยนางรมที่สั่งมาเผ็ดมาก"หืม...พ่อลูกวางแผนอะไรกันอีกคะ" หรี
ทุกคนกรูกันมาที่โรงพยาบาลแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปพูดคุยกับสุริยะที่ทำแผลบริเวณหัวไหล่เสร็จเรียบร้อยไม่ยอมนอนพักหรือแอดมิทดูอาการ เพราะเขาบอกว่าตนเองไหวและต้องการนั่งเฝ้าภรรยาที่หน้าห้องผ่าตัดเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะกลับออกมาอย่างปลอดภัย ชายหนุ่มกำลังนั่งกุมขมับสองข้ามก้มหน้ามองพื้น ตัวของเขาอาบเปื้อนเลือดของดาเนีย บ่ากว้างสองข้างกระตุกวูบไหวหัวใจของเขาโหวงเหวงไร้ทิศทาง สมองขาวโพลนไปหมด ภาพที่ดาเนียถูกยิงยังติดตา ภาพที่เธอบอกว่ารักเขานั้นติดตรึงในโสต เสียงลั่นไกปืนกึกก้องดังสนั่นจนทำให้จิตใจว้าวุ่นไปหมดฝีเท้าของผู้กล้าเดินเข้ามาหาเขา เสียงเตาะแตะของรองเท้าเด็กนั้นทำให้เขาหลุดจากภวังค์ได้สำเร็จ ใบหน้าอาบชุ่มน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองลูกชาย"ผ่อจ๋า" เสียงแหบแห้งวิ่งโผเข้ามาสวมกอดพ่อ"ซุส...ฮึก" รวบกอดลูกจมมิดสะอึกสะอื้นอย่างควบคุมไม่ได้"เนียยูหน่าย" ถามแล้วกอบกุมหน้าพ่อให้ตอบคำถาม"แม่ไม่สบายครับ" เกลี่ยแก้มขาวแล้วกอดตัวลูกชายอีกครั้ง"ไอ้แซ็คกินน้ำกินท่าก่อน" พิรุณส่งผ้าเย็น น้ำและนมให้เพื่อนรักกับหลานชาย "เดี๋ยวกูให้ลินดูแลซุสเอง มึงจะอยู่โรงพยาบาลก็อยู่ไป กูจะอยู่เป็นเพื่อน มึงเชื่อมือไอ้เอลเถ


![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




