ログインคนไม่ใช่ทำดีแทบตายเขาก็ไม่รัก ได้เป็นแค่เพียงน้องสาวคนสุดท้องบนเตียงนอนเท่านั้น พอได้ตั้งท้องลูกของเขา กลับรู้ความจริงว่าเขาแอบมีรักอยู่กับผู้หญิงอีกคน เขามีเมียใหม่ เธอก็หาพ่อของลูกใหม่ได้เหมือนกัน ไม่มีทางกลับง้อผู้ชายเฮงซวยคนนั้นอีกแล้ว
もっと見るห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ภายในโรงแรมระดับห้าดาวที่เป็นหนึ่งในธุรกิจของตระกูลเอสเซียโน ตระกูลมาเฟียผู้มั่งคั่งทั้งอำนาจและเงินทอง กำลังคลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อนับเกือบพันคนที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ของลูกสาวคนสุดท้องของบ้านเอสเซียโน
แขกที่ถูกเชิญมาในงานนี้ก็ล้วนเป็นคู่ค้าทางธุรกิจทั้งสีดำและก็สีขาวของตระกูลกันทั้งนั้น ที่แห่แหนกันมาดั่งสายน้ำไหลก็เพราะอยากผูกสัมพันธ์กับตระกูลเอสเซียโนให้แน่นแฟ้น หวังพึ่งบารมีเงินและอำนาจของตระกูลนี้เพื่อสานต่อไปถึงความยิ่งใหญ่กันในอนาคต
และแขกอีกจำนวนไม่น้อยก็เป็นญาติสนิทมิตรสหายฝั่งพ่อเจ้าสาวอย่างเซนต์ ผู้ซึ่งเป็นผู้นำของตระกูล ไม่มีใครหน้าไหนกล้าขัดคำสั่งคนผู้นี้แม้ไม่อยากมาก็ต้องมาเพราะเกรงกลัวในอำนาจของเขากันทั้งนั้น
ภายในงานถูกตกแต่งเอาไว้อย่างงดงามด้วยดอกไม้สดทั้งหมดและแซมด้วยคริสตัลเพื่อเพิ่มความวิบวับให้กับคำคืนอันหวานชื่นนี้
เรียกได้ว่าเหมือนยกสวนดอกไม้ที่สวยที่สุดในโลกมาไว้ในห้องจัดเลี้ยงใหญ่แห่งนี้เลยก็ว่าได้
สร้างความตื่นตาตื่นให้กับแขกในงานจนเอ่ยชมกันไม่ขาดปาก แซ่ซ้องกันยกใหญ่ราวกับเอาอกเอาใจเจ้าของงานในคำคืนนี้ที่เป็นถึงมาเฟียผู้มืออำนาจชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้
‘สวยจริงๆ’
‘สวยเหลือเกิน’
‘อิจฉาเจ้าบ่าวจริงๆ ที่ได้ภรรยาสวยและน่ารักขนาดนี้’
และที่งดงามไม่น้อยไปกว่าสถานที่ก็คือเจ้าสาวในค่ำคืนนี้ที่กำลังยืนต้อนรับแขกเหรื่อในงานคู่กับแม่เลี้ยงของเธอ
เธอได้รับคำชมแทบไม่หยุดไม่หย่อนเลย ถึงกับยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณกันจนเมื่อยแขนไปแล้วในตอนนี้
‘เจ้าบ่าวไปไหน’
แต่ก็เหมือนทุกอย่างจะถูกกลบด้วยคำพูดเบาๆจากแขกบางคนที่กล้าที่จะพูดออกมาแทนการคิดในใจ เมื่อเดินทางมาถึงหน้างานแล้วยังไม่เห็นเจ้าบ่าวเลย ทั้งที่ก่อนจะเดินทางมาร่วมงานก็รู้ข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วว่า คนในตระกูลได้เสียกันเองจนต้องแต่งงานกู้หน้าขึ้นมา แต่ทำไมพอมาถึงงานแล้วกลับไม่เจอเจ้าบ่าวล่ะ หรือว่าผู้ชายคนนั้นกลัวจนหัวหดหนีงานแต่งไปแล้ว
“คุณพ่อกับพี่แมกซ์ไปไหนเหรอคะ”
คำพูดเหล่านั้นของแขกในงานทำเอาเจ้าสาวที่กำลังปั้นหน้ายิ้มแย้มต้อนรับแขกในงานต้องแอบหันมาถามกับผู้เป็นแม่เลี้ยงด้วยความหวั่นใจ เพราะนี่ก็เริ่มงานมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมเธอยังไม่เห็นหน้าเจ้าบ่าวของเธอล่ะแถมพ่อเลี้ยงของเธอก็หายไปด้วยเหมือนกัน
“มีงานด่วนเข้ามานะจ๊ะ เดี๋ยวพ่อกับพี่เขาก็มาแล้ว เราต้อนรับแขกรอกันไปพลางๆก่อนนะ”
เพียงพอใจผู้เป็นแม่ยังคงปั้นหน้ายิ้มให้กับลูกสาวและตอบคำถามด้วยคำตอบซ้ำๆแบบเดิมเหมือนที่เคยตอบตั้งแต่ก่อนจะเริ่มงาน เมื่อเธอไม่รู้จะตอบกับลูกสาวว่ายังไงนอกเสียจากคำโกหกคำโตพวกนี้
“พี่เขาไม่ได้หนีไปใช่ไหมคะ”
ซีเดย์อดไม่ได้ที่จะถามผู้เป็นแม่เลี้ยงออกไปตรงๆ เพราะเธอหวั่นใจเหลือเกินว่าจะไม่ได้แต่งงาน เธอดีใจไปแล้วที่ในที่สุดก็ได้มีวันนี้ เธอไม่อยากจะต้องเสียใจเลย
“ไม่หรอกจ้ะ พี่เขาเป็นคนอยากจัดงานแต่งนี้ขึ้นมาเองเพื่อหนู ไม่มีทางที่จะหนีไปอย่างแน่นอน ไม่ต้องคิดมากนะ ยิ้มเข้าไว้เดี๋ยวไม่สวยนะลูกสาวของแม่”
คนเป็นแม่ยังคงปั้นคำโกหกให้ลูกสาวได้รับฟังตั้งแต่เริ่มพูดจนกระทั่งพูดจบ เพื่อให้ลูกสาวคนสุดท้องนี้มีความสุขที่สุดในวันแต่งงาน อยากให้เธอได้ในสิ่งที่เจ้าสาวควรจะได้รับไม่ใช่ต้องมาทุกข์ใจตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้นคู่ชีวิต
“ค่ะแม่”
หญิงสาวพยักหน้ารับฟังคำพูดของคนเป็นแม่ด้วยความเชื่อฟังแม่มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แล้วเธอก็หันไปยิ้มแย้มต้อนรับแขกเหมือนเดิมทั้งที่ภายในใจกำลังหวั่นไหวกลัวว่าเจ้าบ่าวจะไม่มารวมงานแต่ง
“พ่อกับพี่แมกซ์มาแล้ว ดูซิเจ้าบ่าวของเราหล่อมาแค่ไหน”
เซย์เดนกับเซอร์ซีสพี่น้องคู่ฝาแฝดทายาทโดยตรงของตระกูลเอสเซียโนเดินนำหน้าพ่อของพวกเขาและพี่เขยหรือเรียกอีกอย่างว่าพี่ชายคนโตแต่คนละสายเลือดกันเพราะพ่อกับแม่ของเขารับคนคนนี้มาเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่แบเบาะก่อนที่พวกเขาจะเกิด
หลังจากที่พวกเขาไปเฝ้ารอทั้งสองคนที่บริเวณทางเข้างานมาสักพักใหญ่ได้แล้วเพื่อแบ่งเบาความหวั่นใจของน้องสาวคนสุดท้องที่เป็นเจ้าสาวของค่ำคืนอันแสนหวานนี้
“พี่แมกซ์”
ซีเดย์ถึงกับยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจและปลดเอาความหนักใจทิ้งลงไปได้หมดเมื่อได้เห็นหน้าเจ้าบ่าวของเธอ
ร่างเล็กๆกับชุดพองๆที่ใส่แล้วใครๆก็ชมว่าสวยเหมือนเจ้าหญิงรีบวิ่งไปยืนข้างๆเขาด้วยความคิดถึง
“พี่ไปทำงานมาเหนื่อยไหมคะ”
และเธอก็รีบกระซิบกระซาบถามเขาออกไปด้วยความเป็นห่วง เพราะก่อนหน้านี้เขาไปทำงานมาก็คงต้องรีบมากๆแน่เลยที่จะต้องให้งานเสร็จให้ทันเพื่อมาแต่งงานกับเธอ
ด้วยปกติเขานั้นมักทำงานจนดึกดื่นเที่ยงคืนทุกวัน ยิ่งระยะหลังๆก่อนแต่งงานเขายิ่งงานหนักบางคืนไม่ได้กลับมานอนที่บ้านเลยก็มี
ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยราวกับไม่มีความรู้สึกอะไรปรากฎขึ้นมาแม้มีคำถามที่แสนเป็นห่วงดังเข้ามาในโสตประสาทก็ตาม
แต่แววตาอันแสนเย็นชาของเขากลับมองไปที่เธอด้วยความเกลียดชัง ไม่หลงเหลือความเป็นพี่ชายกับน้องสาวคนสุดท้องที่เคยดูแลกันมาก่อนหน้านี้อีกแล้ว
“นานแล้วนะที่ไม่ได้อาบน้ำด้วยกัน”ร่างสูงปล่อยร่างเล็กลงยืนใต้ฝักบัว เข้าเบียดเสียดกอดเธอไว้ไม่ขยับออกห่างแม้ให้เธอนั้นยืนด้วยสองขาของตัวเองนานแล้วก็ตาม ถึงในห้องน้ำนี้จะไม่มีทางให้เธอหนีไปไหนได้แล้ว แต่ทว่าเขาก็ยังกลัวเธอจะวิ่งหนีไปอยู่ดีถึงได้เฝ้าตามติดไม่ห่างแบบนี้“ค่ะ”เสียงหวานเอ่ยตอบอย่างไม่ขัดขืนด้วยความเป็นภรรยาและก็ด้วยความรักที่มีให้กับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น“ให้พี่ถอดชุดนอนให้นะ”เหมือนจะเอ่ยขออนุญาตถูกเนื้อต้องตัวกันแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่รีรอให้เธอได้ตอบอะไร มือปลาหมึกของเขาก็เข้าปลดชุดเธอออกเสียแล้วชุดนี้เป็นชุดที่เขาเดินไปซื้อมาเองที่ห้างสรรพสินค้าหนึ่งในธุรกิจของบ้านเขาเมื่อวันก่อน เพื่อเตรียมการเอาไว้สำหรับวันนี้แต่ทว่าวันนี้ฝนมันดันตกซะก่อน ก็เลยต้องมาถอดชุดกันแบบนี้แทนการไปสวีทกันอยู่บนเตียงเหมือนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ก่อนหน้านี้“อืม”ซีเดย์เธอเขินอายจนหน้าแดง สองเท้าถึงกับถอยหลังหนีไปจนชนเข้ากับผนังของห้องน้ำ เพราะเพียงแค่เขาถอดชุดนอนออกเพียงชิ้นเดียวทั้งร่างกายเธอก็ไม่เหลือเสื้อผ้าให้ปกปิดแล้ว ก็ชุดนี้มันคือชุดไม่ได้นอนมันก็เลยมีเพียงชิ้นเดียวไม่ได้มีมากช
พอกลับมาอยู่บ้านหลังเล็กด้วยกันอีกครั้ง แมกซ์ก็จัดการลบภาพความทรงจำที่ไม่ดีออกให้เมียคนสวยในทันทีเขาตั้งตัวเป็นสามีที่ดี ยกโซฟาที่เธอเคยนอนเป็นประจำออกไปแล้วให้เธอเข้าไปนอนในห้องนอนกับเขาเบียดเสียดกันทุกคืนแถมยังเป็นฝ่ายทำกับข้าวรวมไปถึงงานบ้านหลายๆอย่างด้วยตัวเองใช้ช่วงเวลาฮันนีมูนด้วยกันต่ออีกเป็นอาทิตย์ จนกระทั่งแผลที่มือของเขานั้นหายดีและจิตใจเมียตัวน้อยได้รับการดูแลเป็นอย่างดีแล้ว เขาก็ได้เวลาออกไปทำงานจริงจังสักที“พี่แมกซ์คะ มื้อดึกค่ะ”โดยมีเมียคนสวยหิ้วปิ่นโตมาส่งให้ถึงมือก่อนที่จะออกไปทำงาน เมื่อเธอนั้นเริ่มกลับมาเข้าครัวด้วยตัวเองอีกครั้ง เปลี่ยนกันกับเขาที่ต้องออกไปทำงานทั้งกลางวันและกลางคืนจนแทบไม่มีเวลาพัก“ขอบคุณครับ”มาเฟียหนุ่มรับปิ่นโตมือดึกมาถือด้วยรอยยิ้มเล็กๆที่ดูจะมีความสุขเมื่อได้กลับมากินอาหารฝีมือเมียอีกครั้งก่อนหน้านี้เขาพลาดไปเยอะมาก ไม่ได้กินฝีมือเธอที่มันอร่อยตั้งหลายมื้อ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องชดเชยแล้วล่ะ“อืม เอาขนมติดไปด้วยดีกว่าเผื่อว่ามื้อดึกจะไม่พอ”แค่ปิ่นโตเดียวดูเหมือนจะไม่พอสำหรับซีเดย์ที่เห็นสามีของเธอกินเก่งแทบจะทุกมื้อ เธอก็เลยรีบห
เธอพักรักษาตัวอยู่ภายในโรงแรมที่เขาได้เหมาเอาไว้แล้วทั้งชั้นอยู่กับเขาสองต่อสองอีกหลายวันไม่ใช่แค่สองวันตามที่คุยเอาไว้กันก่อนหน้านี้ จนถึงเวลาที่ต้องกลับบ้านกันจริงๆเพราะพ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงของเธอและเขาโทรตาม เขากับเธอถึงได้กำหนดวันกลับบ้านกัน ราวกับหมดช่วงฮันนีมูนต้องรีบกลับบ้านกันแล้วอะไรทำนองนั้นและเมื่อถึงวันเดินทาง พ่อเลี้ยงผู้เป็นมาเฟียใหญ่ก็ส่งเครื่องบินส่วนตัวมารับลูกเลี้ยงทั้งสองคนกลับบ้าน“เรียบร้อยแล้วค่ะ พร้อมกลับบ้านแล้วค่ะ”ซีเดย์ตื่นขึ้นแต่งตัวแต่เช้าเพราะกำหนดที่เครื่องบินมารับนั้นตอนสิบโมงเช้า โดยมีแมกซ์จ้องเธอตาเป็นมันตั้งแต่เลือกชุดจนกระทั่งใส่ชุดเสร็จเธอเองก็รู้สึกเขินๆเหมือนกัน หยิบจับอะไรแทบไม่ถูก พอแต่งตัวเสร็จก็เลยหันไปยิ้มๆแก้เขินใส่เขา“แต่งตัวเสร็จแล้วเหรอ”แต่เขากลับถามเธอเสียงแข็งๆกลับมาราวกับไม่สบอารมณ์อะไรบางอย่างทั้งที่ตอนตื่นนอนมาใหม่ๆยังยิ้มหวานให้เธออยู่เลย“ค่ะ”คนตัวเล็กก้มมองชุดเดรสเว้าหลังของตัวเองเพียงเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มสดใสส่งให้กับเขาชุดนี้เป็นชุดที่แม่เลี้ยงของเธอซื้อให้และก็นับว่าเป็นชุดที่ใส่สบายเหมาะกับอากาศร้อนๆ
“คืนก่อนที่จะเกิดเรื่อง พี่แมกซ์ละเมอออกมา”ซีเดย์เธอพูดออกมาพร้อมกับระบายรอยยิ้มจางๆออกมาด้วย ดูทีเล่นทีจริงไม่เป็นงานเป็นการนักเพื่อไม่ให้เขาดูเครียดเกินไป แต่ทุกคำพูดล้วนเป็นความจริงทั้งหมดไม่มีอะไรปิดบังเขา“หึ”มาเฟียหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธไม่ยอมรับความจริงนั้น เพราะตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยละเมอมาก่อนเรื่องนี้ไอ้น้องชายฝาแฝดของเขาการันตีได้ ด้วยนอนรวมกันมาตั้งแต่เด็กเพิ่งจะมาแยกห้องนอนกันตอนโตนี้เอง“หนูพูดความจริง”คนตัวเล็กยืนยันคำตอบของเธอ เมื่อไม่มีใครกล้าทำอะไรเธอให้ต้องเกิดรอยขีดข่วนได้ยกเว้นพวกโจร ก็เห็นจะมีแต่เขาที่ใกล้ชิดกับเธอจนเกิดรอยเต็มตัวทุกทีไป“ไหนลองวัดดูซิ งั่ม”จับแขนของคนตัวเล็กเอาไว้มั่น แล้วอ้าปากให้กว้างพอๆกับรอยจางๆบนแขนเล็กของเธอ ก่อนจะลองกัดเบาๆอีกครั้งเพื่อทางรอยฟันพวกนั้น“......”เธอปล่อยให้ผู้เป็นสามีกินแขนเธออีกรอบเพื่อให้เขาสบายใจ ต่อไปจะได้ไม่ต้องมาโมโหตัวเองอีก“เออ จริงด้วยวะ”ก่อนอีกฝ่ายจะยอมรับความจริงแต่โดยดีว่าเขาคงหิวเมียจนเก็บเอาไปฝันละเมอเมื่อรอยฟันทั้งเก่าและใหม่มันพอดีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแต่เขาก็นึกอะไรไม่ออกอยู่ดี ไม่รู้ว่าว
“เตียงมันก็ตั้งกว้างไม่ใช่เหรอ”หลังจากมื้อเย็นจบลงเขาก็ลากเธอเข้านอนแต่หัวค่ำ ซึ่งเธอก็ยังไม่ได้ง่วงอย่างเต็มที่ยังอยากจะนั่งดูทีวีต่อ แต่ก็ขัดเขาไม่ได้ ด้วยเหตุผลแห่งความเป็นห่วงเธอสารพัดนั้นแต่พอขึ้นเตียงมาแล้วพ่อคนตัวโตก็ทำตัวติดกับเธอ กอดเธอแน่นหนึบเหมือนปลาหมึกตลอดเวลา จนเตียงที่มันกว้า
“แมกซ์ลูกจะไปไหน”พาริสาเอ่ยเรียกลูกชายที่วิ่งออกนอกชายคาบ้านไปแล้วด้วยใจที่เป็นห่วงไม่น้อยไปกว่าใคร เพราะนอกจากคนในบ้านจะหายแล้วเธอก็ยิ่งทำใจไม่ได้ถ้าลูกชายคนโตจะหายไปด้วยอีกคน“ผมจะไปตามซีเดย์กลับมา”เขาไม่สนใจเรียกอะไรนั้นทั้งนั้น รีบออกวิ่งไปยังจุดหมายที่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเป็นที่ไหนในทันที โด
“เอาล่ะ กินมื้อเช้ากันเถอะพักเรื่องแนะนำตัวกันเอาไว้ก่อน หนูซีเดย์หิวแย่แล้ว”เดวิสเป็นผู้กล่าวเปิดมื้ออาหารในฐานะเจ้าบ้านเพื่อหวังให้ทุกคนเริ่มกินแทนที่จะเถียงกันไปมา“ถ้าอาหารไม่ถูกปากบอกน้าได้เลย เดี๋ยวน้าให้แม่ครัวปรับรสชาติให้”พาริสาทำหน้าที่เป็นเจ้าของบ้านที่ดีต้อนรับลูกสะใภ้ของเธอเป็นอย่
“นายครับๆ เชิญทางนี้หน่อยครับ”ลูกน้องรีบวิ่งมาตามเจ้านายเมื่องานที่เจ้านายสั่งให้ทำเรียบร้อยดีแล้วพร้อมให้เจ้านายเข้าไปตรวจดูได้แล้วก่อนจะส่งออกไปหามือของลูกค้ามาด้วยความกล้าๆกลัวๆเพราะปกติแล้วเจ้านายไม่ได้ใจดีนัก ออกแนวเป็นมาเฟียจอมโหดที่พวกเขาต่างหวาดกลัว“อืม”แมกซ์พยักหน้าเบาๆรับรู้การมาตาม