LOGINของขวัญไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำพูดไร้จิตสำนึกขนาดนี้จากผู้เป็นลุงเขย แววตาและสีหน้าไม่ได้สลดหรือสะทกสะท้านกับสิ่งที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้เลยสักนิด
“ไม่งั้นแกก็ไปหาเงินสองแสนมาใช้หนี้ให้ฉัน” พรรณีพูดหน้าตาเฉย
“แต่สองแสนมันเยอะเกินไป หนูไม่มีอะไรเหลือแล้ว ของมีค่าอะไรก็ไม่เหลือ ขายใช้หนี้ให้ป้ากับลุงไปรอบที่แล้วยังไม่ถึงสองอาทิตย์เลย”
“แล้วใครบอกว่าแกไม่มี ไม่เหลืออะไร” พรรณีเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับว่าสิ่งที่พูดออกมาเป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไป
“ฉันก็บอกอยู่เนี่ยว่าเสี่ยอยากได้แก”
“ใช่ เขาอยากได้แกไปเป็นเมียน้อย เอ่อ...เรียกว่าเมียอีกคนจะดีกว่า” สุกิจหยุดคิดแล้วเอ่ยต่อ “แลกกับหนี้ก้อนนี้ แล้วก็เขาจะให้เงินป้าแกกับลุงมาทำทุนค้าขายตั้งตัวอีกก้อน”
“ลุง!!! หมายความว่ายังไง ลุงคิดจะขายหนูเหรอ”
ในใจภาวนาอย่าให้ญาติเพียงสองคนที่เหลืออยู่บนโลกนี้ใจร้ายกับเธอนักเลย ตั้งแต่สูญเสียบิดาไป มารดาก็ป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอดจนสุดท้ายมารดาก็จากโลกนี้ตามบิดาไป บ่อยครั้งที่ถูกทั้งคู่ทุบตี แค่ทำจานแตกก็ถูกลงโทษอย่างหนัก
ของขวัญหันไปหาพรรณีผู้เป็นป้าแท้ ๆ ด้วยสายตาวิงวอน หัวใจเธอสั่นไหวเต้นแรง แอบหวังเล็ก ๆ ว่าป้าจะเมตตาแล้วเปลี่ยนใจ
“ป้าณีไม่ได้ทำแบบนั้นเหมือนลุงใช่ไหม”
“ฉันรับปากเสี่ยไปแล้ว” พรรณีมองหลานสาวด้วยสายตาไร้ซึ่งสายใยญาติมิตร เยียบเย็นบาดลึกลงในใจ สายตาไร้ปรานีของป้าผู้เป็นพี่สาวของแม่ เธอไม่หลงเหลือสิ่งใดให้คาดหวังเลยสักนิด
“ถ้าไม่ขายแก เสี่ยเม้งมันก็ตามฆ่าฉันพอดีสิ เอาเถอะ ถ้าเสี่ยเบื่อ แกก็ยังทำงานรับลูกค้าในบ่อนต่อได้ หาเสี่ยแก่ ๆ รวย ๆ สักคน ไม่ต้องนั่งรถเมล์ไปทำงานให้เหนื่อยแบบทุกวันนี้”
ความเห็นแก่ตัวและมืดดำในจิตใจเข้าสิงสู่ผีพนันทั้งสอง จนเปลี่ยนให้คนกลายเป็นปีศาจได้ในพริบตา ตั้งใจส่งหลานสาวเข้าสู่ขุมนรกที่มืดมิด บ่อนเสี่ยเม้งทุกคนในชุมชนต่างรู้ดี นอกจากการพนันแล้วยังมีการค้าประเวณีอย่างโจ่งแจ้ง แต่ด้วยอิทธิพลมืดที่หนุนหลัง และการจ่ายส่วยที่คุ้มค่าต่อการเมินเฉยของเจ้าหน้าที่ทำให้เสี่ยเม้งยังอยู่มาจนถึงวันนี้
“แต่หนูเป็นหลานป้านะ...แม่หนูเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของป้า สงสารหนูเถอะ หนี้เท่าไรหนูจะหามาใช้เอง อย่าขายหนูไปที่บ่อนเสี่ยเม้งเลยนะ”
น้ำตาที่ไหลเป็นสายพรั่งพรูออกมาไม่หยุด สองสามีภรรยาที่เธอเรียกว่าลุงกับป้าที่เอ่ยทวงบุญคุณอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทั้งที่ไม่เคยได้เลี้ยงดูเธอเช่นหลานสาว หรือแม้แต่มนุษย์คนหนึ่งเสียด้วยซ้ำ วันนี้ยังเห็นของขวัญเป็นเพียงสิ่งแลกเปลี่ยนเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
ไม่นานก็มีเสียงรถยนต์มาหยุดที่หน้าบ้าน พรรณีและสุกิจมองสบตากันก่อนจะยิ้มกริ่มอย่างพอใจ สุกิจพุ่งเข้ามาจับตัวของขวัญที่กำลังจะวิ่งหนี พรรณีทำหน้าที่ไปเปิดประตูให้ชายแปลกหน้าสามคนเข้ามา สุกิจผลักเธออย่างแรงจนถลาเข้าไปหาคนเหล่านั้น
“ปล่อยนะ...อย่ามาจับตัวฉันนะ”
ทั้งสามคนจับตัวเธอเอาไว้แน่น ท่อนแขนเล็กถูกมือหยาบบีบอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บไปหมด
“ป้าสงสารขวัญเถอะนะ” คำขอร้องไม่ได้มีผลกับจิตใจของผีพนันทั้งสอง พรรณีแบมือรอรับเงินจากหนึ่งในสามคนที่มาด้วยรอยยิ้ม หากวันใดเสี่ยเม้งเบื่อ ความสะสวยของหลานสาวก็ยังสามารถทำเงินได้อีกไม่น้อย แค่คิดก็เหมือนมีเงินลอยอยู่ในอากาศจนไม่ได้นึกถึงใคร
“ที่ฉันขอเสี่ยเม้งเพิ่มแสนนึง”
ธนบัตรปึกหนึ่งถูกวางลงบนมือของพรรณี หล่อนใช้มันขึ้นมาพัดโบกด้วยรอยยิ้ม กลิ่นเงินนี้ช่างหอมหวาน สามารถซื้อและลบเลือนจิตสำนึกของความเป็นคนได้
อย่างหมดจดจนไม่หลงเหลือ
“ทำแบบนี้มันผิดกฎหมายนะ” ของขวัญพยายามดิ้นรนสุดแรง พรรณีรีบเดินเข้ามาใกล้และบีบที่แก้มของเธอจนปากจู๋
“อิทธิพลของเสี่ยเม้ง ตำรวจที่ไหนก็ไม่กล้ายุ่ง...พามันไปได้แล้ว”
พรรณีสะบัดมืออย่างแรงจนใบหน้าสวยหันไปตามแรงมือ ของขวัญพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการควบคุม แต่ก็เหมือนจะไร้ประโยชน์ เมื่อมือหนาที่จับแขนเธอแน่นราวกับคีมล็อก บีบกดลงจนแขนเรียวขาวเกิดรอยแดงมองเห็นได้ชัด
“ปล่อย ปล่อย!!!” หญิงสาวขืนกายไม่เดินตามแรงดึงของชายร่างหนา มือน้อยข้างหนึ่งพยายามคว้าจับกับขอบประตูเอาไว้ ผมเผ้าที่เคยจัดแต่งเรียบร้อยสวยงามกลับยุ่งเหยิงชี้ฟูไม่เป็นทรง ดวงตาที่เคยสวยงามกลับบวมแดงจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วง
สองผีพนันยืนมองร่างน้อยที่กำลังถูกฉุดกระชากไปยังรถยนต์คันใหญ่ที่จอดรออยู่หน้าบ้านอย่างไร้เยื่อใย เสียงเอะอะทำให้ผู้คนในละแวกนั้นต่างพากันมามุงดู หากแต่ไม่มีใครเลยสักคนที่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
“เอาน่าขวัญ แค่เสี่ยเม้งคนเดียวไม่สึกหรอหรอก ถ้าเสี่ยติดใจแกก็จะได้สบายไปทั้งชาติเลยนะ ถึงวันนั้นก็อย่าลืมมาขอบคุณลุงกับป้าแกล่ะ” สุกิจเอ่ยวาจาแสนร้ายกาจขึ้นอย่างเห็นแก่ตัว ไม่มีท่าทีที่จะเห็นใจ หรือคิดกลับใจในแววตาแม้แต่น้อย
“แต่ถ้าเสี่ยเบื่อแกวันไหน ป้าคนนี้จะรับหน้าที่หาผู้ชายดี ๆ ให้แกเพิ่มอีกสักแปดเก้าคน แกจะได้สบายไม่ต้องทำงานหนัก ของที่มีกับตัวใช้ให้มันคุ้มสิหลานรัก”
พรรณีหัวเราะราวกับปีศาจ เสียงนั้นช่างเสียดแทงและกัดกินความรู้สึกของขวัญ ชีวิตที่พยายามดิ้นรนให้อยู่รอด แต่กลับพบว่าตอนนี้ต้องยืนอยู่ปากเหวที่มืดมนจากการกระทำของคนใกล้ตัว
ดั่งคำมั่นที่ได้มอบให้บิดามารดา โดยไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร วันเวลาล่วงเลยมาเนิ่นนานจากวันเป็นเดือนหมุนผ่านเป็นปี คำมั่นในวัยเก้าขวบของเด็กชายพยับเมฆยังคงเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอด ความรักของพี่ชายมอบไว้ให้น้องทั้งสอง ทั้งดูแลและปกป้องอย่างดีที่สุดทว่าหากหมุนย้อนคืนเวลากลับไปได้ ซีร์รัสในวัยยี่สิบสามปีจะไม่ยอมพูดอะไรแบบนั้นออกมาเป็นอันขาด หรือไม่ถ้าเปลี่ยนได้ขอให้คำมั่นแค่กับพิลวี่คนเดียวก็พอ“คุณครูโทรมาบอกเฮียว่าคลาวด์โดดเรียน”ผู้ปกครองจำเป็นเคยถามน้องชายที่แอบเอาเบอร์โทรศัพท์ตัวเองไปให้คุณครูแทนเบอร์โทรศัพท์ของเมฆินทร์และอวัศยา ความเจ้าเล่ห์กะล่อนร้ายไม่มีใครเกินคลาวด์ตัวแสบ ที่ขยันสร้างงานให้พี่ชายอย่างซีร์รัส“คลาวด์ไม่ได้โดดเรียน แค่ไปสั่งสมประสบการณ์นอกรั้ว”“คลาวด์ไปไหนมา ไม่งั้นเฮียไม่ไปนะ พรุ่งนี้ให้ป๊าไปพบครูเองเลย”“จะบ้าเหรอ ให้ป๊าไปก็โดนกินหัวสิ” คลาวด์บ่นอุบอิบ ที่ให้ครูที่โรงเรียนโทรหาพี่ชายก็เพราะกลัวว่าเรื่องจะถึงเมฆินทร์ผู้เป็นพ่อ แต่พี่ชายบังเกิดเกล้ากลับข่มขู่กันแบบนี้ซะได้“แล้วจะโดดทำไม”“คลาวด์เน้นเข้าร่วม ไม่เน้นเข้าเรียน”น้องชายตัวดีทิ้งตัวลงนั่งข้างซีร์รั
“ของเฮีย แจ้มน้องหมอกของเฮีย...ปะป๊าห้ามขโมย”“โอ้โห...คนมาทีหลังทำไมเขาออกตัวแรงแบบนี้”เมฆินทร์หัวเราะลูกชาย เพราะตั้งแต่รู้ความเจ้าคลาวด์ตัวแสบก็หวงมารดายิ่งกว่าอะไร ทั้งยังทำตัวติดหนึบ“มาเฟียที่ไหนติดแม่ครับ”“ปะป๊าจะเป็น...” คลาวด์หันไปหาพี่ชาย “เฮียเยียกอะไรนะ ที่ไม่ถูกกัน...ที่ไม่ชอบกัน”“ศัตรู” ซีร์รัสกระซิบบอกน้องชายเบา ๆ“อื้ม ๆ” ตัวแสบหันกลับมาหาบิดาอีกครั้ง“ปะป๊าจะเป็นศัตรูกับหัวหน้ามาเฟียตุ๊กแกหยอ”เมฆินทร์ชำเลืองมองขวดนมของรักของหวงแล้วยื่นมือไปคว้ามาถือไว้“ใช่...แล้วนี่ก็คือตัวประกัน”คลาวด์ทำหน้ามุ่ยหันมองหน้าอวัศยาเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่ามารดากลับส่ายหน้าเบา ๆ“อยากได้ขวดนมคืนก็เอาคุณแม่มาแลก”“ไม่ได้ เฮียคลาวด์จะปกป้องคุณแม่จากอสูรร้าย”“เฮียคลาวด์ไม่เป็นมาเฟียแล้วเหรอ” อวัศยาเอ่ยเย้าแหย่ลูกชาย“เป็นมาเฟียสู้กับอสูร”จินตนาการของเด็กน้อยช่างล้ำลึกจากมาเฟียสักลายมังกรสู่มาเฟียสู้อสูร การ์ตูนทุกเรื่องที่เคยดูหลอมรวมมาไว้เป็นเรื่องเดียว มาเฟียฟันหลอผละออกจากอกมารดาแล้วพุ่งตัวเข้าหาเมฆินทร์ คลาวด์กระโจนเข้าหาบิดาที่พร้อมจะเอนตัวลงนอน ทั้งสองคนกอดกันกลิ้งไปมาพร้อมเสีย
เมฆินทร์มองลูกทั้งสองเพียงครู่ก็เข้าใจได้ ยิ่งเห็นคลาวด์ที่ทั้งตัวมีแต่รอยปากกายิ่งชวนให้ขบขัน แต่แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะหัวเราะหรือตำหนิลูกโดยตรงด้วยถ้อยคำที่รุนแรง เมฆินทร์ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าเพื่อคุยกับลูกชาย“ในปากกามันมีสารเคมีหนูเล่นแล้วต้องไปอาบน้ำนะ แล้วอย่าเอาปากกามาเขียนตัวเองแบบนี้มันเป็นอันตรายครับ”“ซีร์ขอโทษครับป๊า ซีร์พาน้องดื้อ” ซีร์รัสรีบออกตัวแทนน้องชาย เป็นสิ่งประจำที่เห็นได้ทุกครั้งเมื่อน้องคนใดคนหนึ่งทำผิด“หนู หนู” เด็กชายตัวน้อยที่ร่างกายเต็มไปด้วยปากกาชูมือขึ้น สองเท้ากระโดดเหยง ๆ แล้วก้าวมายืนด้านหน้าพี่ชาย“หนูเกเย เฮียเปล่า...หนูดื้อ ป๊าดุดุหนู อย่าดุดุเฮีย”“ป๊าไม่ได้ดุดุใครเลย...แต่คราวหลังอย่าเอาปากกามาเล่นแบบนี้นะ ป๊าเป็นห่วงครับ”ฝ่ามือใหญ่สองข้างวางบนศีรษะลูกชายทั้งสอง แล้วขยี้เบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว“ไหนป๊าขอดูมังกรหน่อยสิ”คลาวด์หันหลังมาด้วยความภูมิใจ เมฆินทร์ทำได้เพียงยิ้มกว้างกับมังกรของลูกชาย“ตุ๊กแก” พิลวี่เอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมชี้ไปยังหลังของแฝดผู้พี่“ไม่ใช่พิลวี่” ซีร์รัสเจ้าของผลงานเอ่ยปฏิเสธ“นี่ไงตุ๊กแก มีลาย ๆ”“อันนั้นไม่ใช่ลาย เรียกเกล็ดมังก
“เฮีย หนูเท่ไหม...หนูเป็นมาเฟีย”คลาวด์ตัวแสบวันนี้ได้ของเล่นเป็นปากกาของเมฆินทร์ที่ตกอยู่บนพื้น พูดจบก็ยกขวดนมขึ้นกระดกอย่างหิวโหยทั้งที่ความจริงแล้วทิ้งช่วงห่างจากขวดก่อนหน้าไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และก่อนหน้านั้นก็ยังตุนข้าวชามโตไปอีก“เอาปากกาไปเขียนตัวเองทำไม” ซีร์รัสเอียงหน้ามองเส้นยึกยือที่อยู่ตามตัวน้องชาย เด็กน้อยเพ่งมองด้วยความไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดน้องชายจึงเล่นสกปรกแบบนี้“เล่นสกปรก เดี๋ยวโดนคุณแม่ดุนะ...ใส่เสื้อด้วยสิ”คลาวด์ปล่อยจุกนมออกจากปาก แล้วชี้ไปที่หน้าอกตัวเองเหนือพุงกลม ๆ ที่บรรจุสารพัดของกินไว้ข้างใน“ตรงนี้เยียก เฉือเผ่น...หนูดูจากหนังฉือปะป๊ามา"ลายเส้นยึกยือหงิกงอไปมา ไม่ได้เข้าใกล้เสือหรือแมวเลยด้วยซ้ำ“เฉือเผ่นคืออะไรอะ เฮียไม่เคยได้ยิน” ซีร์รัสไม่ได้กลั่นแกล้งน้องชายแต่อย่างใด แค่เพราะฟันหน้าที่เหลือเพียงเขี้ยวแดร็กคูล่าทำให้การออกเสียงของน้องชายไม่ชัดเจน จนสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนให้แก่ซีร์รัส“เฉือที่มันดุ ๆ ตัวใหญ่ ๆ...ร้อง โอ้กกกกก”คลาวด์ใช้ขาสองข้างหนีบขวดนมเอาไว้ชั่วคราว แล้วยกมือขึ้นมาทำท่ากางกรงเล็บพร้อมทำเสียงเสือคำรามน่ากลัวจนเห็นเขี้ยวสองซี่ที่ฟันหน
“เฮียเมฆ อื้อออออออ”“ดังอีก...”“อ๊า!!! งั้นเฮียก็เร็ว ๆ แรง ๆ สิ หนูจะได้ครางดัง ๆ แบบที่เฮียชอบ” เธอกำลังท้าทายเขาเมฆินทร์ปล่อยมือจากแขนของเธอข้างหนึ่งแล้วเชยคางให้อวัศยาเอี้ยวใบหน้ามาด้านหลัง จากนั้นจึงมอบจูบดูดดื่มและเร่าร้อนให้กับเธอพร้อมการโถมกระแทก เขาให้เธอลงนอนตะแคงข้างแล้วสอดใส่ซ้อนความเสียวจากด้านหลัง“อ้าขาเอาไว้กว้าง...เดี๋ยวเฮียทำให้หนูเสร็จท่านี้”เสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างหู อวัศยาทำตามที่เขาบอก เธอแยกยกขาข้างหนึ่งค้างเอาไว้ มือหนึ่งของเมฆินทร์ขย้ำบีบเคล้นเต้าอวบอิ่ม ร่องลึกของกลีบดอกไม้ถูกเติมเต็มด้วยความใหญ่โตของคนที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลัง“หันมาจูบกันหน่อย”อวัศยาเอี้ยวหันกลับไปรับจูบของเมฆินทร์ มืออีกข้างของเขาลูบไล้สะโพกงามแล้ววกมาด้านหน้า นิ้วกลางที่คุ้นเคยแหวกกลีบเนื้ออกเพื่อสัมผัสกับเม็ดเต่งตึงเหนือถ้ำลึกที่กลืนกินแท่งเนื้อแข็งขืนเข้าสู่ด้านในถ้ำลึกถูกรัวกระแทกเติมเต็มพร้อมการบดบี้ขยี้เขี่ยเม็ดแห่งความกระสัน ปากเธอรับจูบที่ดูดดื่มราวกับจะกลืนเธอลงท้อง อกอวบถูกบีบเคล้นจนเป็นรอยแดง อวัศยารู้สึกเบาโหวง คล้ายล่องลอยอย่างไร้ทิศทาง เสียวบนเสียวล่างดื่มด่ำจุมพิตที่เขาม
เมฆินทร์กดสายตาลงมองภรรยาที่ปรือตาขึ้นมามองเขา แววตาของเธอฉ่ำเยิ้มไปด้วยความปรารถนา อวัศยาจับประคองความใหญ่โตนั้นเอาไว้แล้วดูดตรงส่วนปลายของมันอย่างแรง จนเมฆินทร์ต้องครางเครือในลำคอ เธอจับแท่งเนื้อนั้นมาถูไถกับใบหน้าแล้ววกกลับมาดูดจูบแรง ๆ อีกครั้ง“บนตัวหนูได้ไหม”เมฆินทร์เอ่ยถามเจ้าของเรือนร่างว่ายินยอมให้เขาปลดปล่อยก่อนได้หรือไม่ หากจะควบคุมให้ไปต่อก็ย่อมได้ ทว่าเขาแอบคิดในใจว่าหากน้ำสีขาวขุ่นข้นราดรดบนยอดเม็ดทับทิมกลางอกอวบอิ่มจะน่ามองสักแค่ไหน“เฮียอยากตรงไหน หนูตามใจทั้งนั้น”“อย่ายั่ว...เดี๋ยวจะไม่ได้นอน”“ตอนนี้หนูก็นอนอยู่...เฮียค่ะที่ไม่ได้นอน”เสียงครางเครือกระหึ่มในลำคอ จากปากสู่ร่องอกอวบ เมฆินทร์ขบกรามแน่นเมื่ออารมณ์ความปรารถนาพุ่งจนทะลุเพดาน“อาาา...” มือใหญ่กอบกุมลำแน่นของตัวเองให้ปลายของมันถูไถกับทับทิมเม็ดงามที่กลางอก ก่อนจะปลดปล่อยของเหลวขาวขุ่นข้นหนืดราดลงบนเม็ดงามคู่นั้น“สวยงามมาก...อยากรึยัง อยากให้เอาเข้าไปรึยัง”“อื้ม”“อื้มอะไร”“อยาก...นานแล้ว” เธอตอบไม่เต็มเสียงนัก ทั้งเขินอายทั้งกระสันเสียววาบหวาม ทั้งตัวร้อนรุ่ม ทั้งร่องลึกเปียกเยิ้มต้องการให้เมฆินทร์เข้าไ







