로그인
01 อุบัติเหตุ
ณ.ห้องบอลล์รูมขนาดใหญ่ของโรงแรมชื่อดังซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง กำลังครึกครื้นไปด้วยแขกจำนวนหลายพันคนเพราะวันนี้เป็นวันเปิดตัวนักธุรกิจสาวชื่อดังซึ่งเป็นลูกสาวของเจ้าสัวที่มีความมั่งคั่งเป็นอันดับต้นๆของเมืองไทย 'เวนิตา อัครหิรัญ' นักธุรกิจสาวสวยรุ่นใหม่ไฟแรงเจ้าของบริษัทนำเข้าและส่งออกสินค้าอุปโภคและบริโภครายใหญ่ของเอเชีย ซึ่งบิดาของหล่อนเป็นถึงผู้คุมบังเหียนใหญ่ของบริษัทที่รู้จักกันในนาม ‘เจ้าสัวเอกชัย’ มีมูลค่าทรัพย์สินหลายหมื่นล้านบาท ดังนั้นคนที่มาร่วมงานล้วนเป็นเหล่าเซเลปไฮโซ รวมไปถึงนักธุรกิจชั้นนำของเมืองไทย เช่นเดียวกับ 'อิณรา กฤติไกรสน' บุตรสาวคนเล็กของ 'คุณปทีป กฤติไกรสน' ซึ่งเป็นผู้คุมบังเหียนใหญ่ของบริษัทนำเข้าและส่งออกเพชรพลอยรายใหญ่ของประเทศไทย เธอเองก็ได้เดินทางมาร่วมงานเช่นกันเนื่องจากคนอื่นๆติดธุระกันหมด ถึงจะไม่ได้มีชื่อเสียงในแวดวงไฮโซหรือแวดวงนักธุรกิจเพราะบิดาไม่เคยพาไปเปิดตัวที่ไหน แต่ทว่าเบื้องหลังกลับมีเธอทำงานเพียงคนเดียวจนหัวหมุน บางวันก็ทำงานจนแทบไม่ได้หลับได้นอนเพราะพี่ชายกับพี่สาวที่ไม่ค่อยเอาไหน ไม่เคยเข้าไปช่วยงานในบริษัท หน้าที่ต่างๆจึงตกมาอยู่ที่เธอเพียงคนเดียว แต่กระนั้นเธอก็ไม่ได้บ่นหรือปริปากใดๆ ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองอย่างเงียบๆเผื่อว่าสักวันบิดาจะเห็นความสำคัญของเธอบ้าง ในระหว่างที่อิณรากำลังร่วมรับประทานอาหารกับบรรดานักธุรกิจ จู่ๆมือถือของเธอก็แผดดังขึ้น ปลายสายคือพี่ชายคนโตที่ชอบทำตัวไม่เป็นโล่เป็นพาย “ค่ะ พี่อิฐ” (ว่างหรือเปล่า ทำอะไรอยู่) “ตอนนี้อินมางานเปิดตัวเจ้าของบริษัทคนใหม่ค่ะ พี่อิฐมีอะไรหรือเปล่าคะ” (มึงรีบออกมาจากงาน แล้วขับรถไปส่งกูที่ท่าเรือเดี๋ยวนี้!) “พี่อิฐคะ อินไปไม่ได้จริงๆ งานนี้อินมาเป็นตัวแทนคุณพ่อนะคะ” (แค่แปปเดียวเองน่า ตอนนี้กูกำลังเดือดร้อน!) “ว่าไงนะคะ! นี่พี่อิฐไปทำอะไรมา” (อย่าถามเซ้าซี้ได้ไหม รีบมารับกูที่คอนโดแล้วไปส่งที่ท่าเรือ ไม่อย่างนั้นกูจะตามไปป่วนมึงที่โรงแรม) “เดี๋ยวก่อนค่ะพี่อิฐ….พี่อิฐ!” อิทธิกรตัดสายไปแล้ว อิณราถอนหายใจพรืดใหญ่แล้วเก็บมือถือไว้ในกระเป๋า อิทธิกรไม่เคยเห็นใจเธอเลยด้วยซ้ำทั้งๆที่วันนี้ทำงานจนแทบไม่ได้พัก พอเสร็จงานก็ต้องมาเป็นตัวแทนให้บิดา อย่างน้อยถ้าพี่สาวกับพี่ชายยอมช่วยงานในบริษัทบ้างก็คงไม่เหนื่อยขนาดนี้ อิณราจำใจขับรถออกจากโรงแรมกลางคันเพื่อไปรับพี่ชายที่คอนโดซึ่งอยู่ไม่ไกล ท่าทางของอิทธิกรดูลุกลี้ลุกลนผิดสังเกต “มาช้าจริงๆ!” อิทธิกรบ่นน้องสาวแล้วยัดร่างเข้ามาในรถด้วยความรวดเร็วพร้อมกระเป๋าเป้สะพายหลังใบใหญ่ ราวกับว่ากำลังจะย้ายที่อยู่ “นี่พี่อิฐจะไปไหนหรอคะ” “อย่าถามมากได้ไหม รีบๆขับรถไปสิ เดี๋ยวตำรวจก็มาตามตัวกูหรอก!” “มะ…หมายความว่ายังไง นี่พี่เข้าไปยุ่งกับยาเสพติดอีกแล้วใช่ไหมคะ” “ถ้ารู้แล้วจะถามทำไม” “พ่อต้องเสียเงินปิดคดีให้พี่ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แล้วเมื่อไหร่พี่จะเลิกทำตัวแบบนี้สักที เรื่องผู้หญิงก็เหมือนกัน” “ก็กูกำลังจะเลิกนี่ไง แต่อี่เคทมันไม่ยอม” เคท หรือ แคทเทอรีน นางแบบสาวชาวอังกฤษคู่ควงของอิทธิกรที่คบหากันมาสักพัก แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าอิทธิกรจะเปิดตัวสักที “พี่หมายความว่ายังไง” “กูขอเลิกอีเคทแต่มันไม่ยอม เลยมีปากเสียงกันและกูก็พลั้งมือทำร้ายมัน” “พี่อิฐ!!” “ถ้ารู้แล้วอย่าถามมาก รีบๆไปส่งกูซะ ก่อนที่ตำรวจแม่งจะแห่มา” “ตะ…แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากๆเลยนะคะ พี่ต้องบอกคุณพ่อ” “มึงก็คอยแก้ปัญหาให้กูละกัน ช่วงนี้กูต้องหนีไปกบดานที่ต่างประเทศสักพัก เผื่อตำรวจตามตัว” “พี่อิฐ….” “มึงเป็นน้องกู ก็ต้องช่วยกู หรือมึงอยากให้กูถูกจับติดคุก” อิทธิกรรู้ดีว่าน้องสาวไม่มีทางยอมให้เขาติดคุกแน่นอน เพราะนั่นก็เท่ากับว่ายอมเสียชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ปทีปใช้เงินปิดคดีมากมาย ทั้งคดียาเสพติด คดีทำร้ายร่างกาย รวมไปถึงคดีกักขังหน่วงเหนี่ยว แต่บุตรชายก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะดีขึ้น ยังทำเรื่องเดิมซ้ำๆจนบิดาแทบอยากตัดหางปล่อยวัด “เมื่อไหร่พี่อิฐจะคิดได้สักที พ่อไม่ได้อยู่ช่วยพี่ตลอดชีวิตนะคะ” “มึงเป็นแค่ลูกคนรับใช้ไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนกู หน้าที่ของมึงก็คือดูแลกิจการช่วยพ่อ” “แต่คุณพ่อเป็นห่วงพี่มากนะคะ ท่านอยากให้พี่เข้าไปดูแลกิจการที่บริษัทบ้าง” “ไม่มีกูก็คงไม่ตายหรอกมั้ง หรือถ้ามันจะเจ๊งก็ให้มันเจ๊งไปเลย” “พี่อิฐ!” “กูขี้เกียจเถียงกับมึงแล้ว รีบๆขับ ชักช้าอยู่ได้!” Mercedes benz ขับฝ่าสายฝนที่กำลังถาโถมลงมาอย่างหนักจนขาวโพลน แทบมองไม่เห็นถนน แต่หญิงสาวก็ยังฝืนขับต่อจนกระทั่งใกล้ถึงท่าเรือ ด้วยความที่ฝนตกหนักบวกกับรถที่กำลังแล่นมาด้วยความเร็วสูง ทำให้อิณรามองไม่เห็นรถที่กำลังขับสวนมา จู่ๆสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น “เฮ้ยย!!!” เอี๊ยดด!! โคร่มม!!! รถคันนั้นพุ่งตรงมาที่รถของเธอ ทำให้เธอเหยียบเบรกกะทันหันจนรถหมุนคว้างกลางถนน แรงปะทะทำให้รถคันดังกล่าวพุ่งตกลงทะเลท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก “ตายแล้วพี่อิฐ...อะ...อินขับรถชนเขา!!!” หญิงสาวอ้าปากค้าง เรือนร่างสั่นเทาด้วยความตกใจเมื่อเห็นรถคันดังกล่าวพุ่งลงทะเลต่อหน้าต่อตา “ช่างแม่ง!! มันขับรถมาชนเราเองนะ” “อินจะลงไปช่วยเขา!” “มึงจะโง่ลงไปช่วยทำไม ป่านนี้คงตายห่าไปแล้วมั้ง รีบขับไปส่งกูเถอะ” “ตะ....แต่อิน….” “ขับไปส่งกูก่อน แล้วมึงค่อยวนกลับมาดู” อีกฟากหนึ่ง... “นิต้ากำลังขับรถไปโรงแรมนะคะ ป่านนี้แขกคงรอแย่เลย” เธอพูดกับปลายสายด้วยน้ำเสียงหวานละมุน แต่ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นกลับว่างเปล่า เหมือนมีอะไรบางอย่างในใจ (ผมขอโทษนิต้านะที่ไม่ได้ขับรถพาไป ช่วงนี้งานผมค่อนข้างยุ่ง) “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นิต้าขับได้สบายมาก” (แต่นิต้ากำลังท้องอยู่นะครับ ทีหลังให้ขับรถพาไปนะ ผมเป็นห่วง ยิ่งมีแฟนแค่คนเดียวด้วย) “เพิ่งสองเดือนเองนะคะ ท้องยังไม่โตเลย ยังไปไหนมาไหนสะดวก” (ผมตามใจนิต้าแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวพอนะ ถ้าเกิดนิต้าเป็นอะไรไป ผมจะอยู่ยังไง) หล่อนคลี่ยิ้มเศร้าๆแล้วขับรถผ่าสายฝนไปยังโรงแรมหรูใจกลางเมือง เนื่องจากวันนี้เป็นวันเปิดตัวนักธุรกิจสาวคนใหม่นั่นก็คือหล่อนเอง แต่จนป่านนี้หล่อนก็ยังไปไม่ถึงงาน “ราฟคะ ถ้านิต้าทำอะไรไม่ดี หรือทำให้ราฟไม่พอใจ นิต้าขอโทษด้วยนะคะ” จู่ๆหล่อนก็เอ่ยเสียงสั่นเครือ “คุณเป็นอะไรหรือเปล่านิต้า จู่ๆทำไมพูดแบบนี้” (ไม่รู้สิคะ นิต้าแค่รู้สึกผิดกับคุณ) “จะมารู้สึกผิดกับผมทำไม คุณไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย เรากำลังมีลูกด้วยกันนะนิต้า ไว้คุณคลอดลูกเมื่อไหร่ เราสองคนจะแต่งงานกัน) “....บางทีนิต้าอาจจะไม่ใช่คนดีก็ได้” (คุณเป็นอะไรไปนิต้า ทำไมถึงพูดแบบนี้) “นิต้าแค่คิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับคุณ” (อย่าคิดมากเลยที่รัก คุณคือคนที่ผมเลือก คือคนที่ผมอยากจะใช้ชีวิตด้วย) จู่ๆน้ำตาก็ไหลทะลักออกมาอาบใบหน้าของหญิงสาว มือเรียวกำพวงมาลัยแน่น เหยียบคันเร่งจนมิด ไม่มีใครรู้ว่าหล่อนกำลังคิดอะไร ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับหล่อน แต่กลับไม่ได้รู้สึกดีใจเลย ท่านกลางฝนที่กำลังตกลงมาอย่างหนัก ดวงตากลมโตมองเห็นแสงไฟจากรถที่กำลังขับสวนมา หล่อนตัดสินใจหักพวงมาลัยพุ่งเข้าไปหารถคันนั้น กระทั่ง... ปรี๊ดดดดด!!! โคร่มมม!!! (เกิดอะไรขึ้นนิต้า...นิต้า!!...นิต้า!!!.....) ----------------65 เพราะฉันไม่ได้รักคุณ!!@สามวันถัดมาราฟาเอลยังคนเดินหน้าง้ออิณราต่ออย่างมีความหวัง แต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่มีทีท่าว่าหญิงสาวจะใจอ่อนสักที แม้เธอจะไล่เหมือนหมูเหมือนหมา แต่เขายังดันทุลังอยู่ต่อเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของเมียกับลูกและดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะเอาแต่หลบหน้า จนบางครั้งเขาเองก็รู้สึกแย่เหมือนกันที่กลับมาทำลายความสุขของเธอ“ตอนนี้ตำรวจได้เบาะแสแล้วครับ ว่าไอ้อิทธิกรกับอารียาอยู่เมืองไทยครับ” เสียงภาคินรายงานความคืบหน้าของทั้งสองคนให้เจ้านายฟังตอนนีอิทธิกรกับอารียาหลบหนีคดีอยู่ ซึ่งอิทธิกรต้องโทษอย่างหนักหลายคดี ส่วนอารียาก็พลอยมีส่วนเกี่ยวข้องไปด้วยเพราะเป็นคนช่วยให้อิทธิกรหลบหนีตอนนี้คิดว่าพวกมันน่จะใช้เงินสองร้อยล้านจนเกือบหมดแล้ว ถึงได้กลับมาเมืองไทย“รีบตามหาพวกมันให้เจอ แล้วลากตัวไอ้อิทธิกรมาดำเนินคดีซะ กูเป็นห่วงความปลอดภัยของอิณรา”“ตอนนี้ตำรวจกำลังตามล่าตัวอยู่ครับ แต่พวกมันก็ไหวตัวทันทุกที แต่ผมคิดว่าอีกไม่นานน่าจะตามตัวเจอ”“แต่กูเป็นห่วงอิณรา” คิ้วคมของราฟาเอลขมวดยุ่ง มองขึ้นไปบนบ้าน อย่างวันนี้อิณราก็ยังไม่ก้าวเท้าออกจากบ้าน สงสัยไม่อยากเจอหน้าเขาเมียก
64 ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องได้ด้วยกลราฟาเอลออกมานั่งอยู่ข้างนอกคนเดียวเงียบๆ ปล่อยให้ความคิดต่างๆนาๆไหลเวียนอยูในหัว หรือจริงๆแล้วอิณราไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา?ความอึดอัด ความอัดอั้นตันใจอัดแน่นอยู่ในอก ต่อให้วันนี้อิณราไล่เขากลับบ้าน ยังไงก็ไม่มีทางกลับเพราะกว่าเขาจะตามหาเธอจนเจอ ต่อให้แลกด้วยอะไรก็ยอม…ขอแค่ได้หัวใจของอิณรา“พี่ไม่มีวันยอมแพ้หรอก…สักวันอินจะรักพี่” เขาพูดเสียงเบาหวิวคล้ายสายลมพัดผ่านปล่อยให้ตัวเองได้นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยกับเรื่องที่ผ่านมา หรือนี่คือสิ่งที่ฟ้ากำหนดให้เขากับอิณรามาเจอกัน เพราะถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้นในวันนั้น…วันนี้เขาก็คงแต่งงานกับเวนิตาไปแล้วเขาเคยรักเวนิตา…ซึ่งตอนนั้นเป็นรักอันแสนเรียบง่าย เขาสบายใจที่มีเวนิตาอยู่ข้างๆ แม้กระทั่งเธอหายไปกับเจสสิก้าเป็นเดือนๆก็ยังไม่รู้สึกห่วง ต่างจากอิณราที่พอห่างกันแค่วันเดียวก็รู้สึกกระวนกระวายใจ อยากเจอหน้า อยากกอด อยากสัมผัส เขาถึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เข้าใกล้เธอ ต่อให้แลกมาด้วยความเกลียดชังก็ยอมบางครั้งความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเวนิตาอาจเป็นเพียงความแค่สบายใจ ไม่ใช่ความรัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับอิณร
63 ผมจะทำให้คุณรักผมให้ได้อิณราที่แอบยืนฟังอยู่หลังผ้าม่านอย่างเงียบๆ นิ่งงัน สีหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึกใดๆ แววตาเย็นเยือกเกินกว่าจะมีใครรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แล้วเขาจะกลับมาอีกทำไม กลับมาทำให้เธอสับสนกับความรู้สึกของตัวเองแม้อิณราจะไม่เห็นด้วยกับการมาของราฟาเอล แต่ด้านอรวีณาที่อยากให้ลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝา อยากให้หลานมีพ่อ ดูแลประคบประหงมราฟาเอลยิ่งกว่าลูกสาวเสียอีก แถมยังจัดแจงที่นอนให้เขานอนประหนึ่งว่าเป็นสมาชิกในบ้าน แต่อิณราก็ไม่กล้าแย้งอะไรหากทั้งหมดเป็นความประสงค์ของผู้เป็นมารดา ตกดึกคืนนั้นจู่ๆอิณราก็เกิดเป็นตะคริวที่ขาด้านขวา หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าเห่ยเกเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ แต่จนแล้วจนเล่าอาการก็ยังไม่หายสักที“ชะ…ช่วยด้วย แม่ช่วยอินด้วย..."“อิน!!” เสียงอรวีณาวิ่งออกจากห้องเพื่อมาดูลูกสาว แต่อิณราที่ตอนนี้แทบขยับร่างไม่ได้จนไม่สามารถลุกขึ้นไปเปิดประตู และความเจ็บปวดก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ“แม่จ๋า ช่วยอินด้วย!”“อินลุกมาเปิดประตูให้แม่สิลูก” เสียงของคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องร้องตะโกนด้วยความตกใจ“อินลุกไม่ได้ค่ะ อินปวด…โอ้ย!!”เมื่อเห็นท่าไม่ดี อร
62 ผมรักลูกสาวของแม่“แม่!!”“ผู้ชายคนนี้เป็นใคร ไปกอดกับเขาทำไม!” อรวีณาเดินเข้ามาดึงร่างของลูกสาวออกจากชายแปลกหน้าซึ่งมีหน้าตาหล่อเหลาราวกับดารา ก่อนจะให้ลูกสาวมายืนหลบอยู่ข้างหลัง“สวัสดีครับคุณแม่” ราฟาเอลยกมือไหว้อย่างนอบน้อมถ่อมตน ตอนนี้รู้แล้วว่าอิณราสวยได้ใคร ได้แม่มาเต็มๆนี่เองไม่แปลกใจเลยว่าทำไมปทีปถึงเกลียดชังลูกสาวคนเล็กขนาดนี้ ก็หน้าเหมือนแม่อย่างกะโคลนนิ่งออกมา“คุณเป็นใคร เข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วทำไมถึงมากอดลูกสาวของฉัน!”“ผมชื่อราฟาเอลเป็น…เอ่อ…พ่อของลูกในท้องอิณราครับ”“ว่าไงนะ! ราฟาเอล!!”“คะ…คุณแม่รู้จักผมด้วยหรอครับ” ราฟาเอลหน้าซีด เหงื่อตกหากอิณราเล่าความชั่วของเขาให้มารดาฟัง ท่านคงไม่ยอมยกลูกสาวให้แน่ๆ ด่านลูกก็ยังผ่านไม่ได้ ยังต้องมาเจอด่านแม่อีกอรวีณาหรี่ตามองราฟาเอลตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสีหน้านิ่งๆ ทำเอาชายหนุ่มร่างสูงขนลุกซู่ไปทั้งร่าง กลัวถูกไล่ตะเพิดออกจากบ้าน แต่ทันใดนั้น…“ไปหาผ้ามาให้แขกเช็ดตัวสิลูก”“คะ?” “นี่คือคุณราฟเอลสามีของลูกไม่ใช่หรอ รีบไปหาชุดมาให้เขาเปลี่ยนสิ เดี๋ยวก็ไม่สบายเอาหรอก” นางหันไปสั่งลูกสาวก่อนจะหันหน้ามาคุยกั
61 คำตอบของหัวใจวันนี้อิณราอยู่บ้านคนเดียวเพราะแม่ของเธอออกไปส่งขนมที่ตลาด ฝนกระหนำตกลงมาอย่างหนักทำให้สาวท้องแก่ใกล้คลอดรีบเดินไปปิดประตู จากนั้นก็รีบวิ่งไปปิดหน้าต่างเพราะหยาดน้ำฝนสาดเข้ามาจนเปียกถึงพื้นบ้านและในจังหวะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปปิดหน้าต่าง ก็มีมือเรียวยาวของใครบางคนดึงหน้าต่างเอาไว้ กึก!ดวงกลมโตสีน้ำตาลเบิกกว้างอย่างตกตะลึง เผลออ้าปากค้างอย่างลืมตัว กระพริบตาขึ้นลงหลายครั้งเพื่อมองให้ชัดว่าภาพข้างหน้าใช่เขาจริงๆหรือแค่ตาฝาดชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาชิดกรอบหน้าต่าง ความสูงของเขาพอดีกับหน้าต่างอย่างเหมาะเจาะ ใบหน้าหล่อสลักราวกับรูปปั้น ดวงตาคมกริบสีนิล จมูกโด่งเป็นสันรูปกับใบหน้าเรียวยาวได้รูป เส้นผมสีดำมีเม็ดฝนเกาะแพรวพราว เรือนร่างกำยำอันแสนคุ้นเคยที่ไม่ได้สัมผัสมานานถึงหกเดือนเต็มเขาคือผู้ชายที่สร้างตราบาปไว้ให้เธออย่างไม่น่าให้อภัย“คุณราฟาเอล!” พอได้สติ อิณราก็รีบดึงหน้าต่างเข้ามา แต่ก็ช้ากว่า เพราะราฟาเอลออกแรงกระชากแค่นิดเดียวก็หลุดจากมือของเธอ “มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย ฉันไม่อยากเจอหน้าคุณ!”“เดี๋ยวก่อนสิอิณรา ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ” ราฟาเ
60 เจ้าของหัวใจ“คะ…คุณราฟาเอลคะ คือว่าป้า” ริมฝีปากของนางสั่นระริก หัวใจหล่นไปอยู่ที่พื้นด้วยความหวาดกลัว เพราะความลับที่ปกปิดเอาไว้แตกกระเจิงโดยเพื่อนบ้าน“ป้าปิดบังผมทำไมครับ ป้ามีความสุขหรอที่เห็นผมเจ็บปวด กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะคิดถึงอิณรา” ราฟาเอลถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือไม่คิดว่าป้าน้อยผู้ที่เขารักและไว้ใจจะทำกันได้ขนาดนี้ “ฟังป้าก่อนนะคะ ป้าไม่ได้ตั้งใจปิดบังคุณ แต่หนูอินขอร้องเอาไว้”“ว่าอะไรนะครับ”“หนูอินขอร้องเอาไว้ว่าห้ามบอกคุณ เธอคงเจ็บมาเยอะ จนไม่ไว้ใจคุณอีก” ป้าน้อยเม้มริมฝีปากสั่นระริกเข้าหากัน ใบหน้าซีดถอดสี ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับราฟาเอล“อะ…อิณราพูดแบบนั้นจริงๆหรอครับ”“ค่ะ ป้าก็ไม่รู้จะทำยังไง ป้าไม่อยากโกหกคุณ แต่ป้าก็ต้องทำเพราะหนูอินขอร้องเอาไว้”“อิณรา….เกลียดผมมากเลยใช่ไหมครับ” “…” ป้าน้อยไม่กล้าตอบ เพราะรู้ว่าคำตอบนั้นอาจจะไปกระทบถึงจิตใจของอีกฝ่ายราฟาเอลยกมือกุมขมับ เขาตามหาอิณราจนสุดล่าฟ้าเขียว สูญเงินไปหลายล้าน ไม่คิดว่าเธอจะอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกนี้เอง ถ้าวันนั้นเขาเอะใจสักนิด คงเจออิณราไปนานแล้วเธอคงเกลียดเขามาก แม้กระทั่งหน้าก็ยัง







