Home / รักโบราณ / หงส์ทวงปีก / บทที่ 8 จุดอ่อนของซูหรงหรง

Share

บทที่ 8 จุดอ่อนของซูหรงหรง

Author: BigM00N
last update publish date: 2026-06-28 01:51:05

แม้ว่าจะรู้สึกไม่พอใจในตัวบุตรสาวมากเพียงใดซูอี้เหวินก็ไม่กล้าเสี่ยงให้ซูหรงหรงเปิดศาลบรรพชน หากเรื่องราวลุกลามไปจนถึงเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลจริง ต่อให้เขาเป็นท่านโหวก็ใช่ว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด

สุดท้ายสิ่งที่เขาทำได้ก็มีเพียงชี้หน้าซูหรงหรงด้วยความโกรธแค้น

“ดี! ดีมาก ซูหรงหรง เจ้าเก่งขึ้นมากจริง ๆ”

เมื่อกล่าวจบเขาก็สะบัดแขนเสื้อจากไปพร้อมใบหน้าดำคล้ำ

ต่งเยว่ซินที่เดิมทีคิดจะฉวยโอกาสกดดันซูหรงหรงให้มอบอำนาจดูแลเรือนหลังออกมาก็ทำได้เพียงกลืนคำพูดทั้งหมดกลับลงไป นางพาซูเถียนเถียนติดตามซูอี้เหวินกลับไปเรือนมู่ตานอย่างไม่เต็มใจนัก

เมื่อคนทั้งสามจากไปแล้ว เรือนหลันฮวาก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ปี้เถาและปี้จื่อมองหน้ากัน ก่อนจะเดินเข้ามาหาซูหรงหรงด้วยสีหน้ากังวล

“คุณหนูใหญ่...” ปี้เถาเอ่ยเสียงเบา “หากวันนี้ท่านโหวตอบรับจริง ๆ แล้วเปิดศาลบรรพชนขึ้นมา บรรดาผู้อาวุโสอาจจะไม่ได้เข้าข้างท่านก็ได้นะเจ้าคะ”

ปี้จื่อพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของปี้เถา

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ หลายปีมานี้พวกเขาไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวเรื่องในจวน หากเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ ก็ไม่แน่ว่าพวกเขาจะช่วยคุณหนูนะเจ้าคะ”

เมื่อได้ยินดังนั้น ซูหรงหรงก็หัวเราะออกมาเบา ๆ รอยยิ้มบนใบหน้างดงามดูสงบนิ่งราวกับทุกสิ่งอยู่ในการคาดการณ์ของนางอยู่แล้ว

“พวกเจ้าคิดว่าข้าหวังจะพึ่งพาความยุติธรรมจากใจจริงของพวกเขาเช่นนั้นหรือ หึหึ ข้าไม่กล้าเข้าข้างตนเองถึงเพียงนั้นหรอก”

คำพูดของนางทำให้สองสาวใช้ชะงักไป ซูหรงหรงยกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดูแคลน

“หลายปีที่ผ่านมา คนเหล่านั้นล้วนได้อยู่ดีกินดีเพราะสินเดิมของมารดาของข้า หลังจากมารดาของข้าจากไป ข้าก็รับช่วงดูแลเรือนหลังต่อจากนาง เงินทอง เสื้อผ้า ของกำนัลในเทศกาล ข้าล้วนจัดการส่งมอบสิ่งของเหล่านั้นไปให้พวกเขาอย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง เพียงแต่หลายปีมานี้พวกเขาเคยชินกับการรับเพียงอย่างเดียวมากจนเกินไป จนลืมไปแล้วว่าใครเป็นคนมอบให้”

น้ำเสียงของนางเรียบเฉย แต่กลับทำให้ปี้เถาและปี้จื่อรู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาอย่างประหลาด

“เมื่อก่อนข้าไม่เคยคิดจะทวงบุญคุณ เพราะเห็นว่าพวกเขาเป็นคนในตระกูลเดียวกัน แต่เมื่อหลายวันก่อน ข้าได้ส่งสัญญาณให้พวกเขาได้รับรู้แล้วว่า หากวันหนึ่งข้าไม่ใช่ผู้ดูแลเรือนหลังของจวนหย่งอันโหว ความมั่งคั่งและความสุขสบายที่พวกเขาเคยได้รับจากข้า ก็จะจางหายไปเช่นกัน”

ดวงตาคู่งามของซูหรงหรงฉายประกายเย็นเยียบออกมา

ทั้งปี้เถาและปี้จื่อต่างหันมองหน้ากัน ในใจของพวกนางเต็มไปด้วยความซับซ้อน คุณหนูใหญ่ของพวกนางเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ ตั้งแต่ต่งเยว่ซินและซูเถียนเถียนเข้าจวนมา คุณหนูใหญ่ก็ดูเหมือนจะเติบโตขึ้นในชั่วข้ามคืน

จากเด็กสาวอ่อนโยนที่เคยยิ้มให้ทุกคน กลับกลายเป็นผู้ที่มองเห็นผลประโยชน์และความโลภของผู้คนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

พวกนางอดคิดไม่ได้ว่า... คงเป็นเพราะท่านโหวทำให้คุณหนูใหญ่ของพวกนางรู้สึกผิดหวังมากจนเกินไป คุณหนูใหญ่ของพวกนางจึงได้เปลี่ยนแปลงไปมากถึงเพียงนี้

ซูหรงหรงย่อมอ่านความคิดของสาวใช้ทั้งสองออก แต่นางไม่ได้อธิบายอะไร เพราะความจริงแล้ว... สิ่งที่เปลี่ยนนางไม่ใช่ความผิดหวัง แต่เป็นความตายที่บิดาและคนในเรือนมู่ตานช่วยกันมอบให้นางในชาติที่แล้ว

หากไม่ใช่เพราะซูหรงเจ๋อผู้เป็นน้องชายเพียงคนเดียวของนาง นางคงไม่เสียเวลาต่อสู้กับคนเหล่านี้ให้เสียเวลา

ในชาติที่แล้ว จวนหย่งอันโหวแห่งนี้ทำลายชีวิตของนางจนย่อยยับ หากไม่ใช่เพราะต้องการเก็บรักษาทุกสิ่งเอาไว้ให้ซูหรงเจ๋อ นางคงถล่มจวนโหวแห่งนี้ให้ราบคาบไปนานแล้ว

ตำแหน่งหย่งอันโหวของซูอี้เหวิน ไม่ช้าก็เร็วนางจะต้องทำให้ซูหรงเจ๋อได้ครอบครองตำแหน่งนี้โดยชอบธรรม แม้ว่านางจะต้องทำเรื่องที่อาจจะถูกผู้คนกล่าวหานางว่าเป็นคนอกตัญญู แต่นางก็ไม่คิดจะสนใจ เพราะคนที่ไม่เห็นแก่ลูกแท้ ๆ ของตนเองเช่นซูอี้เหวิน ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจะเรียกร้องความกตัญญูจากนาง

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น จวนหย่งอันโหวก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง อย่างน้อยภายนอกก็เป็นเช่นนั้น แต่ภายในใจของซูอี้เหวิน ต่งเยว่ซิน และซูเถียนเถียน กลับเต็มไปด้วยความแค้นเคืองและความเกลียดชังที่นับวันก็ยิ่งทับถมอยู่ในใจมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะต่งเยว่ซิน นางรู้ดีว่า หากปล่อยให้ซูหรงหรงเติบโตต่อไปเช่นนี้ วันหนึ่งนางกับบุตรสาวย่อมจะไม่มีที่ให้ยืนอยู่ในจวนแห่งนี้เป็นแน่

ยามค่ำคืนอันเงียบสงบ ภายในห้องพักส่วนตัวของต่งเยว่ซิน หลังจากนางและซูอี้เหวินผ่านกิจกรรมอันเร่าร้อนระหว่างสามีภรรยาไปแล้ว ต่งเยว่ซินก็เอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

“นายท่าน! หากท่านอยากควบคุมคุณหนูใหญ่ ท่านต้องจับจุดอ่อนของนางให้ได้นะเจ้าคะ”

คำพูดของนางทำให้ความรื่นรมย์ในดวงตาของซูอี้เหวินจางหายไป เขาโอบกอดร่างบางของนางเอาไว้แล้วเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“จุดอ่อนของนางเช่นนั้นหรือ”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ”

ต่งเยว่ซินเอ่ยพลางยิ้มออกมา

“คุณหนูใหญ่ผู้นี้ดูเหมือนว่านางจะไม่เกรงกลัวและไม่กังวลต่อสิ่งใด แต่แท้จริงแล้วนางยังมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้นางหวาดกลัวและเป็นกังวล นั่นก็คือความเป็นอยู่และความปลอดภัยของคุณชายน้อยเจ้าค่ะ”

คำพูดของนางทำให้ซูอี้เหวินชะงักไป

“ถึงอย่างไรเขาก็เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของข้า”

คำพูดของซูอี้เหวินทำให้ต่งเยว่ซินส่ายหน้า

“ก็ใช่ว่านายท่านจะมีลูกชายอีกคนไม่ได้นี่เจ้าคะ หลายปีมานี้ข้าพยายามดูแลตนเองอย่างดี ท่านหมอที่ดูแลข้าบอกกับข้าแล้วว่าขอเพียงข้าดื่มยาที่นางเขียนเทียบยาให้จนครบ ครรภ์ของข้าก็มีวี่แววว่าจะมีข่าวดีแล้วเจ้าค่ะ”

คำพูดของนางทำให้ซูอี้เหวินจ้องมองใบหน้างามของนางด้วยความยินดี ต่งเยว่ซินคือบุตรสาวของแม่นมของเขา เขากับนางเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก พี่ชายของนางตายจากไปเพียงเพราะช่วยชีวิตเขา เขาจึงรับปากกับแม่นมของเขาว่าจะดูแลนางเป็นอย่างดีไปตลอดชีวิต และนางก็คือสตรีเพียงคนเดียวที่เขามอบความรักให้จากใจจริง

จ้าวซินหรูคือสตรีที่เขาเคยใฝ่ฝันอยากจะได้มาครอบครอง ไม่ใช่เพียงแค่ความงาม แต่นางยังมีทั้งทรัพย์สินและอำนาจทางทหารของครอบครัวเดิมคอยช่วยหนุนหลัง ตอนที่เขาได้รับอนุญาตให้แต่งงานกับนาง เขาจำต้องรับปากกับไหวกั๋วกงว่าจะไม่มีทั้งอนุและสาวใช้อุ่นเตียง

เดิมทีเขาตั้งใจว่าเมื่อแต่งงานแล้วจะรับต่งเยว่ซินเข้ามาเป็นอนุ แต่เพราะรับปากกับพ่อตาเอาไว้ เขาจึงต้องเลี้ยงดูต่งเยว่ซินอยู่นอกจวน

ต่อมาเมื่อจ้าวซินหรูรู้ว่าเขาเลี้ยงดูสตรีอื่นอยู่นอกจวน แม้ว่าจะไม่พอใจแต่นางก็ทำอันใดกับเขาไม่ได้ เขาไม่ได้รับสตรีอื่นเข้าจวนนับว่าให้เกียรตินางอย่างเต็มที่แล้ว หากนางแสดงความไม่พอใจออกมาสิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือการประชดประชันนางด้วยการไม่ยอมกลับเข้าจวน

พอเขาทำเช่นนั้นหลายครั้งเข้า สุดท้ายนางก็ไม่กล้าอาละวาดกับเขาและไม่กล้าทำให้เขาไม่พอใจในตัวนางอีก

เมื่อนางสิ้นใจจากไปเพราะอาการป่วยไข้ เขาก็ทำตามธรรมเนียมไว้ทุกข์ให้นางถึงสามปี แล้วจึงค่อยพาต่งเยว่ซินเข้าจวนมา เดิมทีเขาคิดว่าจะอบรมเลี้ยงดูบุตรชายและบุตรสาวที่จ้าวซินหรูให้กำเนิดเป็นอย่างดี แม้แต่ตำแหน่งซื่อจื่อเขาก็เตรียมหนังสือกราบทูลขอพระราชทานการแต่งตั้งตำแหน่งซื่อจื่อจากองค์ฮ่องเต้เอาไว้แล้ว

เป็นเพราะซูหรงหรงไม่รู้จักดีชั่ว กล้าใช้บรรดาผู้อาวุโสมาข่มขู่เขา อีกทั้งยังกล้าพูดจาดูหมิ่นต่งเยว่ซินและซูเถียนเถียนโดยไม่คิดจะไว้หน้าเขา กล้ายึดครองอำนาจการดูแลจวนโดยไม่ยอมปล่อยมือ ความโอหังเช่นนี้ของนาง เขาจึงไม่คิดจะปล่อยให้นางและน้องชายของนางใช้ชีวิตอย่างปกติสุขในจวนหย่งอันโหวของเขาได้อีกต่อไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 66 พรั่งพร้อมทั้งโชคลาภและวาสนา (จบ)

    เสียงกลองศึกที่เคยดังกึกก้องอยู่หน้ากำแพงเมืองหลวงเงียบสงัดลงแล้วสงครามชิงบัลลังก์ที่สั่นสะเทือนแคว้นต้าเซิ่งจบสิ้นลงภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน กองทัพกบฏถูกทำลายจนราบคาบ ผู้ที่เคยคิดช่วงชิงบัลลังก์ล้วนต้องชดใช้ในสิ่งที่ตนกระทำภายในท้องพระโรงใหญ่ เซียวจวินฮ่องเต้ประทับอยู่เหนือบัลลังก์มังกร พระพักตร์ยังคงซีดเซียวจากพระอาการประชวร แต่พระเนตรกลับเฉียบคมราวกับสามารถมองทะลุจิตใจผู้คนได้ขุนนางทั้งราชสำนักคุกเข่าอยู่เบื้องล่างอย่างพร้อมเพรียง ราชโองการฉบับแล้วฉบับเล่าถูกประกาศออกมา“องค์ไท่จื่อเซียวเทียนเช่อ สมคบคิดก่อกบฏ คิดลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ ทำลายบ้านเมือง ความผิดร้ายแรงเกินอภัย”“ถอดถอนจากตำแหน่งไท่จื่อ ริบบรรดาศักดิ์ทั้งหมด ลดฐานะเป็นสามัญชน”“ส่งตัวเข้าคุกหลวงเพื่อรอการลงทัณฑ์”เมื่อราชโองการจบลง ขุนนางทั้งหลายต่างก้มศีรษะต่ำ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยคำใดออกมา จากองค์รัชทายาทผู้สูงส่ง กลายเป็นเพียงนักโทษกบฏในชั่วข้ามคืนจากนั้นราชโองการอีกหลายฉบับก็ตามมา สกุลเจียงมีความผิดฐานสนับสนุนกบฏประหารทั้งสกุล ทรัพย์สินทั้งหมดถูกริบเข้าคลังหลวง สกุลเจียงที่เคยรุ่งเรืองมาหลายสิบปีถูกลบชื่อออกจากหน้าประว

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 65 กบฏนอกกำแพงเมือง

    เสียงกลองศึกดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวงแคว้นต้าเซิ่ง นอกกำแพงเมืองหลวง กองทัพขององค์ไท่จื่อเซียวเทียนเช่อถูกปิดล้อมเอาไว้ทุกด้าน ธงรบสีดำของไหวกั๋วกงโบกสะบัดอยู่กลางสายลม กองทหารม้าหนักและทหารราบนับหมื่นยืนเรียงรายดุจกำแพงเหล็ก ขวางเส้นทางทั้งหมดเอาไว้เดิมทีเซียวเทียนเช่อคิดจะอาศัยความรวดเร็วบุกเข้ายึดเมืองหลวง ขอเพียงเข้าสู่พระราชวังได้ ทุกอย่างก็จะจบลง แต่เขาคิดไม่ถึงว่าเซียวจวินฮ่องเต้จะเตรียมการเอาไว้ก่อนแล้ว ยิ่งคิดไม่ถึงว่าเซียวจิ่นอันจะลงมือรวดเร็วถึงเพียงนี้กำแพงเมืองหลวงสูงตระหง่าน ด้านบนกำแพงเมืองเซียวจิ่นอันยืนอยู่ในชุดเกราะสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาราวกับน้ำแข็งข้างกายของเขาคือจ้าวซินหยวน และเหล่าขุนนางฝ่ายทหารส่วนด้านล่างกำแพงเมือง เจียงเจียวจูและมู่เหยาถูกควบคุมตัวเอาไว้ สองสตรีตกอยู่ในสภาพน่าเวทนา เส้นผมยุ่งเหยิง ใบหน้าซีดขาว พวกนางไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนเองจะมีวันที่ถูกใช้เป็นตัวประกันเช่นนี้ แม่ทัพสกุลเจียงและแม่ทัพสกุลมู่ต่างมีสีหน้าซีดเผือด ถึงแม้จะรู้ว่าการก่อกบฏเป็นความผิดมหันต์ แต่พวกเขาก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วงชิงความเป็นใหญ่เมื่อได้เห็นว่าสตรีในสกุลถูกนำตั

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 64 องค์ไท่จื่อก่อกบฏ

    เซียวจิ่นอันมองออกว่าเซียวจวินฮ่องเต้กำลังตั้งพระทัยบีบบังคับให้องค์ไท่จื่อก่อกบฏ พระประสงค์ของเซียวจวินฮ่องเต้เขาพร้อมจะสนับสนุนความโปรดปรานที่เซียวจวินฮ่องเต้มีต่อบุตรชายของเขาคือเรื่องจริงไท่จื่อเฟยจากสกุลเจียงประพฤติตนไม่เหมาะสมก็คือเรื่องจริงคนสกุลเจียงสอนบุตรหลานไม่ดี ยามนี้ยังกล้าทัดทานการพระราชทานรางวัลของเซียวจวินฮ่องเต้อีกก็คือเรื่องจริงไม่ว่าอย่างไรสกุลเจียงก็กำเริบเสิบสานจนเกินไปมากจริงๆ ต่อให้เซียวจวินฮ่องเต้ไม่ลงโทษ แต่คนที่กล้าล่วงเกินพระชายาของเขาอย่างคนสกุลเจียง เซียวจิ่นอันย่อมไม่คิดจะปล่อยคนสกุลเจียงไปอยู่แล้วท่ามกลางคลื่นลมในราชสำนัก สถานที่ที่สามารถเยียวยาจิตใจได้ดีที่สุดสำหรับเซียวจิ่นอันก็คือตำหนักบูรพา ยิ่งนานวันองค์ชายน้อยอย่างเซียวเฟยหลงก็ยิ่งน่ารักขึ้นทุกวัน ใบหน้าที่เคยยับย่นของเซียวเฟยหลงผ่านไปเพียงไม่กี่วันก็อวบอิ่ม นุ่มนิ่มและหอมกรุ่นส่วนซูหรงหรงนั้นพอเป็นมารดาแล้วสายตาของนางพลันดูอ่อนโยนลง สีหน้าที่เคยเย็นชาของนางดูอ่อนโยนขึ้นอีกหลายส่วน เขาพยายามดูแลเซียวเฟยหลงด้วยตนเองอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ซูหรงหรงต้องตรากตรำเลี้ยงดูเซียวเฟยหลงมากจนเกินไป“ทำไมยิ่

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 63 เปลวไฟแห่งความทะเยอทะยาน

    เซียวจวินฮ่องเต้ทอดพระเนตรมองซูหรงเจ๋ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความหมายลึกซึ้ง“หย่งอันโหวยามนี้เจ้าเติบใหญ่แล้ว พี่เขยของเจ้าต้องการการสนับสนุนจากสกุลซ่ง หากเจ้าเกี่ยวดองกับสกุลซ่งได้ก็คงจะช่วยสานความสัมพันธ์ของเขากับสกุลซ่งให้แนบแน่นขึ้นอีกชั้น”พระองค์หยุดไปเล็กน้อย“หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้การหมั้นหมายที่มารดาของเจ้าเคยตกลงกับสกุลซ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง”ซูหรงเจ๋อรีบขานรับออกมาในทันที“ขอฝ่าบาททรงวางพระทัย วันพรุ่งนี้กระหม่อมจะรีบส่งแม่สื่อไปที่จวนสกุลซ่งเพื่อพูดถึงการหมั้นหมายระหว่างกระหม่อมกับคุณหนูซ่งในทันทีพ่ะย่ะค่ะ”คำพูดของเขาทำให้รอยแย้มพระสรวลพลันปรากฏขึ้นบนพระพักตร์ของเซียวจวินฮ่องเต้“ดี!”“วันพรุ่งนี้ข้าจะมอบตำแหน่งขุนนางในกรมอาลักษณ์ให้เจ้า เจ้าจะสามารถก้าวหน้าในหน้าที่ได้หรือไม่ ก็คงขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าเองแล้ว”ซูหรงเจ๋อเบิกตากว้างด้วยความยินดี“กระหม่อมขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งแม้จะเป็นเพียงตำแหน่งทั่วไปในกรมอาลักษณ์ แต่สำหรับเขาแล้ว นี่คือก้าวแรกของชีวิตขุนนางอย่างแท้จริงยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเขากลายเป

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 62 คำมั่นของกษัตริย์

    จวบจนเลยเวลาปิดประตูวังไปแล้ว ทั้งจ้าวฉีเฟิง จ้าวซินหยวนและซูหรงเจ๋อต่างก็ยังคงรั้งอยู่ในวังโดยไม่สนใจธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น ทางตำหนักหยางซินส่งขันทีมาสอบถามหลายครั้งว่าพระชายาขององค์ชายสามเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเซียวจวินฮ่องเต้ทรงได้ยินว่าอาการไม่ค่อยจะดีนักหลังจากสะสางฎีกาไปกว่าครึ่งแล้วจึงทรงเสด็จมาที่ตำหนักขององค์ชายสามด้วยพระองค์เอง“พวกเจ้าไม่ต้องมากพิธี”เซียวจวินฮ่องเต้ทรงตรัสพลางจ้องมองสีหน้าของเซียวจิ่นอันที่ยามนี้ไร้สีเลือดบนใบหน้าไปนานแล้ว“วาสนาการครองคู่ของชายหญิง วาสนาการเป็นบุตรธิดากันก็ล้วนเป็นเช่นนี้ อันเอ๋อร์เรื่องบางเรื่องก็เป็นสิ่งที่ฟ้ากำหนดมา เจ้าทำสิ่งใดไม่ได้หรอก”ถ้อยคำประโยคนี้ของเซียวจวินฮ่องเต้ทำให้เซียวจิ่นอันหลั่งน้ำตาออกมา เขาส่ายหน้าพลางเดินไปส่งเสียงเรียกซูหรงหรงที่ยามนี้สิ้นไร้เรี่ยวแรงไม่อาจจะส่งเสียงร้องออกมานอกห้องได้นานแล้ว“หรงหรง ข้าต่อสู้เพื่อเจ้ามาตั้งหลายครั้ง ครั้งนี้ถึงเวลาที่เจ้าต้องสู้เพื่อข้าบ้างแล้ว หากเจ้าก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปไม่ได้ ข้าก็พร้อมจะยอมตายไปกับเจ้า”คำพูดของเขาทำให้ซูหรงหรงที่คิดจะยอมพ่ายแพ้ให้แก่ความเจ็บปวดพลันกัดริมฝีปา

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 61 กำหนดคลอด

    หลังจากที่เซียวจิ่นอันเอ่ยออกมาตามตรงว่าเขาจะลงมือแย่งชิงอำนาจอย่างเต็มที่แล้ว ซูหรงหรงก็ไม่ได้รับฟังรายงานข่าวของตำหนักบูรพาจากคนของหน่วยอวิ๋นเจี้ยนอีกเรื่องราวในตำหนักบูรพาโสมมเกินไป นางที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ไม่ควรฟังมากจนเกินไปอาจจะทำให้จิตใจของนางหดหู่ได้ อีกทั้งหากนางไม่ฟังหน่วยอวิ๋นเจี้ยนก็จะยังคงจับตาความเคลื่อนไหวของตำหนักบูรพาแล้วนำมารายงานเซียวจิ่นอันอยู่ดี และคนอย่างเขาก็ไม่คิดจะอยู่เฉยแน่หากตำหนักบูรพาพุ่งเป้าการโจมตีมาที่เขาและนางซูหรงหรงบำรุงครรภ์อย่างสงบจนครบเดือนที่จะคลอดตำหนักของนางก็ได้ต้อนรับแขกที่นานๆ ครั้งจะได้มาเยี่ยมเยียนนางอย่างจ้าวฉีเฟิง จ้าวซินหยวนและซูหรงเจ๋อ พอพวกเขาได้ยินว่านางใกล้ถึงกำหนดคลอดแล้วก็ไม่มีผู้ใดกล้าวางใจ นอกจากจะหมั่นส่งตัวเฉินเจียอินเข้าวังมาเยี่ยมเยียนนางที่ตำหนักอยู่บ่อยครั้งแล้ว ยามนี้พวกเขาถึงกับมาเยี่ยมเยียนนางด้วยตนเองเลยทีเดียว“น้าสะใภ้บอกกับพวกกระหม่อมว่าครรภ์ของพระชายาใกล้ครบกำหนดคลอดแล้ว พวกกระหม่อมก็เลยร้อนใจ พากันมาขอเข้าเฝ้าพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”ซูหรงเจ๋อเอ่ยออกมาตามตรง เมื่อได้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลใจของซูหรงหรง“อยู่ๆ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status