หงส์ทวงปีก

หงส์ทวงปีก

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-03
โดย:  BigM00Nอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
30บท
120views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เพราะความไว้ใจ นางจึงถูกบิดาและน้องสาวต่างมารดาช่วงชิงทุกสิ่งไป ทั้งทรัพย์สิน ชื่อเสียง อำนาจ ถูกถอนขนเด็ดปีกจนพลาดมงกุฎหงส์ ต้องสิ้นชีพด้วยความแค้นใจ เกิดใหม่ชาตินี้ ทุกสิ่งที่นางเคยถูกช่วงชิงไป นางจะขอทวงคืน… ชาติที่แล้วเพียงเพราะต้องการความรักจากบิดา นางจึงยอมตามใจเขาทุกสิ่ง แบ่งปันและเสียสละ ผลสุดท้ายนางถูกแย่งชิง ถูกใส่ความและถูกหักหลัง สูญสิ้นทุกสิ่งไม่เหลือแม้แต่ชีวิต เมื่อได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ ทุกสิ่งที่นางเคยสูญเสียไปในชาติที่แล้ว ทั้งทรัพย์สิน ชื่อเสียง และตำแหน่งฮองเฮาที่ควรจะเป็นของนาง นางจะทวงคืนกลับมาให้หมด

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 ความโง่เขลาในชาติก่อน

สายลมอันเหน็บหนาวที่พัดผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่างที่ไม่มีสิ่งใดปกปิดทำให้ซูหรงหรงขดร่างกายอันผอมบางของนางมากยิ่งขึ้น สายตาอันพร่าเลือนของนางจ้องมองตรงไปเบื้องหน้า เนื้อตัวอันสั่นเทาของนางทำให้คนที่กำลังยืนจ้องมองนางอยู่อดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้

“พี่หญิง ท่านคงคิดไม่ถึงว่าจะมีวันนี้ ที่คนอย่างท่านต้องตกต่ำอยู่ในสภาพย่ำแย่เยี่ยงนี้ใช่หรือไม่”

ซูเถียนเถียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดูแคลนทำให้คนที่กำลังขดกายอยู่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองซูเถียนเถียนที่ในยามนี้ถูกห่อคลุมด้วยเสื้อคลุมกันลมสีเหลืองทอง ปักดิ้นเงินดิ้นทองด้วยลายหงส์อย่างประณีต ใบหน้างามถูกประทินโฉมอย่างบางเบา บนศีรษะเกล้าผมอย่างงดงาม นอกจากปิ่นระย้าอันวิจิตรแล้วนางยังมีปิ่นหงส์ที่แสดงถึงฐานะองค์ฮองเฮาประดับอยู่บนมวยผม

ซูเถียนเถียนจ้องมองเงาร่างของตนเองที่สะท้อนออกมาจากดวงตาของซูหรงหรงแล้วก็หัวเราะออกมา

“ข้างดงามหรือไม่พี่หญิง ตำแหน่งฮองเฮาของข้าคงจะทำให้ท่านรู้สึกริษยาอยู่ไม่น้อยเลยสินะเจ้าคะ”

คำถามของซูเถียนเถียนทำให้ซูหรงหรงพยักหน้า

“ก็นับว่างดงามดี แต่ข้ากลับไม่ริษยาเจ้า”

ซูหรงหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่า ในใจก็คิดว่าเมื่อไหร่ซูเถียนเถียนและคนของนางจะจากไปได้เสียที

“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพี่หญิงจะไม่ริษยาข้า ตำแหน่งนี้เดิมทีฝ่าบาทตั้งพระทัยจะมอบให้ท่าน แต่เป็นเพราะชื่อเสียงอันด่างพร้อยของท่าน อีกทั้งยังมีข้อกล่าวหาที่แม้ว่าฝ่าบาทจะทรงไม่เชื่อแต่ก็ไม่อาจจะหาหลักฐานมาโต้แย้งได้ ยามนี้พี่หญิงจึงคว้าไม่ได้เลยแม้สักตำแหน่ง แถมยังต้องถูกส่งตัวมาอยู่ในตำหนักเย็นอันเปลี่ยวร้างเช่นนี้”

ซูเถียนเถียนเอ่ยพลางยกฝ่ามืออันเรียวงามขึ้นไปลูบคลำปิ่นปักผมที่นางเพิ่งจะได้รับพระราชทานแล้วยิ้มออกมา

ซูหรงหรงจ้องมองการกระทำของนางด้วยสายตาอันเย็นชา แต่แล้วสายตาของนางก็พลันเหลือบไปเห็นชายเสื้อคลุมกันลมอันคุ้นตา ดวงตาที่ยังคงอ่อนแสงของนางจึงพลันสว่างวาบขึ้นมา

“เจ้าภูมิใจนักหรือที่ใส่ร้ายข้าได้ หากไม่ใช่เพราะความลำเอียงของท่านพ่อ เจ้าจะสามารถใส่ความข้าได้อย่างไร้ที่ติเช่นนี้หรือ”

คำพูดของซูหรงหรงทำให้ซูเถียนเถียนแค่นหัวเราะแล้วย่อกายลง ยื่นฝ่ามืออันเรียวงามของนางไปบีบปลายคางอันซูบผอมของซูหรงหรงด้วยความสาแก่ใจ ใบหน้าที่ถูกกรีดจนเสียโฉมของซูหรงหรงทำให้นางหัวเราะออกมา

“ลำเอียงเช่นนั้นหรือ นี่คือสิ่งที่พวกเจ้าต้องชดเชยให้ข้า หากไม่ใช่เพราะท่านพ่อถูกบีบบังคับให้แต่งงาน มีหรือที่ข้าจะต้องกลายเป็นลูกนอกสมรสที่ถูกเลี้ยงดูอยู่ข้างนอกมานานหลายปี ในขณะที่พวกเจ้าสองพี่น้องกลับเสพสุขอยู่ในจวน ในฐานะคุณหนูและคุณชายสายตรงของจวนหย่งอันโหว”

คำพูดของซูเถียนเถียนทำให้ซูหรงหรงหัวเราะออกมาเบาๆ

“ชดเชยเช่นนั้นหรือ ซูเถียนเถียน หากไม่ใช่เพราะข้าเห็นแก่ความเป็นพี่น้องคงไม่ยินยอมให้ท่านพ่อรับตัวพวกเจ้าสองแม่ลูกเข้ามาในจวน ยามที่เจ้าอยากได้สิ่งใดข้าก็ไม่เคยขัด เจ้าอยากให้ข้าช่วยสอนเจ้าคัดลายมือ วาดภาพ ดีดพิณ ข้าล้วนไม่เคยเกี่ยงงอน แม้กระทั่งงานปักของข้าที่เจ้าขโมยไปในตอนคัดเลือกพระชายา ข้าก็ไม่เคยเปิดโปงเจ้า”

ถ้อยคำประโยคนี้ของซูหรงหรงทำให้ซูเถียนเถียนหัวเราะออกมาเบาๆ

“นั่นเพราะเจ้าโง่เขลา คิดดูแคลนข้าที่เป็นบุตรสาวของอนุ เจ้าคิดว่าต่อให้ข้าได้รับเลือกเข้าตำหนักบูรพาก็ไม่มีทางเอาชนะสตรีที่มีสัญญาหมั้นหมายมาตั้งแต่วัยเยาว์เช่นเจ้าได้ แล้วเป็นอย่างไรเล่า เจ้าทำของหมั้นที่ฝ่าบาทเคยประทานให้ตั้งแต่ยังดำรงตำแหน่งไท่จื่อหายไป ข้าจึงฉวยโอกาสนี้ผลักดันตนเองจนได้เป็นไท่จื่อเฟย ส่วนเจ้าเป็นได้แค่เพียงเหลียงตี้”

ซูเถียนเถียนเอ่ยพลางหัวเราะออกมา ส่วนซูหรงหรงก็แค่เพียงแค่นยิ้มออกมาด้วยใบหน้าเย้ยหยัน

“ข้าโง่เขลาจริงๆ นั่นแหละ โง่เขลาที่ไว้วางใจคนเช่นเจ้า โง่เขลาที่คิดว่าขอแค่เพียงข้าเชื่อฟังท่านพ่อ เขาจะหันมารักข้าบ้างสักครั้ง”

นางกลืนน้ำลายพลางเอ่ยต่อด้วยความเจ็บแค้น

“ข้าโง่เขลาที่ไม่ระแวดระวัง ปล่อยให้ท่านพ่อกลืนกินอำนาจทางการทหารของท่านตาและยักยอกสินเดิมของข้าไปมอบให้เจ้า ส่วนเจ้าก็ขโมยทั้งชื่อเสียง ผลงาน รวมไปถึงเส้นสายที่ท่านแม่ของข้าทิ้งเอาไว้ให้ผลักดันจนตัวเจ้าก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮา หลังจากนั้นทั้งท่านพ่อและเจ้าก็ร่วมมือกันใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงของข้า บีบให้ข้าสิ้นไร้หนทางรอดชีวิต”

ซูหรงหรงเอ่ยพลางเหลือบไปมองชายเสื้อคลุมสีเหลืองสดแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “สิ่งที่ข้าโง่เขลามากที่สุดก็คือคิดว่าความรักที่ข้ามีต่อฝ่าบาทจะช่วยทำให้ข้ารอดพ้นจากทุกสิ่งที่เจ้าและท่านพ่อกระทำได้”

คำพูดของซูหรงหรงทำให้เจ้าของเสื้อคลุมสีเหลืองเผยร่างออกมา การปรากฏตัวของเขาทำให้ซูเถียนเถียนที่หันไปมองถึงกับผงะร่างถอยมาทางด้านหลัง จนเกือบจะเหยียบลงมาบนนิ้วมือที่ซูบซีดของซูหรงหรง โชคดีที่ซูหรงหรงเลื่อนมือหลบออกมาทัน

“ฝ่าบาท” ซูเถียนเถียนเอ่ยออกมาพลางรีบคุกเข่าลง ใบหน้าอันงดงามของนางมีน้ำตาไหลรินลงมาแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจ

“หม่อมฉันเห็นว่าวันนี้อากาศหนาวเย็นจึงนึกเป็นห่วงพี่หญิง คิดไม่ถึงว่าพอมาถึงนางไม่เพียงตัดพ้อต่อว่าหม่อมฉัน แต่ยังลุกลามไปถึงฝ่าบาทด้วย”

หากเซียวเทียนเช่อไม่ได้ยืนฟังคำพูดก่อนหน้านี้ของนางและซูหรงหรงมาก่อน เขาก็คงจะหลงเชื่อคำพูดของซูเถียนเถียนไปแล้ว เขาละสายตาจากใบหน้าน้อยอกน้อยใจของซูเถียนเถียนแล้วหันไปจ้องมองร่างกายอันบอบช้ำของซูหรงหรง

“หรงหรง”

เสียงอันสั่นพร่าของเซียวเทียนเช่อทำให้ในใจของซูหรงหรงพลันเกิดความหวังขึ้นมา แม้ว่าความรักใคร่ที่เคยมีต่อกันจะเจือจางลงไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรนางกับเขาก็เคยถูกเลี้ยงดูมาด้วยกันจนเติบใหญ่ นางจึงคาดหวังว่าเซียวเทียนเช่อจะเห็นแก่ที่เคยเป็นสหายร่วมเรียนมาด้วยกัน ช่วยให้นางรอดพ้นจากวิกฤตในยามนี้ไปได้

“ฝ่าบาททรงตั้งพระทัยจะเสด็จมาบอกข่าวร้ายกับพี่หญิงเรื่องการตายของหรงเจ๋อใช่ไหมเพคะ เมื่อครู่นี้หม่อมฉันตั้งใจจะบอกกับนางแล้วแต่นางหาเรื่องทะเลาะกับหม่อมฉันเสียก่อน หม่อมฉันจึงยังไม่ได้บอกนาง”

คำพูดของซูเถียนเถียนทำให้ทั้งเซียวเทียนเช่อและซูหรงหรงนิ่งงันไป

“พี่หญิงเรื่องนี้พี่หญิงจะโทษฝ่าบาทไม่ได้นะเพคะ เป็นเพราะความโง่เขลาของหรงเจ๋อที่คิดว่าจะสามารถใช้วรยุทธ์ดุจแมวสามขาของเขาบุกเข้าวังหลวงมาช่วยพี่หญิงได้”

ซูเถียนเถียนเอ่ยพลางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดริมฝีปากแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“สุดท้ายหรงเจ๋อก็เลยถูกลูกธนูขององครักษ์หลวงทำให้เขาสิ้นชีพ โชคดีที่ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาไม่ถือสาการกระทำของเขา ไม่เช่นนั้นจวนหย่งอันโหวของพวกเราก็คงจะได้รับโทษเพราะการกระทำอันอุกอาจของหรงเจ๋อไปแล้ว”

คำพูดของซูเถียนเถียนและสีหน้าของเซียวเทียนเช่อทำให้ซูหรงหรงกระอักโลหิตออกมาในทันที

“เจ้าน้องโง่” ซูหรงหรงพึมพำออกมา

เซียวเทียนเช่อตั้งใจจะทรุดร่างมาดูอาการของนาง แต่สายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของซูหรงหรง ทำให้เขายืนจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเพียงเท่านั้น

“ข้าเคยคิดว่าไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านพ่อ ต่อให้ท่านพ่อลำเอียงรักใคร่แค่เพียงเจ้า ท่านพ่อก็ไม่มีทางปล่อยให้เขาตาย คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายเขาต้องมาตายเพียงเพราะต้องการช่วยเหลือข้า”

ซูหรงหรงเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา หยาดโลหิตที่ไหลลงมาจากริมฝีปากของนางทำให้สีหน้าของเซียวเทียนเช่อพลันมืดมนลงไป

“ปี้เถา เจ้ารีบเข้าไปดูแลนายหญิงของเจ้า ข้าจะส่งแพทย์หลวงมาดูอาการของนาง”

เมื่อเอ่ยจบเขาก็ถอดเสื้อคลุมกันลมที่ปักลวดลายมังกรของตนเองออกแล้วนำมาคลุมร่างของซูหรงหรงเอาไว้ ความอ่อนโยนของเขาทำให้ซูเถียนเถียนกำฝ่ามือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ แต่ซูหรงหรงกลับยังคงมีสีหน้าเลื่อนลอยอยู่เช่นเดิม

“ฮองเฮาเจ้าจงตามข้ามาเถิด มีหลายเรื่องที่พวกเราต้องคิดบัญชีกัน” เมื่อเอ่ยจบเขาก็ส่งสายตาที่ทำให้ซูเถียนเถียนไม่กล้าขัดขืน หลังจากที่เซียวเทียนเช่อและซูเถียนเถียนเดินออกไป ปี้เถาก็รีบเข้าไปช่วยประคองร่างของซูหรงหรงขึ้นมาจากพื้นในทันที

 

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
30
บทที่ 1 ความโง่เขลาในชาติก่อน
สายลมอันเหน็บหนาวที่พัดผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่างที่ไม่มีสิ่งใดปกปิดทำให้ซูหรงหรงขดร่างกายอันผอมบางของนางมากยิ่งขึ้น สายตาอันพร่าเลือนของนางจ้องมองตรงไปเบื้องหน้า เนื้อตัวอันสั่นเทาของนางทำให้คนที่กำลังยืนจ้องมองนางอยู่อดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้“พี่หญิง ท่านคงคิดไม่ถึงว่าจะมีวันนี้ ที่คนอย่างท่านต้องตกต่ำอยู่ในสภาพย่ำแย่เยี่ยงนี้ใช่หรือไม่”ซูเถียนเถียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดูแคลนทำให้คนที่กำลังขดกายอยู่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองซูเถียนเถียนที่ในยามนี้ถูกห่อคลุมด้วยเสื้อคลุมกันลมสีเหลืองทอง ปักดิ้นเงินดิ้นทองด้วยลายหงส์อย่างประณีต ใบหน้างามถูกประทินโฉมอย่างบางเบา บนศีรษะเกล้าผมอย่างงดงาม นอกจากปิ่นระย้าอันวิจิตรแล้วนางยังมีปิ่นหงส์ที่แสดงถึงฐานะองค์ฮองเฮาประดับอยู่บนมวยผมซูเถียนเถียนจ้องมองเงาร่างของตนเองที่สะท้อนออกมาจากดวงตาของซูหรงหรงแล้วก็หัวเราะออกมา“ข้างดงามหรือไม่พี่หญิง ตำแหน่งฮองเฮาของข้าคงจะทำให้ท่านรู้สึกริษยาอยู่ไม่น้อยเลยสินะเจ้าคะ”คำถามของซูเถียนเถียนทำให้ซูหรงหรงพยักหน้า“ก็นับว่างดงามดี แต่ข้ากลับไม่ริษยาเจ้า”ซูหรงหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่า ในใจก็คิดว่าเมื่อไ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 แก้แค้น
หลังจากเซียวเทียนเช่อและซูเถียนเถียนออกจากตำหนักเย็นไปได้ไม่นาน ทั้งถ่านร้อน อาหาร รวมไปถึงคนจากสำนักแพทย์หลวงล้วนถูกส่งมาที่ตำหนักเย็นหลังจากตรวจอาการของซูหรงหรงแล้ว แพทย์หลวงก็จัดเทียบยาให้แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนอบน้อม“พระสนมต้องลมเย็นเป็นเวลานาน อีกทั้งยังขาดอาหารจนสุขภาพทรุดโทรม หลังจากนี้หากบำรุงร่างกายให้ดี สุขภาพของพระสนมก็จะดีขึ้น”หลังคนจากสำนักแพทย์หลวงจากไปแล้ว ปี้เถาก็เอ่ยเรียกซูหรงหรงด้วยใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา“พระสนม หลังจากนี้พวกเราควรจะทำอย่างไรกันดีเพคะ”“ด้วยนิสัยของเถียนเถียน นางย่อมไม่มีทางปล่อยข้าไปแน่ และด้วยนิสัยของฝ่าบาท เขาจะต้องลงมือขั้นเด็ดขาดกับเถียนเถียนหากนางทำให้ข้าตาย” คำพูดของซูหรงหรงเต็มไปด้วยความเย็นชานางผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วครึ่งชีวิต สิ่งที่พลาดมากที่สุดก็คืออ่านความคิดของคนอย่างซูอี้เหวินผู้เป็นบิดา และซูเถียนเถียนผู้เป็นน้องสาวต่างมารดาไม่ออก ต่อมาเมื่อตาสว่างแล้วก็ยังหลงคิดไปว่าไม่ว่าอย่างไรคนทั้งสองก็คงจะไม่เล่นงานนางจนถึงแก่ชีวิตแต่หลังจากนางถูกใส่ความว่ามีชู้ตอนที่ได้รับพระราชทานอนุญาตให้ออกจากวังไปเยี่ยมเยียนบิดาที่จวนสกุลเดิม นางจึ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 กำเนิดใหม่ของซูหรงหรง
“คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้ซูหรงหรงลืมตาขึ้นมา ม่านมุ้งที่ปรากฏเข้าสู่สายตาทำให้ซูหรงหรงถึงกับนิ่วหน้า ใบหน้าของปี้เถาไม่เหมือนเดิม ความอ่อนเยาว์และรอยยิ้มไร้เดียงสาที่ยังไม่ได้ถูกกาลเวลาและประสบการณ์ในการใช้ชีวิตเคี่ยวกรำของปี้เถา ทำให้ซูหรงหรงพลันขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองรอบๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังเครื่องเรือนอันคุ้นตา ทำให้นางรู้ว่าที่นี่คือห้องพักเดิมของนางในจวนหย่งอันโหว ซูหรงหรงขยับกายลุกขึ้น นางเดินตรงไปยังกระจกส่องเงาที่วางอยู่บนโต๊ะเก็บเครื่องประทินโฉมใบหน้างดงามที่สะท้อนออกมาจากกระจกทำให้ซูหรงหรงยิ้มออกมา ดวงหน้าอ่อนเยาว์ไร้ร่องรอยบาดแผล ริมฝีปากเล็กของนางแดงระเรื่อโดยไม่ต้องแต้มชาด พวงแก้มซับสีเรื่อ ดวงตาสดใส“คุณหนูเจ้าคะ วันนี้คุณหนูกำชับให้บ่าวปลุกคุณหนูแต่เช้า เพื่อจะได้เตรียมตัวรอต้อนรับอนุและคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูอยู่นอกจวนของนายท่าน แม้ว่ายามนี้ยังเช้าอยู่แต่หากคุณหนูไม่รีบก็จะไม่ทันแล้วนะเจ้าคะ”คำเตือนของปี้เถาทำให้ดวงตาของซูหรงหรงพลันสาดประกายเกลียดชังออกมา นางกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในผิวเนื้อของอุ้งมือ ความเจ็บป
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 ความมุ่งมั่นของซูหรงหรง
หลังจากส่งมอบเรือนมู่ตานให้ต่งเยว่ซินและซูเถียนเถียนเรียบร้อยแล้วซูหรงหรงก็หันไปเอ่ยวาจาขอตัวกลับจวนกับบิดา ซูอี้เหวินขมวดคิ้วมุ่นเขาจ้องมองนางด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“นี่คือสิ่งที่เจ้าเคยบอกกับพ่อว่าจะเตรียมการต้อนรับอี๋เหนียงและน้องสาวของเจ้าเช่นนั้นหรือ พวกนางพึ่งจะย้ายเข้าจวนมา นอกจากจะไม่มีของขวัญแรกพบเพื่อต้อนรับพวกนางแล้วเจ้ายังไม่คิดจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับพวกนางด้วยหรือ” คำถามของบิดาทำให้ซูหรงหรงเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองเขา“ท่านพ่อกับอี๋เหนียงก็อยู่กินด้วยกันมานานหลายปีถึงเพียงนี้ อีกทั้งท่านแม่ก็ไม่อยู่แล้วจะให้อี๋เหนียงคารวะน้ำชากับป้ายวิญญาณของท่านแม่ก็คงจะไม่ได้” ซูหรงหรงเอ่ยพลางหันไปจ้องมองซูเถียนเถียน“เรื่องกราบไหว้ในศาลบรรพชนยิ่งไม่ได้ หากผู้อาวุโสในสกุลยังไม่อนุญาตผู้น้อยอย่างลูกก็คงไม่อาจจะจัดการสิ่งใดได้”ซูหรงหรงเอ่ยพลางถอดกำไลที่ข้อมือของตนเองออกมา“ส่วนเรื่องของขวัญแรกพบนั้นเดิมทีลูกตั้งใจว่าจะสั่งเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้อี๋เหนียงและน้องหญิงเป็นกรณีพิเศษ แต่ในเมื่อท่านพ่อเอ่ยออกมาเช่นนี้ลูกก็จะมอบกำไลวงนี้ให้แก่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 ตัดไฟแต่ต้นลม
หลังจากส่งจดหมายไปยังจวนไหวกั๋วกงได้เพียงหนึ่งวัน ซูหรงหรงก็ได้รับจดหมายตอบกลับจากผู้เป็นท่านตาทันทีที่นางอ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้น รอยยิ้มบนริมฝีปากของนางก็พลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าไหวกั๋วกงเขียนตอบมาด้วยลายมือหนักแน่นตามแบบฉบับของแม่ทัพเก่า ใจความในจดหมายเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยเขาบอกนางว่าไม่ต้องกังวลเรื่องซูหรงเจ๋ออีกต่อไป วันรุ่งขึ้นจะส่งจ้าวซินหยวนผู้เป็นน้าชายของนางมารับเด็กชายไปอยู่ที่จวนไหวกั๋วกงด้วยตนเอง ส่วนเรื่องที่ซูอี้เหวินอาจไม่ยินยอมนั้น ไหวกั๋วกงบอกอย่างชัดเจนว่าเขาจะเป็นคนพูดคุยกับบุตรเขยของเขาเองสำหรับจ้าวปิงนั้น... ในเมื่อนางรู้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นคนไม่ดี ก็จงอยู่ให้ห่างจากเขาเสีย ทางจวนไหวกั๋วกงได้ส่งคนจับตามองทุกความเคลื่อนไหวของจ้าวปิงเอาไว้แล้ว หากมีสิ่งใดผิดปกติจะรีบแจ้งให้นางทราบทันทีเมื่ออ่านจบ ซูหรงหรงจึงค่อยถอนหายใจออกมา ความกังวลที่กดทับอยู่ในใจคล้ายถูกยกออกไปก้อนหนึ่ง อย่างน้อย... น้อยคนในจวนไหวกั๋วกงก็จะปลอดภัยชาติก่อนเพราะนางโง่เขลาจนเกินไป จนถูกคนปั่นหัว ถูกหลอกใช้ และถูกใส่ความ แต่ชาตินี้นางจะไม่มีวันยอมให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยเดิมอีกอย่าง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 หมาป่าตาขาว
หิมะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าสีเทาหม่น ปกคลุมทั่วทั้งจวนหย่งอันโหวด้วยผืนสีขาวสะอาด ภายในเรือนมู่ตาน ซูเถียนเถียนนั่งกำผ้าเช็ดหน้าแน่นอยู่ในมือ ดวงตาเต็มไปด้วยความลังเลและไม่เต็มใจ นางไม่ชอบซูหรงหรง ตั้งแต่เล็กจนโต นางได้ยินมารดาพูดถึงคุณหนูใหญ่ผู้นี้อยู่เสมอซูหรงหรงเป็นไข่มุกบนฝ่ามือของอดีตฮองเฮาที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว เป็นคู่หมั้นขององค์ไท่จื่อ เป็นสตรีที่ได้รับคำชื่นชมจากผู้คนทั้งเมืองหลวง และยังเป็นศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักศึกษาหลวงอีกด้วย ทุกอย่างที่ซูหรงหรงมี ล้วนเป็นสิ่งที่ซูเถียนเถียนใฝ่ฝันอยากได้“เถียนเถียน”เสียงของต่งเยว่ซินดังขึ้นเบา ๆ“เจ้าจงอย่าลืมถ้อยคำที่แม่เคยสอนเจ้า”ซูเถียนเถียนเงยหน้ามองมารดา“หากเจ้าไม่อยากเป็นสตรีต่ำต้อยเช่นแม่ เจ้าก็ต้องพยายามปีนป่ายขึ้นไปให้สูงที่สุด เท่าที่เจ้าจะทำได้”ต่งเยว่ซินเอ่ยพลางลูบศีรษะบุตรสาว และจ้องมองบุตรสาวตัวน้อยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน“ต่อให้ต้องก้มหัว ต่อให้ต้องอ้อนวอน ต่อให้ต้องถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี เจ้าก็ต้องยอมสู้อดทน ผู้ชนะเท่านั้นที่จะได้รับทุกสิ่ง คุณหนูใหญ่ผู้นั้นเจ้าก็ปล่อยให้นางหยิ่งผยองไปเถิด ขอแค่เพียงเจ้าสามารถ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 แตกหัก
ซูเถียนเถียนร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำแล้วเอ่ยวาจากับซูอี้เหวินด้วยน้ำเสียงออดอ้อน“ท่านพ่อ... ข้าเพียงอยากขอให้พี่หญิงใหญ่สั่งสอนวิชาความรู้ให้ข้าเพียงเท่านั้น แต่พี่หญิงใหญ่กลับด่าว่าข้าเป็นหมาป่าตาขาว”ต่งเยว่ซินเองก็ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหยาดน้ำตาแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“นายท่าน ข้ารู้ว่าพวกเราสองแม่ลูกมีฐานะต่ำต้อย แต่ถึงอย่างไรเถียนเถียนก็ยังเป็นน้องสาวของคุณหนูใหญ่ คุณหนูใหญ่พูดเช่นนี้ออกมา มันรุนแรงเกินไปจริง ๆ”ยิ่งได้ฟังคำพูดของสองแม่ลูก ซูอี้เหวินก็ยิ่งรู้สึกโกรธ เดิมทีเขากำลังหาโอกาสดึงอำนาจการดูแลจวนกลับมาจากซูหรงหรงอยู่แล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้จึงนับว่าเป็นข้ออ้างชั้นดี เมื่อคิดได้เช่นนั้นซูอี้เหวินจึงแค่นหัวเราะแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว“เจ้าด่าน้องสาวของตนเองว่าเป็นหมาป่าตาขาว ในฐานะพี่สาว เจ้าไม่รู้จักรักและเอ็นดูน้อง ในฐานะคุณหนูใหญ่ เจ้ากลับใช้อำนาจกดขี่ผู้อื่น ข้าคิดว่าเจ้าไม่เหมาะที่จะดูแลเรือนหลังของจวนอีกต่อไป”ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ดวงตาของต่งเยว่ซินก็พลันสว่างวาบด้วยความยินดี เพราะนี่คือสิ่งที่นางรอคอยมาตลอดตั้งแต่เข้าจวนหย่งอันโหวมา แม้ว่านาง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 จุดอ่อนของซูหรงหรง
แม้ว่าจะรู้สึกไม่พอใจในตัวบุตรสาวมากเพียงใดซูอี้เหวินก็ไม่กล้าเสี่ยงให้ซูหรงหรงเปิดศาลบรรพชน หากเรื่องราวลุกลามไปจนถึงเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลจริง ต่อให้เขาเป็นท่านโหวก็ใช่ว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดสุดท้ายสิ่งที่เขาทำได้ก็มีเพียงชี้หน้าซูหรงหรงด้วยความโกรธแค้น“ดี! ดีมาก ซูหรงหรง เจ้าเก่งขึ้นมากจริง ๆ”เมื่อกล่าวจบเขาก็สะบัดแขนเสื้อจากไปพร้อมใบหน้าดำคล้ำต่งเยว่ซินที่เดิมทีคิดจะฉวยโอกาสกดดันซูหรงหรงให้มอบอำนาจดูแลเรือนหลังออกมาก็ทำได้เพียงกลืนคำพูดทั้งหมดกลับลงไป นางพาซูเถียนเถียนติดตามซูอี้เหวินกลับไปเรือนมู่ตานอย่างไม่เต็มใจนักเมื่อคนทั้งสามจากไปแล้ว เรือนหลันฮวาก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ปี้เถาและปี้จื่อมองหน้ากัน ก่อนจะเดินเข้ามาหาซูหรงหรงด้วยสีหน้ากังวล“คุณหนูใหญ่...” ปี้เถาเอ่ยเสียงเบา “หากวันนี้ท่านโหวตอบรับจริง ๆ แล้วเปิดศาลบรรพชนขึ้นมา บรรดาผู้อาวุโสอาจจะไม่ได้เข้าข้างท่านก็ได้นะเจ้าคะ”ปี้จื่อพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของปี้เถา“ใช่แล้วเจ้าค่ะ หลายปีมานี้พวกเขาไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวเรื่องในจวน หากเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ ก็ไม่แน่ว่าพวกเขาจะช่วยคุณหนูนะเจ้าคะ”เมื่อได้ยิ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-28
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 แผนแย่งชิง
วันรุ่งขึ้นซูอี้เหวินก็ส่งคนสนิทที่เคยดูแลซูหรงเจ๋อออกจากจวน มุ่งหน้าไปยังจวนไหวกั๋วกง หน้าที่ของคนผู้นั้นมีเพียงอย่างเดียวก็คือการยุยงซูหรงเจ๋อ ทำให้ซูหรงเจ๋อหลงเชื่อว่าพี่สาวของเขากำลังถูกรังแกน้องชายเพียงคนเดียวของนางอย่างซูหรงเจ๋อจึงควรจะออกจากจวนไหวกั๋วกง กลับมาคอยปกป้องพี่สาวที่จวนหย่งอันโหว หลังจากซูหรงเจ๋อกลับเข้าจวนมาแล้ว ซูอี้เหวินก็มีหลากหลายวิธีที่จะทำให้ซูหรงเจ๋อกลายเป็นแต้มต่อรองที่เขาจะใช้บีบบังคับซูหรงหรง“คุณชายน้อยขอรับ ยามนี้ต่งอี๋เหนียงกับคุณหนูรองกำลังร่วมมือกันกลั่นแกล้งคุณหนูใหญ่ ท่านโหวก็ลำเอียงเข้าข้างพวกนาง หากคุณชายอยากปกป้องคุณหนูใหญ่ก็ควรรีบกลับจวนเถิดขอรับ”เมื่อเห็นว่าซูหรงเจ๋อยังคงสงบนิ่งบ่าวรับใช้จึงได้เอ่ยต่อ“การเรียนสำคัญก็จริงนะขอรับ แต่คุณหนูใหญ่คงจะต้องการคุณชายน้อยมากกว่า”คำพูดของบ่าวรับใช้ทำให้ซูหรงเจ๋อยิ้มออกมา พวกเขาคงคิดว่าซูหรงเจ๋อจะร้อนใจและคงคิดว่าซูหรงเจ๋อจะรีบกลับมา แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ เมื่อวานนี้ซูหรงหรงได้ส่งจดหมายมาจนถึงมือของซูหรงเจ๋อแล้วจดหมายที่ซูหรงหรงเขียนมา ทำให้ซูหรงเจ๋อไม่สนใจถ้อยคำยุยงของบ่าวรับใช้ นอกจากจะเอ่ยปาก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-28
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 บุญคุณความแค้น
สายลมหนาวพัดผ่านตำหนักบูรพาอย่างแผ่วเบา วันนี้ก็เป็นอีกวันที่องค์ชายสามมาเยือนตำหนักบูรพา ภายในห้องทรงอักษรองค์ไท่จื่อเซียวเทียนเช่อกำลังนั่งอ่านรายงานอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้จันทน์สีเข้ม ขณะที่เซียวจิ่นอันนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สีหน้าของเขาสงบนิ่งดุจสายน้ำ แต่คำพูดที่เปล่งออกมากลับคมกริบดุจมีด“เสด็จพี่ เรื่องการเลือกไท่จื่อเฟยเกี่ยวพันกับความมั่นคงของตำหนักบูรพานะพ่ะย่ะค่ะ”ถ้อยคำของเซียวจิ่นอันทำให้เซียวเทียนเช่อเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองน้องชาย“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”“ซูหรงหรงในอดีตอาจเป็นเด็กหญิงที่ฉลาดหลักแหลม มีชื่อเสียงไปทั่วเมืองหลวง แต่ยามนี้กลับแตกต่างไปมาก”เซียวจิ่นอันกล่าวอย่างไม่เร่งร้อน“วันนี้กระหม่อมได้ยินมาว่านางถึงขั้นชี้หน้าข่มขู่บิดา กดขี่อนุและบุตรสาวของอนุ ภายในจวนหย่งอันโหวไม่มีผู้ใดไม่หวาดกลัวนาง”เซียวเทียนเช่อขมวดคิ้วเล็กน้อย“ข่าวลือย่อมเป็นเพียงข่าวลือ”“กระหม่อมก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”เซียวจิ่นอันเอ่ยพลางทอดถอนใจออกมาเบา ๆ“แต่เสด็จพี่ก็คงจะรู้ดีว่าในฐานะที่เป็นนายหญิงของตำหนักบูรพา สตรีที่จะเป็นไท่จื่อเฟยต้องใจกว้าง มีความอดทน และรู้จักวางตน ในภายภาคหน้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-28
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status