แชร์

บทที่ 7 แตกหัก

ผู้เขียน: BigM00N
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-26 13:31:31

ซูเถียนเถียนร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำแล้วเอ่ยวาจากับซูอี้เหวินด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“ท่านพ่อ... ข้าเพียงอยากขอให้พี่หญิงใหญ่สั่งสอนวิชาความรู้ให้ข้าเพียงเท่านั้น แต่พี่หญิงใหญ่กลับด่าว่าข้าเป็นหมาป่าตาขาว”

ต่งเยว่ซินเองก็ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหยาดน้ำตาแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“นายท่าน ข้ารู้ว่าพวกเราสองแม่ลูกมีฐานะต่ำต้อย แต่ถึงอย่างไรเถียนเถียนก็ยังเป็นน้องสาวของคุณหนูใหญ่ คุณหนูใหญ่พูดเช่นนี้ออกมา มันรุนแรงเกินไปจริง ๆ”

ยิ่งได้ฟังคำพูดของสองแม่ลูก ซูอี้เหวินก็ยิ่งรู้สึกโกรธ เดิมทีเขากำลังหาโอกาสดึงอำนาจการดูแลจวนกลับมาจากซูหรงหรงอยู่แล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้จึงนับว่าเป็นข้ออ้างชั้นดี เมื่อคิดได้เช่นนั้นซูอี้เหวินจึงแค่นหัวเราะแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว

“เจ้าด่าน้องสาวของตนเองว่าเป็นหมาป่าตาขาว ในฐานะพี่สาว เจ้าไม่รู้จักรักและเอ็นดูน้อง ในฐานะคุณหนูใหญ่ เจ้ากลับใช้อำนาจกดขี่ผู้อื่น ข้าคิดว่าเจ้าไม่เหมาะที่จะดูแลเรือนหลังของจวนอีกต่อไป”

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ดวงตาของต่งเยว่ซินก็พลันสว่างวาบด้วยความยินดี เพราะนี่คือสิ่งที่นางรอคอยมาตลอดตั้งแต่เข้าจวนหย่งอันโหวมา แม้ว่านางจะไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นฮูหยินผู้เป็นภรรยาเอก แต่หากนางได้มีหน้าที่เป็นผู้ดูแลจวนก็จะไม่มีผู้ใดกล้าดูหมิ่นนางกับลูกอีก และหากซูหรงหรงถูกยึดอำนาจการดูแลจวน คนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดย่อมเป็นนาง

ซูหรงหรงจ้องมองสีหน้าของคนทั้งสาม ก่อนจะยิ้มออกมาอีกครั้ง

“อ้อ! ที่แท้ท่านพ่อคิดจะยึดอำนาจการดูแลจวนจากลูกนี่เอง”

คำพูดของนางทำให้ซูอี้เหวินมีสีหน้าชะงัก แต่ซูหรงหรงกลับหัวเราะออกมาเบาเบา ๆ

“หากท่านพ่ออยากทำเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ลูกก็ยินดีเจ้าค่ะ”

คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในเรือนหลันฮวานิ่งงันไปในทันที

“เช่นนั้นท่านพ่อก็ส่งคนไปเชิญผู้อาวุโสทั้งหมดของสกุลซูมาเถิดเจ้าค่ะ เปิดศาลบรรพชน ไต่สวนกันให้ชัดเจน ลูกเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าลูกทำผิดตรงไหน”

คำพูดของนางทำให้ซูอี้เหวินขมวดคิ้ว แต่ซูหรงหรงยังคงพูดต่อ

“ลูกเชื่อว่าตนเองหาได้ทำความผิด แต่คนที่ผิดก็คือท่านพ่อ เพราะท่านลำเอียงต่ออนุและบุตรสาวที่ถือกำเนิดจากอนุอย่างออกนอกหน้า ไม่ทันได้สอบถามก็คิดจะลงโทษลูกแล้ว”

ทั้งซูอี้เหวินและต่งเยว่ซินพลันมีสีหน้าซีดเผือดไปในทันที

“คุณหนูใหญ่ ท่าน...”

“หุบปาก!”

ซูหรงหรงตวาดพลางหันไปมองนาง สายตาเย็นเยียบราวน้ำแข็ง

“ที่นี่มีที่ให้อนุเช่นเจ้าพูดแทรกด้วยหรือ”

ต่งเยว่ซินแสร้งทำเป็นเนื้อตัวสั่น ไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีก ซูหรงหรงหันกลับไปมองผู้เป็นบิดา

“หากเปิดศาลบรรพชนจริง ไม่ใช่แค่ท่านพ่อที่จะถูกลงโทษตามกฎสกุล แม้แต่ต่งอี๋เหนียงก็อาจถูกโบยตีและขายออกจากจวน”

ซูอี้เหวินพลันหน้าถอดสีไปในทันที

“เจ้ากล้าหรือ”

“เหตุใดลูกจะไม่กล้ากันเล่าเจ้าคะ”

ซูหรงหรงเอ่ยพลางยิ้มออกมาอย่างเย็นชา

“อนุคนหนึ่งมีฐานะสูงกว่าสาวใช้เพียงขั้นเดียว แต่กลับกล้ายุยงให้บุตรสาวของตนมารบกวนบุตรสาวสายตรง กล้ายุแยงให้เกิดความขัดแย้งภายในจวน โทษเพียงเท่านี้ก็หนักพอแล้วที่จะทำให้ต่งอี๋เหนียงถูกขายออกไป”

นางหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“และยังมีเรื่องเมื่อสามปีก่อนอีก”

ประโยคนั้นทำให้ซูอี้เหวินหน้าซีดลงไปอีกเขาทำท่าว่าจะเปิดปากพูดแต่กลับไม่ทันคำพูดของซูหรงหรง

“สามปีก่อน ท่านพ่อหลงใหลอนุจนทอดทิ้งภรรยาเอก ปล่อยให้มารดาของลูกต้องตรอมใจจนสิ้นชีวิต หากเรื่องนี้ถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง ท่านคิดว่าผู้อาวุโสสกุลซูจะตัดสินอย่างไร คิดว่าผู้คนในเมืองหลวงจะพูดถึงเรื่องนี้อย่างไร”

ทุกคำพูดราวกับค้อนหนักที่ทุบลงมาบนหัวใจของซูอี้เหวิน แม้จะเห็นสีหน้าของเขาแต่ซูหรงหรงยังไม่ยอมหยุดพูด

“ถึงเวลานั้นชื่อเสียงของสตรีที่ใช้ความงามยั่วยวนเจ้านายจนภรรยาเอกตรอมใจตายอย่างต่งเยว่ซิน ล้วนจะกลายเป็นเรื่องเล่าของคนทั้งเมืองหลวง นางเป็นอนุของท่านพ่อ ย่อมจะทำลายชื่อเสียงของท่านพ่อและชื่อเสียงของจวนหย่งอันโหว แล้วเหล่าผู้อาวุโสของสกุลจะยอมปล่อยให้ต่งเยว่ซินมีชีวิตรอดหรือ”

ต่งเยว่ซินทรุดนั่งลงกับพื้น ใบหน้าไร้สีเลือด ซูหรงหรงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

“และที่สำคัญหากท่านตาของลูกทราบเรื่องนี้ด้วยอารมณ์ของท่าน ท่านพ่อคิดหรือว่าตนเองจะสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้”

ปัง! ซูอี้เหวินตบโต๊ะจนถ้วยชากระเด็นตกแตก

“ซูหรงหรง! เจ้ากล้าข่มขู่ข้าหรือ”

ความโกรธของเขาปะทุถึงขีดสุด

“ใครก็ได้! จับตัวคุณหนูใหญ่ไปรับโทษโบย”

เสียงคำสั่งดังก้องไปทั่วห้อง แต่ทว่า... กลับไม่มีผู้ใดกล้าขยับตัว

สาวใช้ภายในเรือนหลันฮวายังคงคุกเข่าอยู่ที่พื้น บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านนอกต่างก้มหน้าลง ไม่มีผู้ใดก้าวออกมาแม้แต่คนเดียว ความเงียบแผ่ปกคลุมทั่วทั้งห้อง ซูอี้เหวินมองซ้ายมองขวา สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไป

"พวกเจ้าหูหนวกกันหรือ ข้าสั่งให้จับตัวนาง"

ก็ยังคงไม่มีผู้ใดกล้าขยับ ในตอนนั้นเอง เขาจึงเพิ่งตระหนักได้ถึงความจริงอันน่าหวาดหวั่น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยสนใจเรื่องภายในจวน ทุกอย่างถูกส่งต่อให้จ้าวซินหรูเป็นผู้ดูแล

หลังจากจ้าวซินหรูเสียชีวิตแล้ว อำนาจทั้งหมดก็ตกอยู่ในมือซูหรงหรง ทั้งสาวใช้และบ่าวรับใช้ทุกคนล้วนถูกคัดเลือกโดยสองแม่ลูก ผ่านการอบรมสั่งสอนจากพวกนาง ได้รับเบี้ยหวัดจากพวกนาง ได้รับความเมตตาจากพวกนาง คนเหล่านี้จึงภักดีต่อซูหรงหรงมากกว่าท่านโหวผู้แทบไม่เคยเหลียวแลเรือนหลังอย่างเขา

ทันใดนั้นซูอี้เหวินจึงเพิ่งจะรู้ตัวว่า แม้เขาจะเป็นเจ้าของจวน แต่จวนโหวแห่งนี้กลับถูกซูหรงหรงควบคุมเอาไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว

ซูหรงหรงเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว จนหยุดอยู่ตรงหน้าผู้เป็นบิดา นางมองเขาด้วยสายตาสงบนิ่ง ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย

“ท่านพ่อ! ที่ผ่านมา ลูกยึดถือความกตัญญูเป็นหลัก ดังนั้นลูกจึงอดทน ทั้งเอาอกเอาใจ ทั้งไม่เคยโต้เถียง แม้ท่านจะลำเอียงเพียงใด ลูกก็ยังยอมถอย”

นางหยุดพูดไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหายไปเหลือเพียงความเย็นชาบนใบหน้า แล้วจึงได้เอ่ยต่อ

“แต่ยามนี้ เมื่อท่านพ่อเริ่มแสดงความลำเอียงอย่างออกนอกหน้า เริ่มคิดแย่งชิงผลประโยชน์ของลูกเพื่อยกให้อนุและบุตรสาวที่ถือกำเนิดจากอนุของท่านพ่อ ความกตัญญูของลูกก็มาถึงขีดจำกัดแล้ว”

ดวงตาของซูหรงหรงเย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปี

“ลูกจะยังคงนับถือว่าท่านคือบิดา เพราะเห็นแก่สายเลือด แต่หากท่านพ่อยังคิดจะกดขี่ลูกเช่นนี้ต่อไป ลูกก็ไม่รังเกียจที่จะเปิดศาลบรรพชนฟ้องร้องต่อผู้อาวุโส และทำให้ทุกคนในเมืองหลวงได้เห็น ว่าท่านโหวผู้สูงส่งแห่งจวนหย่งอันโหว เป็นคนเช่นไร”

ภายในโถงของเรือนหลันฮวาเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจ ซูอี้เหวินจ้องมองบุตรสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า เด็กสาวที่เคยเชื่อฟังและอ่อนโยนผู้นี้ ได้กลายเป็นคนแปลกหน้าไปเสียแล้ว และที่น่ากลัวยิ่งกว่า... เขาเพิ่งค้นพบว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคนที่ควบคุมจวนหย่งอันโหวเอาไว้ในมือไม่ใช่เขาแต่เป็นซูหรงหรงต่างหาก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 66 พรั่งพร้อมทั้งโชคลาภและวาสนา (จบ)

    เสียงกลองศึกที่เคยดังกึกก้องอยู่หน้ากำแพงเมืองหลวงเงียบสงัดลงแล้วสงครามชิงบัลลังก์ที่สั่นสะเทือนแคว้นต้าเซิ่งจบสิ้นลงภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน กองทัพกบฏถูกทำลายจนราบคาบ ผู้ที่เคยคิดช่วงชิงบัลลังก์ล้วนต้องชดใช้ในสิ่งที่ตนกระทำภายในท้องพระโรงใหญ่ เซียวจวินฮ่องเต้ประทับอยู่เหนือบัลลังก์มังกร พระพักตร์ยังคงซีดเซียวจากพระอาการประชวร แต่พระเนตรกลับเฉียบคมราวกับสามารถมองทะลุจิตใจผู้คนได้ขุนนางทั้งราชสำนักคุกเข่าอยู่เบื้องล่างอย่างพร้อมเพรียง ราชโองการฉบับแล้วฉบับเล่าถูกประกาศออกมา“องค์ไท่จื่อเซียวเทียนเช่อ สมคบคิดก่อกบฏ คิดลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ ทำลายบ้านเมือง ความผิดร้ายแรงเกินอภัย”“ถอดถอนจากตำแหน่งไท่จื่อ ริบบรรดาศักดิ์ทั้งหมด ลดฐานะเป็นสามัญชน”“ส่งตัวเข้าคุกหลวงเพื่อรอการลงทัณฑ์”เมื่อราชโองการจบลง ขุนนางทั้งหลายต่างก้มศีรษะต่ำ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยคำใดออกมา จากองค์รัชทายาทผู้สูงส่ง กลายเป็นเพียงนักโทษกบฏในชั่วข้ามคืนจากนั้นราชโองการอีกหลายฉบับก็ตามมา สกุลเจียงมีความผิดฐานสนับสนุนกบฏประหารทั้งสกุล ทรัพย์สินทั้งหมดถูกริบเข้าคลังหลวง สกุลเจียงที่เคยรุ่งเรืองมาหลายสิบปีถูกลบชื่อออกจากหน้าประว

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 65 กบฏนอกกำแพงเมือง

    เสียงกลองศึกดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวงแคว้นต้าเซิ่ง นอกกำแพงเมืองหลวง กองทัพขององค์ไท่จื่อเซียวเทียนเช่อถูกปิดล้อมเอาไว้ทุกด้าน ธงรบสีดำของไหวกั๋วกงโบกสะบัดอยู่กลางสายลม กองทหารม้าหนักและทหารราบนับหมื่นยืนเรียงรายดุจกำแพงเหล็ก ขวางเส้นทางทั้งหมดเอาไว้เดิมทีเซียวเทียนเช่อคิดจะอาศัยความรวดเร็วบุกเข้ายึดเมืองหลวง ขอเพียงเข้าสู่พระราชวังได้ ทุกอย่างก็จะจบลง แต่เขาคิดไม่ถึงว่าเซียวจวินฮ่องเต้จะเตรียมการเอาไว้ก่อนแล้ว ยิ่งคิดไม่ถึงว่าเซียวจิ่นอันจะลงมือรวดเร็วถึงเพียงนี้กำแพงเมืองหลวงสูงตระหง่าน ด้านบนกำแพงเมืองเซียวจิ่นอันยืนอยู่ในชุดเกราะสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาราวกับน้ำแข็งข้างกายของเขาคือจ้าวซินหยวน และเหล่าขุนนางฝ่ายทหารส่วนด้านล่างกำแพงเมือง เจียงเจียวจูและมู่เหยาถูกควบคุมตัวเอาไว้ สองสตรีตกอยู่ในสภาพน่าเวทนา เส้นผมยุ่งเหยิง ใบหน้าซีดขาว พวกนางไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนเองจะมีวันที่ถูกใช้เป็นตัวประกันเช่นนี้ แม่ทัพสกุลเจียงและแม่ทัพสกุลมู่ต่างมีสีหน้าซีดเผือด ถึงแม้จะรู้ว่าการก่อกบฏเป็นความผิดมหันต์ แต่พวกเขาก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วงชิงความเป็นใหญ่เมื่อได้เห็นว่าสตรีในสกุลถูกนำตั

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 64 องค์ไท่จื่อก่อกบฏ

    เซียวจิ่นอันมองออกว่าเซียวจวินฮ่องเต้กำลังตั้งพระทัยบีบบังคับให้องค์ไท่จื่อก่อกบฏ พระประสงค์ของเซียวจวินฮ่องเต้เขาพร้อมจะสนับสนุนความโปรดปรานที่เซียวจวินฮ่องเต้มีต่อบุตรชายของเขาคือเรื่องจริงไท่จื่อเฟยจากสกุลเจียงประพฤติตนไม่เหมาะสมก็คือเรื่องจริงคนสกุลเจียงสอนบุตรหลานไม่ดี ยามนี้ยังกล้าทัดทานการพระราชทานรางวัลของเซียวจวินฮ่องเต้อีกก็คือเรื่องจริงไม่ว่าอย่างไรสกุลเจียงก็กำเริบเสิบสานจนเกินไปมากจริงๆ ต่อให้เซียวจวินฮ่องเต้ไม่ลงโทษ แต่คนที่กล้าล่วงเกินพระชายาของเขาอย่างคนสกุลเจียง เซียวจิ่นอันย่อมไม่คิดจะปล่อยคนสกุลเจียงไปอยู่แล้วท่ามกลางคลื่นลมในราชสำนัก สถานที่ที่สามารถเยียวยาจิตใจได้ดีที่สุดสำหรับเซียวจิ่นอันก็คือตำหนักบูรพา ยิ่งนานวันองค์ชายน้อยอย่างเซียวเฟยหลงก็ยิ่งน่ารักขึ้นทุกวัน ใบหน้าที่เคยยับย่นของเซียวเฟยหลงผ่านไปเพียงไม่กี่วันก็อวบอิ่ม นุ่มนิ่มและหอมกรุ่นส่วนซูหรงหรงนั้นพอเป็นมารดาแล้วสายตาของนางพลันดูอ่อนโยนลง สีหน้าที่เคยเย็นชาของนางดูอ่อนโยนขึ้นอีกหลายส่วน เขาพยายามดูแลเซียวเฟยหลงด้วยตนเองอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ซูหรงหรงต้องตรากตรำเลี้ยงดูเซียวเฟยหลงมากจนเกินไป“ทำไมยิ่

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 63 เปลวไฟแห่งความทะเยอทะยาน

    เซียวจวินฮ่องเต้ทอดพระเนตรมองซูหรงเจ๋ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความหมายลึกซึ้ง“หย่งอันโหวยามนี้เจ้าเติบใหญ่แล้ว พี่เขยของเจ้าต้องการการสนับสนุนจากสกุลซ่ง หากเจ้าเกี่ยวดองกับสกุลซ่งได้ก็คงจะช่วยสานความสัมพันธ์ของเขากับสกุลซ่งให้แนบแน่นขึ้นอีกชั้น”พระองค์หยุดไปเล็กน้อย“หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้การหมั้นหมายที่มารดาของเจ้าเคยตกลงกับสกุลซ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง”ซูหรงเจ๋อรีบขานรับออกมาในทันที“ขอฝ่าบาททรงวางพระทัย วันพรุ่งนี้กระหม่อมจะรีบส่งแม่สื่อไปที่จวนสกุลซ่งเพื่อพูดถึงการหมั้นหมายระหว่างกระหม่อมกับคุณหนูซ่งในทันทีพ่ะย่ะค่ะ”คำพูดของเขาทำให้รอยแย้มพระสรวลพลันปรากฏขึ้นบนพระพักตร์ของเซียวจวินฮ่องเต้“ดี!”“วันพรุ่งนี้ข้าจะมอบตำแหน่งขุนนางในกรมอาลักษณ์ให้เจ้า เจ้าจะสามารถก้าวหน้าในหน้าที่ได้หรือไม่ ก็คงขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าเองแล้ว”ซูหรงเจ๋อเบิกตากว้างด้วยความยินดี“กระหม่อมขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งแม้จะเป็นเพียงตำแหน่งทั่วไปในกรมอาลักษณ์ แต่สำหรับเขาแล้ว นี่คือก้าวแรกของชีวิตขุนนางอย่างแท้จริงยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเขากลายเป

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 62 คำมั่นของกษัตริย์

    จวบจนเลยเวลาปิดประตูวังไปแล้ว ทั้งจ้าวฉีเฟิง จ้าวซินหยวนและซูหรงเจ๋อต่างก็ยังคงรั้งอยู่ในวังโดยไม่สนใจธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น ทางตำหนักหยางซินส่งขันทีมาสอบถามหลายครั้งว่าพระชายาขององค์ชายสามเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเซียวจวินฮ่องเต้ทรงได้ยินว่าอาการไม่ค่อยจะดีนักหลังจากสะสางฎีกาไปกว่าครึ่งแล้วจึงทรงเสด็จมาที่ตำหนักขององค์ชายสามด้วยพระองค์เอง“พวกเจ้าไม่ต้องมากพิธี”เซียวจวินฮ่องเต้ทรงตรัสพลางจ้องมองสีหน้าของเซียวจิ่นอันที่ยามนี้ไร้สีเลือดบนใบหน้าไปนานแล้ว“วาสนาการครองคู่ของชายหญิง วาสนาการเป็นบุตรธิดากันก็ล้วนเป็นเช่นนี้ อันเอ๋อร์เรื่องบางเรื่องก็เป็นสิ่งที่ฟ้ากำหนดมา เจ้าทำสิ่งใดไม่ได้หรอก”ถ้อยคำประโยคนี้ของเซียวจวินฮ่องเต้ทำให้เซียวจิ่นอันหลั่งน้ำตาออกมา เขาส่ายหน้าพลางเดินไปส่งเสียงเรียกซูหรงหรงที่ยามนี้สิ้นไร้เรี่ยวแรงไม่อาจจะส่งเสียงร้องออกมานอกห้องได้นานแล้ว“หรงหรง ข้าต่อสู้เพื่อเจ้ามาตั้งหลายครั้ง ครั้งนี้ถึงเวลาที่เจ้าต้องสู้เพื่อข้าบ้างแล้ว หากเจ้าก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปไม่ได้ ข้าก็พร้อมจะยอมตายไปกับเจ้า”คำพูดของเขาทำให้ซูหรงหรงที่คิดจะยอมพ่ายแพ้ให้แก่ความเจ็บปวดพลันกัดริมฝีปา

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 61 กำหนดคลอด

    หลังจากที่เซียวจิ่นอันเอ่ยออกมาตามตรงว่าเขาจะลงมือแย่งชิงอำนาจอย่างเต็มที่แล้ว ซูหรงหรงก็ไม่ได้รับฟังรายงานข่าวของตำหนักบูรพาจากคนของหน่วยอวิ๋นเจี้ยนอีกเรื่องราวในตำหนักบูรพาโสมมเกินไป นางที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ไม่ควรฟังมากจนเกินไปอาจจะทำให้จิตใจของนางหดหู่ได้ อีกทั้งหากนางไม่ฟังหน่วยอวิ๋นเจี้ยนก็จะยังคงจับตาความเคลื่อนไหวของตำหนักบูรพาแล้วนำมารายงานเซียวจิ่นอันอยู่ดี และคนอย่างเขาก็ไม่คิดจะอยู่เฉยแน่หากตำหนักบูรพาพุ่งเป้าการโจมตีมาที่เขาและนางซูหรงหรงบำรุงครรภ์อย่างสงบจนครบเดือนที่จะคลอดตำหนักของนางก็ได้ต้อนรับแขกที่นานๆ ครั้งจะได้มาเยี่ยมเยียนนางอย่างจ้าวฉีเฟิง จ้าวซินหยวนและซูหรงเจ๋อ พอพวกเขาได้ยินว่านางใกล้ถึงกำหนดคลอดแล้วก็ไม่มีผู้ใดกล้าวางใจ นอกจากจะหมั่นส่งตัวเฉินเจียอินเข้าวังมาเยี่ยมเยียนนางที่ตำหนักอยู่บ่อยครั้งแล้ว ยามนี้พวกเขาถึงกับมาเยี่ยมเยียนนางด้วยตนเองเลยทีเดียว“น้าสะใภ้บอกกับพวกกระหม่อมว่าครรภ์ของพระชายาใกล้ครบกำหนดคลอดแล้ว พวกกระหม่อมก็เลยร้อนใจ พากันมาขอเข้าเฝ้าพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”ซูหรงเจ๋อเอ่ยออกมาตามตรง เมื่อได้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลใจของซูหรงหรง“อยู่ๆ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status