Startseite / รักโบราณ / หงส์ทวงปีก / บทที่ 9 แผนแย่งชิง

Teilen

บทที่ 9 แผนแย่งชิง

last update Veröffentlichungsdatum: 28.06.2026 01:51:44

วันรุ่งขึ้นซูอี้เหวินก็ส่งคนสนิทที่เคยดูแลซูหรงเจ๋อออกจากจวน มุ่งหน้าไปยังจวนไหวกั๋วกง หน้าที่ของคนผู้นั้นมีเพียงอย่างเดียวก็คือการยุยงซูหรงเจ๋อ ทำให้ซูหรงเจ๋อหลงเชื่อว่าพี่สาวของเขากำลังถูกรังแก

น้องชายเพียงคนเดียวของนางอย่างซูหรงเจ๋อจึงควรจะออกจากจวนไหวกั๋วกง กลับมาคอยปกป้องพี่สาวที่จวนหย่งอันโหว หลังจากซูหรงเจ๋อกลับเข้าจวนมาแล้ว ซูอี้เหวินก็มีหลากหลายวิธีที่จะทำให้ซูหรงเจ๋อกลายเป็นแต้มต่อรองที่เขาจะใช้บีบบังคับซูหรงหรง

“คุณชายน้อยขอรับ ยามนี้ต่งอี๋เหนียงกับคุณหนูรองกำลังร่วมมือกันกลั่นแกล้งคุณหนูใหญ่ ท่านโหวก็ลำเอียงเข้าข้างพวกนาง หากคุณชายอยากปกป้องคุณหนูใหญ่ก็ควรรีบกลับจวนเถิดขอรับ”

เมื่อเห็นว่าซูหรงเจ๋อยังคงสงบนิ่งบ่าวรับใช้จึงได้เอ่ยต่อ

“การเรียนสำคัญก็จริงนะขอรับ แต่คุณหนูใหญ่คงจะต้องการคุณชายน้อยมากกว่า”

คำพูดของบ่าวรับใช้ทำให้ซูหรงเจ๋อยิ้มออกมา พวกเขาคงคิดว่าซูหรงเจ๋อจะร้อนใจและคงคิดว่าซูหรงเจ๋อจะรีบกลับมา แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ เมื่อวานนี้ซูหรงหรงได้ส่งจดหมายมาจนถึงมือของซูหรงเจ๋อแล้ว

จดหมายที่ซูหรงหรงเขียนมา ทำให้ซูหรงเจ๋อไม่สนใจถ้อยคำยุยงของบ่าวรับใช้ นอกจากจะเอ่ยปากขับไล่บ่าวรับใช้ให้กลับจวนหย่งอันโหวแล้วเขายังสำทับไปอีกว่า

“หากไม่มีธุระสำคัญก็ไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้า บอกกับคนที่ส่งเจ้ามาด้วยว่าไม่ต้องมาเสียเวลากับข้าหรอก เด็กน้อยเช่นข้าไม่คิดจะเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของผู้ใหญ่”

เมื่อซูหรงเจ๋อเอ่ยออกมาเช่นนี้ บ่าวรับใช้จึงทำได้แค่เพียงต้องกลับจวนไปรอรับการลงโทษจากซูอี้เหวิน โทษฐานที่เขาพูดจายุยงซูหรงเจ๋อไม่สำเร็จ

ภายในจดหมายที่ซูหรงหรงส่งมาให้ซูหรงเจ๋อ นางเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างอย่างละเอียด ตั้งแต่การที่ซูเถียนเถียนไปรบกวนนางจนถึงเรือนหลันฮวา อยากให้นางช่วยอบรมสั่งสอนซูเถียนเถียน แต่นางไม่คิดจะเสียเวลาเพิ่มโอกาสให้บุตรีที่ถือกำเนิดจากอนุผู้นั้นปีนป่ายขึ้นมาเหยียบบนศีรษะของนาง

พวกนางโต้เถียงกัน สุดท้ายซูเถียนเถียนก็ร้องไห้วิ่งไปฟ้องซูอี้เหวินเรื่องที่นางด่าซูเถียนเถียนไปว่า ซูเถียนเถียนคือสุนัขป่าตาขาวที่รอวันหันมาแว้งกัด

นางเล่าแม้กระทั่งเรื่องที่ซูอี้เหวินพยายามจะใช้โอกาสนี้ยึดอำนาจการดูแลจวนไปจากนาง จนลุกลามไปถึงการที่นางข่มขู่ว่าจะเปิดศาลบรรพชนเพื่อไต่สวน คนที่เต็มไปด้วยความผิดต่อมารดาของนางอย่างซูอี้เหวินย่อมไม่มีทางยินยอมให้นางเปิดศาลบรรพชนมาไต่สวนความผิดอย่างแน่นอน

ดังนั้นช่วงนี้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับซูอี้เหวินและคนในเรือนมู่ตานไม่ค่อยจะดีต่อกันนัก พวกเขาไม่สามารถควบคุมและยึดอำนาจการดูแลจวนไปจากมือของนาง ดังนั้นจึงต้องพยายามที่จะทำทุกวิถีทางให้นางยอมแพ้

การที่ซูหรงเจ๋ออยู่ที่จวนไหวกั๋วกง จึงเป็นเรื่องดีสำหรับนางที่จะลงมือเล่นงานกับคนที่ฉากหน้าแสดงตนว่าหวังดี แต่ฉากหลังกลับคิดหาหลากหลายวิธีที่จะมาเล่นงานนาง นางอยากจะลงมืออย่างไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็นนางไม่อยากให้ซูหรงเจ๋อกลับจวนหย่งอันโหวในช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดนี้

ท้ายจดหมายยังมีประโยคหนึ่งที่ซูหรงหรงตั้งใจเขียนเอาไว้อย่างชัดเจน

“ไม่ว่าผู้ใดจะพูดอะไรกับเจ้า เจ้าห้ามเชื่อ! เรื่องภายในจวน พี่สามารถจัดการได้ เจ้าจงตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองให้ดีก็พอ”

เมื่อซูหรงเจ๋ออ่านจดหมายจบ เขาก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้

“พี่หญิงนี่นะ...” เขาส่ายหน้าอย่างขบขัน หากไม่ติดคำว่ากตัญญู เขาเชื่อจริง ๆ ว่าพี่สาวของตนคงไม่ได้เพียงพูดจาข่มขู่เรื่องจะเปิดศาลบรรพชนเพื่อไต่สวนบิดา แต่นางพร้อมจะลงมือทำจริงๆ

น่าเสียดายที่บิดาของเขาไม่ใช่ลูกพลับนิ่มที่จะปล่อยให้พี่สาวของเขาลงมือได้ดังใจปรารถนา นางจึงส่งจดหมายมาบอกเล่าและตักเตือนเขา เพื่อไม่ให้เขาหลงเชื่อคนไม่ดีเหล่านั้น

การที่ซูหรงหรงส่งจดหมายมาบอกเล่าและเตือนเอาไว้ก่อนนับเป็นเรื่องดี เพราะจดหมายฉบับนี้ทำให้ซูหรงเจ๋อสามารถเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในจวนได้อย่างชัดเจน

ตอนที่บ่าวรับใช้ที่เคยดูแลตามมาจนถึงที่นี่ เขาก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่พี่สาวของเขาเขียนจดหมายมาเล่าให้ฟังอย่างแน่นอน

ทว่า... สิ่งที่ซูหรงเจ๋อและซูหรงหรงไม่รู้ก็คือ จดหมายฉบับนั้นไม่ได้มีแค่เพียงซูหรงเจ๋อที่ได้อ่าน

ในช่วงเวลานี้ องค์ชายสามเซียวจิ่นอันกำลังมาฝึกวิชาการต่อสู้และศึกษาตำราพิชัยสงครามร่วมกับบรรดาคุณชายของจวนไหวกั๋วกง ด้วยเหตุนี้เขาจึงสนิทสนมกับซูหรงเจ๋อไม่น้อย

วันนั้นจดหมายฉบับดังกล่าวกางอยู่บนโต๊ะหนังสือ เซียวจิ่นอันเห็นเข้าโดยบังเอิญ และเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง เขาก็อดเหลือบมองไม่ได้ หลังจากนั้น... เขาก็อ่านจนจบโดยไม่รู้ตัว หลังอ่านจบเซียวจิ่นอันยืนเงียบอยู่นาน

ซูหรงหรง... เขารู้จักนางดี นางคือคู่หมั้นขององค์ไท่จื่อเซียวเทียนเช่อ ตั้งแต่วัยเยาว์ นางก็โดดเด่นเหนือเด็กสาวคนอื่น ๆ ทั้งงดงาม อ่อนหวาน มีมารยาท และเฉลียวฉลาด เป็นเด็กผู้หญิงที่สามารถเติบใหญ่ขึ้นมาเป็นสตรีในอุดมคติที่ผู้คนต่างชื่นชมและอยากได้เป็นคู่ครอง

แต่วันนี้... ภาพลักษณ์ทั้งหมดในความทรงจำของเขากลับถูกทำลายลงจนหมดสิ้น ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยนนั้น กลับซุกซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้

ภายใต้ท่าทางเรียบร้อยนั้น กลับเต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาดและการวางแผนที่แม้แต่ผู้ใหญ่หลายคนยังเทียบไม่ได้

ยิ่งคิดเซียวจิ่นอันก็ยิ่งรู้สึกสนใจ สตรีเช่นนี้หาได้ยากนัก น่าเสียดายที่ดอกไม้เช่นนางกลับถูกปักลงบนกองมูลวัว

เมื่อนึกถึงเซียวเทียนเช่อ ดวงตาของเขาก็ฉายแววดูแคลน หลายปีมานี้ องค์ไท่จื่ออาศัยเพียงอำนาจเก่าที่อดีตฮองเฮาทรงทิ้งเอาไว้ ไม่เคยสร้างผลงาน ไม่เคยพัฒนาตนเอง เอาแต่คิดจะพึ่งพาอำนาจจากตระกูลฝ่ายภรรยาที่องค์ไท่จื่อตั้งใจจะสมรสด้วย

ตรงกันข้ามกับเขาที่ไม่มีใครมอบสิ่งใดให้ ทุกอย่างที่ได้มา ล้วนต้องแย่งชิงด้วยสองมือของตนเอง เซียวจิ่นอันทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านใบไม้เกิดเป็นเสียงแผ่วเบา มุมปากของเขาค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

เดิมที... สิ่งที่เขาอยากแย่งชิงมีเพียงตำแหน่งไท่จื่อของเซียวเทียนเช่อ แต่ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะอยากแย่งชิงสัญญาการหมั้นหมายฉบับนั้นมาด้วย และเมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมาในใจ เขาก็พบว่าความคิดนี้เป็นความคิดที่ไม่เลวเลย ได้ครอบครองทั้งหญิงงาม ได้ครอบครองทั้งอำนาจ อีกทั้งยังได้ครอบครองสตรีที่เต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาดและเขี้ยวเล็บอันคมกริบ ความทะเยอทะยานที่เขาพยายามซุกซ่อนเอาไว้พลันพุ่งทะยานออกมา จนเขารอไม่ไหวแล้วที่จะเข้าไปแย่งชิงซูหรงหรงมาเป็นคู่หมายของตนเอง

หลังจากนั้นแผนการแย่งชิงของเซียวจิ่นอันก็เริ่มต้นขึ้น เขาไม่เพียงพยายามตีสนิทกับซูหรงเจ๋ออย่างออกหน้าออกตา แต่เขายังหมั่นแวะเวียนไปที่ตำหนักบูรพา เพื่อพูดคุยกับองค์ไท่จื่อเป็นประจำ

“เหตุใดช่วงนี้น้องสามจึงได้ขยันแวะเวียนมาที่นี่ ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้น้องสามมักจะขลุกตัวเรียนรู้กับบรรดาคุณชายจากจวนไหวกั๋วกงมิใช่หรือ แล้วเหตุใดจึงได้มีเวลาแวะเวียนมาหาพี่ได้” คำถามของเซียวเทียนเช่อทำให้เซียวจิ่นอันแย้มยิ้มออกมาในทันที

“พอได้ยินข่าวคราวเรื่องความดุร้ายของคุณหนูใหญ่จวนหย่งอันโหวเข้า กระหม่อมก็เลยคิดถึงเสด็จพี่พ่ะย่ะค่ะ” คำพูดของเซียวจิ่นอันทำให้เซียวเทียนเช่อนิ่วหน้า

“เจ้ากำลังเอ่ยถึงหรงหรงเช่นนั้นหรือ เรื่องที่เจ้าได้ยินมาคงจะมีคนตั้งใจใส่ร้ายนางแล้ว นางทั้งอ่อนหวานและอ่อนโยนถึงเพียงนั้น จะกลายเป็นสตรีดุร้ายได้อย่างไร” ถ้อยคำประโยคนี้ของเซียวเทียนเช่อทำให้เซียวจิ่นอันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“อาจจะมีคนใส่ร้ายนางจริงๆ ก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะ แต่ถึงอย่างไรจวนไหวกั๋วกงก็เป็นจวนสกุลเดิมของมารดาของนาง คนที่กล้าพูดจาเช่นนี้ในจวนกั๋วกงช่างกล้าหาญเสียงจริง”

ถ้อยคำประโยคนี้ของเซียวจิ่นอันทำให้สีหน้าของเซียวเทียนเช่อพลันเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ส่วนสีหน้าของเซียวจิ่นอันกลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจ ข้อเสียที่เป็นจุดเด่นมากที่สุดขององค์ไท่จื่อผู้นี้ก็คือ “ความหูเบา” เขาจึงจงใจมาพูดจาเช่นนี้ที่ตำหนักบูรพา

คนอย่างเซียวเทียนเช่อมักจะชื่นชอบแค่เพียงความสมบูรณ์แบบ แม้ว่าจะมีความสัมพันธ์อันดีกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ แต่หากรู้ว่าสตรีที่เป็นคู่หมายของตนเองมีข้อเสีย เซียวเทียนเช่อก็จะเริ่มมองหา “สตรีอื่น” ที่จะสามารถมอบความสมบูรณ์แบบให้เขาได้ในทันที

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 66 พรั่งพร้อมทั้งโชคลาภและวาสนา (จบ)

    เสียงกลองศึกที่เคยดังกึกก้องอยู่หน้ากำแพงเมืองหลวงเงียบสงัดลงแล้วสงครามชิงบัลลังก์ที่สั่นสะเทือนแคว้นต้าเซิ่งจบสิ้นลงภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน กองทัพกบฏถูกทำลายจนราบคาบ ผู้ที่เคยคิดช่วงชิงบัลลังก์ล้วนต้องชดใช้ในสิ่งที่ตนกระทำภายในท้องพระโรงใหญ่ เซียวจวินฮ่องเต้ประทับอยู่เหนือบัลลังก์มังกร พระพักตร์ยังคงซีดเซียวจากพระอาการประชวร แต่พระเนตรกลับเฉียบคมราวกับสามารถมองทะลุจิตใจผู้คนได้ขุนนางทั้งราชสำนักคุกเข่าอยู่เบื้องล่างอย่างพร้อมเพรียง ราชโองการฉบับแล้วฉบับเล่าถูกประกาศออกมา“องค์ไท่จื่อเซียวเทียนเช่อ สมคบคิดก่อกบฏ คิดลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ ทำลายบ้านเมือง ความผิดร้ายแรงเกินอภัย”“ถอดถอนจากตำแหน่งไท่จื่อ ริบบรรดาศักดิ์ทั้งหมด ลดฐานะเป็นสามัญชน”“ส่งตัวเข้าคุกหลวงเพื่อรอการลงทัณฑ์”เมื่อราชโองการจบลง ขุนนางทั้งหลายต่างก้มศีรษะต่ำ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยคำใดออกมา จากองค์รัชทายาทผู้สูงส่ง กลายเป็นเพียงนักโทษกบฏในชั่วข้ามคืนจากนั้นราชโองการอีกหลายฉบับก็ตามมา สกุลเจียงมีความผิดฐานสนับสนุนกบฏประหารทั้งสกุล ทรัพย์สินทั้งหมดถูกริบเข้าคลังหลวง สกุลเจียงที่เคยรุ่งเรืองมาหลายสิบปีถูกลบชื่อออกจากหน้าประว

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 65 กบฏนอกกำแพงเมือง

    เสียงกลองศึกดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวงแคว้นต้าเซิ่ง นอกกำแพงเมืองหลวง กองทัพขององค์ไท่จื่อเซียวเทียนเช่อถูกปิดล้อมเอาไว้ทุกด้าน ธงรบสีดำของไหวกั๋วกงโบกสะบัดอยู่กลางสายลม กองทหารม้าหนักและทหารราบนับหมื่นยืนเรียงรายดุจกำแพงเหล็ก ขวางเส้นทางทั้งหมดเอาไว้เดิมทีเซียวเทียนเช่อคิดจะอาศัยความรวดเร็วบุกเข้ายึดเมืองหลวง ขอเพียงเข้าสู่พระราชวังได้ ทุกอย่างก็จะจบลง แต่เขาคิดไม่ถึงว่าเซียวจวินฮ่องเต้จะเตรียมการเอาไว้ก่อนแล้ว ยิ่งคิดไม่ถึงว่าเซียวจิ่นอันจะลงมือรวดเร็วถึงเพียงนี้กำแพงเมืองหลวงสูงตระหง่าน ด้านบนกำแพงเมืองเซียวจิ่นอันยืนอยู่ในชุดเกราะสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาราวกับน้ำแข็งข้างกายของเขาคือจ้าวซินหยวน และเหล่าขุนนางฝ่ายทหารส่วนด้านล่างกำแพงเมือง เจียงเจียวจูและมู่เหยาถูกควบคุมตัวเอาไว้ สองสตรีตกอยู่ในสภาพน่าเวทนา เส้นผมยุ่งเหยิง ใบหน้าซีดขาว พวกนางไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนเองจะมีวันที่ถูกใช้เป็นตัวประกันเช่นนี้ แม่ทัพสกุลเจียงและแม่ทัพสกุลมู่ต่างมีสีหน้าซีดเผือด ถึงแม้จะรู้ว่าการก่อกบฏเป็นความผิดมหันต์ แต่พวกเขาก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วงชิงความเป็นใหญ่เมื่อได้เห็นว่าสตรีในสกุลถูกนำตั

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 64 องค์ไท่จื่อก่อกบฏ

    เซียวจิ่นอันมองออกว่าเซียวจวินฮ่องเต้กำลังตั้งพระทัยบีบบังคับให้องค์ไท่จื่อก่อกบฏ พระประสงค์ของเซียวจวินฮ่องเต้เขาพร้อมจะสนับสนุนความโปรดปรานที่เซียวจวินฮ่องเต้มีต่อบุตรชายของเขาคือเรื่องจริงไท่จื่อเฟยจากสกุลเจียงประพฤติตนไม่เหมาะสมก็คือเรื่องจริงคนสกุลเจียงสอนบุตรหลานไม่ดี ยามนี้ยังกล้าทัดทานการพระราชทานรางวัลของเซียวจวินฮ่องเต้อีกก็คือเรื่องจริงไม่ว่าอย่างไรสกุลเจียงก็กำเริบเสิบสานจนเกินไปมากจริงๆ ต่อให้เซียวจวินฮ่องเต้ไม่ลงโทษ แต่คนที่กล้าล่วงเกินพระชายาของเขาอย่างคนสกุลเจียง เซียวจิ่นอันย่อมไม่คิดจะปล่อยคนสกุลเจียงไปอยู่แล้วท่ามกลางคลื่นลมในราชสำนัก สถานที่ที่สามารถเยียวยาจิตใจได้ดีที่สุดสำหรับเซียวจิ่นอันก็คือตำหนักบูรพา ยิ่งนานวันองค์ชายน้อยอย่างเซียวเฟยหลงก็ยิ่งน่ารักขึ้นทุกวัน ใบหน้าที่เคยยับย่นของเซียวเฟยหลงผ่านไปเพียงไม่กี่วันก็อวบอิ่ม นุ่มนิ่มและหอมกรุ่นส่วนซูหรงหรงนั้นพอเป็นมารดาแล้วสายตาของนางพลันดูอ่อนโยนลง สีหน้าที่เคยเย็นชาของนางดูอ่อนโยนขึ้นอีกหลายส่วน เขาพยายามดูแลเซียวเฟยหลงด้วยตนเองอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ซูหรงหรงต้องตรากตรำเลี้ยงดูเซียวเฟยหลงมากจนเกินไป“ทำไมยิ่

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 63 เปลวไฟแห่งความทะเยอทะยาน

    เซียวจวินฮ่องเต้ทอดพระเนตรมองซูหรงเจ๋ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความหมายลึกซึ้ง“หย่งอันโหวยามนี้เจ้าเติบใหญ่แล้ว พี่เขยของเจ้าต้องการการสนับสนุนจากสกุลซ่ง หากเจ้าเกี่ยวดองกับสกุลซ่งได้ก็คงจะช่วยสานความสัมพันธ์ของเขากับสกุลซ่งให้แนบแน่นขึ้นอีกชั้น”พระองค์หยุดไปเล็กน้อย“หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้การหมั้นหมายที่มารดาของเจ้าเคยตกลงกับสกุลซ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง”ซูหรงเจ๋อรีบขานรับออกมาในทันที“ขอฝ่าบาททรงวางพระทัย วันพรุ่งนี้กระหม่อมจะรีบส่งแม่สื่อไปที่จวนสกุลซ่งเพื่อพูดถึงการหมั้นหมายระหว่างกระหม่อมกับคุณหนูซ่งในทันทีพ่ะย่ะค่ะ”คำพูดของเขาทำให้รอยแย้มพระสรวลพลันปรากฏขึ้นบนพระพักตร์ของเซียวจวินฮ่องเต้“ดี!”“วันพรุ่งนี้ข้าจะมอบตำแหน่งขุนนางในกรมอาลักษณ์ให้เจ้า เจ้าจะสามารถก้าวหน้าในหน้าที่ได้หรือไม่ ก็คงขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าเองแล้ว”ซูหรงเจ๋อเบิกตากว้างด้วยความยินดี“กระหม่อมขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งแม้จะเป็นเพียงตำแหน่งทั่วไปในกรมอาลักษณ์ แต่สำหรับเขาแล้ว นี่คือก้าวแรกของชีวิตขุนนางอย่างแท้จริงยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเขากลายเป

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 62 คำมั่นของกษัตริย์

    จวบจนเลยเวลาปิดประตูวังไปแล้ว ทั้งจ้าวฉีเฟิง จ้าวซินหยวนและซูหรงเจ๋อต่างก็ยังคงรั้งอยู่ในวังโดยไม่สนใจธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น ทางตำหนักหยางซินส่งขันทีมาสอบถามหลายครั้งว่าพระชายาขององค์ชายสามเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเซียวจวินฮ่องเต้ทรงได้ยินว่าอาการไม่ค่อยจะดีนักหลังจากสะสางฎีกาไปกว่าครึ่งแล้วจึงทรงเสด็จมาที่ตำหนักขององค์ชายสามด้วยพระองค์เอง“พวกเจ้าไม่ต้องมากพิธี”เซียวจวินฮ่องเต้ทรงตรัสพลางจ้องมองสีหน้าของเซียวจิ่นอันที่ยามนี้ไร้สีเลือดบนใบหน้าไปนานแล้ว“วาสนาการครองคู่ของชายหญิง วาสนาการเป็นบุตรธิดากันก็ล้วนเป็นเช่นนี้ อันเอ๋อร์เรื่องบางเรื่องก็เป็นสิ่งที่ฟ้ากำหนดมา เจ้าทำสิ่งใดไม่ได้หรอก”ถ้อยคำประโยคนี้ของเซียวจวินฮ่องเต้ทำให้เซียวจิ่นอันหลั่งน้ำตาออกมา เขาส่ายหน้าพลางเดินไปส่งเสียงเรียกซูหรงหรงที่ยามนี้สิ้นไร้เรี่ยวแรงไม่อาจจะส่งเสียงร้องออกมานอกห้องได้นานแล้ว“หรงหรง ข้าต่อสู้เพื่อเจ้ามาตั้งหลายครั้ง ครั้งนี้ถึงเวลาที่เจ้าต้องสู้เพื่อข้าบ้างแล้ว หากเจ้าก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปไม่ได้ ข้าก็พร้อมจะยอมตายไปกับเจ้า”คำพูดของเขาทำให้ซูหรงหรงที่คิดจะยอมพ่ายแพ้ให้แก่ความเจ็บปวดพลันกัดริมฝีปา

  • หงส์ทวงปีก   บทที่ 61 กำหนดคลอด

    หลังจากที่เซียวจิ่นอันเอ่ยออกมาตามตรงว่าเขาจะลงมือแย่งชิงอำนาจอย่างเต็มที่แล้ว ซูหรงหรงก็ไม่ได้รับฟังรายงานข่าวของตำหนักบูรพาจากคนของหน่วยอวิ๋นเจี้ยนอีกเรื่องราวในตำหนักบูรพาโสมมเกินไป นางที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ไม่ควรฟังมากจนเกินไปอาจจะทำให้จิตใจของนางหดหู่ได้ อีกทั้งหากนางไม่ฟังหน่วยอวิ๋นเจี้ยนก็จะยังคงจับตาความเคลื่อนไหวของตำหนักบูรพาแล้วนำมารายงานเซียวจิ่นอันอยู่ดี และคนอย่างเขาก็ไม่คิดจะอยู่เฉยแน่หากตำหนักบูรพาพุ่งเป้าการโจมตีมาที่เขาและนางซูหรงหรงบำรุงครรภ์อย่างสงบจนครบเดือนที่จะคลอดตำหนักของนางก็ได้ต้อนรับแขกที่นานๆ ครั้งจะได้มาเยี่ยมเยียนนางอย่างจ้าวฉีเฟิง จ้าวซินหยวนและซูหรงเจ๋อ พอพวกเขาได้ยินว่านางใกล้ถึงกำหนดคลอดแล้วก็ไม่มีผู้ใดกล้าวางใจ นอกจากจะหมั่นส่งตัวเฉินเจียอินเข้าวังมาเยี่ยมเยียนนางที่ตำหนักอยู่บ่อยครั้งแล้ว ยามนี้พวกเขาถึงกับมาเยี่ยมเยียนนางด้วยตนเองเลยทีเดียว“น้าสะใภ้บอกกับพวกกระหม่อมว่าครรภ์ของพระชายาใกล้ครบกำหนดคลอดแล้ว พวกกระหม่อมก็เลยร้อนใจ พากันมาขอเข้าเฝ้าพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”ซูหรงเจ๋อเอ่ยออกมาตามตรง เมื่อได้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลใจของซูหรงหรง“อยู่ๆ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status