แชร์

บทที่ 50

ผู้เขียน: Karawek House
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-08-30 23:29:00

เขาไม่ปล่อยให้นางคิด

ในตอนที่นางกำลังสับสนลังเลอยู่นั้น เขางับติ่งหูนางเบาๆ ก่อนไล้เลียจุดอ่อนไหวที่ใบหู หนิงซินเบี่ยงหน้าหลบไปทางซ้าย เขาก็ย้ายไปรังแกนางทางด้านขวา ยามหนิงซินเบี่ยงหน้าหลบไปทางขวา เขาก็ก้มลงรังแกนางทางฝั่งซ้าย ด้านล่างก็ฉวยโอกาสจับมือนางไปกุมแท่งหยกที่ใหญ่โตนั่น ค่อยๆ จับมือนางรูดสิ่งที่ห่อหุ้มสิ่งนั้นขึ้นและลงอย่างใจเย็น พอนางจะชักมือออกก็กระซิบข่มขู่เสียงทุ้มต่ำแหบห้าว

“อย่าดื้อ หากเจ้าไม่ช่วยเหลือข้า ข้าทนไม่ไหวขึ้นมาจะทำอย่างไร?”

“ชะ...ช่วย...?”

หนิงซินพลันนึกถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับตั้งแต่เทพเซียน ปีศาจ หญิงชาวบ้าน สตรีชนชั้นสูง หญิงงามล่มเมือง ไปจนถึงวีรสตรีกู้ชาติ ของมารดา

ในบรรดาเรื่องเล่าขานมากมายเหล่านั้น มีเรื่องเกี่ยวกับการใช้ทุกส่วนในร่างกายสร้างความพึงพอใจให้บุรุษกล่าวเอาไว้ เป็นต้นว่าการรูดแท่งหยกขึ้นลงด้วยฝ่าเท้าทั้งสองข้างหรือกำมือสอดแทรกอยู่ไม่น้อย

นางพลันเข้าใจว่าเขาต้องการให้ ‘ช่วย’ ทำสิ่งใด

ช่วยอะไรกัน เหตุใดจึงต้องช่วย ข้า...ข้าหาใช่ผู้เริ่มเรื่อง แล้วเหตุใด...

หนิงซินได้แต่โอดครวญในใจ

ชะ...ใช่หรือไม่นะ...

นางไม่ค่อยจะแน่ใจนัก ว่าการทำตามกลยุทธ์ที่มารดาเคยสอนสั่ง จะนับว่านางเป็นผู้เริ่มเรื่องใหญ่โตครั้งนี้หรือไม่

มัน...ยะ...ใหญ่มากจริงๆ ใหญ่โตถึงขนาดที่ไม่อาจกำรอบสิ่งนั้นได้

นางไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามือนางโอบรอบสิ่งนั้นเกินครึ่งหนึ่งหรือไม่

หนิงซินหน้าร้อนผ่าว มือน้อยๆ สั่นเทา

ครั้งแรกที่สิ่งใหญ่โตนี้เข้ามาในกายนาง มันเจ็บ...เจ็บมากๆ มากเสียจนนางอดคิดไม่ได้ว่าร่างกำลังถูกฉีกออกเป็นสองส่วน

มาถึงตอนนี้ แม้จะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่นาง...นางยังคงหวาดกลัวของสิ่งนี้!

“ไม่ต้องกลัว ข้าจะไม่ทำให้เจ้าเจ็บปวดอีกแล้ว” เขากระซิบเสียงทุ้มต่ำปนแหบพร่า

“จริงหรือ...”

“สาบาน” หยางหยางจุมพิตหวานล้ำอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยจุมพิตสตรีใดมาก่อน...อันที่จริง หากจะกล่าวให้ถูกแล้ว เขาไม่เคยเป็นฝ่ายจุมพิตสตรีใดมาก่อนด้วยซ้ำ

หากจะพูดให้จำเพาะเจาะจงกว่านี้ก็คือ เขาทำไม่ลง

เปรียบเทียบกับความสัมพันธ์ทางกายที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปที่ผ่านๆ มา กับสิ่งที่มีกับสตรีใต้ร่างแล้ว หยางหยางพลันรู้สึกว่าความสัมพันธ์ทางกายที่ผ่านมาช่างเปล่าประโยชน์ ไร้ค่า ทั้งยัง...ติดจะน่าขยะแขยง

เหตุใดที่ผ่านมา เขาจึงยอมคล้อยตามพวกขุนนางและหัวหน้าชนเผ่าใต้การปกครองเหล่านั้น ถึงขั้นนั้นกันแน่นะ?

ช่างไร้สาระสิ้นดี!

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ จุมพิตที่อ่อนโยนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นร้อนแรงดุเดือดจนแทบจะหายใจไม่ทัน

หนิงซินถูกกระตุ้นจนพลอยขยับมือรวดเร็วตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ยิ่งนางขยับมือน้อยที่กุมแท่งหยกมหึมารวดเร็วเท่าไหร่ จูบนั้นก็ยิ่งร้อนแรง มือเขาเองก็ขยับเคล้นคลึงหน้าอกนางรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น

“อา...เด็กดี...เร็วอีก...” หยางหยางใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที

“อึ...อื้อ...” ท้ายที่สุด หนิงซินก็หลุดส่งเสียงหวานกระเส่าออกมาอีกจนได้

ยามนี้จุดอ่อนไหวกลางหว่างขานางทั้งแน่นตึงและเห่อร้อนไปหมด หน้าอกเองก็ร้อนผ่าวคับแน่นตึง

ยามนี้นางเองก็ต้องการ...

นางไม่แน่ใจนักว่าตัวเองต้องการสิ่งใด รู้เพียงต้องการเติมเต็มความปรารถนาแปลกประหลาดเพื่อยุติความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลที่ทำให้ร้อนรุ่มทรมาน

“...อึ...อื้อ...ช้าก่อน...ช้าลงหน่อย...” นางอดวิงวอนไม่ได้

แปลกนักที่ยามนี้นางกลับควบคุมตัวเองไม่ได้ดังใจนึก

นางต้องการ...ต้องการมากจริงๆ

นี่นางกลายเป็นสตรีเช่นใดไปแล้ว?

หนิงซินส่งผ่านความต้องการทั้งหมดไปไว้ที่มือ รูดแท่งหยกนั้นเร็วขึ้น เร็วขึ้น และเร็วขึ้น ไม่นานนักบุรุษเหนือร่างนางก็คำรามออกมาอย่างสุขสม แท่งหยกที่ยามนี้แข็งตึงราวกับท่อนไม้ปลดปล่อยวารีสีขาวขุ่นออกมาเสียมากมาย ทำเอาทั้งหน้าท้องและทรวงอกนางถึงกับโชกชุ่ม

หนิงซินหอบหายใจ มองดูคราบวารีที่ถูกปลดปล่อยออกมา ก่อนกลืนน้ำลายลงในลำคอที่แห้งผาก

สิ่งนี้กระมัง ที่ทำให้สตรีตั้งครรภ์

สิ่งนี้เคยเข้ามาในกายนางแล้วตั้งไม่รู้กี่ครั้งในค่ำคืนนั้น ถ้าหากว่านางเกิดตั้งครรภ์...นางสมควรทำเช่นไร?

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 51

    หลังการกึ่งจะโดนบังคับจับมาบำเพ็ญประโยชน์ของหนิงซินจบลง หยางหยางซบหน้าลงที่ซอกคอหอมละมุน เขาหอบหายใจอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเคลื่อนตัวขึ้นจุมพิต และจูบหน้าผากนางเบาๆ จากนั้นก็เช็ดทำความสะอาดร่างกายให้นาง ก่อนจัดท่าจัดทางให้นางนอนหนุนแขนเหมือนเคยหนิงซินยังคงหอบหายใจน้อยๆ อยู่อีกพักใหญ่ หลังสงบใจลงแล้วถึงค่อยเอียงคอสบตา เลื่อนมือน้อยขึ้นสัมผัสแก้มเขาเบาๆหยางหยางกุมมือนั้นไว้“อย่าทำแบบนี้ ข้าจะทำให้เจ้าต้องเจ็บ”หนิงซินรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร ยามนี้นางไม่โกรธเกลียดชิงชังเขาแล้วไม่ถูก อันที่จริงนางอาจมิได้โกรธเกลียดชิงชังเขาเลยตั้งแต่แรกเฮยเซ่อเย่ว์สูญเสียเชื้อพระวงศ์แทบจะทั้งหมดเพียงเพราะการปรากฏตัวของนาง นางเข้าใจในความโกรธแค้นและความเกลียดชังที่คนแคว้นนี้มีต่อนางเป็นอย่างดี ฉะนั้น แม้ในตอนแรกนางจะเกลียดและกลัว แต่เมื่อลองใคร่ครวญดูอีกหนในระหว่างล้มป่วยเจียนตาย นางก็ละวางทุกสิ่งได้ด้วยความเข้าใจถึงเหตุและผลของสรรพสิ่งดั่งที่ท่านอาจารย์ผู้ชราของนางและน้องสี่ในวัยเยาว์กล่าวไว้‘ไม่มีผลใดปราศจากเหตุ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 50

    เขาไม่ปล่อยให้นางคิดในตอนที่นางกำลังสับสนลังเลอยู่นั้น เขางับติ่งหูนางเบาๆ ก่อนไล้เลียจุดอ่อนไหวที่ใบหู หนิงซินเบี่ยงหน้าหลบไปทางซ้าย เขาก็ย้ายไปรังแกนางทางด้านขวา ยามหนิงซินเบี่ยงหน้าหลบไปทางขวา เขาก็ก้มลงรังแกนางทางฝั่งซ้าย ด้านล่างก็ฉวยโอกาสจับมือนางไปกุมแท่งหยกที่ใหญ่โตนั่น ค่อยๆ จับมือนางรูดสิ่งที่ห่อหุ้มสิ่งนั้นขึ้นและลงอย่างใจเย็น พอนางจะชักมือออกก็กระซิบข่มขู่เสียงทุ้มต่ำแหบห้าว“อย่าดื้อ หากเจ้าไม่ช่วยเหลือข้า ข้าทนไม่ไหวขึ้นมาจะทำอย่างไร?”“ชะ...ช่วย...?”หนิงซินพลันนึกถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับตั้งแต่เทพเซียน ปีศาจ หญิงชาวบ้าน สตรีชนชั้นสูง หญิงงามล่มเมือง ไปจนถึงวีรสตรีกู้ชาติ ของมารดาในบรรดาเรื่องเล่าขานมากมายเหล่านั้น มีเรื่องเกี่ยวกับการใช้ทุกส่วนในร่างกายสร้างความพึงพอใจให้บุรุษกล่าวเอาไว้ เป็นต้นว่าการรูดแท่งหยกขึ้นลงด้วยฝ่าเท้าทั้งสองข้างหรือกำมือสอดแทรกอยู่ไม่น้อยนางพลันเข้าใจว่าเขาต้องการให้ ‘ช่วย’ ทำสิ่งใดช่วยอะไรกัน เหตุใดจึงต้องช่วย ข้า...ข้าหาใช่ผู้เริ่มเรื่อง แล้วเหตุใด.

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 49

    ทีแรกเขาคิดว่าการที่เขาดูแลนาง ดีต่อนาง เป็นเรื่องที่สมควรกระทำเพื่อชดเชยให้กับนาง แม้เทียบกับสิ่งที่ตนได้กระทำลงไปในคืนนั้นแล้ว เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ที่ทำเพื่อนางย่อมไม่อาจชดเชยกันได้ ทว่านี่ก็เป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้เขาสงบจิตสงบใจลงได้ เขาจึงดูแลเอาใจใส่นาง ดีต่อนางอย่างที่ไม่เคยปฏิบัติกับใครมาก่อนทว่าความรู้สึกผิดและความคิดที่อยากจะชดเชยให้นาง กับอารมณ์ความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวในยามนี้นั้น แตกต่างกันยิ่งมองนางเขาก็ยิ่งรู้สึกว่านางช่างนุ่มนวลสมเป็นกุลสตรีและงามพร้อม ขณะเดียวกันก็ยังมีความกล้าหาญ รักราษฎรและแผ่นดินเกิดมากกว่าชีวิตและความปลอดภัยของตนเอง ทว่าสตรีที่งดงามทั้งภายนอกและภายในเช่นนี้กลับโดนกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมแรกเริ่มเดิมทีเขาคิดว่ามันเป็นเพียงความชื่นชม ทว่ายามนี้ ยามที่เห็นนางกัดริมฝีปากช้อนตามองค้อน หัวใจเขากลับเต้นผิดจังหวะ รู้สึกว่านางช่างน่ารักน่าเอ็นดูจนอยากบีบแก้มนุ่มนิ่มนั่นเบาๆ พอหน้านางยิ่งงอเง้าจะได้ระดมจุมพิตทั้งแก้ม ทั้งหน้าผาก ทั้งริมฝีปากจิ้มลิ้มนั่น หยอกเย้ารังแกให้นางเลิกทำหน้างอ แล้วจากนั้น...คิดเพียงเท่านี้ เลือดชายฉกร

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 48

    วัดจากวิธีที่แม่ทัพเฮยเซ่อเย่ว์ปฏิบัติต่อตนในยามนี้ หนิงซินค่อนข้างแน่ใจว่านางได้ครอบครอง ‘อำนาจ’ เหนือคนผู้นี้แล้ว สิ่งที่นางต้องทำจวบจนจะแน่ใจได้ว่าแคว้นป๋าย หรืออย่างน้อยๆ ก็ผู้คนที่เหลือในแคว้นป๋ายจะอยู่รอดปลอดจากภัยสงคราม ก็คือการรักษาอำนาจนี้ไว้ และถ้าเป็นไปได้ นางย่อมต้องทำให้ตนเองมีอำนาจอิทธิพลเหนือคนผู้นี้ให้มากขึ้น...มากขึ้นไปเรื่อยๆ มารดาเคยสั่งสอนนางด้วยการยกเอาเรื่องราวของสตรีล่มแคว้น นารีล่มเมืองทั้งหลายในอดีตมาเล่าให้นางฟัง เล่าละเอียดถึงขั้นว่าพวกนางใช้กลเม็ดเคล็ดลับใดตอนไหนบ้าง...ซึ่งนางค่อนข้างมั่นใจว่ากว่าเจ็ดส่วน เสด็จแม่ของนางย่อมต้องแต่งเสริมเติมเรื่องราวเข้าไปเพื่อสั่งสอนนาง นางไม่เชื่อหรอกว่าเรื่องเล่าขานพวกนั้นจะบอกเล่าละเอียดกันถึงขั้นบรรยายเรื่องกิริยามัดใจบุรุษรวมไปถึงกลยุทธ์ชั้นเชิงกลกามเอาไว้นางใคร่รู้ยิ่งนัก หากนางนำเอากลเม็ดเคล็ดลับเหล่านั้นมาใช้เพื่อการนี้ ตัวนาง นับจากนี้ จะแปรเปลี่ยนเป็นหญิงแพศยาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจปานใด เพราะนับตั้งแต่ผ่านพ้นเรื่องราวในคืนนั้

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 47

    จากเด็กน้อยไม่รู้เดียงสา สู่องค์หญิงคนสำคัญของแว่นแคว้น แล้วผันแปรเป็นหญิงเพศยา นางจิ้งจอกล่มแผ่นดิน สุดท้ายก็ต้องมารับบทบาทนางจิ้งจอกในชีวิตจริง ณ ที่นี่ท่ามกลางความเงียบงัน หนิงซินแม้เหนื่อยล้ากับบทบาทของตนเองในงิ้วโรงเรื่องนี้เต็มที ก็ยังพยายามอธิบายเสริมให้ทุกประโยคที่กล่าวออกมาจากริมฝีปากเล็กๆ นั่น แม้แผ่วเบาราวกับท่วงทำนองหวานล้ำในสายลม กระแสเสียงกลับฟังถนัดชัดเจนทุกถ้อยคำ…“ท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายเป็นบิดาของอดีตพระราชชายาที่ล่วงลับ ในสายตาของข้าแล้วท่านเสนาบดีเป็นขุนนางที่น่านับถือเป็นอย่างยิ่ง นับตั้งแต่ข้าจำความได้ ข้าไม่เคยเห็นเสด็จพ่อพระทัยขุ่นมัวเพราะท่านเสนาบดีท่านนี้มาก่อน...เสนาบดีท่านนี้เป็นผู้รู้จักหนักเบา ซ้ำยังวางตัวเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ยามศึกสงครามเช่นนี้ก็ยังสละทรัพย์สินส่วนตนตั้งโรงทานแจกจ่ายแป้งย่างที่เก็บได้นานมากหน่อยและข้าวต้มอย่างไม่เสียดาย...หากเป็นท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย ย่อมต้องเข้าใจ ว่าสิ่งใดคือทางเลือกที่ดีที่สุดต่อแคว้นป๋ายและเหล่าราษฎรตาดำๆ”เห็นความพยายามของนางเช่นนี้แล้ว หยางหยางคิดว่าสมควรกล่าวอะไรสัก

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 46

    คนรักอย่างนั้นรึ?ไม่...ไม่ใช่...มีความเชื่อที่ว่า สตรีที่ดีควรมีชายเดียว ดังนั้นเมื่อตกเป็นของผู้ใดแล้ว ก็ย่อมกลายเป็นสมบัติของคนผู้นั้นไปชั่วชีวิต บุรุษผู้นั้นให้ไปซ้ายก็ไม่กล้าไปขวา บุรุษผู้นั้นบอกให้ไปขวาก็ไม่กล้าไปซ้าย บุรุษผู้นั้นกล่าวสิ่งใดก็ยอมตาม ไม่มีเกี่ยงงอนขัดขืนใดใดเลยสักคำ ปฏิบัติราวกับบุรุษผู้นั้นเป็นเจ้าชีวิตก็ไม่ปานแคว้นป๋ายเป็นแคว้นที่เคร่งครัดในมารยาทธรรมเนียมตลอดจนจารีตประเพณี ไม่แน่ว่าองค์หญิงรองเองก็เป็นผู้หนึ่งที่เชื่อว่า เมื่อตกเป็นของชายใดแล้ว ก็ย่อมกลายเป็นสมบัติของคนผู้นั้น...วัดจากท่าทีของนางในยามนี้...ไม่ผิดแล้ว นี่ข้า...สตรีดีๆ เช่นนี้...หยางหยางรังเกียจตัวเองนัก ได้แต่ไถ่โทษด้วยการเป็นหลักให้องค์หญิงรองพิงกายเขียนสาร สองมือก็ช่วยจับโต๊ะให้นางให้มั่นคงยิ่งขึ้น ยิ่งนางยอมรับความช่วยเหลือจากตนโดยไม่อิดเอื้อน ในช่องอกก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีลิ่มทิ่มแทงใจหยางหยางไม่รู้ตัวว่าตกอยู่ในภวังค์เนิ่นนานเท่าใด รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่องค์หญิงรองเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status