Share

บทที่ 51

Author: Karawek House
last update Last Updated: 2025-08-30 23:46:15

หลังการกึ่งจะโดนบังคับจับมาบำเพ็ญประโยชน์ของหนิงซินจบลง หยางหยางซบหน้าลงที่ซอกคอหอมละมุน เขาหอบหายใจอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเคลื่อนตัวขึ้นจุมพิต และจูบหน้าผากนางเบาๆ จากนั้นก็เช็ดทำความสะอาดร่างกายให้นาง ก่อนจัดท่าจัดทางให้นางนอนหนุนแขนเหมือนเคย

หนิงซินยังคงหอบหายใจน้อยๆ อยู่อีกพักใหญ่ หลังสงบใจลงแล้วถึงค่อยเอียงคอสบตา เลื่อนมือน้อยขึ้นสัมผัสแก้มเขาเบาๆ

หยางหยางกุมมือนั้นไว้

“อย่าทำแบบนี้ ข้าจะทำให้เจ้าต้องเจ็บ”

หนิงซินรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร ยามนี้นางไม่โกรธเกลียดชิงชังเขาแล้ว

ไม่ถูก อันที่จริงนางอาจมิได้โกรธเกลียดชิงชังเขาเลยตั้งแต่แรก

เฮยเซ่อเย่ว์สูญเสียเชื้อพระวงศ์แทบจะทั้งหมดเพียงเพราะการปรากฏตัวของนาง นางเข้าใจในความโกรธแค้นและความเกลียดชังที่คนแคว้นนี้มีต่อนางเป็นอย่างดี ฉะนั้น แม้ในตอนแรกนางจะเกลียดและกลัว แต่เมื่อลองใคร่ครวญดูอีกหนในระหว่างล้มป่วยเจียนตาย นางก็ละวางทุกสิ่งได้ด้วยความเข้าใจถึงเหตุและผลของสรรพสิ่ง

ดั่งที่ท่านอาจารย์ผู้ชราของนางและน้องสี่ในวัยเยาว์กล่าวไว้

‘ไม่มีผลใดปราศจากเหตุ เมื่อมีเหตุก็ย่อมต้องมีผล’

แม้ยามนี้นางจะยอมรับฟังคำสอนในอดีตของมารดา ทว่านางก็ไม่คิดจะละทิ้งความเชื่อของตนเองเช่นกัน นางเพียงเลิกตัดสินสิ่งต่างๆ โดยมองไปในทางที่ดีเสียหมด และหันมามองสิ่งละอันด้วยสายตาที่เป็นกลางมากขึ้น

หนิงซินหลุบตาลง ใคร่ครวญครู่เดียวก็ช้อนตาขึ้นกลับสบตา ตัดสินใจทำ ‘หน้าที่’ ของตนเองต่อไป

“อีกไม่เกินสองสามวันก็คงหายดีแล้ว ถึงตอนนั้นท่านค่อย...” หนิงซิน ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทว่าหวานล้ำ ก่อนหลุบตาลงอีกครั้งแล้วซุกหน้าเข้ากับแผงอกกว้าง

อีกไม่เกินสามวันหลังจากนี้ เสด็จพ่อของนางย่อมต้องส่งสาสน์ตอบกลับมาอีกครั้ง ถึงตอนนั้น หากบิดายังดื้อรั้น นางก็ยินดีพลีกายเพื่อแคว้นป๋าย พยายามหว่านล้อมเขาดังที่เคยคิดเผื่อไว้ ใช้สิ่งที่สูญเสียไปแล้วของตนให้คุ้มค่ามากที่สุด

พลบค่ำ หลังเลี้ยงดูปูเสื่อสตรีของตนจนอิ่มหนำสำราญ หยางหยาง ก็ออกจากกระโจมพัก มุ่งหน้าสู่กระโจมบัญชาการเพื่อรับรายงานทั่วไปและสั่งการในเรื่องที่สำคัญ

ขณะเหล่าแม่ทัพนายกองกำลังรายงานเรื่องต่างๆ อยู่นั้น จู่ๆ อู่เฟิงซึ่งก่อนหน้านี้ถูกส่งไปเป็นทูตสงคราม ณ เมืองหลวงแคว้นป๋าย ก็รีบร้อนเข้ากระโจมมาคำนับตามลำดับยศศักดิ์ จากนั้นก็ชูราชสาสน์ขึ้นเหนือศีรษะ รายงานเสียงดังฟังชัด

“เรียนท่านแม่ทัพ ป๋ายอ๋องยอมตกลงเจรจาสงบศึกและยินยอมทำตามเงื่อนไขของฝ่ายเราทุกข้อ ทว่ายืนกรานขอเจรจาด้วยตนเอง โดยยินดีปฏิบัติตามที่ท่านแม่ทัพเคยกล่าวไว้ ยอมเปิดทางให้พวกเราเข้าเมืองหลวงแคว้นป๋าย โดยต้องการขอเวลาสามวันเพื่อเตรียมการดังเงื่อนไขของท่านแม่ทัพ”

“ให้เอากองทัพเข้าไปก็ยังได้เช่นนั้นรึ?” หยางหยางเลิกคิ้วถาม

“ขอรับ” อู่เฟิงตอบเสียงดังฟังชัด

“ฮืม...ขออีกสามวัน...” เหล่าขุนศึกนายกองในที่ประชุมบ้างก็ลูบหนวดเครา บ้างก็เงยหน้ามองเพดานกระโจม บ้างเหลียวสบตากัน

 พวกเขาหลายคน โดยเฉพาะยิ่งแล้วตัวอู่เฟิงเอง ยอมรับว่าถึงแม้การณ์ครั้งนี้คล้ายจะสมความคิด กลับยากจะวางใจ

หยางหยางเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

ตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ พฤติกรรมของป๋ายอ๋อง ดูๆ ไปก็คล้ายการประวิงเวลาเพื่อรอคอยบางอย่างมากกว่า...

ทว่าปัญหาที่แท้จริงมิใช่ป๋ายอ๋องคิดทำสิ่งใด สำคัญคือฝ่ายกองทัพทมิฬพร้อมรับมือทุกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นดีแล้วหรือไม่ต่างหาก

“พบพิรุธใดหรือไม่”

อู่เฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตอบ

“ตามความเห็นของผู้น้อย เห็นทีครั้งนี้แคว้นป๋ายจะคิดไม่ซื่อเป็นแม่นมั่น ที่รับคำก็ล้วนแล้วแต่ผายลม[1]ทั้งสิ้น”

“ป๋ายอ๋องได้กล่าวถึงองค์หญิงรองหรือไม่”

“แม้จะยอมอ่านสารที่องค์หญิงเขียนส่งไปในนามท่านแม่ทัพ ทว่า...ไม่ขอรับ” อู่เฟิงตอบ สีหน้าอึดอัดใจ

อู่เฟิงเป็นผู้ยึดมั่นในคุณธรรม ชื่นชมผู้มีจิตใจกล้าหาญ รักชาติบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง เห็นขุนพลของตนออกอาการเช่นนี้แล้ว หยางหยางก็พอคาดเดาได้ ว่าป๋ายอ๋องคงมิวายตัดพ่อตัดลูก ตัดสิ่งที่ตนเห็นว่าเป็น ‘ก้อนเนื้ออันน่าอัปยศ’ ของราชวงศ์สกุลอิ๋งทิ้งเสียแล้ว

เหอะ! ช่างน่าขันนัก! หากมิใช่เพราะก้อนเนื้อที่ป๋ายอ๋องรังเกียจนัก ยามนี้เมืองหลวงแคว้นป๋ายคงเหลือเพียงเถ้าถ่าน อย่าว่าแต่ถูกทำลายเกียรติยศลดศักดิ์ศรี ยามนี้ราชวงศ์สกุลอิ๋งคงเหลือเพียงศีรษะที่ปักอยู่บนปลายหอกเหนือกำแพงวังเท่านั้น ไม่แน่ว่ากระทั่งลูกตายังไม่เหลือ ถูกฝูงนกรุมจิกทึ้งทั่วทั้งร่างไปนานแล้วด้วยซ้ำ

หยางหยางขบฟันแน่น ถามเสียงลอดไรฟัน

“ตลอดระยะเวลาที่เจ้าอยู่ที่นั่น มีผู้ใดสอบถามเรื่องนางบ้างหรือไม่”

อู่เฟิงพอจะจับความรู้สึกผู้เป็นนายได้ เขาตอบอย่างอึดอัดใจ

“ไม่เลยขอรับ แคว้นป๋ายทำราวกับว่าพวกเขาไม่เคยมีองค์หญิงรองมาก่อน ผู้น้อยเห็นแล้วให้ปวดใจนัก”

หยางหยางฟังแล้วพลันกำหมัดแน่น ทั้งรังเกียจ ทั้งโมโห ทั้งสะท้อนใจ

คงเพราะป๋ายอ๋องและคนเหล่านั้นหยิ่งทะนงในเกียรติยศศักดิ์ศรี จึงมิอาจยอมรับเรื่องที่องค์หญิงองค์สำคัญของตนตกอยู่ในเงื้อมมือศัตรู กระทั่งเห็นสารจากนางก็ยังมิได้กล่าวถึงเจ้าตัวแม้เพียงครึ่งคำ ทำราวกับว่าไม่เคยมีเรื่ององค์หญิงรองออกจากวังหลวงมาก่อน

คนพวกนั้นทอดทิ้งนาง...

ช่างเป็นการเสียสละเสียเปล่าให้เหล่าผู้ไม่รู้คุณโดยแท้!

[1] หมายถึงพูดจาเหลวไหลไร้สาระ, โกหก, เพ้อเจ้อ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 51

    หลังการกึ่งจะโดนบังคับจับมาบำเพ็ญประโยชน์ของหนิงซินจบลง หยางหยางซบหน้าลงที่ซอกคอหอมละมุน เขาหอบหายใจอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเคลื่อนตัวขึ้นจุมพิต และจูบหน้าผากนางเบาๆ จากนั้นก็เช็ดทำความสะอาดร่างกายให้นาง ก่อนจัดท่าจัดทางให้นางนอนหนุนแขนเหมือนเคยหนิงซินยังคงหอบหายใจน้อยๆ อยู่อีกพักใหญ่ หลังสงบใจลงแล้วถึงค่อยเอียงคอสบตา เลื่อนมือน้อยขึ้นสัมผัสแก้มเขาเบาๆหยางหยางกุมมือนั้นไว้“อย่าทำแบบนี้ ข้าจะทำให้เจ้าต้องเจ็บ”หนิงซินรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร ยามนี้นางไม่โกรธเกลียดชิงชังเขาแล้วไม่ถูก อันที่จริงนางอาจมิได้โกรธเกลียดชิงชังเขาเลยตั้งแต่แรกเฮยเซ่อเย่ว์สูญเสียเชื้อพระวงศ์แทบจะทั้งหมดเพียงเพราะการปรากฏตัวของนาง นางเข้าใจในความโกรธแค้นและความเกลียดชังที่คนแคว้นนี้มีต่อนางเป็นอย่างดี ฉะนั้น แม้ในตอนแรกนางจะเกลียดและกลัว แต่เมื่อลองใคร่ครวญดูอีกหนในระหว่างล้มป่วยเจียนตาย นางก็ละวางทุกสิ่งได้ด้วยความเข้าใจถึงเหตุและผลของสรรพสิ่งดั่งที่ท่านอาจารย์ผู้ชราของนางและน้องสี่ในวัยเยาว์กล่าวไว้‘ไม่มีผลใดปราศจากเหตุ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 50

    เขาไม่ปล่อยให้นางคิดในตอนที่นางกำลังสับสนลังเลอยู่นั้น เขางับติ่งหูนางเบาๆ ก่อนไล้เลียจุดอ่อนไหวที่ใบหู หนิงซินเบี่ยงหน้าหลบไปทางซ้าย เขาก็ย้ายไปรังแกนางทางด้านขวา ยามหนิงซินเบี่ยงหน้าหลบไปทางขวา เขาก็ก้มลงรังแกนางทางฝั่งซ้าย ด้านล่างก็ฉวยโอกาสจับมือนางไปกุมแท่งหยกที่ใหญ่โตนั่น ค่อยๆ จับมือนางรูดสิ่งที่ห่อหุ้มสิ่งนั้นขึ้นและลงอย่างใจเย็น พอนางจะชักมือออกก็กระซิบข่มขู่เสียงทุ้มต่ำแหบห้าว“อย่าดื้อ หากเจ้าไม่ช่วยเหลือข้า ข้าทนไม่ไหวขึ้นมาจะทำอย่างไร?”“ชะ...ช่วย...?”หนิงซินพลันนึกถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับตั้งแต่เทพเซียน ปีศาจ หญิงชาวบ้าน สตรีชนชั้นสูง หญิงงามล่มเมือง ไปจนถึงวีรสตรีกู้ชาติ ของมารดาในบรรดาเรื่องเล่าขานมากมายเหล่านั้น มีเรื่องเกี่ยวกับการใช้ทุกส่วนในร่างกายสร้างความพึงพอใจให้บุรุษกล่าวเอาไว้ เป็นต้นว่าการรูดแท่งหยกขึ้นลงด้วยฝ่าเท้าทั้งสองข้างหรือกำมือสอดแทรกอยู่ไม่น้อยนางพลันเข้าใจว่าเขาต้องการให้ ‘ช่วย’ ทำสิ่งใดช่วยอะไรกัน เหตุใดจึงต้องช่วย ข้า...ข้าหาใช่ผู้เริ่มเรื่อง แล้วเหตุใด.

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 49

    ทีแรกเขาคิดว่าการที่เขาดูแลนาง ดีต่อนาง เป็นเรื่องที่สมควรกระทำเพื่อชดเชยให้กับนาง แม้เทียบกับสิ่งที่ตนได้กระทำลงไปในคืนนั้นแล้ว เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ที่ทำเพื่อนางย่อมไม่อาจชดเชยกันได้ ทว่านี่ก็เป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้เขาสงบจิตสงบใจลงได้ เขาจึงดูแลเอาใจใส่นาง ดีต่อนางอย่างที่ไม่เคยปฏิบัติกับใครมาก่อนทว่าความรู้สึกผิดและความคิดที่อยากจะชดเชยให้นาง กับอารมณ์ความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวในยามนี้นั้น แตกต่างกันยิ่งมองนางเขาก็ยิ่งรู้สึกว่านางช่างนุ่มนวลสมเป็นกุลสตรีและงามพร้อม ขณะเดียวกันก็ยังมีความกล้าหาญ รักราษฎรและแผ่นดินเกิดมากกว่าชีวิตและความปลอดภัยของตนเอง ทว่าสตรีที่งดงามทั้งภายนอกและภายในเช่นนี้กลับโดนกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมแรกเริ่มเดิมทีเขาคิดว่ามันเป็นเพียงความชื่นชม ทว่ายามนี้ ยามที่เห็นนางกัดริมฝีปากช้อนตามองค้อน หัวใจเขากลับเต้นผิดจังหวะ รู้สึกว่านางช่างน่ารักน่าเอ็นดูจนอยากบีบแก้มนุ่มนิ่มนั่นเบาๆ พอหน้านางยิ่งงอเง้าจะได้ระดมจุมพิตทั้งแก้ม ทั้งหน้าผาก ทั้งริมฝีปากจิ้มลิ้มนั่น หยอกเย้ารังแกให้นางเลิกทำหน้างอ แล้วจากนั้น...คิดเพียงเท่านี้ เลือดชายฉกร

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 48

    วัดจากวิธีที่แม่ทัพเฮยเซ่อเย่ว์ปฏิบัติต่อตนในยามนี้ หนิงซินค่อนข้างแน่ใจว่านางได้ครอบครอง ‘อำนาจ’ เหนือคนผู้นี้แล้ว สิ่งที่นางต้องทำจวบจนจะแน่ใจได้ว่าแคว้นป๋าย หรืออย่างน้อยๆ ก็ผู้คนที่เหลือในแคว้นป๋ายจะอยู่รอดปลอดจากภัยสงคราม ก็คือการรักษาอำนาจนี้ไว้ และถ้าเป็นไปได้ นางย่อมต้องทำให้ตนเองมีอำนาจอิทธิพลเหนือคนผู้นี้ให้มากขึ้น...มากขึ้นไปเรื่อยๆ มารดาเคยสั่งสอนนางด้วยการยกเอาเรื่องราวของสตรีล่มแคว้น นารีล่มเมืองทั้งหลายในอดีตมาเล่าให้นางฟัง เล่าละเอียดถึงขั้นว่าพวกนางใช้กลเม็ดเคล็ดลับใดตอนไหนบ้าง...ซึ่งนางค่อนข้างมั่นใจว่ากว่าเจ็ดส่วน เสด็จแม่ของนางย่อมต้องแต่งเสริมเติมเรื่องราวเข้าไปเพื่อสั่งสอนนาง นางไม่เชื่อหรอกว่าเรื่องเล่าขานพวกนั้นจะบอกเล่าละเอียดกันถึงขั้นบรรยายเรื่องกิริยามัดใจบุรุษรวมไปถึงกลยุทธ์ชั้นเชิงกลกามเอาไว้นางใคร่รู้ยิ่งนัก หากนางนำเอากลเม็ดเคล็ดลับเหล่านั้นมาใช้เพื่อการนี้ ตัวนาง นับจากนี้ จะแปรเปลี่ยนเป็นหญิงแพศยาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจปานใด เพราะนับตั้งแต่ผ่านพ้นเรื่องราวในคืนนั้

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 47

    จากเด็กน้อยไม่รู้เดียงสา สู่องค์หญิงคนสำคัญของแว่นแคว้น แล้วผันแปรเป็นหญิงเพศยา นางจิ้งจอกล่มแผ่นดิน สุดท้ายก็ต้องมารับบทบาทนางจิ้งจอกในชีวิตจริง ณ ที่นี่ท่ามกลางความเงียบงัน หนิงซินแม้เหนื่อยล้ากับบทบาทของตนเองในงิ้วโรงเรื่องนี้เต็มที ก็ยังพยายามอธิบายเสริมให้ทุกประโยคที่กล่าวออกมาจากริมฝีปากเล็กๆ นั่น แม้แผ่วเบาราวกับท่วงทำนองหวานล้ำในสายลม กระแสเสียงกลับฟังถนัดชัดเจนทุกถ้อยคำ…“ท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายเป็นบิดาของอดีตพระราชชายาที่ล่วงลับ ในสายตาของข้าแล้วท่านเสนาบดีเป็นขุนนางที่น่านับถือเป็นอย่างยิ่ง นับตั้งแต่ข้าจำความได้ ข้าไม่เคยเห็นเสด็จพ่อพระทัยขุ่นมัวเพราะท่านเสนาบดีท่านนี้มาก่อน...เสนาบดีท่านนี้เป็นผู้รู้จักหนักเบา ซ้ำยังวางตัวเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ยามศึกสงครามเช่นนี้ก็ยังสละทรัพย์สินส่วนตนตั้งโรงทานแจกจ่ายแป้งย่างที่เก็บได้นานมากหน่อยและข้าวต้มอย่างไม่เสียดาย...หากเป็นท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย ย่อมต้องเข้าใจ ว่าสิ่งใดคือทางเลือกที่ดีที่สุดต่อแคว้นป๋ายและเหล่าราษฎรตาดำๆ”เห็นความพยายามของนางเช่นนี้แล้ว หยางหยางคิดว่าสมควรกล่าวอะไรสัก

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 46

    คนรักอย่างนั้นรึ?ไม่...ไม่ใช่...มีความเชื่อที่ว่า สตรีที่ดีควรมีชายเดียว ดังนั้นเมื่อตกเป็นของผู้ใดแล้ว ก็ย่อมกลายเป็นสมบัติของคนผู้นั้นไปชั่วชีวิต บุรุษผู้นั้นให้ไปซ้ายก็ไม่กล้าไปขวา บุรุษผู้นั้นบอกให้ไปขวาก็ไม่กล้าไปซ้าย บุรุษผู้นั้นกล่าวสิ่งใดก็ยอมตาม ไม่มีเกี่ยงงอนขัดขืนใดใดเลยสักคำ ปฏิบัติราวกับบุรุษผู้นั้นเป็นเจ้าชีวิตก็ไม่ปานแคว้นป๋ายเป็นแคว้นที่เคร่งครัดในมารยาทธรรมเนียมตลอดจนจารีตประเพณี ไม่แน่ว่าองค์หญิงรองเองก็เป็นผู้หนึ่งที่เชื่อว่า เมื่อตกเป็นของชายใดแล้ว ก็ย่อมกลายเป็นสมบัติของคนผู้นั้น...วัดจากท่าทีของนางในยามนี้...ไม่ผิดแล้ว นี่ข้า...สตรีดีๆ เช่นนี้...หยางหยางรังเกียจตัวเองนัก ได้แต่ไถ่โทษด้วยการเป็นหลักให้องค์หญิงรองพิงกายเขียนสาร สองมือก็ช่วยจับโต๊ะให้นางให้มั่นคงยิ่งขึ้น ยิ่งนางยอมรับความช่วยเหลือจากตนโดยไม่อิดเอื้อน ในช่องอกก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีลิ่มทิ่มแทงใจหยางหยางไม่รู้ตัวว่าตกอยู่ในภวังค์เนิ่นนานเท่าใด รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่องค์หญิงรองเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status