LOGINการลงทัณฑ์อันเร่าร้อนรุนแรง ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่ซุกซ่อนในใจ ทำให้หนิงซินรู้สึกอัปยศอดสูถึงขีดสุด
ยามนี้นางทั้งรังเกียจชิงชังตนเอง ทั้งรู้สึกผิด ทั้งยังรู้สึกว่าตนเองแปดเปื้อน หมดคุณค่า จิตใจถูกทำให้บิดเบี้ยววิปลาสเกินเยียวยา หมดสิ้นความภาคภูมิใจในตนเอง เกียรติยศและความสง่างามในฐานะองค์หญิงศักดิ์สิทธิ์ผู้สูงศักดิ์ของแคว้นป๋ายล้วนถูกย่ำยีจนไม่เหลือซากภายในระยะเวลาเพียงครึ่งชั่วยาม
บุรุษต่ำช้าผู้นี้ราวกับหมาป่าอดอยากหิวโซคลุ้มคลั่งตัวหนึ่งก็ไม่ปาน นับตั้งแต่เริ่มลงมือกับนาง เขาก็ลงมืออย่างไม่ยั้งมือไว้ไมตรี กระทำย่ำยีกับนางเอาตามใจทั้งคว่ำและหงาย ใช้นางบำบัดความใคร่ บำเรอกาม ปฏิบัติต่อนางเสมือนหนึ่งหญิงคณิกา หลังจากเสร็จสิ้นสุขสม ก็ไม่ใส่ใจแม้แต่จะดึงผ้าสักชิ้นมาปกปิดร่างกายทั้งเขาและนาง ทั้งยังไม่สนใจว่าหลังจากเพิ่งผ่านพ้นเสร็จสิ้นกิจกามอันยาวนานกันไปหนหนึ่ง นางจะเจ็บปวดบอบช้ำถึงเพียงไหน กลับจับนางพลิกคว่ำซุกไซ้สูดดมซอกคอ สอดแทรกความเป็นชายที่ยังแข็งเกร็งเข้ามาจนสุดลำ กอดรั้งร่างนางที่ไร้แรงจะต้านทานขัดขืนไว้แน่น
หนที่สองนี้ เขาไม่ได้เคลื่อนไหวรุนแรงเหมือนหนแรก กลับสอดใส่ค้างคาไว้ กอดจูบซุกไซ้สูดดมไปทั่ว สองมือลูบไล้กอบโกยเค้นคลึงสองเต้าเต่งตึงของนางไม่หยุดเหมือนยิ่งกว่าลุ่มหลงเมามาย
หึ...ลุ่มหลงเมามายอะไรกัน? สำหรับคนผู้นี้แล้ว เห็นทีก็เพียงต้องการจะประกาศชัยชนะ ประกาศให้รู้ว่ายามนี้นาง องค์หญิงศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นป๋าย ตกเป็นของเขาแล้วอย่างเต็มตัว จนสามารถใช้เรือนร่างของนางสำเร็จความใคร่สารพัดท่าสารพัดทางเอาตามใจเช่นนี้แล้วต่างหาก
แม่ทัพต่ำช้า...
ไม่ถูก คนผู้นี้อย่างดีก็เป็นได้แค่บุรุษต่ำช้า...
ไม่ นั่นก็ยังนับว่าเรียกได้ดีเกินไป...
คนเช่นนี้ต้องเรียกว่าโจรขืนใจต่ำช้าถึงจะถูก...
หยาดน้ำสีใสที่คลออยู่ในหน่วยนัยน์ตาไหลรินออกมาอีกระลอกจนได้
คนเลว...
แม้ไร้สิ้นเรี่ยวแรงจะผลักไส หนิงซินกลับยึดถือความชิงชังไว้แน่นหนัก
สำหรับนางแล้ว คนผู้นี้ก็คือคนต่ำทรามที่ไม่สนใจกระทั่งมารยาทธรรมเนียมทางการทูตและการสงครามใดใด เพียงสบโอกาสและมีข้ออ้างสักนิดก็ใช้กำลังบังคับขืนใจ สร้างตราบาปสร้างความอัปยศครั้งใหญ่ให้หญิงไร้ทางสู้อย่างโหดร้ายป่าเถื่อน เป็นคนเลวในหมู่คนเลวที่ชั่วชีวิตนี้นางจะไม่มีวันยอมให้อภัยเป็นอันขาด
นึกถึงตรงนี้ หนิงซินก็ฝืนทนนิ่งเฉยไม่ไหวอีกต่อไป นางขยับเนื้อตัวที่บอบช้ำ เต็มไปด้วยรอยจูบรอยขบกัดเป็นจ้ำๆ เบี่ยงหลบสัมผัสจากแม่ทัพทมิฬอย่างรังเกียจ เอ่ยเสียงเย็น
“ในเมื่อแม่ทัพใหญ่ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ใยไม่สู้เมตตาจัดเตรียมที่พักที่เหมาะสม ให้ทูตสงครามอย่างข้าองค์หญิงได้พักผ่อนอย่างสงบเสียที”
“สิ่งที่ข้าต้องการ?” แม่ทัพทมิฬรั้งร่างนางแนบสนิท ทำเอาส่วนที่แข็งเกร็งของเขาในกายนางยิ่งกดเข้าลึกยิ่งขึ้น ส่วนโคนก็ดุนดันจนเนินเนื้อติ่งไตที่ตึงร้อนของนาง...แม้จะเจ็บเล็กน้อย แต่กลับเสียวซ่านไปหมด
คนผู้นี้คิดว่าตนเองเป็นใคร?
นางจะไม่ยอมอดทนต่อการกระทำอันต่ำทรามไร้มารยาทนี้อีกต่อไปแล้ว!
นางไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว!
แม้จะให้ทั้งยาบำรุง ทั้งตัวยาสารพัดที่ช่วยป้องกันเหตุไม่คาดคิด ก็ยังเกิดเรื่องให้ครรภ์ของฮองเฮาได้รับความกระทบกระเทือนโดยตรง แม้ไม่ได้รับยาแท้งบุตรที่พระราชชายาป๋ายอ๋องจงใจใส่ในน้ำแกง เนื่องจากนางกำนัลที่พระราชชายาหลงไว้ใจให้ไปตักน้ำแกงมาให้ ที่แท้แล้วเป็นสายลับจากกองทัพทมิฬผู้หนึ่ง จึงเพียงได้รับพิษโลหิตไม่แข็งตัวจำนวนหนึ่ง และแม้ว่าแท้จริงแล้วครรภ์ไม่ถึงกับได้รับความกระทบกระเทือนจนเป็นอันตราย ทว่าฮองเฮาในยามนั้นสภาพจิตใจเปราะบางเป็นอย่างยิ่ง เพียงเห็นโลหิตหลั่งออกมาก็หวาดกลัวจนแทบประคองสติเอาไว้ไม่ไหว ทั้งฝ่าบาท ตน และหมอหญิง ต่างต้องใช้ความพยายามในการปลอบขวัญฮองเฮามากกว่าการรักษาครรภ์เอาไว้เสียอีกเทียนหลงฮ่องเต้ทั้งห่วงใยสงสาร ทั้งกลัวว่าฮองเฮาและบุตรในครรภ์จะได้รับอันตราย ทั้งโกรธแค้นคนเหล่านั้นจนนัยน์ตาแดงก่ำ ทว่ายังมิได้ถึงขั้นขาดสติ ทรงใช้โอกาสนั้นสะสางเรื่องฝั่งครอบครัวเดิมของฮองเฮา ทั้งยังตัดบ่วงทั้งหลายที่รัดรั้งคอพระนาง...บีบคั้นให้พระนางคิดว่าตนเองไม่อาจมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ขาดสะบั้นในคราวเดียวฮองเฮาคิดว่าตนเองติดค้างผู้ชราเช่นตนและหมอหญิงที่ทำการรักษามากมายนัก ทว่าแม้จะผ
ด้านหลังเรือนหลักถูกจัดเป็นสวนไม้ใบและสระเลี้ยงปลาสวยงาม ใจกลางสระยังมีกอบัวชูช่อเบ่งบานงามตระการ ก้นสระปูด้วยหินที่ตัดจนเรียบ น้ำจึงใสสะอาดอย่างยิ่ง ยามเมื่อสายลมโชยพลิ้ว ใบหลิวร่วงหล่นแตะผิวน้ำ จะเกิดภาพวงกลมน้อยใหญ่ซ้อนกันหลายชั้น ต่างค่อยๆ ขยายใหญ่ออกแล้วเลือนหายดุจสัจธรรม พาให้ผู้มาเยือนที่ทันสังเกตธรรมะนี้ สุขสงบไปทั่วทั้งวิญญาคู่สามีภรรยาที่สูงส่งที่สุดในใต้หล้า ประคองกันเดินไปครู่หนึ่ง ก็พบว่ารัชทายาทจีเฉิง กำลังนั่งประชันหมากกระดานจากต่างแดนกับ ‘ท่านอาจารย์’ โดยมีอีซีซวน คุณชายใหญ่ของจวนแห่งนี้คอยเฝ้าสังเกตอยู่ด้านข้างโหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาแย้มยิ้ม ไม่ถือยศศักดิ์ ค้อมศีรษะคำนับผู้มีคุณกลับเป็นผู้ชราที่ตกใจ ไม่อาจรับคำนับจากสตรีที่สูงศักดิ์ที่สุดในแผ่นดินได้“ฮองเฮา ฝ่าบาท!” ผู้อาวุโสอวิ๋นลุกขึ้นจากที่นั่งแทบไม่ทัน กำลังจะคุกเข่าถวายพระพร กลับถูกลูกศิษย์อีกคน หยางหยาง...บิดาของศิษย์คนสุดท้ายที่รับไว้อย่าง ‘หยางจื่อ’ ยกมือห้ามปราม“ท่านอาจารย์เกรงใจเกินไปแล้ว ที่นี่มีแค่พวกเรา ทำตัวตามสบายเถิด”“ถูกแล้ว” โหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาแย้มยิ้ม “ครั้งนั้น หากไม่ใช่ท่านอาจารย์ช่วยไว้ ข้ากับล
“ฮึ! ดูพูดเข้า เช่นนั้นหากผู้อื่นโจษจันกันทั่วทั้งเมืองเล่า ท่านเจ้าเมืองจะจับชาวเมืองตั้งไม่รู้กี่ร้อยครัวเรือนมาลงโทษหมดเลยหรือ” ซูเซียงยกมือขึ้นคำนับพลางกล่าว “ฮองเฮาของข้าไม่ละเว้นท่านแน่! ฝ่าบาทผู้เมตตาเองก็เช่นกัน!” กล่าวจบนางก็เชิดหน้าขึ้น ทว่าดวงตาฉ่ำน้ำที่จ้องมองมา หวานซึ้งนัก“เอาเถอะ” อีเหิงพ่นลมหายใจออกมา แต่แววตาที่มองฮูหยินกลับหวานซึ้งร้อนแรงอย่างเห็นได้ชัด เขาโบกมือส่งสัญญาณให้พ่อบ้านต่งเพียงเท่านั้นพ่อบ้านต่งก็รู้ความนัย ใช้สายตาสั่งให้ทหารยืนยามไปลากตัวลู่เฟยฮวาออกมายืนรอท่านเจ้าเมืองอยู่ด้านข้างจัดการแมลงรบกวนความสงบของจวนและนายเหนือหัวแล้ว อีเหิงก็หันกลับไปคำนับผู้เป็นนาย กล่าวอย่างนอบน้อม“ฝ่าบาท รัชทายาทกับท่านราชครูอยู่ที่ศาลาแปดเหลี่ยมที่ย้ายไปไว้ทางด้านหลังพ่ะย่ะค่ะ”“อืม...แล้วบุตรชายคนโตของเจ้าเล่า ได้ยินว่าชื่ออะไรนะ อีซีซวน ชื่อนี้ใช่หรือไม่” เทียนหลงฮ่องเต้อดถามถึงมิได้“รัชทายาททรงมีจิตใจกว้างขวาง ไม่ถือพระองค์ เมื่อรู้ว่าซีซวนสนใจเรื่องหมากกระดานเช่นกัน ก็ชักชวนบุตรชายของกระหม่อมที่ทำเป็นแต่ท่องตำราคัดอักษรไปวันๆ ไปศึกษาหมากกระดานรูปแบบใหม่ ตอนนี้จึงอย
ใช่ว่านางใจไม้ไส้ระกำทำร้ายสตรีด้วยกันลงคอ ทว่านางเองก็มีมือมีเท้า มีครอบครัวที่รักและหวงแหนให้ปกป้องยามนี้เกิดมีเด็กสาวผู้หนึ่ง มาทำลายความสงบสุขของครอบครัวนาง เป่าหูเสียจนคุณชายใหญ่ของตระกูล อีซีซวน เก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ทั้งยังทำร้ายบุตรชายบุตรสาวของนาง ยุยงให้เด็กๆ แตกคอกัน เพียงเพราะคิดปีนป่ายขึ้นที่สูง หวังจะให้ฮูหยินอย่างนางถูกสามีรังเกียจ ในฐานะสตรี ภรรยา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ฮูหยินของจวน’ นางจะอยู่เฉยได้อย่างไรงานซักล้างเป็นงานหนักที่ทำให้สภาพร่างกายทรุดโทรม งานตักบ่อเกรอะนั้นก็ทำให้ผู้คนรังเกียจ ทั้งยังเป็นงานที่ต้องอยู่กับกลิ่นเหม็นและต้องทำกลางดึกเท่านั้น หากไม่ระวังก็อาจล้มป่วย ติดโรคจากสิ่งสกปรกเหล่านั้นได้ง่ายๆ ไม่แน่ว่าหลังทำงานเหล่านี้ไปได้สามเดือน ความงามที่เห็นในยามนี้จะหลงเหลือเพียงแค่เศษซาก ไร้สิ้นเค้าโครงความงดงามอะไรนั่น ถึงตอนนั้นต่อให้บุรุษของนาง ท่านเจ้าเมือง เกิดเปลี่ยนใจ อยากเรียกหา เกรงแต่ว่าเพียงเห็นหน้าเสี้ยวเดียวจะรีบไล่ลู่เฟยฮวากลับไปยังเรือนพักของนางแทบไม่ทันอีเหิงเห็นว่าบรรยากาศดีๆ กลับถูกบุตรสาวของกุนซือฉ้อฉลทำลายลง ก็หงุดหงิดไม่น้อย เขาลอบสังเ
“ช่างเป็นสาวใช้ที่สำคัญยิ่ง ฮองเฮาที่สูงส่งของต้าเทียนถึงกับต้องทั้งใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ปักเองพันแผลเล็กเท่ารอยข่วนให้ ทั้งยังซับเหงื่อให้ด้วยตนเอง!”ลู่เฟยฮวาตกใจ ขุกเข่าลงกระแทกพื้น ทำเอาเข่าแตกจนได้เลือดเหล่าสาวใช้ ทหารยืนยาม และองครักษ์ ต่างลอบเหลียวสบตาอีกหนทะ ทำไมพวกเขากลับรู้สึกว่าฝ่าบาทเป็นฝ่ายหึงหวงเสียเองเช่นนี้เล่า?กล่าวกันตามตรง ฮองเฮาก็เพียงแต่จิตใจดีเกินไปจนไม่คิดว่าผู้อื่นจะคิดและทำเรื่องไม่ดีใดต่อตนเองเท่านั้นกระมัง ยามเห็นสาวใช้คนหนึ่งเพียงซวนเซคล้ายล้มป่วย เพียงพลาดพลั้งไปต้องพระวรกายอันสูงส่งของฝ่าบาท กลับถูกฝ่าบาทกริ้ว อีกทั้งองครักษ์ลับยังบังคับให้นางคุกเข่าเอากระบี่พาดลำคอเช่นนั้น โหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาที่เป็นผู้มีน้ำใจเมตตาอารีที่ไหนจะทนมองภาพเช่นนั้นได้ จึงได้ทำแผลให้สาวใช้ด้วยผ้าเช็ดหน้าที่ทรงปักขึ้นเองกับมืออย่างไม่เสียดาย...กลับเป็นฝ่าบาทที่ เอ่อ...ริษยา และเสียดายผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น และต่อมาเมื่อพระนางจะซับเหงื่อให้สาวใช้เยาว์วัยคนนั้น ฝ่าบาทก็ถึงขั้นสุดจะกลั้น หากจะกล่าวกันอย่างไม่เกรงใจ ก็มีเพียงคำว่า ‘หึงหวง’ เท่านั้น จึงจะสามารถอธิบายสถานการณ์นี้ได้อย่างเหม
‘ซูเซียง มิตรแท้ตลอดกาลของข้า การครองเรือนที่แท้แล้วนั้นมิใช่ง่าย อันที่จริง ตัวเจ้าที่สูงอาวุโสกว่า อาจจะรู้ซึ้งถึงเรื่องนี้ดีกว่าข้ามากมายนัก ทว่าหากจะถามข้าแล้ว ปัญหาดังที่เจ้ากล่าวมานี้ จงวางเฉยไปเสีย อย่าได้สิ้นเปลืองความคิดไปกับคนนอกครอบครัว ขอเพียงเจ้าทำหน้าที่ของตนเองให้ดี ระมัดระวังตรวจสอบทุกสิ่งด้วยตนเองอยู่เสมอ อย่าให้มีสิ่งใดในความดูแลของตนผิดพลาด และหมั่นทำดีต่อคนผู้นี้ให้มาก เพราะอย่างไรบิดาของนางก็ยังได้ชื่อว่าเป็นกุนซือคนสนิทของสามี ต่อให้นางคิดสร้างปัญหาให้เจ้า ก็คงไม่สามารถกระทำได้ง่ายดายนัก อีกทั้งเกิดเป็นสตรี จะครองเรือนในโลกที่บุรุษเป็นใหญ่นั้นไม่ง่าย หากพวกเขาพึงใจแต่พวกเราไม่อนุญาต พวกเขาย่อมกล่าวว่าสตรีอย่างพวกเราใจแคบ แล้งน้ำใจต่อสามีและสตรีด้วยกัน... แม้ข้าไม่คิดว่าเจ้าเมืองอีจะเป็นบุรุษเช่นนั้น ทว่าในโลกนี้ล้วนไม่มีสิ่งใดมั่นคงถาวรทั้งสิ้น ความคิดคนรอบข้างเองก็สำคัญไม่น้อยเช่นกัน จะให้ดีต้องให้พวกเขาเห็นว่าเจ้าไร้สิ้นตำหนิในฐานะภรรยาและนายหญิง เมื่อเจ้าสามารถครองเรือนได้ดังนี้แล้ว ระหว่างนี้ให้คนลอบสืบเรื่องกุนซือบิดานางว่าได้กระทำความผิดใดบ้างหรือไม่ ผู้







