مشاركة

บทที่ 5

مؤلف: Karawek House
last update تاريخ النشر: 2025-08-15 04:34:51

ไม่...ไม่นะ...

นี่นาง...นางกำลังคล้อยตามโจรขืนใจผู้นี้!

ไม่ ไม่ ไม่ ไม่! ไม่มีวัน!

นางต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ

เรื่องน่าอัปยศเช่นนี้ ความรู้สึกโสมมเช่นนี้!

“เอามัน...ฮึก...! เอามันออกไป...!” หนิงซินร้องเสียงแหบพร่า

ตอนนี้นางแทบจะไม่มีเสียงห้ามแล้ว แต่หากไม่ห้าม...

นาง...

นางรู้สึกว่า...นางคิดว่านางสมควรต้องห้าม!

ถูกแล้ว นางสมควรต้องพยายามยุติเหตุการณ์อันน่าอัปยศและไม่ถูกต้องนี้ ต้องต่อต้านสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และไม่สมควรคล้อยตามความรู้สึกอันสกปรกไร้ยางอายเช่นนี้!

ต่อให้นางไม่ใช่สตรีศักดิ์สิทธิ์ที่สมควรครองพรหมจรรย์แต่ก็ยังเป็นองค์หญิงรองที่ถือกำเนิดจากครรภ์พระราชชายาแห่งผู้ปกครองแคว้นป๋าย และต่อให้นางไม่ใช่องค์หญิงผู้หนึ่งของแคว้นป๋าย นางก็ยังเป็นสตรีผู้หนึ่ง

ใต้หล้านี้จะมีสตรีดีๆ ใดที่เป็นเช่นนี้...ยังไม่ทันแต่งงานเข้าพิธี โดนบุรุษผู้หนึ่งข่มเหงรังแก กลับหลงคล้อยตาม เผลอปล่อยตัวปล่อยใจ ปล่อยให้ผู้อื่นเสพสุขจากร่างกายตนโดยง่าย กระทำตัวไร้ยางอายและไร้ค่าเช่นนี้!

นาง...ไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนี้!

ราวกับล่วงรู้ว่านางกำลังคิดอะไร คนด้านบนแค่นหัวเราะอย่างสาแก่ใจ ก่อนขยับอีกนิ้วที่ว่างอยู่ปัดเขี่ยติ่งไตเหนือช่องทางอันคับแคบของนาง ทำให้นางถึงกับเนื้อตัวสั่นเทิ้มอย่างห้ามไม่อยู่

“มะ...ไม่...” ตอนนี้นางแทบจะพูดไม่เป็นภาษา “...อย่า...อึก...หยุดนะ...”

“ได้”

ได้?

“ ’อย่าหยุด’ ” เขาเฉลย ก่อนสอดแทรกอีกนิ้วเพิ่มเข้ามา ขยับนิ้วรัวเร็วยิ่งขึ้นอีก ไม่ปรานีนางสักนิด

ยามนี้ตกเป็นเบี้ยล่าง ต้องมาโดนแม่ทัพต่ำช้าป่าเถื่อนรุกเร้ารังแกหนักหน่วงจนสติใกล้จะพร่าเลือนเช่นนี้...หนิงซินพยายามยึดเหนี่ยวความชิงชังไว้แน่นหนัก

นางจะ...ไม่มีวัน...

ไม่มีวันคล้อยตามคนชั่วนี่!

“…ข้า...ฮึก...ข้าเกลียด...ข้าเกลียดท่าน…”

ถ้อยคำที่หลุดจากริมฝีปากนาง ทั้งสั่นทั้งเบาหวิวจนน่าอเนจอนาถใจ

“ข้าก็เกลียดเจ้า” บุรุษต่ำช้าบอกก่อนรวบแขนดื้อรั้นสองข้างขึ้นเหนือหัวนางอีกครั้งด้วยมือเพียงข้างเดียว

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่แม่ทัพใจทรามคลายขาที่ไม่ต่างจากเหล็กกล้าลงแนบเรียวขานาง

ทว่าตอนที่ยังไม่รู้ตัวก็เรื่องหนึ่ง เมื่อรู้ตัวแล้วก็นับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ไวเท่าความคิด หนิงซินพยายามฝืนขยับแข้งขาที่อ่อนแรงไปหมดขึ้นยันเขา คาดไม่ถึงว่าจังหวะนั้นแม่ทัพเฮยเซ่อเย่ว์จะฉวยโอกาสนั้นใช้มืออีกข้างกางเรียวขาของนางออกจากกัน แล้วแทรกตัวลงมาคั่นไว้

ก่อนที่หนิงซินจะได้ตั้งตัว ปลายนิ้วที่เป็นเหมือนสวรรค์กับนรกหลอมรวมกันก็ถอดถอน

หนิงซินได้สติกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์อีกครั้งก็ตอนนั้น นางรีบกระถดถอยหนีโดยสัญชาตญาณ แต่แม่ทัพเฮยเซ่อเย่ว์ไม่ยอมให้เสียเวลา เขาใช้มือข้างที่เพิ่งกลับมาว่างอีกครั้งขยับขึ้นคว้าเอวน้อยๆ ของนางไว้มั่น จากนั้นก็ยัดเยียดสิ่งที่ทั้งยาวทั้งใหญ่โตและแข็งเกร็งเข้ามาในกายนาง

อุกอาจ รวดเร็ว และรุนแรง!

“อ๊ะ!!!”

ถ้านิ้วยาวๆ สากๆ ที่เข้ามาในกายนางก่อนหน้านี้เป็นมีด สิ่งนี้ก็คือหัวหอกคมปลาบใหญ่โตที่ช่างตีอาวุธจิตวิปลาสสร้างไว้ใช้ลงทัณฑ์ทรมานผู้คน!

“ไม่! ไม่! อย่านะ! ได้โปรด!” นางหวีดร้องลั่น เจ็บแสบเหมือนร่างกายจะปริแยก รู้สึกอึดอัดคับแน่นไปหมด “มันใหญ่...มันใหญ่เกินไป!”

ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะไม่วิงวอนร้องขอความเห็นใจ แต่พอช่วงเวลานี้มาถึงจริงๆ นางก็อดที่จะอุทธรณ์ไม่ได้

ดูเหมือนถ้อยคำสั้นๆ จะทำให้แม่ทัพป่าเถื่อนย่ามใจ

เขากดเอวลงแนบสนิทยิ่งขึ้น บดจูบริมฝีปากบอบบางอย่างหนักหน่วงหิวกระหาย ทำเอาหนิงซินที่ไม่เคยผ่านค่ำคืนแรกกับใครมาก่อนทั้งเจ็บปวดทั้งตกใจกลัวจนน้ำตาเล็ด

“ฮือ...” ตอนนี้นางหยุดน้ำตาไม่ได้แล้ว

อีกฝ่ายก็หยุดตัวเองไม่ได้แล้วเช่นกัน

“เดี๋ยวก็ชิน” เขากระซิบขณะเลื่อนหน้าซุกไซ้ไปตามซอกหูหอมละมุน

นี่เป็นครั้งแรกที่หนิงซินรู้สึกว่าน้ำเสียงเขาฟังดูอ่อนโยน มันฟังคล้ายคำปลอบใจ...แต่ในวินาทีถัดมา บุรุษที่คร่อมทับเหนือร่างนางก็เปลี่ยนให้นางรู้สึกว่านั่นคือคำเยาะเย้ยถากถางมากกว่า ด้วยคำพูดเพียงประโยคสั้นๆ

“จนกว่าจะแยกจากกัน ข้าจะทำให้เจ้าชินเสียยิ่งกว่าชิน”

“ฮือ...ข้า...ข้าเกลียดท่าน...” ประโยคนั้นทำให้คนต่ำช้าถอดถอนส่วนคับแน่นชวนอึดอัดออกไป...ก่อนกระแทกกลับลงมา!

“ข้าเกลียดท่าน!” นางประกาศซ้ำทั้งน้ำตา แล้วแม่ทัพร่างใหญ่ก็มอบผลลัพธ์แบบเดียวกันมาให้

“ข้าเกลียด...” คราวนี้ไม่ต้องรอให้นางพูดจบ  ริมฝีปากร้อนๆ ก็เลื่อนไล้ขึ้นบังคับครอบครองความเงียบงัน พร้อมๆ กับขับเคลื่อนส่วนที่นางชิงชังนักเข้าออกเร็วและรัว มือสองข้างค่อยๆ เคลื่อนจากจุดเกาะกุม เปลี่ยนเป็นลูบไล้ กอดรัด

หนิงซินหัวหมุนคว้าง ช่องเร้นลับคับแคบกลางหว่างขาทั้งร้อนผ่าว ทั้งตื่นตัวเต้นตุบตับไม่หยุด อีกทั้งทั่วทั้งบริเวณนั้น อกอวบอิ่ม และเนื้อตัว ยังเสียววาบสั่นสะท้าน ร่างทั้งร่างเกร็งแล้วเกร็งอีก หายใจหายคอแทบไม่ทัน แทบจะควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้แล้วสักนิด

ครั้งหนึ่ง เสด็จพ่อ เสด็จอา และเหล่าพี่ชายพี่หญิงลูกพี่ลูกน้องในราชวงศ์สกุลอิ๋ง เคยพานางไปล่องเรือชมทิวทัศน์นอกอ่าวที่ด่านโถงอู่...

ยามเมื่อเรือออกทะเล กระแสน้ำเชี่ยวกรากจะซัดเข้าหาลำเรือ กระแทกกระทั้นเข้าใส่ แล้วเรือลำน้อยก็ทำได้เพียงโยกไหวไปเรื่อยๆ อยู่อย่างนั้น

...ตอนนี้นางรู้สึกว่าตนเองก็คือเรือลำนั้น...

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 213 (ตอนจบ)

    แม้จะให้ทั้งยาบำรุง ทั้งตัวยาสารพัดที่ช่วยป้องกันเหตุไม่คาดคิด ก็ยังเกิดเรื่องให้ครรภ์ของฮองเฮาได้รับความกระทบกระเทือนโดยตรง แม้ไม่ได้รับยาแท้งบุตรที่พระราชชายาป๋ายอ๋องจงใจใส่ในน้ำแกง เนื่องจากนางกำนัลที่พระราชชายาหลงไว้ใจให้ไปตักน้ำแกงมาให้ ที่แท้แล้วเป็นสายลับจากกองทัพทมิฬผู้หนึ่ง จึงเพียงได้รับพิษโลหิตไม่แข็งตัวจำนวนหนึ่ง และแม้ว่าแท้จริงแล้วครรภ์ไม่ถึงกับได้รับความกระทบกระเทือนจนเป็นอันตราย ทว่าฮองเฮาในยามนั้นสภาพจิตใจเปราะบางเป็นอย่างยิ่ง เพียงเห็นโลหิตหลั่งออกมาก็หวาดกลัวจนแทบประคองสติเอาไว้ไม่ไหว ทั้งฝ่าบาท ตน และหมอหญิง ต่างต้องใช้ความพยายามในการปลอบขวัญฮองเฮามากกว่าการรักษาครรภ์เอาไว้เสียอีกเทียนหลงฮ่องเต้ทั้งห่วงใยสงสาร ทั้งกลัวว่าฮองเฮาและบุตรในครรภ์จะได้รับอันตราย ทั้งโกรธแค้นคนเหล่านั้นจนนัยน์ตาแดงก่ำ ทว่ายังมิได้ถึงขั้นขาดสติ ทรงใช้โอกาสนั้นสะสางเรื่องฝั่งครอบครัวเดิมของฮองเฮา ทั้งยังตัดบ่วงทั้งหลายที่รัดรั้งคอพระนาง...บีบคั้นให้พระนางคิดว่าตนเองไม่อาจมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ขาดสะบั้นในคราวเดียวฮองเฮาคิดว่าตนเองติดค้างผู้ชราเช่นตนและหมอหญิงที่ทำการรักษามากมายนัก ทว่าแม้จะผ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 212

    ด้านหลังเรือนหลักถูกจัดเป็นสวนไม้ใบและสระเลี้ยงปลาสวยงาม ใจกลางสระยังมีกอบัวชูช่อเบ่งบานงามตระการ ก้นสระปูด้วยหินที่ตัดจนเรียบ น้ำจึงใสสะอาดอย่างยิ่ง ยามเมื่อสายลมโชยพลิ้ว ใบหลิวร่วงหล่นแตะผิวน้ำ จะเกิดภาพวงกลมน้อยใหญ่ซ้อนกันหลายชั้น ต่างค่อยๆ ขยายใหญ่ออกแล้วเลือนหายดุจสัจธรรม พาให้ผู้มาเยือนที่ทันสังเกตธรรมะนี้ สุขสงบไปทั่วทั้งวิญญาคู่สามีภรรยาที่สูงส่งที่สุดในใต้หล้า ประคองกันเดินไปครู่หนึ่ง ก็พบว่ารัชทายาทจีเฉิง กำลังนั่งประชันหมากกระดานจากต่างแดนกับ ‘ท่านอาจารย์’ โดยมีอีซีซวน คุณชายใหญ่ของจวนแห่งนี้คอยเฝ้าสังเกตอยู่ด้านข้างโหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาแย้มยิ้ม ไม่ถือยศศักดิ์ ค้อมศีรษะคำนับผู้มีคุณกลับเป็นผู้ชราที่ตกใจ ไม่อาจรับคำนับจากสตรีที่สูงศักดิ์ที่สุดในแผ่นดินได้“ฮองเฮา ฝ่าบาท!” ผู้อาวุโสอวิ๋นลุกขึ้นจากที่นั่งแทบไม่ทัน กำลังจะคุกเข่าถวายพระพร กลับถูกลูกศิษย์อีกคน หยางหยาง...บิดาของศิษย์คนสุดท้ายที่รับไว้อย่าง ‘หยางจื่อ’ ยกมือห้ามปราม“ท่านอาจารย์เกรงใจเกินไปแล้ว ที่นี่มีแค่พวกเรา ทำตัวตามสบายเถิด”“ถูกแล้ว” โหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาแย้มยิ้ม “ครั้งนั้น หากไม่ใช่ท่านอาจารย์ช่วยไว้ ข้ากับล

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 211

    “ฮึ! ดูพูดเข้า เช่นนั้นหากผู้อื่นโจษจันกันทั่วทั้งเมืองเล่า ท่านเจ้าเมืองจะจับชาวเมืองตั้งไม่รู้กี่ร้อยครัวเรือนมาลงโทษหมดเลยหรือ” ซูเซียงยกมือขึ้นคำนับพลางกล่าว “ฮองเฮาของข้าไม่ละเว้นท่านแน่! ฝ่าบาทผู้เมตตาเองก็เช่นกัน!” กล่าวจบนางก็เชิดหน้าขึ้น ทว่าดวงตาฉ่ำน้ำที่จ้องมองมา หวานซึ้งนัก“เอาเถอะ” อีเหิงพ่นลมหายใจออกมา แต่แววตาที่มองฮูหยินกลับหวานซึ้งร้อนแรงอย่างเห็นได้ชัด เขาโบกมือส่งสัญญาณให้พ่อบ้านต่งเพียงเท่านั้นพ่อบ้านต่งก็รู้ความนัย ใช้สายตาสั่งให้ทหารยืนยามไปลากตัวลู่เฟยฮวาออกมายืนรอท่านเจ้าเมืองอยู่ด้านข้างจัดการแมลงรบกวนความสงบของจวนและนายเหนือหัวแล้ว อีเหิงก็หันกลับไปคำนับผู้เป็นนาย กล่าวอย่างนอบน้อม“ฝ่าบาท รัชทายาทกับท่านราชครูอยู่ที่ศาลาแปดเหลี่ยมที่ย้ายไปไว้ทางด้านหลังพ่ะย่ะค่ะ”“อืม...แล้วบุตรชายคนโตของเจ้าเล่า ได้ยินว่าชื่ออะไรนะ อีซีซวน ชื่อนี้ใช่หรือไม่” เทียนหลงฮ่องเต้อดถามถึงมิได้“รัชทายาททรงมีจิตใจกว้างขวาง ไม่ถือพระองค์ เมื่อรู้ว่าซีซวนสนใจเรื่องหมากกระดานเช่นกัน ก็ชักชวนบุตรชายของกระหม่อมที่ทำเป็นแต่ท่องตำราคัดอักษรไปวันๆ ไปศึกษาหมากกระดานรูปแบบใหม่ ตอนนี้จึงอย

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 210

    ใช่ว่านางใจไม้ไส้ระกำทำร้ายสตรีด้วยกันลงคอ ทว่านางเองก็มีมือมีเท้า มีครอบครัวที่รักและหวงแหนให้ปกป้องยามนี้เกิดมีเด็กสาวผู้หนึ่ง มาทำลายความสงบสุขของครอบครัวนาง เป่าหูเสียจนคุณชายใหญ่ของตระกูล อีซีซวน เก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ทั้งยังทำร้ายบุตรชายบุตรสาวของนาง ยุยงให้เด็กๆ แตกคอกัน เพียงเพราะคิดปีนป่ายขึ้นที่สูง หวังจะให้ฮูหยินอย่างนางถูกสามีรังเกียจ ในฐานะสตรี ภรรยา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ฮูหยินของจวน’ นางจะอยู่เฉยได้อย่างไรงานซักล้างเป็นงานหนักที่ทำให้สภาพร่างกายทรุดโทรม งานตักบ่อเกรอะนั้นก็ทำให้ผู้คนรังเกียจ ทั้งยังเป็นงานที่ต้องอยู่กับกลิ่นเหม็นและต้องทำกลางดึกเท่านั้น หากไม่ระวังก็อาจล้มป่วย ติดโรคจากสิ่งสกปรกเหล่านั้นได้ง่ายๆ ไม่แน่ว่าหลังทำงานเหล่านี้ไปได้สามเดือน ความงามที่เห็นในยามนี้จะหลงเหลือเพียงแค่เศษซาก ไร้สิ้นเค้าโครงความงดงามอะไรนั่น ถึงตอนนั้นต่อให้บุรุษของนาง ท่านเจ้าเมือง เกิดเปลี่ยนใจ อยากเรียกหา เกรงแต่ว่าเพียงเห็นหน้าเสี้ยวเดียวจะรีบไล่ลู่เฟยฮวากลับไปยังเรือนพักของนางแทบไม่ทันอีเหิงเห็นว่าบรรยากาศดีๆ กลับถูกบุตรสาวของกุนซือฉ้อฉลทำลายลง ก็หงุดหงิดไม่น้อย เขาลอบสังเ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 209

    “ช่างเป็นสาวใช้ที่สำคัญยิ่ง ฮองเฮาที่สูงส่งของต้าเทียนถึงกับต้องทั้งใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ปักเองพันแผลเล็กเท่ารอยข่วนให้ ทั้งยังซับเหงื่อให้ด้วยตนเอง!”ลู่เฟยฮวาตกใจ ขุกเข่าลงกระแทกพื้น ทำเอาเข่าแตกจนได้เลือดเหล่าสาวใช้ ทหารยืนยาม และองครักษ์ ต่างลอบเหลียวสบตาอีกหนทะ ทำไมพวกเขากลับรู้สึกว่าฝ่าบาทเป็นฝ่ายหึงหวงเสียเองเช่นนี้เล่า?กล่าวกันตามตรง ฮองเฮาก็เพียงแต่จิตใจดีเกินไปจนไม่คิดว่าผู้อื่นจะคิดและทำเรื่องไม่ดีใดต่อตนเองเท่านั้นกระมัง ยามเห็นสาวใช้คนหนึ่งเพียงซวนเซคล้ายล้มป่วย เพียงพลาดพลั้งไปต้องพระวรกายอันสูงส่งของฝ่าบาท กลับถูกฝ่าบาทกริ้ว อีกทั้งองครักษ์ลับยังบังคับให้นางคุกเข่าเอากระบี่พาดลำคอเช่นนั้น โหรวเลี่ยงหรูฮองเฮาที่เป็นผู้มีน้ำใจเมตตาอารีที่ไหนจะทนมองภาพเช่นนั้นได้ จึงได้ทำแผลให้สาวใช้ด้วยผ้าเช็ดหน้าที่ทรงปักขึ้นเองกับมืออย่างไม่เสียดาย...กลับเป็นฝ่าบาทที่ เอ่อ...ริษยา และเสียดายผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น และต่อมาเมื่อพระนางจะซับเหงื่อให้สาวใช้เยาว์วัยคนนั้น ฝ่าบาทก็ถึงขั้นสุดจะกลั้น หากจะกล่าวกันอย่างไม่เกรงใจ ก็มีเพียงคำว่า ‘หึงหวง’ เท่านั้น จึงจะสามารถอธิบายสถานการณ์นี้ได้อย่างเหม

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 208

    ‘ซูเซียง มิตรแท้ตลอดกาลของข้า การครองเรือนที่แท้แล้วนั้นมิใช่ง่าย อันที่จริง ตัวเจ้าที่สูงอาวุโสกว่า อาจจะรู้ซึ้งถึงเรื่องนี้ดีกว่าข้ามากมายนัก ทว่าหากจะถามข้าแล้ว ปัญหาดังที่เจ้ากล่าวมานี้ จงวางเฉยไปเสีย อย่าได้สิ้นเปลืองความคิดไปกับคนนอกครอบครัว ขอเพียงเจ้าทำหน้าที่ของตนเองให้ดี ระมัดระวังตรวจสอบทุกสิ่งด้วยตนเองอยู่เสมอ อย่าให้มีสิ่งใดในความดูแลของตนผิดพลาด และหมั่นทำดีต่อคนผู้นี้ให้มาก เพราะอย่างไรบิดาของนางก็ยังได้ชื่อว่าเป็นกุนซือคนสนิทของสามี ต่อให้นางคิดสร้างปัญหาให้เจ้า ก็คงไม่สามารถกระทำได้ง่ายดายนัก อีกทั้งเกิดเป็นสตรี จะครองเรือนในโลกที่บุรุษเป็นใหญ่นั้นไม่ง่าย หากพวกเขาพึงใจแต่พวกเราไม่อนุญาต พวกเขาย่อมกล่าวว่าสตรีอย่างพวกเราใจแคบ แล้งน้ำใจต่อสามีและสตรีด้วยกัน... แม้ข้าไม่คิดว่าเจ้าเมืองอีจะเป็นบุรุษเช่นนั้น ทว่าในโลกนี้ล้วนไม่มีสิ่งใดมั่นคงถาวรทั้งสิ้น ความคิดคนรอบข้างเองก็สำคัญไม่น้อยเช่นกัน จะให้ดีต้องให้พวกเขาเห็นว่าเจ้าไร้สิ้นตำหนิในฐานะภรรยาและนายหญิง เมื่อเจ้าสามารถครองเรือนได้ดังนี้แล้ว ระหว่างนี้ให้คนลอบสืบเรื่องกุนซือบิดานางว่าได้กระทำความผิดใดบ้างหรือไม่ ผู้

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 72

    เนื่องจาก ‘กองทหารอารักขา’ ออกเดินทางจากค่ายพักทัพกันตั้งแต่รุ่งสาง ทั้งยังเดินทางกันด้วยม้า ไร้เกวียนขนเสบียงและข้าวของเครื่องใช้ใดใดติดตาม ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วยาม คนทั้งหมดจึงมาถึงหน้าประตูเลี่ยงจินอู่กันได้ทั้งที่ยังไม่ทันจะเมื่อยล้า&nb

    last updateآخر تحديث : 2026-03-22
  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 66

    ชายร่างผอมเบิกตากว้างเล็กน้อยพลางสั่นศีรษะ“ไม่รู้ขอรับ” “แต่ทั้งที่เจ้าไม่รู้ ทว่าเจ้ายังคงหันไปหาท่านแม่ทัพของเราขณะอ้อนวอนขอความเมตตาไม่ใช่หรือ” เจิงเจี้ยนมองเขาด้วยแววตารู้เท่าทันปนเหยียดห

    last updateآخر تحديث : 2026-03-22
  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 54

    แม่ทัพใหญ่สบตาคู่งามแล้วไม่อาจโกหกได้เขากล่าวเนิบช้า “เสด็จพ่อของเจ้าคิดเล่นเล่ห์กับข้า”หนิงซินตกใจ“มิใช่ว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรอกหรือ ท่าน...ท่านตรวจสอบดีแล้วหรือยัง”“ไม่มีสิ่งใดต้องตรวจสอบทั้งนั้น ข้ายื่นข้อเสนอที่ดีต่อทั้งสองฝ่ายที

    last updateآخر تحديث : 2026-03-21
  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 57

    “มะ...ไม่ได้นะ...”“ข้ารับปากว่าจะไม่สังหารผู้ใดหากไม่จำเป็น”“แต่เหล่าทหารของทั้งเฮยเซ่อเย่ว์และแคว้นป๋ายก็ต้องเสียเลือดเสียเนื้อมิใช่หรือ” นางจ้องตาวิงวอนไม่ยอมแพ้อาจเพราะความกังวล มือที่ทาบทับแผงอกแกร่งพลันแข็งเกร็ง ขยับเหมือนหนึ่งจะกำ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-21
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status