LOGINแดนไทยประชุมงานยุ่งตลอดทั้งวัน หลายวันที่เขาวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องของไพลิน จนลืมงานคุณอำพลต้องนัดให้เขาเคลียร์งาน มีงานให้เขาเซ็นและต้องตัดสินใจหลายอย่าง ทั้งสองคุยงานกันที่สำนักงานทนายความ หนึ่งในงานนั้นก็คือเรื่องบริษัทฯของคุณพายัพ เป็นเรื่องใหญ่เขายอมรับว่าหนักใจมาก เขาได้ลงมือทำแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ ถ้าย้อนหลังไปได้เขาจะแนะนำธนาคารดีๆ ให้คุณพายัพไปกู้เงินเขาจะไม่ยอมให้คุณพายัพกู้เงินเด็ดขาด ได้แต่คิดทำอะไรไม่ได้แล้ว ตั้งใจจะโทรหาไพลินแต่ก็ไม่มีโอกาสเลย งานพัวพันจนทำให้เขาไม่ได้กลับไปนอนที่คอนโด
แดนไทยไปร่วมงานขอบคุณลูกค้าต่างชาติ เหมือนเดิมเขาไม่ยอมเปิดเผยตัวตนอยู่ดี ส่งผู้จัดการไปออกหน้าแทน แต่ตัวเองก็ยังคงวนเวียนอยู่ภายในงานนั้นโดยที่ทุกคนก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร สถานที่จัดงานอยู่ห่างไกลและอยู่คนละฝั่งกับคอนโดเขามาก บวกกับเขาดื่มหนักจนกลับไม่ไหว เพื่อความปลอดภัยผู้จัดการจองโรงแรมให้เขาพัก เพราะไม่อยากให้เขาขับรถกลับด้วยอาการมึนเมา เมาขนาดไหนเขาก็ไม่วายที่จะโทรหาไพลิน เหมือนเดิมหญิงสาวไม่รับสายไม่อ่านไลน์ แดนไทยหงุดหงิด
เด็กนั่นไม่รับสายและไม่อ่านไลน์เขาเลย น่าโมโหไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนหลีกหนีเขาแบบนี้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องวุ่นวายกับเด็กไพลินคนนี้ ตอบตัวเองไม่ได้เลย ในใจอยากเอาชนะเด็กนั่นให้ได้ อยากเห็นหน้าเด็กนั่นว่าจะทำหน้ายังไงถ้ารู้ว่าเขาเป็นใคร อีกใจก็ไม่อยากที่จะเปิดเผยสถานะจริงให้ไพลินรู้ แต่เงินของเขาก็สำคัญยังไงเขาก็ต้องเลือกเงินของเขาก่อน ทำไมเด็กไพลินต้องเกิดมาเป็นลูกของคุณพายัพด้วยนะ ถ้าไม่ใช่ลูกคุณพายัพอาจเข้าหาได้ง่ายกว่านี้
แดนไทยเพิ่งรู้จากคุณอำพลว่าคุณพายัพป่วยหนัก อาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน คงจะจริงในวันที่เขาเห็นคุณพายัพกับไพลินนัดเจอกัน สภาพของคุณพายัพวันนั้นแทบดูไม่ได้เลย เขาเข้าใจความรู้สึกสถานะของคุณพายัพ แต่จะให้เขายกหนี้ให้ทั้งหมด คุณพายัพก็ไม่หายป่วยจากโรคร้ายที่เป็นอยู่หรอก แล้วนี่ครอบครัวเขารู้หรือยัง เท่าที่คุณอำพลรายงานมา สองแม่ลูกนั่นยังคงใช้เงินกันอย่างฟุ้มเฟือยเหมือนเดิม เหมือนไม่รู้สถานการณ์และชะตากรรมของบริษัทฯเลย
แล้วไพลินล่ะ รู้หรือยังว่าพ่อของตัวเองไม่สบายและธุรกิจของพ่อกำลังจะล้มทั้งหมด เขาให้คุณอำพลตรวจดูทรัพย์สินของคุณพายัพแล้ว รวมทรัพย์สินทุกอย่างยังขาดอีกหลายล้านบาท คนอย่างเขาหรือจะยอม ไม่มีทางแน่นอนเขาไม่ใช่คนใจดีขนาดนั้น เกิดคุณพายัพไม่อยู่มีอันเป็นไป ทายาทต้องรับผิดชอบทุกคน
แดนไทยกลับมาที่คอนโดนึกโมโหที่โทรหาไพลินแล้วไม่ยอมรับสาย ทักไลน์ก็ไม่ตอบดูเหมือนว่าจะบล็อคไลน์เขาด้วย สายๆ มาบล็อกเบอร์เขาอีก นึกเสียดายที่ไม่ได้ขอเบอร์ของยายจันไว้ เขาเคาะประตูห้องของไพลินจนเจ็บมือโชคดีที่ชั้นนี้กลางวันไม่มีคนอยู่ ไม่งั้นคงมีคนโผล่หน้าออกมาด่าเขาแน่ๆ เหมือนเดิมไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของคอนโดทั้งหมดนี้ ในฐานะที่เป็นเจ้าของคอนโดและเป็นเจ้าหนี้เขามีสิทธิ์เปิดห้องของลูกหนี้ แดนไทยโทรหาคุณอำพลทันที
“คุณอำพลให้ใครก็ได้เอากุญแจห้องของไพลินขึ้นมาให้ผมหน่อยด่วนด้วยนะ”
ไม่ถึงสิบนาทีแดนไทยก็เข้ามาอยู่ในห้องของไพลินที่เวลานี้เงียบสนิท ไม่มีคนอยู่เขาเดินดูทุกห้องของทุกอย่างในห้องเป็นระเบียบอยู่แล้วไม่มีอะไรผิดปกติ แสดงว่าสองยายหลานไม่อยู่ ไปไหนกัน เขาเดินเข้าห้องที่ยายจันพักทุกอย่างดูเรียบร้อยเตียงถูกคลุมไว้อย่างดี เดินเลยไปที่ห้องไพลินมุ้งผ้าฝ้ายสีขาวยังคงกางคลุมเตียงใหญ่ไว้ นึกแปลกใจว่านอนห้องแอร์ทำไมกางมุ้ง แปลกใจแต่ก็นึกขำ ภายในห้องทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ตู้เสื้อผ้าพับแขวนเรียงสีอย่างเป็นระเบียบ ส่วนมากเป็นกางเกงยีนเสื้อเชิ้ตสีขาว สียีน ผ้าถุงเสื้อผ้าลูกไม้ชุดนอนเสื้อแขนยาวกางเกงขายาว พับแยกกันไว้อย่างเป็นระเบียบ หนังสือเยอะมากดูว่าเด็กไพลินอ่านหนังสือทุกแนว
เขาสะดุดตากับหนังสือเย็บปักถักร้อยที่มีแบบถักลายต่างๆ เต็มไปหมด รวมถึงผืนที่ถักแล้ว พับซ้อนกันอยู่ในตู้ มีหลากหลายสี ส่วนมากเป็นสีขาว ใกล้กันมีภาพวาดหลายใบตั้งเรียงรายมีทั้งเสร็จแล้วและยังไม่เสร็จ เด็กนี่นอกจากทำงานบัญชีแล้ว ยังมีความสามารถทำงานพวกนี้ได้ด้วยเหรอ ดูมีความเป็นกุลสตรีจริง หายากมากในปัจจุบันนี้ ดูอย่างเรื่องทำความสะอาดบ้าน เขาถูกใจมาก ยิ่งมาเห็นงานถักของเด็กนี่ ยิ่งชอบใจ แสดงว่าเป็นคนใจเย็นใจนิ่งมาก
เขาเดินสำรวจรอบห้องไม่มีสิ่งใดผิดปกติ แล้วสองยายหลานหายไปไหนกัน หรือว่าทั้งสองคนกลับต่างจังหวัดแล้ว ที่รู้มาไพลินลาออกจากงานแล้วนี่นา แดนไทยกดโทรศัพท์หาคุณอำพลอีกครั้ง เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเจ้าของห้องนี้ไปไหน ไม่อยากพบหน้าพูดจากับเขาขนาดนี้เลยเหรอ นี่ขนาดยังไม่รู้ว่าเขาเป็นเจ้าหนี้ยังขนาดนี้ หนีฉันเหรอไพลินคิดว่าจะหนีได้ถึงไหนกัน ยังไงก็ต้องมาตกลงเรื่องหนี้สินกันอยู่ดี
“ว่ายังไงคุณอำพล ได้เรื่องไหม” เสียงของเขาที่ดังอยู่แล้วดังมากกว่าเดิมตอนนี้ใจเต้นแรงเพราะโมโห
“คุณไพลินพายายกลับบ้านแล้วครับ เมื่อเช้านี่เอง”
“ส่งที่อยู่มาให้ผมหน่อย เดี๋ยวนี้เลย แล้วทำยังไงก็ได้ให้ไพลินต้องกลับมากรุงเทพฯด่วนที่สุด”
ไม่ถึงห้านาทีคุณอำพลส่งที่พิกัดบ้านสวนของยายจันมาให้แดนไทย เขาไม่ต้องเตรียมอะไรมากออกจากห้องของไพลินตรงไปที่รถของตัวเองทันที นึกโมโหไม่เคยมีใครปฏิเสธเขาแบบนี้ เด็กนั่นเห็นเขาเป็นอะไร อยากจะเห็นหน้าตอนที่ต้องใช้หนี้แทนพ่อเหลือเกิน ว่าจะทำหน้ายังไง แดนไทยจับจีพีเอสเขาออกเดินทางทันทีไม่เกินสองชั่วโมงหรอก โมโหจนเกือบระงับใจตัวเองไว้ไม่ได้ จะสักเท่าไหร่เชียวคิดเหรอว่าจะจบ ไม่มีทางหรอก นี่ยังไม่เริ่มเลย แล้วถ้าไพลินไม่มีเงินมาใช้หนี้แทนคุณพายัพแล้วเขาจะทำยังไงต่อไป
หลังส่งรายละเอียดและประสานงานให้เจ้านายเรียบร้อย คุณอำพลถอนหายใจอย่างโล่งอก และมีความกังวลกับบางอย่าง รู้สึกสงสารคุณไพลิน เจ้านายเขาไม่เคยเป็นแบบนี้ คุณอำพลรู้ว่าถ้าแดนไทยไม่พอใจหรือถ้าโกรธสิ่งใด สิ่งนั้นหรือคนๆ นั้นจะไม่ได้อยู่เป็นสุขแน่ๆ นึกถึงหน้าตาของผู้หญิงที่ชื่อไพลิน รูปร่างหน้าตาสวยดูนิ่งๆ ดูนิสัยแล้วแตกต่างจากคุณสายสมรและสายทิพย์มาก เขาไม่ค่อยชอบใจนัก ที่เจ้านายมุ่งเน้นไปที่ไพลินดูว่าไม่ถูกต้องนัก ควรที่จะตามหนี้กับคุณสายสมรมากกว่า และถ้าเจ้านายเขาคิดไปไกลเกินคำว่าลูกหนี้ คุณไพลินจะอยู่ในสถานะอะไร คิดมาถึงตรงนี้เขาก็ได้แต่ถอนหายใจ เรื่องของเจ้านายเขาก็แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น ช่วยอะไรไม่ได้เลย ได้แต่ภาวนาเอาใจช่วยลูกสาวคุณพายัพ
ที่บ้านสวนยายจันนอนพักเอนหลังอยู่บนตั่งไม้ตัวใหญ่ ลมพัดเย็นสบายยายจันกำลังจะเคลิ้มหลับอีกหน
“ยายจ๋าพายต้องเข้ากรุงเทพฯด่วน ที่ทำงานเก่าโทรมาบอกว่าเจ้านายต้องการงานด่วน เป็นงานที่พายเคยทำไม่มีใครรู้งานตรงนี้เท่าพาย”
“เอ่า...ทำไมเพิ่งโทรมาล่ะลูก นี่เพิ่งมาเมื่อวานเอง ต้องกลับไปอีกแล้วเหรอ”
“พายว่าจะออกพรุ่งนี้แต่เช้าค่ะจะพาชมพูไปด้วย งานเสร็จก็ว่าจะกลับเลยชมพูจะช่วยขับรถกลับค่ะยาย”
“ถ้าจะไปก็ต้องไปลูกไม่ต้องห่วงยาย กับข้าวกับปลาก็มีอยู่แล้วชมพูซิเหนื่อยแย่วันมะรืนต้องทำงานอีก”
“ไม่เป็นไรค่ะยาย พูอยู่เวรดึกค่ะไปได้สบายมาก”
“งั้นก็ตามนั้นล่ะลูก ถ้าจะไปก็ต้องไปทำให้มันเสร็จๆ เดี๋ยวเอาพวกผลไม้ไปฝากเพื่อนๆ ด้วยนะ”
“พายโทรหาลุงปานให้เตรียมไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้เช้ามืดจะเอามาส่งค่ะ”
"งั้นเดี๋ยวพายทำกับข้าวไว้หลายๆ อย่างทำเยอะหน่อย ยายจะได้อุ่นกิน เผื่อว่าพายทำงานไม่เสร็จ แต่จะพยายามให้เสร็จแล้วจะกลับเลย"
ไพลินกับบัวชมพูช่วยกันทำอาหารเย็น ยายจันนอนดูทีวีอย่างสบายใจบนตั่งหลังจากที่เมื่อกลางวันสานตะกร้าที่ทำค้างไว้ตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้วเสร็จไปหนึ่งใบ ปล่อยให้หลานสาวทำกับข้าวกันสองคนในครัว ต่างจังหวัดแบบนี้พอมืดก็มืดเลย มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่ส่องสว่างระหว่างเส้นทาง และไฟที่ติดตามหน้าบ้านของแต่ละหลัง ไม่เหมือนในกรุงเทพฯที่สว่างไสวตลอดทั้งคืน ยายจันที่กำลังจะดูทีวีเพลินสงสัย เมื่อเห็นแสงไฟจากรถส่องเข้ามาภายในบริเวณบ้าน
“หนูพายรถใครมาลูกดูเหมือนว่าจะมาบ้านเรานะ “
“เดี๋ยวพายไปดูเองค่ะยาย สงสัยลุงปานเอาผลไม้มาให้แน่เลยค่ะ เอ....แต่ว่าลุงปานบอกว่าจะเอามาให้พรุ่งนี้เช้านี่นาทำไมรีบจัง”
ไพลินเปิดไฟใต้ถุนและรอบรั้วบ้านก่อนที่จะวิ่งลงไปดูรถที่จอดอยู่หน้ารั้วบ้าน เข้าใจว่าเป็นลุงปานเอาผลไม้มาให้เธอ ลุงปานคงเปลี่ยนใจรั้วห่างจากตัวบ้านประมาณห้าสิบเมตร ไม่ใช่รถกระบะของลุงปาน แต่เป็นรถเก่งคันใหญ หญิงสาวยืนนิ่งเมื่อมองสบตากับคนที่อยู่ภายในรถถึงจะมองผ่านกระจก แต่เธอจำสายตาคมกริบและดุนั้นได้ดี
แดนไทยเปิดไฟหรี่จ้องมองมาที่ไพลิน ใจเขาเย็นลงมากแล้ว ภาพผู้หญิงตรงหน้าปล่อยผมยาว ใส่เสื้อผ้าลูกไม้สีขาวแขนกุดเข้ารูปเผยต้นแขนขาวเรียว ใส่ผ้าถุงปาเต๊ะลายแบบทางใต้ยาวถึงตาตุ่ม เขายอมรับว่าไพลินหุ่นดีมาก ไม่ได้แต่งเติมเสริมส่วนไหนเลย ธรรมชาติล้วนๆ รู้ว่าจะต้องเจอแต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้ เวลาที่อยู่ใกล้เด็กนี่เขาทำตัวไม่ค่อยถูกรู้สึกประหม่าบ่อยครั้ง
ไพลินทำตัวไม่ถูกยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่คิดว่าเขาจะมาถึงที่บ้านยาย คิดว่าไม่ค่อยปกติแน่นอน มีหลายคำถามผุดขึ้นในหัวของเธอ หญิงสาวสูดลมหายใจยาวเดินไปเปิดประตูรั้วบ้าน
แดนไทยเคลื่อนรถเก๋งคันใหญ่ของเขาไปจอดใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างๆ รถของไพลิน
“สวัสดีค่ะ คุณมาทำไมคะมีธุระแถวนี้หรือคะแล้วมาบ้านยายถูกได้ยังไงคะ”
ไพลินยกมือไหว้แดนไทย ถามคำถามรัวๆ เมื่อแดนไทยก้าวขาลงมาจากรถบอกไม่ถูกว่าเขารู้สึกอย่างไงเธอเดาอารมณ์เขาไม่ถูก
แดนไทยรับไหว้ เขาจ้องมองไพลินไม่วางตานึกพยายามข่มความรู้สึกหลากหลายอย่างเอาไว้ในใจ
“หนูพายใครมาเหรอลูก ตาปานหรือเปล่า” เสียงยายจันร้องถามหลานสาวเมื่อเห็นว่าข้างล่างเงียบ
“ทำไมไม่รับโทรศัพท์ ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าต้องรับทุกครั้งแล้วมาทำไมไม่บอก”
“เอ่อ...ฉัน” ไพลินพูดอะไรไม่ออกเหมือนอะไรมาปิดปากไว้
“แล้วไม่คิดจะเชิญฉันขึ้นบ้านเลยรึไง”
ไพลินเดินนำหน้าเขาขึ้นบ้าน นึกโมโหตัวเองที่พูดไม่ออก
“สวัสดีครับยาย”
“เอ่าคุณแดนไทย มาได้ยังไงค่ำๆ มืดๆ ยายก็ว่ารถใครมา นั่งๆ ก่อนคุณ” ยายดูตื่นเต้นมากเมื่อเห็นว่าคนที่เดินตามหลังไพลินมา เป็นแดนไทยไม่ใช่แค่ยายเท่านั้นบัวชมพูที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าครัวก็แปลกใจเหมือนกัน ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน รูปร่างที่สูงใหญ่เสียงดังก้องกังวาน หน้าตาน่ากลัวมากกว่าน่าดู แล้วเขามาทำไมที่บ้านสวน ดูท่าทางเพื่อนสนิทของเธอตกใจมากกว่ายินดี
“บังเอิญผมมาทำงานแถวนี้ครับยาย เห็นว่าบ้านยายอยู่แถวนี้เลยแวะ คิดว่าจะขอนอนค้างสักคืนครับ ผมขับรถกลับไม่ไหวแน่มืดแล้วด้วย”
“ไม่เป็นไรหรอกคุณ พักเสียที่นี่แหละไหนๆ ก็มาแล้ว พอดีเลยหนูพายกับเพื่อนกำลังทำกับข้าว กินข้าวเย็นเสียด้วยกันเลย”
“หนูพายเอาน้ำมาให้คุณเขาหน่อยซิลูกยืนนิ่งอยู่ทำไมล่ะ หนูพูด้วยมานี่ซิลูกมารู้จักคุณเขาไว้ คุณแดนไทยเขาเป็นเพื่อนบ้านคอนโดที่กรุงเทพฯของหนูพาย” ยายจันแนะนำเสร็จสรรพดูว่าจะชอบใจที่จะได้มีเพื่อนคุย
บัวชมพูยกมือไหว้แดนไทยด้วยท่าทางงงๆ เธอคิดว่ามันแปลกๆ ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ เพื่อนสนิทของเธอก็ท่าทางแปลกๆ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ นี่คุณบัวชมพูที่เป็นพยาบาลเพื่อนคนเดียวของไพลินใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ” รู้อีกว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของไพลิน บัวชมพูยิ่งมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ แล้วเขาคิดอะไรกับเพื่อนของเธอ บัวชมพูคิดว่าเขาไม่น่ามาทำงานอย่างที่บอก
“รบกวนด้วยนะครับ ผมเป็นเพื่อนบ้านของไพลินเอง”
“ดิฉันขอตัวไปทำกับข้าวต่อก่อนนะคะ ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ”
ไพลินยกน้ำดื่มมาให้แดนไทยแล้วขอตัวเข้าไปทำกับข้าวกับบัวชมพูต่อ อาการตอนนี้ของเธอเหมือนไม่มีสติไม่เชื่อสิ่งที่เขาบอกกับยายว่ามาทำงานแถวนี้ แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าบัวชมพูเป็นเพื่อนเธอ หญิงสาวใจไม่ดีเลยเขามีเจตนาอะไรกันแน่
ที่บ้านสวนของไพลินฤดูฝนวนมาอีกครั้งลมเย็นๆ พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างและประตูบ้านเรือนไทย ทำให้ทั้งบ้านอากาศดีเย็นสบาย เสียงนกร้อง เสียงไก่จากบ้านตาปานขันดังไกลมาถึงบ้านของไพลิน หลังฝนตกเพียงไม่กี่ครั้งต้นไม้ใหญ่รอบบ้านนับวันยิ่งสูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง จะผ่านมากี่ปีทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมหกโมงเช้าแล้วแดนไทยและไพลินยังคงนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง เขาตื่นนานแล้วแต่ยังไม่ลุกจากที่นอน ข้างกายเขาภรรยาแสนสวยยังไม่ตื่น ชายหนุ่มนอนมองภรรยาอย่างแสนรัก ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไม ยิ่งอยู่ด้วยกันจนมีลูกเขาก็ยังรักและยิ่งหลงไพลินมากขึ้นทุกวันไม่มีเบื่อเลย ไพลินมีน้ำมีนวลมากกว่าเมื่อสมัยเป็นสาว ถึงแม้ว่าจะมีลูกแฝด หุ่นของเธอก็กลับมาเท่าเดิมมีแถมยังเปล่งปลั่งมากกว่าสมัยเป็นสาวมาก อาจเป็นเพราะเธอออกกำลังกายเป็นประจำด้วยการว่ายน้ำวันเว้นวัน เหมือนเมื่อสมัยอยู่ที่เกาะสองคืนแล้วที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง ปู่กับย่ามารับลูกแฝดชายหญิงของเขาไปดูแล เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ลูกๆ ของเขาครบหนึ่งขวบ ปู่กับย่าอยากเลี้ยงหลาน เห่อหลานมาก ไม่ยอมกลับกรุงเทพฯเลย ปักหลักอยู่ที่บ้านสวนตลอด ทุกสัปดาห์
บ้านสวนของไพลิน แดนไทยจัดเตรียมที่นอนสำหรับไพลินอยู่ที่เตียงเล็กเสร็จแล้ว เขาสงสัยว่าอยู่ๆ ทำไมหญิงสาวนั่งมองหน้าเขานิ่งและนาน เหมือนคิดอะไรอยู่ เขาเชื่อว่าในความคิดนั้นต้องมีเขาอยู่ด้วยแน่ๆ“หนูพาย เป็นอะไรไปครับ มีอะไรหรือเปล่าเห็นนั่งนิ่งๆ นานแล้ว”“ฉันกำลังคิดว่าคุณเคยขอฉันแต่งงานไหม นอกจากบอกว่ารักและอยากอยู่ด้วย คือฉันกำลังงงกับตัวเองว่าถ้าฉันเป็นภรรยาคุณแล้ว ต่อไปเราจะอยู่กันยังไง เวลานี้เราเป็นแฟนกันใช่ไหม ความหวาดกลัว ความเกลียด ความรำคาญที่ฉันเคยมี มันหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และบางครั้งก็รู้สึกสบายใจเหมือนจะมีความสุข ฉันกำลังเรียบเรียงเรื่องราวอยู่ค่ะคิดมาหลายวันแล้ว”“ห่ะ ว่ายังไงนะ หนูพายพูดใหม่หน่อย พี่ไม่ได้หูฝาดใช่ไหม” แดนไทยก้าวขาไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวไพลิน หญิงสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ โต๊ะทำงาน เขานั่งลงคุกเข่าอยู่ต่อหน้าไพลินสองมือจับมือเรียวของเธอขึ้นมากุมไว้ เงยหน้ามองผู้หญิงที่เขารักเต็มตา“หนูพายใช่แล้วมันคือความรัก หนูไม่ได้รังเกียจพี่ สิ่งที่หนูรู้สึก
คุณทัตเทพและคุณดรุณีขอตัวพักผ่อนหลังจากที่พูดุคุยเรื่องของดารณี คนแก่สองคนตื่นเต้นนอกจากเรื่องของลูกชายคนโตแล้ว เรื่องของลูกสาวคนเล็กก็ทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่พองโต แดนไทยขอตัวขึ้นไปข้างบนหลังจากพ่อกับแม่เขาพักผ่อน ตรงไปที่ห้องของไพลิน"หนูดาไปไหนแล้วครับ""พอดีคุณมาร์คโทรมาค่ะเลยขอตัวไปคุยที่ห้องสักพักแล้ว""อ่อ พ่อกับแม่ตื่นเต้นกันใหญ่พอรู้ว่าหนูดามีคนสนใจ"แดนไทยนั่งเอนหลังบนโซฟาตัวเดียวกับไพลิน“คุณไม่ไปทำงานเหรอคะ”“พี่ทำงานที่บ้านได้ หนูพายถักอะไรอีกเหรอไหนว่าส่งลูกค้าหมดแล้ว”"ถักชุดเครื่องนอนแล้วก็พวกผ้าม่านประตู ม่านหน้าต่างให้พี่ดาค่ะ ช่วงนี้น่าจะว่างยาวก็เลยถักให้""แล้วไม่มีของตัวเองบ้างเหรอ ถักให้แต่คนอื่น""มีค่ะที่บ้านสวนเต็มเลย ที่คอนโดก็มี""พรุ่งนี้เราไปเก็บเครื่องประดับที่คอนโดกันไหม หนูพายจะได้ไปดูห้องด้วย ป่านนี้ฝุ่นคงเยอะมาก ล่าสุดที่พี่ไปนอนก็ถือว่าเยอะมากเลยนะ""คิดไว้เหมือนกันค่ะ เอ่อ....คุณคะฉันทำความสะอาดคอนโดเสร็จแล้วว่าจะกลับบัานสวนเลยค่ะ คิดไว้ว่าน่าจะอยู่ที
แดนไทยกับไพลินพักที่โรงแรมหกวันแล้ว ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เขาให้เกียรติหญิงสาวทุกอย่าง คอยดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง บางครั้งคิดน้อยใจไพลินนิ่งมาก ถึงจะให้ความสนิทสนมกับเขาเหมือนว่าจะมีใจ แต่ก็นิ่งเกิน ยิ่งเวลาที่ทำงาน เหมือนไม่มีเขาอยู่ด้วย“เป็นอะไรไปคะ เงียบจัง” ไพลินเริ่มรู้สึกว่าเงียบ ปกติแดนไทยจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาและเรื่องงานให้เธอฟังตลอด“กลัวหนูพายรำคาญ เดี๋ยวไม่มีสมาธิทำงาน” แดนไทยนอนอยู่ข้างๆ ไพลินที่กำลังนั่งถักกระเป๋า“ไม่รำคาญหรอกค่ะ กลัวคุณเบื่อมากกว่า วันๆ นั่งๆ นอนๆ เฝ้าฉันทำงาน” ไพลินวางมือจากการทำงานเอียงตัวมามองคนที่นอนข้างๆ อยู่แบบนี้ทุกวันตั้งแต่ขึ้นจากเกาะ“ขอดูมือหน่อยได้ไหม ทำไมขยันจังเลยตั้งใจจะทำถึงเมื่อไหร่กันเชียวไม่เบื่อหรือไงนะไพลินยื่นมือให้เขาอย่างว่าง่าย ทำเอาคนที่นอนอยู่ยิ้มจนตาหยีดึงมือของไพลินมาวางไว้ที่หัวใจตัวเอง“ข้างนี้ใช่ไหมที่ซ้นหายดีแล้วนะ” เขาถามทั้งที่หลับตาอยู่“หายดีแล้วค่ะ ทำงานได้สบายๆ เลย”“วันพรุ่งนี
บ้านกิจษานุรักษ์ คุณทัตเทพและคุณดรุณีกำลังปรึกษากันเรื่องแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองคนดีใจที่ทั้งคู่ตกลงพูดคุยกันได้ ดีใจกับลูกชายที่สุด พ่อกับแม่ทุกข์ใจช่วงระยะเวลาเกือบ 1 ปี ที่แดนไทยจมจ่ออยู่กับความเสียใจไม่เป็นอันทำงานทำการ เสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ไพลินต้องไปลำบากระหกระเหินอยู่แห่งหนใดก็ไม่รู้ ลูกทุกข์เท่าไหร่ พ่อแม่ทุกข์หนักยิ่งกว่า แดนไทยก็เหลือเกิน ดื่มตลอดเวลาทำใจไม่ได้ ครึ่งปีแรกเกือบเอาชีวิตไม่รอดครึ่งปีหลังมาต้องจับเข่าคุยกัน พ่อแม่แก่ลงทุกวัน น้องสาวทำงานคนเดียวทุกคนขอร้องให้เขากลับมาทำงาน จะได้ว่างเว้นจากการรู้สึกผิดบ้าง ดีขึ้นมานิดหน่อย ก็ยังไม่วายดื่มลดลงเพียงเล็กน้อย แดนไทยอยู่บ้านสวนและคอนโดของไพลินตลอด กลับบ้านแค่เสาร์อาทิตย์ ร่างกายซูบผอมไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยผมยาวรุงรัง คุณทัตเทพล้มป่วยเพราะเหนื่อยจากการทำงานหนักนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้แดนไทยคิดไทยรู้ว่าตัวเองทำผิดกับครอบครัว ผิดกับไพลินแล้วยังไม่พอ ยังมาต้องทำให้พ่อแม่น้องลำบาก หลังจากนั้นคุณทัตเทพและคุณดรุณีก็ได้เห็นว่าแดนไทยกลับมาทำงาน และทำหนักกว่าเดิมเขาทุ่มเทกับงานไม่สนใจเรื่องอื่น ทำจนไม่มีเวลาพ
ช่วงเวลาที่อยู่บนเกาะกับไพลิน แดนไทยมีความสุขมาก เขาทำงานได้ติดต่อธุรกิจได้เหมือนเดิมไม่มีปัญหาเลย ต่อไปนี้ไม่ว่าไพลินจะไปที่ไหน เขาก็จะตามไปทุกที่ ฝนซานักท่องเที่ยวเริ่มขึ้นไปทำธุระบนฝั่ง รวมทั้งแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองเก็บเสื้อผ้าทุกอย่างไปหมด ไพลินคิดว่าจะไม่กลับมาแล้ว เธอจะแวะไปดูบ้านที่กำลังสร้าง หลังจากนั้นจะกลับบ้านสวนไปใช้ชีวิตปกติของเธอ พิเศษหน่อยที่ครั้งนี้เธอมีคนติดตาม เชื่อว่าเขาไม่ปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวแน่ๆ เริ่มกังวัลกับบ้านที่จะกำลังสร้าง ในเมื่อบ้านสวนยังเป็นของเธอ ก็ไม่อยากมีบ้านที่นี่แล้ว ตัวคนเดียวจะมีทำไมหลายหลังแดนไทยจองโรงแรมใกล้ๆ กับหมู่บ้านของไพลิน เขาเป็นคนจ่ายทั้งหมดห้ามไม่ให้ไพลินจ่าย เขาเห็นแบบบ้านแล้วชอบ ไพลินกับเขาชอบอะไรคล้ายๆ กัน ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองหรอกมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ที่เมืองนี้โรงแรมเยอะสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวรถของรีสอร์ทไปส่งทั้งสองคนที่โรงแรมที่จองไว้ แดนไทยประทับใจเขาได้พูดคุยกับเจ้าของรีสอร์ท มีโอกาสเขาต้องกลับไปอีกแน่“ฉันขอแวะซื้อเสื้อผ้าใหม่สักชุดนะคะ ของคุณด้วยว่าจะซักผ้าที่มาจากเกาะค่ะ ติดทรายเต็มเล







