LOGINไพลินตื่นแต่เช้าพร้อมยายเตรียมตัวกลับบ้านสวนกัน หญิงสาวเก็บเสื้อผ้านิดหน่อย สองคนยายหลานรวมกันก็แค่สองกระเป๋า เธอพายายออกเดินทางแต่เช้า ตั้งใจไว้ว่าจะพายายแวะกินข้าวเช้าระหว่างทาง หรือไม่ก็ซื้อง่ายๆ ขึ้นมากินบนรถ ยายจันดูมีความสุขมากที่จะได้กลับบ้าน รีบโทรหาลุงปานที่ฝากให้เฝ้าสวนเฝ้าบ้านว่ากำลังจะกลับแล้ว และเหมือนว่ายายจะลืมผู้ชายห้องตรงข้ามไปเลย คงเพราะดีใจได้กลับบ้านสักที ดีเธอชอบ
ไพลินขับรถอย่างระมัดระวัง กะเวลาไว้ว่าไม่น่าเกินสองชั่วโมงคงถึงบ้าน เอาเข้าจริงๆ ก็เกือบสามชั่วโมงเพราะสองยายหลานแวะตลอดทาง หญิงสาวพายายแวะคาเฟ่ แวะกินข้าวกลางวัน แวะตลาดต้นไม้ มีพันธ์ุ์ไม้หลายอย่างที่ยายอยากได้ อีกสัปดาห์เธอต้องเอารถกระบะมาขนต้นไม้ที่ยายจองไว้หลายต้นมากมัดจำไว้แล้วด้วย ดูยายมีความสุขมากเธอเองก็ใจฟูที่ได้ทำให้ยายมีความสุข
“หนูพายแวะตลาดสดให้ยายหน่อยนะลูก”
“ได้เลย อยากอยากซื้ออะไรคะ”
“ยายว่าจะหาซื้อพวกวัตถุดิบไว้ทำกับข้าว ดอกไม้ ผลไม้ เตรียมไว้ไปวัด ถ้ายายจำไม่ผิดวันมะรืนนี้วันพระใช่ไหมลูก”
“ใช่ค่ะ แต่พายว่าซื้อพรุ่งนี้ดีกว่า ยายนั่งรถมาไกลเหนื่อยแล้ว เดี๋ยวพายซื้อเองดี ไม่ต้องห่วงยายแค่บอกว่าอยากได้อะไรพายจัดให้เลย”
กว่าที่สองยายหลานจะถึงบ้านก็เกือบบ่ายสามโมงเย็น เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขจริงๆ ไพลินโตมากับต่างจังหวัด เธอชอบอากาศโปร่งๆ โล่งๆ แบบนี้มันสดชื่นดี และหายใจสะดวก พระอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้าสมกับเป็นต่างจังหวัดจริงๆ
ลุงปานคนดูแลสวนดีใจที่เธอกับยายกลับบ้านสักที ทั้งครอบครัวต่างก็รอ ยายมีของมาฝากทุกคนแถมจ่ายค่าจ้างเฝ้าบ้านให้ลุงด้วย ลุงปานไม่รับ บอกว่าเฝ้าให้เฉยๆ ไพลินเลยต้องขอร้องให้ลุงปานรับไปเดี๋ยวยายไม่สบายใจ ยายก็เป็นแบบนี้ใจดีมีเมตตากับคนทั่วไป
ลุงปานรายงานว่า บ้านและสวนเรียบร้อยดี บ้านใกล้เรือนเคียงต่างก็ถามหายาย เพราะหลายวันพระแล้วไม่เห็นยายไปวัดเลย หน้าตาของยายดูแจ่มใสและมีความสุขจริงๆ
“หนูพายเสียดายนะที่เราไม่ได้บอกลาคุณแดนไทยเขา”
“เขาไม่เห็นเราก็คงรู้ค่ะว่าเราไม่อยู่แล้ว ไม่ต้องสนใจเขาหรอกค่ะยาย จริงๆ เรายังไม่รู้เลยนะคะว่าเขาเป็นใครทำงานอะไร เผื่อบางทีเขาอาจไม่ใช่คนดีก็ได้นะคะยาย”
“แต่ยายเชื่อว่าเขาเป็นคนดีนะ ถึงจะไม่รู้พื้นฐานครอบครัวเขาก็เถอะ” ยายจันคิดแบบที่พูดจริงๆ
“สำหรับพาย ไม่ไว้ใจเขาเลยค่ะ และไม่อยากรู้จักสนิทสนมกับเขาในใจมันมีความรู้สึกว่าเขาไม่จริงใจ เหมือนมีอะไรแอบแฝง การรู้จักพบกันระหว่างเรากับเขามันแปลกๆ ค่ะยาย แล้วพายก็ไม่ชอบนิสัยของเขาด้วย รู้จักกันไม่เท่าไหร่ ทำเป็นมาเจ้ากี้เจ้าการบังคับนั่นบังคับนี่ แบบว่าต้องทำแบบนั้นแบบนี้ ทำเหมือนตัวเองเป็นญาติผู้ใหญ่ พายไม่ชอบ เรารู้จักกันแค่นั้นก็พอค่ะยาย และดูเหมือนว่าเขาก็จะไม่รู้ตัวด้วยนะคะ ว่าล้ำเส้นเกินไป กับยายเขาอาจพูดดี แต่กับพายเขาพูดไม่เข้าหูเลย บอกตรงๆ ว่าไม่ชอบคนลักษณะแบบนี้เลย”
ยายจันนิ่งไปเมื่อได้ฟังหลานสาวพูด ไพลินเป็นคนมีเหตุผลถึงแม้บางอย่างจะไม่ถูกใจหญิงชรามากนักก็ตาม เช่นเรื่องนี้ ไพลินเป็นคนไม่พูดเยอะ ชอบก็บอกชอบไม่ชอบก็บอกไม่ชอบไม่ถูกใจใครก็พาตัวเองออกมาไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย ยายจันรู้ว่าหนูพายของนางไม่ชอบใจนักที่นางพูดดีและทำดีกับแดนไทย และที่หลานสาวพานางกลับต่างจังหวัดเพราะไม่อยากเสวนากับผู้ชายคนนั้น ยายจันพอจะรู้ว่าแดนไทยคิดยังไงกับหลานสาว แต่ถ้าหนูพายไม่ชอบหญิงชราก็ยอมรับไม่ว่าอะไร ยายจันรู้ว่าตัวเองอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน เลยอยากจะให้หลานมีคนคอยดูแลก็เท่านั้นเอง
ห่วงว่าป่านนี้หลานสาวคนเดียวยังไม่มีแฟน ไม่ใช่ว่าไม่มีคนมาสนใจ มีมากมายแต่หนูพายของยายไม่สนใจเขาเอง ก่อนที่จะจากโลกนี้ไปยายจันก็อยากจะให้ไพลินมีคนมาดูแล แต่ถ้าเขายังไม่เจอคู่ครองของเขาพอใจที่จะอยู่เป็นโสดก็ไม่เป็นไร ลำพังทรัยพ์สินเงินทองที่ยายจันทิ้งไว้ให้หลาน ก็มากมายถึงจะมีครอบครัวก็ใช้ไม่หมดยายตามใจหลานสาวพอใจอยากอยู่คนเดียวก็อยู่ ยายจันกับหลานนิสัยค่อนข้างคล้ายกันบทจะคิดมากก็คิด บทจะไม่คิดมากก็ไม่คิดเลย
“เดี๋ยวพายทำตารางพบหมอให้ยายดีกว่า ยายจะได้ไม่ลืม พายเองก็จะได้ไม่ลืมด้วย”
“ดีเหมือนกันลูกว่าแต่ว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ วันอะไร”
สองยายหลานหัวเราะพร้อมกัน “ยังไม่ทันไรเลยนะคะยายลืมแล้วเหรอคะ”
“คนแก่ก็แบบนี้ล่ะลูก มีหนูพายมาอยู่ด้วยยายค่อยอุ่นใจเวลาไปหาหมอเกรงใจหนูชมพูเขา ต้องมาเป็นภาระพายายไปพบหมอ จะใช้ตาปานก็แก่แล้วหูตาก็ไม่ค่อยจะดี”
"ยายคะ พ่ายมาอยู่ด้วยแล้วไม่ต้องห่วงนะคะ พายจะดูแลยายเอง พายจะเป็นคนพายายไปหาหมอ"
มื้อเย็นไพลินลงมือทำกับข้าวเองไม่อยากให้ยายเหนื่อย เธอทำเผื่อไว้ให้ยายใส่บาตร วิถีชีวิตแบบเดิมๆ สมัยที่ยังเด็กกลับมาอีกครั้งหญิงสาวพอใจกับการใช้ชีวิตแบบนี้ เธอพอที่จะทำอาหารคาวหวานเป็น เพราะตั้งแต่เด็กแม่และยายสั่งสอนมาบ้าง เมื่อคราวที่ไปเรียนที่กรุงเทพฯเธอก็ทำอาหารกินเองเป็นประจำ คืนแรกที่บ้านสวนกว่าที่สองยายหลานจะได้นอนก็เกือบสี่ทุ่มไพลินหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
ตื่นมาอีกครั้งก็คือตีห้าครึ่งหญิงสาวเก็บมุ้งสีขาวที่กางคลุมเตียงใหญ่ เอาจริงๆ เธอชอบนอนกางมุ้งเพราะติดมาตั้งแต่เด็กบ้านเรือนไทยของยายหลังใหญ่ ห้องที่ไพลินนอนใหญ่พอๆ กับห้องของยายทุกอย่างเป็นไม้ทั้งหมดเธอชอบมาก มันช่างแตกต่างกับคอนโดที่กรุงเทพฯอารมณ์ต่างกันมาก ห้องของเธอที่คอนโดก็กางมุ้ง และเป็นคนที่ติดผ้าห่มมากไม่มีใครรู้นอกจากบัวชมพูกับยาย
หกโมงเช้าทุกอย่างพร้อมไพลินยกถาดที่มีขันข้าวสวยอาหารคาวหวาน น้ำเปล่าไปวางที่โต๊ะหน้าบ้าน ยายจันเดินตามหลังหลานสาวมารอใส่บาตร ยายใส่ผ้าโสร่งปาเต๊ะแบบตัดสำเร็จเสื้อผ้าลูกไม้สีขาวมีกระเป๋าด้านหน้าสองข้าง ข้างซ้ายมีซิปข้างขวาไม่มีซิปสมัยเด็กๆ ยายใส่เงินเหรียญไว้ประจำ ไพลินหยิบไปซื้อขนมบ่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่ากระเป๋าแค่นั้นยายเก็บเงินสดไว้ได้เยอะมาก อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่ยายก็ย้ายเงินไปไว้ที่เสื้อตัวใหม่ ในกระเป๋ายายจะมีเงินห้าร้อยบาทและถ้าใช้จ่ายเงินออกไปเท่าไหร่ ยายจะเติมให้ครบห้าร้อยเหมือนเดิม
ไพลินแต่งตัวเหมือนยาย แต่เสื้อผ้าลูกไม้ของเธอจะเข้ารูปมีกระเป๋าสองข้างเหมือนของยายผ้าถุงปาเต๊ะลายแบบทางใต้สองยายหลานมีเยอะมาก เพราะชอบทั้งคู่ไพลินเห็นที่ไหนก็ซื้อฝากยายและของตัวเอง สมัยทำงานเธอไม่ค่อยมีโอกาสได้ใส่ กลับมาอยู่บ้านใส่ทุกวันก็ยังไม่ครบ
“ยายจ๋าเดี๋ยวกินข้าวเช้าเสร็จพายขอไปรับชมพูมาที่บ้านนะคะ วันหยุดอยากมานอนที่บ้านเราค่ะ”
“ดีๆ ลูกไม่ต้องรีบนะกลางวันยายมีกับข้าวแล้ว ไปพักผ่อนกับเพื่อนเถอะลูก”
“ยายไม่ต้องทำกับข้าวเย็นนะคะ เดี๋ยวพายกลับมาทำเอง”
ยานจันมองตามรถของหลานสาวไปจนลับสายตา จากนั้นหญิงชรากลับขึ้นบ้านจัดการงานสานตะกร้าหวายของตัวเองที่ละทิ้งไปนานต่อไปเงียบๆ ตั้งใจไว้ว่าจะสานให้เสร็จจะได้ใส่อาหารไปวัด บ้านทั้งบ้านเงียบได้ยินแค่เสียงนกร้องบนต้นไม้ใหญ่ เสียงลมพัดใบไม้กระทบกันฟังแล้วเพราะดี พวกสรรพสัตว์ที่อยู่รอบบริเวณบ้านสวน เหมือนจะรู้ว่าเจ้าของบ้านกลับมาแล้วต่างส่งเสียงร้องเหมือนทักทาย ไม่นานก็เงียบหายไป ระหว่างที่สานตะกร้ายายจันผู้ท่องบทสวดมนต์ไปด้วยเบาๆ หญิงชราปฏิบัติแบบนี้เป็นประจำ ทำให้มีสมาธิทำงานเสร็จเร็ว
ไพลินขับรถตรงไปหาบัวชมพูที่โรงพยาบาล มีสายโทรเข้าหญิงสาวจอดรถเพื่อดูว่าใครโทรมา กรองกาญนี่นา
"สวัสดีค่ะพี่กรอง มีอะไรหรือเปล่าคะดีใจนะคะที่พี่โทรมา"
"พายอยู่ที่ไหนแล้วยังอยู่ที่กรุงเทพฯไหม"
"พายอยู่ต่างจังหวัดค่ะพี่กรอง พายายกลับมาบ้านสวนแล้ว"
"พอดีพี่มีงานด่วน มันเกี่ยวกับที่พายเคยทำพี่หาเอกสารไม่เจอ ไม่รู้ว่าพายพอจะจำได้ไหม"
"พี่กรองต้องใช้ด่วนมากขนาดไหนคะ พายขอกลับไปดูที่โน๊ตบุคที่บ้านก่อนได้ไหมคะเผื่อมีเหลืออยู่บ้าง แต่พายกลัวว่าจะไม่มีแล้ว เพราะตั้งแต่ออกมาพายก็ลบข้อมูลของบริษัทฯออกหมดเลย"
"ด่วนมากเลยพาย เจ้านายต้องการด่วนพี่ก็งงเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นงานที่พายทำด้วย น้องใหม่ก็ยังไม่รู้งานพวกนี้ พี่เองก็ไม่ถนัด"
"ใจเย็นๆ ก่อนนะคะพี่กรอง ถ้าหาไม่เจอจริงๆ เดี๋ยวพายเข้ากรุงเทพฯไปดูให้ค่ะ"
"พี่เกรงใจพายจังเลย เพิ่งจะกลับต่างจังหวัดแท้ๆ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่กรอง พายขับรถแป๊ปเดียวเองไม่ต้องเกรงใจนะคะ"
"ขอบใจมากนะพาย ขอบใจมากงานนี้มันสำคัญกับพี่มากเลย ที่สำคัญกว่าคือเจ้านายต้องการด่วนที่สุด"
กรองกาญวางสายไปแล้ว ไพลินถอนหายใจเธอเพิ่งจะกลับมาบ้านสวนได้ยังไม่เท่าไหร่ ก็ต้องกลับเข้ากรุงเทพฯอีกแล้วเหรอเนี้ย มีสายโทรเข้ามาอีก เธอจำได้ว่าเป็นเบอร์ของแดนไทย ไพลินปิดเสียงแล้วขับรถต่อไปหาบัวชมพูที่โรงพยาบาล คิดไปตลอดทางไม่อยากไปกรุงเทพฯเลย แต่ก็รับปากกรองกาญไปแล้ว ตั้งใจว่าจะออกแต่เช้าเข้าบริษัทฯเลย และจะพยายามทำงานให้เสร็จแล้วเดินทางกลับบ้านสวน หวังว่างานจะเสร็จตามที่เธอวางแผนไว้
"ชมพูนี่หอบผ้ามาทำไมเยอะแยะ ที่บ้านพายก็มีพูก็ใส่ได้"
"ไม่เป็นไรพูไม่อยากให้พายซัก เกรงใจ"
"เกรงใจอะไรกัน ทำยังกับไม่รู้จักพายงั้นแหละ"
"บ้านเราร้านอาหารร้านกาแฟเกิดขึ้นใหม่เยอะมากเลยนะพู ตกลงเรากินข้าวกลางวันที่ไหนดี"
"ใช่ นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น คนรวยขึ้นมั้งมีคนมาหาซื้อที่ดินแถวนี้เพิ่มมากขึ้น บางร้านก็ไม่ใช่คนบ้านเรา"
"เปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ก็ดีนะเมื่อวานผ่านตลาดสดคนเยอะมาก ดีใจกับพ่อค้าแม่ค้า"
"พายเห็นไหมว่าตลาดหน้าโรงพยาบาลคึกคักมาก เดี๋ยวคืนนี้เราไปถนนคนเดินกันไหมมีของกินเยอะเลย"
"ดีเหมือนกันนะ เผื่อได้ดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง ถ้ากลับมาอยู่บ้านดูแลยายเฉยๆ พายคงเบื่อ ต้องหาอะไรทำ"
"ดีเหมือนกัน เอาจริงๆ นะพายพูเริ่มเบื่อแล้ว งานไม่เท่าไหร่แต่คนนี้สุดยอดมากเลย พูเจอแต่คนที่คอยแต่จะเอาเปรียบ"
"ธรรมดาพูที่ไหนก็มีปัญหาเหมือนกัน ไม่ว่างานราชการหรือเอกชน ถ้าไม่อยากมีปัญหาต้องมีกิจการเป็นของตัวเอง"
"อย่างพูเนี้ยเหรอ นอกจากดูแลคนป่วยแล้ว ยังคิดไม่ออกเลยว่าตัวเองจะทำอะไรเป็นนอกจากนี้ บางทีนะพายพูอยากเรียนภาษาเพิ่มอีกสักหน่อย แล้วจะไปทำงานพยาบาลที่ต่างประเทศ ถ้าทนไม่ไหว พูพูดจริงๆ นะ แต่อีกใจก็ห่วงพ่อแม่น้อง คิดหลายอย่างเลยพาย"
"พายก็เคยคิดนะ ว่าอยากไปหางานทำที่ต่างประเทศ แต่ก็ห่วงยาย คงเป็นแค่ความฝัน เอาเป็นว่าใจเย็นๆ ก่อน โอกาสยังไม่เป็นของเรา เดี๋ยววาสนาก็มา บางทีนะชมพูอาจจะได้เป็นคุณนายแบบเจอมหาเศรษฐี ไม่ต้องทำงานอะไรเลย วันๆ ก็ทำแค่ คอยดูแลบ้านอย่างเดียวก็ได้นะ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะพูเป็นนางฟ้าชุดขาวเป็นคนดี อนาคตของพูต้องดีเชื่อพาย เราต้องเชื่อแบบนี้นะ แล้วมันจะเป็นจริงอย่างที่เราเชื่อ"
"ขนาดนั้นเลยเหรอพาย พูจะพยายามเชื่อพายนะ" บัวชมพูหัวเราะกับคำพูดของเพื่อน ซึ่งเธอคิดว่าไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย
บัวชมพูเลือกร้านอาหารใกล้ภูเขาอากาศดีมาก จังหวัดที่สองสาวอาศัยอยู่กันไม่ไกลจากรุงเทพฯมากนัก นักท่องเที่ยวอยากกินอาหารป่า หรืออาหารทะเลก็หากินได้ง่าย ไพลินตื่นตาตื่นใจกับความเปลี่ยนแปลงของจังหวัด ระหว่างที่สองสาวกินข้าวกลางวันด้วยกัน แดนไทยโทรหาไพลินอีกสองครั้ง แต่หญิงสาวไม่รับ
"ใครโทรมาพาย เรื่องงานหรือเปล่า เห็นโทรมาหลายครั้งแล้ว ทำไมไม่รับล่ะ"
"ไม่ใช่หรอก ไม่ได้สำคัญอะไร กินข้าวต่อเถอะ"
หลังกินข้าวกลางวันกันเสร็จเรียบร้อย สองสาวมุ่งหน้าไปร้านกาแฟ ร้านออกแบบได้สวย น่านั่งเหมือนที่กรุงเทพฯเลย แต่ดีกว่าเพราะสถานที่กว้างขวางมีที่จอดรถ ที่สำคัญมีที่ให้ถ่ายรูป สองสาวมีความสุขผลัดเปลี่ยนกันถ่ายรูป เป็นคนโสดนี่ดีแบบนี้นี่เอง ทำอะไรก็อิสระ กว่าทั้งสองจะออกจากร้านกาแฟ ก็บ่ายสองกว่าแล้ว ไพลินตั้งใจว่าจะกลับไปทำกับข้าวเย็นไว้ให้ยายแล้วจะออกมาเดินเที่ยวที่ถนนคนเดิน
หญิงสาวรีบขับรถพาบัวชมพูกลับบ้าน แดนไทยโทรมาอีกสองครั้ง ครั้งนี้นอกจากจะไม่สนใจและกดบล็อคเบอร์โทรและไลน์ทันทีเหมือนกัน
ที่บ้านสวนของไพลินฤดูฝนวนมาอีกครั้งลมเย็นๆ พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างและประตูบ้านเรือนไทย ทำให้ทั้งบ้านอากาศดีเย็นสบาย เสียงนกร้อง เสียงไก่จากบ้านตาปานขันดังไกลมาถึงบ้านของไพลิน หลังฝนตกเพียงไม่กี่ครั้งต้นไม้ใหญ่รอบบ้านนับวันยิ่งสูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง จะผ่านมากี่ปีทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมหกโมงเช้าแล้วแดนไทยและไพลินยังคงนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง เขาตื่นนานแล้วแต่ยังไม่ลุกจากที่นอน ข้างกายเขาภรรยาแสนสวยยังไม่ตื่น ชายหนุ่มนอนมองภรรยาอย่างแสนรัก ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไม ยิ่งอยู่ด้วยกันจนมีลูกเขาก็ยังรักและยิ่งหลงไพลินมากขึ้นทุกวันไม่มีเบื่อเลย ไพลินมีน้ำมีนวลมากกว่าเมื่อสมัยเป็นสาว ถึงแม้ว่าจะมีลูกแฝด หุ่นของเธอก็กลับมาเท่าเดิมมีแถมยังเปล่งปลั่งมากกว่าสมัยเป็นสาวมาก อาจเป็นเพราะเธอออกกำลังกายเป็นประจำด้วยการว่ายน้ำวันเว้นวัน เหมือนเมื่อสมัยอยู่ที่เกาะสองคืนแล้วที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง ปู่กับย่ามารับลูกแฝดชายหญิงของเขาไปดูแล เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ลูกๆ ของเขาครบหนึ่งขวบ ปู่กับย่าอยากเลี้ยงหลาน เห่อหลานมาก ไม่ยอมกลับกรุงเทพฯเลย ปักหลักอยู่ที่บ้านสวนตลอด ทุกสัปดาห์
บ้านสวนของไพลิน แดนไทยจัดเตรียมที่นอนสำหรับไพลินอยู่ที่เตียงเล็กเสร็จแล้ว เขาสงสัยว่าอยู่ๆ ทำไมหญิงสาวนั่งมองหน้าเขานิ่งและนาน เหมือนคิดอะไรอยู่ เขาเชื่อว่าในความคิดนั้นต้องมีเขาอยู่ด้วยแน่ๆ“หนูพาย เป็นอะไรไปครับ มีอะไรหรือเปล่าเห็นนั่งนิ่งๆ นานแล้ว”“ฉันกำลังคิดว่าคุณเคยขอฉันแต่งงานไหม นอกจากบอกว่ารักและอยากอยู่ด้วย คือฉันกำลังงงกับตัวเองว่าถ้าฉันเป็นภรรยาคุณแล้ว ต่อไปเราจะอยู่กันยังไง เวลานี้เราเป็นแฟนกันใช่ไหม ความหวาดกลัว ความเกลียด ความรำคาญที่ฉันเคยมี มันหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และบางครั้งก็รู้สึกสบายใจเหมือนจะมีความสุข ฉันกำลังเรียบเรียงเรื่องราวอยู่ค่ะคิดมาหลายวันแล้ว”“ห่ะ ว่ายังไงนะ หนูพายพูดใหม่หน่อย พี่ไม่ได้หูฝาดใช่ไหม” แดนไทยก้าวขาไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวไพลิน หญิงสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ โต๊ะทำงาน เขานั่งลงคุกเข่าอยู่ต่อหน้าไพลินสองมือจับมือเรียวของเธอขึ้นมากุมไว้ เงยหน้ามองผู้หญิงที่เขารักเต็มตา“หนูพายใช่แล้วมันคือความรัก หนูไม่ได้รังเกียจพี่ สิ่งที่หนูรู้สึก
คุณทัตเทพและคุณดรุณีขอตัวพักผ่อนหลังจากที่พูดุคุยเรื่องของดารณี คนแก่สองคนตื่นเต้นนอกจากเรื่องของลูกชายคนโตแล้ว เรื่องของลูกสาวคนเล็กก็ทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่พองโต แดนไทยขอตัวขึ้นไปข้างบนหลังจากพ่อกับแม่เขาพักผ่อน ตรงไปที่ห้องของไพลิน"หนูดาไปไหนแล้วครับ""พอดีคุณมาร์คโทรมาค่ะเลยขอตัวไปคุยที่ห้องสักพักแล้ว""อ่อ พ่อกับแม่ตื่นเต้นกันใหญ่พอรู้ว่าหนูดามีคนสนใจ"แดนไทยนั่งเอนหลังบนโซฟาตัวเดียวกับไพลิน“คุณไม่ไปทำงานเหรอคะ”“พี่ทำงานที่บ้านได้ หนูพายถักอะไรอีกเหรอไหนว่าส่งลูกค้าหมดแล้ว”"ถักชุดเครื่องนอนแล้วก็พวกผ้าม่านประตู ม่านหน้าต่างให้พี่ดาค่ะ ช่วงนี้น่าจะว่างยาวก็เลยถักให้""แล้วไม่มีของตัวเองบ้างเหรอ ถักให้แต่คนอื่น""มีค่ะที่บ้านสวนเต็มเลย ที่คอนโดก็มี""พรุ่งนี้เราไปเก็บเครื่องประดับที่คอนโดกันไหม หนูพายจะได้ไปดูห้องด้วย ป่านนี้ฝุ่นคงเยอะมาก ล่าสุดที่พี่ไปนอนก็ถือว่าเยอะมากเลยนะ""คิดไว้เหมือนกันค่ะ เอ่อ....คุณคะฉันทำความสะอาดคอนโดเสร็จแล้วว่าจะกลับบัานสวนเลยค่ะ คิดไว้ว่าน่าจะอยู่ที
แดนไทยกับไพลินพักที่โรงแรมหกวันแล้ว ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เขาให้เกียรติหญิงสาวทุกอย่าง คอยดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง บางครั้งคิดน้อยใจไพลินนิ่งมาก ถึงจะให้ความสนิทสนมกับเขาเหมือนว่าจะมีใจ แต่ก็นิ่งเกิน ยิ่งเวลาที่ทำงาน เหมือนไม่มีเขาอยู่ด้วย“เป็นอะไรไปคะ เงียบจัง” ไพลินเริ่มรู้สึกว่าเงียบ ปกติแดนไทยจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาและเรื่องงานให้เธอฟังตลอด“กลัวหนูพายรำคาญ เดี๋ยวไม่มีสมาธิทำงาน” แดนไทยนอนอยู่ข้างๆ ไพลินที่กำลังนั่งถักกระเป๋า“ไม่รำคาญหรอกค่ะ กลัวคุณเบื่อมากกว่า วันๆ นั่งๆ นอนๆ เฝ้าฉันทำงาน” ไพลินวางมือจากการทำงานเอียงตัวมามองคนที่นอนข้างๆ อยู่แบบนี้ทุกวันตั้งแต่ขึ้นจากเกาะ“ขอดูมือหน่อยได้ไหม ทำไมขยันจังเลยตั้งใจจะทำถึงเมื่อไหร่กันเชียวไม่เบื่อหรือไงนะไพลินยื่นมือให้เขาอย่างว่าง่าย ทำเอาคนที่นอนอยู่ยิ้มจนตาหยีดึงมือของไพลินมาวางไว้ที่หัวใจตัวเอง“ข้างนี้ใช่ไหมที่ซ้นหายดีแล้วนะ” เขาถามทั้งที่หลับตาอยู่“หายดีแล้วค่ะ ทำงานได้สบายๆ เลย”“วันพรุ่งนี
บ้านกิจษานุรักษ์ คุณทัตเทพและคุณดรุณีกำลังปรึกษากันเรื่องแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองคนดีใจที่ทั้งคู่ตกลงพูดคุยกันได้ ดีใจกับลูกชายที่สุด พ่อกับแม่ทุกข์ใจช่วงระยะเวลาเกือบ 1 ปี ที่แดนไทยจมจ่ออยู่กับความเสียใจไม่เป็นอันทำงานทำการ เสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ไพลินต้องไปลำบากระหกระเหินอยู่แห่งหนใดก็ไม่รู้ ลูกทุกข์เท่าไหร่ พ่อแม่ทุกข์หนักยิ่งกว่า แดนไทยก็เหลือเกิน ดื่มตลอดเวลาทำใจไม่ได้ ครึ่งปีแรกเกือบเอาชีวิตไม่รอดครึ่งปีหลังมาต้องจับเข่าคุยกัน พ่อแม่แก่ลงทุกวัน น้องสาวทำงานคนเดียวทุกคนขอร้องให้เขากลับมาทำงาน จะได้ว่างเว้นจากการรู้สึกผิดบ้าง ดีขึ้นมานิดหน่อย ก็ยังไม่วายดื่มลดลงเพียงเล็กน้อย แดนไทยอยู่บ้านสวนและคอนโดของไพลินตลอด กลับบ้านแค่เสาร์อาทิตย์ ร่างกายซูบผอมไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยผมยาวรุงรัง คุณทัตเทพล้มป่วยเพราะเหนื่อยจากการทำงานหนักนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้แดนไทยคิดไทยรู้ว่าตัวเองทำผิดกับครอบครัว ผิดกับไพลินแล้วยังไม่พอ ยังมาต้องทำให้พ่อแม่น้องลำบาก หลังจากนั้นคุณทัตเทพและคุณดรุณีก็ได้เห็นว่าแดนไทยกลับมาทำงาน และทำหนักกว่าเดิมเขาทุ่มเทกับงานไม่สนใจเรื่องอื่น ทำจนไม่มีเวลาพ
ช่วงเวลาที่อยู่บนเกาะกับไพลิน แดนไทยมีความสุขมาก เขาทำงานได้ติดต่อธุรกิจได้เหมือนเดิมไม่มีปัญหาเลย ต่อไปนี้ไม่ว่าไพลินจะไปที่ไหน เขาก็จะตามไปทุกที่ ฝนซานักท่องเที่ยวเริ่มขึ้นไปทำธุระบนฝั่ง รวมทั้งแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองเก็บเสื้อผ้าทุกอย่างไปหมด ไพลินคิดว่าจะไม่กลับมาแล้ว เธอจะแวะไปดูบ้านที่กำลังสร้าง หลังจากนั้นจะกลับบ้านสวนไปใช้ชีวิตปกติของเธอ พิเศษหน่อยที่ครั้งนี้เธอมีคนติดตาม เชื่อว่าเขาไม่ปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวแน่ๆ เริ่มกังวัลกับบ้านที่จะกำลังสร้าง ในเมื่อบ้านสวนยังเป็นของเธอ ก็ไม่อยากมีบ้านที่นี่แล้ว ตัวคนเดียวจะมีทำไมหลายหลังแดนไทยจองโรงแรมใกล้ๆ กับหมู่บ้านของไพลิน เขาเป็นคนจ่ายทั้งหมดห้ามไม่ให้ไพลินจ่าย เขาเห็นแบบบ้านแล้วชอบ ไพลินกับเขาชอบอะไรคล้ายๆ กัน ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองหรอกมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ที่เมืองนี้โรงแรมเยอะสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวรถของรีสอร์ทไปส่งทั้งสองคนที่โรงแรมที่จองไว้ แดนไทยประทับใจเขาได้พูดคุยกับเจ้าของรีสอร์ท มีโอกาสเขาต้องกลับไปอีกแน่“ฉันขอแวะซื้อเสื้อผ้าใหม่สักชุดนะคะ ของคุณด้วยว่าจะซักผ้าที่มาจากเกาะค่ะ ติดทรายเต็มเล







