LOGIN“ปะเปล่า...เปล่าค่ะ” ปรินดาตอบเสียงสั่น พยายามหลบสายตาคมกล้าที่จ้องมองมาอย่างกดดัน
“งั้นก็เข้ามาสิ เร็ว!! อย่ามัวแต่ยืนอ้ำอึ้ง” ดรัณผลักประตูห้องนอนใหญ่ให้เปิดกว้างขึ้น ก่อนจะพยักหน้าเชิงคำสั่งให้เธอเดินเข้าไปภายในอาณาจักรส่วนตัวของเขา ปรินดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก้าวเข้าสู่ความอันตรายเต็มตัว เธอรีบพาร่างบางข้ามธรณีประตูเข้าไปอย่างรวดเร็วก่อนที่พายุอารมณ์ของเขาจะปะทุขึ้นอีก
“อยู่ที่นี่ให้รู้ว่าเธอคือผู้หญิงของฉัน” ระยะเวลาห้าเดือนที่เธอต้องแลกด้วยอิสรภาพและเรือนร่าง หากเธอทำให้เขาพึงพอใจ หนี้สินทั้งหมดที่เธอไม่ได้ก่อจะถูกลบเลือนไป แต่หากไม่... เขาจะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของเธอแต่เพียงผู้เดียว
“หนี้ที่ครอบครัวฉันติดค้างพ่อคุณ... ฉันจะชดใช้ให้ทั้งหมดเมื่อครบกำหนดห้าเดือน แต่คุณช่วยกรุณาปล่อยฉันไปได้ไหมคะ ฉันสัญญาว่าจะไปทำงานหาเงินมาคืนคุณให้ครบตามจำนวน” ปรินดารวบรวมความกล้าเอ่ยขออิสรภาพอีกครั้งทั้งที่ความหวังเหลืออยู่เพียงน้อยนิด
“ไม่ต้องกลัวหรอก เธอได้ใช้ให้หนี้ฉันแน่... และก็ไม่ต้องเหนื่อยออกไปหางานทำที่ไหนหรอก” ดรัณยิ้มที่มุมปาก สายตาร้อนแรงลุกวาวจ้องมองผ่านชุดนอนแพรบางเบาที่เนียนลู่ไปกับส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างมีความหมาย
ดรัณเอนกายลงบนเตียงกว้าง ท่าทางคุกคามทว่าเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางเพศอย่างล้นเหลือ เขามองร่างบางที่ยืนแข็งทื่ออยู่ปลายเตียงด้วยแววตาของผู้ล่าที่กำลังสำรวจเหยื่ออันโอชะ
“เธอ... มีชื่อเล่นไหม”
“มีค่ะ...”
“ชื่อว่าอะไร”
“แก้มค่ะ”
“อืม... ชื่อน่ารักซะด้วย มานั่งใกล้ๆ ฉันนี่มา... แก้ม”
ปรินดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก บีบมือตัวเองแน่นเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะค่อยๆ สาวเท้าไปนั่งลงที่ขอบเตียง มือหนาเอื้อมมาเชยคางมนขึ้น สัมผัสจากปลายนิ้วที่สางผมดำสลวยของเธออย่างเบามือทำให้เธอขนลุกชันไปทั้งร่าง
“วันนี้... ฉันยังไม่พร้อม ขอผัดไปก่อนได้ไหมคะ” เธออ้อนวอนด้วยสายตาสั่นระริก
“แล้วเธอจะพร้อมวันไหนล่ะ ไม่ว่าวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ เธอก็ต้องเป็นผู้หญิงของฉันอยู่ดี อย่าคิดมากไปเลยน่า...”
“ฉันขอเถอะค่ะ ไว้พร้อมกว่านี้แล้วฉันจะบอกคุณเอง”
“ถ้าฉันบอกว่าไม่ได้ล่ะ”
“แต่ว่า...”
“ถอดเสื้อผ้าของเธอออกซะ แก้ม อย่าทำให้ฉันหงุดหงิด” คำสั่งสั้นๆ ทว่าทรงพลังอำนาจทำเอาปรินดาสะดุ้งโหยง น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดนั้นทำให้เธอรู้ว่าไม่มีที่ว่างสำหรับการต่อรองอีกต่อไป
ใบหน้าสวยหวานร้อนผ่าวจนเป็นสีระเรื่อ มือบางสั่นเทายามที่ต้องเอื้อมไปถอดเสื้อคลุมกองไว้กับพื้น ก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนทีละเม็ดอย่างอ้อยอิ่ง เผยให้เห็นผิวขาวนวลเนียนและเนินอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้บราเซียลูกไม้สีหวาน ดรัณกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาเอื้อมมือมาจับข้อมือนิ่มของเธอไว้ ก่อนจะเป็นฝ่ายจัดการพันธนาการที่เหลือด้วยความชำนาญ
เมื่อปราศจากอาภรณ์ห่อหุ้ม เรือนร่างอรชรดุจนาฬิกาทรายก็ปรากฏแก่สายตา ดรัณที่ตอนนี้เหลือเพียงกางเกงสแล็กเพียงตัวเดียวจ้องมองร่างบางตรงหน้าด้วยความปรารถนาที่พุ่งปรี๊ด
“ไม่น่าเชื่อ ว่าเธอจะซ่อนรูปขนาดนี้”
พูดจบเขาก็โน้มตัวเข้าหา มือหนาเชยคางมนขึ้นเพื่อสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววตระหนกราวกับลูกนกตกน้ำ ริมฝีปากจิ้มลิ้มเผยอออกน้อยๆ อย่างหวาดหวั่น เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากร่างเล็กในอ้อมแขน
“ขอร้องเถอะค่ะ คือว่าฉันยังไม่เคย”
“อย่ากลัวไปเลย... ฉันจะสอนทุกอย่างให้เธอเอง”
สิ้นคำพูด ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ฉกวูบลงมาปิดปากนุ่มนิ่มทันที ปรินดาตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวตอบโต้ จนชายหนุ่มต้องผละออกมาเล็กน้อย
“เริ่มจากการจูบนะ เธอทำเป็นมั้ย”
ปรินดาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้และประทับจูบอย่างแผ่วเบาเพียงสัมผัสภายนอก ทว่าดรัณกลับไม่พอใจเพียงเท่านั้น เขาเป็นฝ่ายรุกราน รวบตัวเธอให้ลงไปนอนใต้ร่างก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างรุนแรงทว่าเร่าร้อนดูดดื่ม ปรินดาเผยอปากรับสัมผัสแปลกใหม่ที่รุกล้ำเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ทีนี้เธอลองจูบฉัน... ให้ทั่วทั้งตัว”
เสียงทุ้มพร่าสั่งชิดริมฝีปาก ปรินดาที่ตกอยู่ในภวังค์พิศวาสทำตามอย่างเงอะงะ ใบหน้าหวานซุกไซ้ไปตามแผงอกแกร่งกํายําที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม มือนุ่มบีบคลึงเปะปะไปตามอารมณ์ที่เริ่มคุโชน ทั้งที่เธอไม่เคยมีประสบการณ์แม้แต่จูบด้วยซ้ำ
“แก้ม!!... นี่เธอไม่เคยจริง ๆ เหรอเนี่ย” เขาถามด้วยความประหลาดใจ
“ฉันก็บอกคุณไปแล้วนี่คะ คุณจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ”
“ตอนนี้ฉันยังไม่เชื่อ...จนกว่าฉันจะได้พิสูจน์”
จบคำ ปลายจมูกโด่งและริมฝีปากหนาก็ซุกไซ้ไปตามซอกคอหอมกรุ่น ลากผ่านเนินอกอวบอิ่มและจุดอ่อนไหวอย่างจงใจ ความรู้สึกประหลาดจู่โจมหัวใจดรัณ เขาอยากจะสั่งสอนเธอด้วยวิธีป่าเถื่อนในแบบของชายฉกรรจ์ แต่กลับทำไม่ลง... ลึกๆ ในใจเขากลับรู้สึกโหยหาการทะนุถนอมร่างเล็กนี้อย่างประหลาด
บทเพลงรักเริ่มบรรเลงด้วยจังหวะที่โหมกระหน่ำและเร่าร้อนขึ้นตามแรงอารมณ์ ดรัณจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายของทั้งคู่ออกจนหมดสิ้น ร่างสูงใหญ่กำยำทาบทับลงมาบนร่างนุ่มนิ่ม สัมผัสจากผิวเนื้อที่เสียดสีกันอย่างแนบชิดเรียกเสียงครางแผ่วออกจากลำคอระหง
“อื้อ! จะ... เจ็บค่ะ โอ๊ย! เบาหน่อย... คุณดรัณ อึ๊ย! แก้มเจ็บ... ขอร้องเถอะค่ะ อย่าเอาเข้าไปเลย!”
ดรัณชะงักสะโพกสอบไว้ทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงต้านและความคับแคบที่ผิดปกติเกินกว่าที่เขาคาดคิด ชายหนุ่มถอนกายออกมาเล็กน้อย มองดูใบหน้าสวยที่เหยเกด้วยความเจ็บปวดอย่างสงสัย ‘นี่เขาเป็นคนแรกของเธอจริงๆ หรือ?’
“แม่เลี้ยงบอกฉันว่าเธอยังไม่เคย... แต่ฉันก็ไม่เชื่อหรอกนะ ทว่าตอนนี้ฉันเริ่มจะเชื่อขึ้นมาจริงๆ แล้วสิ ของเธอโคตรฟิตเลยแก้มจ๋า... อื้มมม ซี๊ดดด!!” เขาครางเครือในลำคอ เสียงพร่าพลางกดจูบลงบนริมฝีปากหวานล้ำอีกครั้งเพื่อดับความรุ่มร้อนที่กำลังปะทุ
“คุณดรัณ... ช่วยเอาออกก่อนได้ไหมคะ แก้มเจ็บจริงๆ อะ... อร๊ายยย อื้อออ... ขอร้องเถอะค่ะ” เสียงหวานสั่นพร่าอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร ตอกย้ำความใสซื่อของเด็กสาวจนดรัณยอมถอดถอนตัวตนออกมาชั่วคราว
ปรินดารู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ร่างกายร้อนผ่าวราวจับไข้ ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความตระหนก
“อดทนอีกนิดเดียว... เมื่อกี้มันเกือบจะเข้าหมดแล้ว”
“คุณดรัณ แต่แก้มเจ็บจริงๆ นะคะ...”
“ฉันรู้... ฉันรู้ แต่ฉันอยากให้เธออดทนอีกนิดเดียวเท่านั้น... ได้ไหมคนดี?” ดรัณกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงปลอบประโลมที่ทำให้ใจสาวสั่นไหว
“ค่ะ... ค่อยๆ นะคะ”
ดรัณยันกายขึ้นเหนือร่างบาง จ่อสัดส่วนความเป็นชายที่พองขยายด้วยความปรารถนาเข้ากับกลีบดอกไม้งามอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ กดแทรกตัวตนเข้าไปอย่างเนิบช้าและหนักแน่น
“โอ๊ยยย.......กรี๊ด!!!!!!!”
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดพร้อมหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะพาดหางตาทำเอาดรัณชะงักค้างไปทั้งร่าง ความคับแน่นและเยื่อบางๆ ที่เขาเพิ่งทะลวงผ่านไปเป็นคำตอบชั้นดี หญิงสาวใต้ร่างคือสาวพรหมจรรย์ที่ขาวสะอาดอย่างแท้จริง
“แก้ม... ฉันเชื่อแล้วว่าเธอไม่เคยจริงๆ” ดรัณตะลึงงัน ความรู้สึกผิดและคึกคะนองปะปนกันจนแยกไม่ออก แต่ในนาทีนี้พายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำทำให้เขาไม่อาจหยุดตัวเองได้อีกแล้ว เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนก่อนจะกดแทรกตัวตนเข้าไปจนสุดทางรักในครั้งเดียว!
“เอาออกก่อนได้ไหมคะ... แก้มไม่ไหวแล้วจริงๆ... ฮือออ”
“ได้สิ... คนสวย เดี๋ยวฉันจะปลุกเร้าเธอใหม่”
ดรัณเริ่มบทปรนเปรอใหม่ด้วยความใจเย็น มือหนาบีบเค้นทรวงอกอิ่มอย่างหนักหน่วงสลับเบามือ ปลุกอารมณ์รัญจวนให้ฟื้นคืน สมองของเธอขาวโพลนไปหมดเมื่อยอดอกชูชันถูกดูดกลืนเข้าสู่ปากร้อนของเขา ชายหนุ่มทั้งดูดเม้มและใช้ปลายลิ้นตวัดหยอกเย้าจนคนตัวเล็กแอ่นกายรับด้วยความเสียวซ่าน
ไฟพิศวาสแผดเผาจนมอดไหม้ ปรินดาหยัดกายเข้าหาเขาอย่างลืมตัว ยามที่เรียวลิ้นร้อนลากผ่านจุดอ่อนไหวกลางกายสาวอย่างช่ำชอง
“อีกครั้งนะแก้ม... น้ำของเธอออกมาเต็มแล้ว รับรองว่าครั้งนี้มันจะไม่เจ็บ”
น้ำหวานสีใสซึมออกมาเป็นการต้อนรับภมรหนุ่มตัวแรกที่จะเข้ามาเชยชมกุหลาบงามดอกนี้ ดรัณก้มลงจูบซับหยาดน้ำตาและบดจูบปิดปากนุ่มเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เขาแช่กายในความนุ่มนิ่มที่ตอดรัดเป็นจังหวะอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มขยับกายเนิบนาบ ปากก็พร่ำปลอบโยนด้วยถ้อยคำหวานหูที่ทำให้เธอเคลิบเคลิ้ม
“ค่ะ... เบาๆ นะคะ...”
ไม่นานนัก ความเจ็บปวดที่เคยมีก็แปรเปลี่ยนเป็นความความรัญจวนอันแสนทรมาน สองร่างสอดประสานขับกล่อมดนตรีแห่งปรารถนาท่ามกลางกองไฟที่โหมกระหน่ำ ปรินดาหลงลืมทุกสิ่ง แม้แต่หนี้สินหรือสัญญาที่ผูกมัด... มีเพียงสัมผัสเร่าร้อนและตัวตนอันทรงพลังของชายตรงหน้าที่สลักลึกลงในใจและร่างกายของเธอในค่ำคืนนี้อย่างถาวร
รถตู้เสียหลักหมุนคว้างก่อนจะไถลตกข้างทางจนฝุ่นตลบอบอวล ไอ้เข้มที่สะบักสะบอมตะเกียกตะกายออกมาพร้อมกับจิกกลุ่มผมของปรินดาอย่างไร้ความปรานี มันกระชากร่างเธอให้ลุกขึ้นเพื่อใช้เป็นโล่มนุษย์“มึงลงมานี่ นังตัวดี! อย่าคิดหนีเชียวนะ!” ไอ้เข้มตะโกนก้อง มือหนึ่งล็อคคอแน่นจนเธอหายใจไม่ออก อีกมือถือปืนจ่อที่ขมับปรินดาเจ็บจนน้ำตาคลอ ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความเชื่อมั่นในตัวสามีทำให้เธอรวบรวมความกล้า ในจังหวะที่ไอ้เข้มเผลอหันไปมองดรัณ หญิงสาวก็ตัดสินใจกัดเข้าที่แขนของมันสุดแรงเกิด“โอ๊ย! อีสารเลว!” ไอ้เข้มร้องลั่น สะบัดแขนออกด้วยความเจ็บปวด ปรินดาฉวยโอกาสทองนั้นผลักตัวออกแล้วออกวิ่งทันที ชุดเจ้าสาวที่ยาวเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการวิ่งหนี แต่เธอก็ไม่ยอมหยุดปัง! ปัง! เสียงปืนจากดรัณดังก้องไปทั่วบริเวณ เขาไล่ยิงสกัดลูกน้องของไอ้เข้มไม่ให้ตามภรรยาของเขาไปได้ แต่ไอ้เข้มและสมุนร่างยักษ์อีกสองคนวันนี้มันกัดไม่ปล่อย พวกมันวิ่งตามจนทันปรินดาที่เสียหลักและเกือบจะล้ม“จับมันไว้!” ไอ้เข้มสั่งการ ลูกน้องคนแรกพุ่งเข้าหาแต่ปรินดาไม่ได้ยืนรอความตายเพียงอย่างเดียว เธอรวบรวมแรงเตะเข้าที่กลางกล่องดวงใจของมันอย่างแรง
ลินลี่จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนรับสัมผัสที่น่ารังเกียจนั้นไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นคาวกามและรสชาติแห่งความอัปยศแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ขณะที่นายตี้ยังคงกดทับและขยี้เน้นจังหวะสุดท้ายเพื่อให้หยาดหยดแห่งกามารมณ์ไหลลึกเข้าไปในกายหล่อนจนหมดสิ้นเมื่อพายุสวาทสงบลง นายตี้ผละออกพลางหอบหายใจอย่างสุขสมแล้วไปทิ้งตัวนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ทิ้งให้ลินลี่นอนหายใจโรยรินในสภาพห้อยหัว เส้นผมสยายระพื้น ใบหน้าแดงก่ำจากแรงดันเลือดและคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม นางเอกสาวพลางยกหลังมือขึ้นปาดริมฝีปากอย่างช้าๆ แววตาที่เคยพร่าเบลอกลับมานิ่งสนิทและเย็นเยียบกว่าเดิมเธอเดินไปกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ ก่อนจะล้วงเข้าไปหยิบขวดเล็ก ๆ ออกมาแล้วเทผงพิษสีขาวลงในแก้วน้ำเย็นจัด“ดื่มน้ำหน่อยนะคะพี่ตี้... จะได้มีแรง” เธอบอกอย่างออดอ้อนเอาใจ ตากล้องหนุ่มที่กำลังเหนื่อยหอบจากการหักโหมพละกำลัง คว้าแก้วมรณะมากระดกน้ำเย็นเฉียบจนหมดรวดเดียวโดยไม่เฉลียวใจ ทว่าเพียงอึดใจเดียว... ร่างที่เคยคร่อมทับอยู่ก็เริ่มเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาของมันเบิกโพลง ลมหายใจติดขัด ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ก่อนจะขาดใจตายคาอกของลินลี่ในสภาพเปลือยเปล่
กิตติกรหันมายิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะโน้มตัวลงสวมกอดร่างบางที่ยังคงสั่นเทา“พี่... ใจเย็นๆ นะคะ ของพี่ใหญ่ ลินลี่กลัวเจ็บ” เธอครางบอกเสียงสั่น ในขณะที่แววตาคนตรงหน้ามีแต่ความหื่นกระหายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาเอื้อมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างรีบร้อน ลินลี่ มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่เธอก็ไร้ซึ่งทางเลือก“ลินลี่ขอนะคะ พี่ห้ามเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปหรืออัดคลิปเด็ดขาด ถ้าลินลี่เห็น ลินลี่จะหนีพี่ไปไกล ๆ จนไม่ให้พี่เห็นลินลี่ได้อีก” เธอสั่งเสียงแข็ง หวังปกป้องศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงเศษเสี้ยว“โธ่!!... น้องลินลี่จ๋า ใครจะกล้าทำแบบนั้นกับนางเอกในดวงใจล่ะครับ พี่แค่ชอบเก็บความทรงจำไว้ในหัวเท่านั้นแหละ รูปถ่ายที่ได้มาก็ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหน” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะจัดการกับชุดของเธอที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เรือนร่างขาวเนียนปราศจากอาภรณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่ไม่ใส่ถุงนะ พี่อยากได้สดๆ อยากสัมผัสลินลี่จริงๆ เดี๋ยวพี่เพิ่มให้ลินลี่อีกแสนหนึ่ง!”อำนาจเงินตราทำให้ลินลี่ต้องเงียบเสียงลง เธอพยักหน้าช้าๆ ยอมแลกทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด เขาไม่รอช้า พลิกร่างบางให้ดี
ภายในห้องโดยสารที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานแผ่วเบา ลินลี่จ้องมองสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาด้วยหัวใจที่เต็นรัวแรง ความใหญ่โตของ อาวุธร้ายของชายตรงหน้าทำให้เธอถึงกับลอบกลืนน้ำลาย ความยิ่งใหญ่ที่ผงาดง้ำสู้แสงไฟจากหน้าปัดรถดูน่าเกรงขามจนอดีตนางเอกสาวแทบหยุดหายใจ“ทำไมของพี่... มันใหญ่ขนาดนี้ล่ะคะ สงสัยลินลี่ต้องปวดกรามแน่ ๆ ” เธอเอ่ยเสียงพร่าพลางช้อนสายตามองคนที่กำลังขับรถด้วยแววตาที่สั่นระริก ทั้งหวาดหวั่นและท้าทายในคราวเดียวกัน“ไม่ชอบเหรอ ใหญ่ ๆ แบบนี้เสียวดีนะรู้มั้ย” หนุ่มใหญ่แค่นยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ก่อนจะจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยหวานที่กำลังตื่นตระหนก“รับรองเลยลินลี่จะต้องมีความสุข เวลาที่โดนพี่จับกระแทกแรงๆ ”“จริงเหรอคะ...” คำถามสั้นๆ ของลินลี่แฝงไปด้วยจริตที่เริ่มก่อตัวขึ้นตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แม้ในใจจะขยะแขยงเพียงใด แต่ภาพตัวเลขเงินหนึ่งแสนบาทที่เขาโอนให้นั้นกลับมีอำนาจเหนือกว่าศักดิ์ศรีที่ลินลี่ค่อยๆ โน้มตัวลงต่ำ หวีดหวิวไปกับลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มที่รดรินอยู่เหนือศีรษะ เธอรวบผมยาวสลวยไปไว้ด้านหลัง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวสวยลูบไล้ไปตามความยา
บรรยากาศรอบกายยามบ่ายที่น่าอึดอัดขณะที่วิกรมขับรถตามลินลี่มาอย่างห่าง ๆ ก่อนจะจอดซุ่มดูอยู่ฝั่งตรงข้ามของโรงแรมม่านรูดที่ห่างไกลผู้คน ดวงตาคมกริบที่ผ่านโลกมามากจับจ้องไปยังประตูห้องพักที่กำลังจะเปิดออก หัวใจของหนุ่มใหญ่กระตุกวูบเมื่อเห็นร่างคุ้นตาของนางเอกสาวที่เดินเคียงคู่มากับตากล้องอย่างสนิทสนมเกินควรผู้บริหารสูงวัยไม่รอช้ายังไงวันนี้เขาต้องกระชากหน้ากากจอมปลอมของนางเอกจอมลวงโลกออกมาให้ได้ วิกรมก้าวลงจากรถอย่างช้าๆ ด้วยท่วงท่าที่สุขุม“คุณวิกรม!” ลินลี่อุทานลั่น ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันควันราวกับคนจับไข้ สภาพของนางเอกสาวในดวงใจดูยับเยินจนน่าอดสู เส้นผมที่เคยจัดทรงสวยยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ เสื้อผ้ามีแต่รอยยับย่นฟ้องถึงกิจกรรมเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาด ๆ โดยเฉพาะรอยแดงจางๆ ที่ซอกคอขาวผ่องนั้น มันคือหลักฐานชั้นดีที่กระชากสติของวิกรมให้ขาดสะบั้น เธอรีบสะบัดมือออกจากแขนของนายตี้ทันที ส่วนตากล้องจอมหื่นพอเห็นนายจ้าง ก็ถึงกับหน้าถอดสี รีบก้มหน้าเดินหนีหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นางเอกสาวเผชิญชะตากรรมอยู่เพียงลำพังเขาจ้องมองผู้หญิงที่เขาเคยรักและทะนุถนอมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียด
ทันทีที่จัดการเรื่องแม่เลี้ยงใจร้ายเสร็จสิ้น ดรัณก้าวเดินขึ้นไปยังชั้นบนของคฤหาสน์ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ทว่าความเหนื่อยล้าทั้งหมดกลับมลายหายไปเพียงแค่ผลักประตูห้องนอนเข้าไปแล้วพบกับปรินดาหญิงสาวอยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวสีครีมสว่าง ผ้าซาตินเนื้อนุ่มทิ้งตัวลงมาเพียงครึ่งขาอ่อนเนียนละเอียด ผมยาวสลวยถูกปล่อยให้ทิ้งตัวลงเคลียไหล่มน เรียวปากอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูระเรื่อแวววาวชวนให้ลิ้มลอง เธอส่งรอยยิ้มละมุนที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาสว่างไสว“ใครมาหาพี่รัณหรือคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงกังวานใส“เปล่าหรอกจ้ะ พี่แค่คุยงานกับนายสินนิดหน่อย” ชายหนุ่มปั้นคำโกหกเพื่อปกป้องความรู้สึกของคนรัก เขาจะไม่มีวันให้เรื่องเน่าเฟะของแม่เลี้ยงมาแผ้วพานความสุขของเธอเด็ดขาด “แก้มหิวอะไรไหม?”“ไม่ค่ะช่วงนี้แก้มต้องไดเอท”“ถ้าอย่างนั้นรอพี่ตรงนี้นะ พี่อาบน้ำเสร็จแล้วจะมาคุยด้วย”หลังจากชำระล้างร่างกายจนสดชื่น ดรัณเดินออกมาเห็นภรรยาสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงกว้าง เขาไม่รอช้ารีบคว้าหนังสือเล่มนั้นออกห่างจากมือเธอ แล้วทิ้งตัวลงนอนหนุนตักนุ่มของหญิงสาวทันที“ทุกทีเลยพี่รัณเนี่ย เมื่อไหร่จะแก้นิสัยนี้สักทีคะ”“แก้







