LOGIN“ครบกำหนดเมื่อไหร่... คุณจะไม่ได้เจอหน้าฉันอีก” หญิงสาวโพล่งออกมา
“อย่าคิดหนีฉัน เพราะเธอไม่มีสิทธิ์หนีฉันพ้นหรอกแก้ม” ดรัณเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันแต่แฝงไปด้วยความหวงแหน
“ตอนนี้ฉันไม่หนีหรอก... จะอยู่ใช้หนี้คุณทุกบาททุกสตางค์ จนกว่าคุณจะพอใจ”
“แม่เลี้ยงขายเธอให้ฉัน... มันไม่เกี่ยวกับหนี้สินที่เธอติดค้างพ่อฉันหรอกนะแก้ม มันคนละเรื่องกัน”
“คุณอย่ามาโกงนะ! ไหนเราตกลงกันแล้วไง” หญิงสาวประท้วง ผุดลุกขึ้นมองหน้าเขาด้วยความไม่พอใจ
“ห้าเดือนที่ฉันยอมตกลง... เธอต้องทำให้ฉันพอใจจริง ๆ เสียก่อน เธอคิดเหรอว่าหนี้ตั้งหลายล้าน นอนกับฉันแค่ห้าเดือนมันจะชดใช้หมด”
“ขอร้องเถอะ... ฉันไม่ใช่เมียคุณนะ”
“ต้องให้ฉันตอกย้ำอีกรึไงหืม์... นอนเอากันขนาดนี้ ไม่เรียกเมียจะให้เรียกว่าอะไร” ดรัณยียวนพลางรวบเอวบางเข้าหาตัว
“นางบำเรอ... ฉันเป็นได้แค่นั้นในสายตาคุณ”
“อย่าพูดแบบนั้นสิ ฉันไม่เคยคิดกับเธอแบบนั้นนะแก้ม...” ดรัณกระชับอ้อมกอด เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง
“เราเป็นเนื้อคู่กันต่างหากล่ะ คิดดูนะ... ถ้าพ่อฉันไม่ป่วย เราคงไม่ได้เจอกันหรอก” คำพูดที่ดูเหมือนไม่อยากสานต่องานบิดาทำให้ปรินดาสงสัย จนอดถามไม่ได้
“ฉันว่าจะถามอยู่เหมือนกัน... คุณเป็นลูกของท่านสมยศจริงๆ เหรอคะ ทำไมฉันไม่เคยเห็นคุณเลย”
“ใช่ครับ... แต่ฉันไปทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ที่เกาะน่ะ”
“แล้วคุณทำอะไรอยู่ที่เกาะเหรอคะ?”
“สัมปทานรังนก...”
“อ๋อ... แล้วอยู่จังหวัดอะไรคะ”
“ทางใต้น่ะ... พัทลุง”
“แบบนี้ก็ต้องเป็นนายหัว... ใช่ไหมคะ?” ปรินดาเลิกคิ้วมองชายหนุ่มที่มีออร่าความดิบเถื่อน
“ใช่... ถ้าลูกน้องฝั่งเกาะก็จะเรียกฉันว่านายหัว” ดรัณยิ้มมุมปาก พลางลูบไล้แขนเนียน
“ถ้าพ่อฉันหายดีแล้ว... เธอจะไปอยู่กับฉันที่เกาะได้ไหม”
“อืม... ฉันอยากไปนะ แต่ฉันยังเรียนไม่จบเลย”
“อยู่ปีไหนแล้วล่ะ”
“ปี 4 ค่ะ เดี๋ยวเปิดเทอมแก้มต้องกลับไปเรียนแล้ว... คุณคงไม่ห้ามนะคะ”
“ไม่ห้ามหรอก ฉันจะคอยรับส่งเธอเอง... เหลืออีกแค่เทอมเดียวใช่ไหม” เมื่อเห็นเธอพยักหน้าเขาจึงเอ่ยถามต่อ
“ดีแล้ว เรียนจบไปอยู่กับฉันนะแก้ม”
“ถ้าถึงวันนั้น... แก้มค่อยให้คำตอบคุณได้ไหมคะ”
“แล้วเธอเรียนคณะไหนล่ะ?”
“บัญชีค่ะ เทอมสุดท้ายแค่ฝึกงานผ่าน...ก็จบแล้ว”
“ดีเลย งั้นเธอไปฝึกงานที่บริษัทฉันสิ ฉันมีสาขาอยู่ที่นี่เหมือนกัน แต่น้องสาวเป็นคนดูแล” ดรัณจ้องมองใบหน้าหวานด้วยแววตาหลงใหล
“ฉันชอบนะเวลาที่เธอแทนตัวเองว่าแก้มนะ... มันน่ารักดี”
“เธอช่วยเรียกฉันว่า พี่รัณได้ไหม” เขากระซิบที่ข้างหู และขบเม้มติ่งหูเล็ก ๆ อย่างหยอกเย้าจนเธอขนลุกซู่
“คุณรัณ...”
“พี่รัณสิ ไม่ใช่คุณรัณ... ” ดรัณยกร่างบางขึ้นมาวางบนตัวเขา ให้เธอนั่งทับอยู่บนแผงอกแกร่ง
“ค่ะ... พี่รัณ” เธอเรียกเสียงสั่นพร่า
“ดีมาก... เป็นเด็กดีแบบนี้สิถึงจะน่ารัก”
“อย่าค่ะ... พอแล้ว คืนนี้พี่รัณได้แก้มไปแล้ว แก้มขอแค่คืนละครั้งได้ไหมคะ” ปรินดาละล่ำละลักบอกเสียงสั่น เมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งขึงร้อนผ่าวที่กลับมาดุนดันสะโพกมนอีกครั้งอย่างเอาแต่ใจ
“คืนละครั้งเดียวมันไม่น้อยไปหน่อยเหรอ... หืม” ดรัณพึมพำชิดใบหูหอมกรุ่น ก่อนจะออกแรงรั้งร่างบางให้เอนตัวลงทาบทับแผงอกแกร่งของเขาอย่างรวดเร็ว
“อย่าค่ะพี่รัณ! ปล่อยแก้มเถอะ พี่รู้ไหมว่าตอนนี้ตามตัวแก้มมีแต่รอยจูบของพี่เต็มไปหมดแล้ว” เธอประท้วงพลางมองสำรวจรอยรักสีกุหลาบที่เขาฝากไว้ตามผิวเนื้อขาวนวล
“ไม่ปล่อย... บอกแล้วไงว่าอยู่ที่นี่ห้ามดื้อกับพี่” มือใหญ่เลื่อนขึ้นมากดท้ายทอยเล็กให้โน้มลงมา จนริมฝีปากนุ่มประกบเข้ากับเรียวปากหนา ดรัณไล้ปลายลิ้นไปตามกลีบปากบางเพื่อขอทาง ทว่าความดื้อดึงของเด็กสาวทำให้เขาต้องส่งเสียงคำรามในลำคออย่างขัดใจ
“ให้พี่จูบหน่อยสิครับ... คนดี”
น้ำเสียงอ้อนวอนที่แฝงไปด้วยอำนาจทำให้ปรินดาใจอ่อนย้วย เธอค่อยๆ เผยอริมฝีปากรับเรียวลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้ามาเกี่ยวกวัดอย่างกระหาย ร่างที่เคยแข็งเกร็งเริ่มอ่อนระทวย ดรัณมอบจูบที่ดุดันและลึกซึ้งเพื่อสั่งสอนคนช่างประท้วงให้รู้ซึ้งถึงความต้องการของเขา
“แก้มจ๋า... เป็นของพี่คนเดียวนะ” เขาขยับกระซิบเสียงพร่า พลางพลิกกายให้เธอลงไปรองรับอำนาจอยู่เบื้องล่าง
“พี่รัณ... อ๊ะ... อื้มมม”
“อยากให้พี่ช่วยก่อนไหม จะได้ไม่เจ็บ” ดรัณเอ่ยถึงการปรนเปรอด้วยเรียวลิ้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้กุหลาบงาม
“ทำหน่อยก็ดีค่ะ... มันคงช่วยลดความเจ็บไปได้เยอะเลย”
“งั้นท่าหกเก้านะ... พี่ก็อยากให้แก้มช่วยพี่ด้วยเหมือนกัน”
“ค่ะ...” ปรินดาตอบรับเสียงเบาหวิว สองร่างสลับตำแหน่งสอดประสานกันเพื่อมอบความรัญจวน ลิ้นร้อนของนายหัวหนุ่มตวัดชิมน้ำหวานจากเกสรดอกไม้อย่างตะกละตะกลาม ในขณะที่ปรินดาก็พยายามเรียนรู้ที่จะมอบความสุขให้เขาคืนกลับไปตามสัญชาตญาณที่เขาปลุกปั่น
พายุสวาทในค่ำคืนนี้ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นตามความโหยหาของนายหัวหนุ่ม ดรัณโน้มใบหน้าลงต่ำ สองมือแกร่งแยกเรียวขาขาวผ่องออกจากกัน ก่อนจะใช้ปลายลิ้นร้อนระอุรากไล้และตวัดเลียเนินเนื้ออวบอูมที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวานอย่างตะกละตะกลาม
“อ๊ะ... พี่รัณ... อื้ม อย่าแรงค่ะ แก้มเสียวว อื้ยยย!!!”
ปรินดาครางลั่น ร่างบางบิดร่อนไปตามจังหวะลิ้นที่รุกรานจุดอ่อนไหวอย่างช่ำชอง ความวาบหวามทำให้เธอเผลอไผลใช้มือเรียวขยุ้มเส้นผมของเขาเพื่อระบายความรัญจวน ขณะที่ดรัณเองก็เร่งเร้าจังหวะลิ้นจนเด็กสาวแทบขาดใจ ในขณะเดียวกันเธอก็พยายามเรียนรู้ที่จะตอบสนองเขา ปรินดาโน้มตัวลงไปครอบครองแท่งรักที่แข็งขึงของเขาไว้ในโพรงปากนุ่ม ทั้งดูดดึงและรูดไล้ตามสัญชาตญาณที่ถูกปลุกเร้าจนชายหนุ่มครางซี๊ดออกมา
ดรัณปรนเปรอเธอด้วยลิ้นจนร่างบางกระตุกเกร็ง ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหวอีกต่อไป ชายหนุ่มลุกขึ้นสบตาที่ปรือปรอยของเธอ แล้วจับมือเล็กให้มาช่วยชักรูดแก่นกายใหญ่โตของเขาขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
“อย่างนั้นแหละแก้ม... เด็กดี ช่วยพี่อีกนิดนะ”
จากนั้นดรัณจึงชักนำให้เธอนอนหงายในท่าอ้าขากว้าง เขาใช้สายตาคมกริบจ้องมองความงามเบื้องหน้าอย่างหลงใหล นิ้วแกร่งเริ่มทำหน้าที่อย่างร้ายกาจ เขาใช้นิ้วชี้เขี่ยเม็ดสวาทที่นูนเด่นออกมาแรงๆ สลับเบา ส่วนนิ้วกลางก็แทรกลึกเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นจนมิดโคนนิ้ว
“อื้อออ... พี่รัณ แก้ม... แก้มจะทนไม่ไหวแล้วค่ะ”
ปรินดาครวญครางไม่เป็นภาษา ทว่าเธอก็ยังไม่ละทิ้งหน้าที่ หญิงสาวขยับกายเข้าหา ดึงรั้งความเป็นชายของเขามาดูดเลียอย่างเมามันเพื่อปรนนิบัติเขาให้สมกับที่เขาพยายามมอบความสุขให้เธอ ความเสียวซ่านที่จู่โจมจากทุกทิศทางทำให้นายหัวหนุ่มถึงกับแหงนหน้าขึ้น สองมือกำผ้าปูที่นอนจนแน่น แผงอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วง
“อา... แก้มจ๋า... เยี่ยมมาก... ซี๊ดดดดด!”
เสียงคำรามร้องครวญครางของดรัณดังลั่นไปทั่วห้องหรู เมื่ออารมณ์รักพุ่งทะยานจนเกือบจะถึงขีดสุด ทั้งคู่ต่างแลกเปลี่ยนสัมผัสที่ร้อนแรงและดิบเถื่อนอย่างไม่มีใครยอมใคร ค่ำคืนนี้คงไม่จบลงง่ายๆ ตราบใดที่ไฟรักยังโหมกระพืออยู่ในกายของคนทั้งสองเช่นนี้
เมื่อไฟสวาทลุกโชนจนได้ที่ ดรัณจึงรวบตัวเธอขึ้นมาวงแขนแกร่งโอบรัดสะโพกผายไว้แน่น ขณะที่เรียวขาขาวโอบรอบเอวสอบ เขาพาเธอก้าวไปพิงกับผนังห้องเย็นเฉียบ ทว่าอุณหภูมิในกายกลับร้อนระอุ ดรัณกระแทกกระทั้นตัวตนเข้าหาความคับแน่นอย่างหนักหน่วงและมั่นคง
“อ๊ะ! พี่รัณ... ท่านี้แก้มจุกค่ะ อื้อออ” เสียงหวานครางกระเส่าดังระงมไปทั่วห้อง
ดรัณเปลี่ยนตำแหน่งพาเธอมาที่เตียงกว้าง ทว่าครั้งนี้เขาจับให้เธอเป็นฝ่ายคุมเกมอยู่เบื้องบน ปรินดาหยัดกายขึ้นนั่งทับตัวตนแกร่งขึงของเขาไว้ มือบางวางลงบนแผงอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เธอค่อยๆ ขยับสะโพกโยกคลึงอย่างเมามันตามอารมณ์ที่พุ่งสูง ยอดอกอิ่มส่ายไหวล่อตาล่อใจจนดรัณต้องเอื้อมมือมาบีบเค้นอย่างแรง
“อา... แบบนั้นแหละแก้ม ดีมาก ซี๊ดดด!!!” นายหัวหนุ่มครางชื่อเธอไม่ขาดปาก มองดูร่างบางที่โยกย้ายอยู่บนตัวเขาด้วยความเสน่หา
ความรัญจวนทะยานสู่จุดสูงสุด ดรัณพลิกเธอกลับมานอนหงายปกติ เพื่อปิดเกมรักในรอบนี้ เขาโหมแรงกายใส่ไม่ยั้งเพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าของสลักลึกลงในทุกอณูเนื้อ ปรินดาครางลั่นห้องพลางจิกเล็บลงบนหลังแกร่ง ยามที่เขาพาเธอทะยานไปแตะขอบสวรรค์พร้อมกัน
รถตู้เสียหลักหมุนคว้างก่อนจะไถลตกข้างทางจนฝุ่นตลบอบอวล ไอ้เข้มที่สะบักสะบอมตะเกียกตะกายออกมาพร้อมกับจิกกลุ่มผมของปรินดาอย่างไร้ความปรานี มันกระชากร่างเธอให้ลุกขึ้นเพื่อใช้เป็นโล่มนุษย์“มึงลงมานี่ นังตัวดี! อย่าคิดหนีเชียวนะ!” ไอ้เข้มตะโกนก้อง มือหนึ่งล็อคคอแน่นจนเธอหายใจไม่ออก อีกมือถือปืนจ่อที่ขมับปรินดาเจ็บจนน้ำตาคลอ ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความเชื่อมั่นในตัวสามีทำให้เธอรวบรวมความกล้า ในจังหวะที่ไอ้เข้มเผลอหันไปมองดรัณ หญิงสาวก็ตัดสินใจกัดเข้าที่แขนของมันสุดแรงเกิด“โอ๊ย! อีสารเลว!” ไอ้เข้มร้องลั่น สะบัดแขนออกด้วยความเจ็บปวด ปรินดาฉวยโอกาสทองนั้นผลักตัวออกแล้วออกวิ่งทันที ชุดเจ้าสาวที่ยาวเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการวิ่งหนี แต่เธอก็ไม่ยอมหยุดปัง! ปัง! เสียงปืนจากดรัณดังก้องไปทั่วบริเวณ เขาไล่ยิงสกัดลูกน้องของไอ้เข้มไม่ให้ตามภรรยาของเขาไปได้ แต่ไอ้เข้มและสมุนร่างยักษ์อีกสองคนวันนี้มันกัดไม่ปล่อย พวกมันวิ่งตามจนทันปรินดาที่เสียหลักและเกือบจะล้ม“จับมันไว้!” ไอ้เข้มสั่งการ ลูกน้องคนแรกพุ่งเข้าหาแต่ปรินดาไม่ได้ยืนรอความตายเพียงอย่างเดียว เธอรวบรวมแรงเตะเข้าที่กลางกล่องดวงใจของมันอย่างแรง
ลินลี่จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนรับสัมผัสที่น่ารังเกียจนั้นไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นคาวกามและรสชาติแห่งความอัปยศแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ขณะที่นายตี้ยังคงกดทับและขยี้เน้นจังหวะสุดท้ายเพื่อให้หยาดหยดแห่งกามารมณ์ไหลลึกเข้าไปในกายหล่อนจนหมดสิ้นเมื่อพายุสวาทสงบลง นายตี้ผละออกพลางหอบหายใจอย่างสุขสมแล้วไปทิ้งตัวนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ทิ้งให้ลินลี่นอนหายใจโรยรินในสภาพห้อยหัว เส้นผมสยายระพื้น ใบหน้าแดงก่ำจากแรงดันเลือดและคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม นางเอกสาวพลางยกหลังมือขึ้นปาดริมฝีปากอย่างช้าๆ แววตาที่เคยพร่าเบลอกลับมานิ่งสนิทและเย็นเยียบกว่าเดิมเธอเดินไปกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ ก่อนจะล้วงเข้าไปหยิบขวดเล็ก ๆ ออกมาแล้วเทผงพิษสีขาวลงในแก้วน้ำเย็นจัด“ดื่มน้ำหน่อยนะคะพี่ตี้... จะได้มีแรง” เธอบอกอย่างออดอ้อนเอาใจ ตากล้องหนุ่มที่กำลังเหนื่อยหอบจากการหักโหมพละกำลัง คว้าแก้วมรณะมากระดกน้ำเย็นเฉียบจนหมดรวดเดียวโดยไม่เฉลียวใจ ทว่าเพียงอึดใจเดียว... ร่างที่เคยคร่อมทับอยู่ก็เริ่มเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาของมันเบิกโพลง ลมหายใจติดขัด ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ก่อนจะขาดใจตายคาอกของลินลี่ในสภาพเปลือยเปล่
กิตติกรหันมายิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะโน้มตัวลงสวมกอดร่างบางที่ยังคงสั่นเทา“พี่... ใจเย็นๆ นะคะ ของพี่ใหญ่ ลินลี่กลัวเจ็บ” เธอครางบอกเสียงสั่น ในขณะที่แววตาคนตรงหน้ามีแต่ความหื่นกระหายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาเอื้อมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างรีบร้อน ลินลี่ มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่เธอก็ไร้ซึ่งทางเลือก“ลินลี่ขอนะคะ พี่ห้ามเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปหรืออัดคลิปเด็ดขาด ถ้าลินลี่เห็น ลินลี่จะหนีพี่ไปไกล ๆ จนไม่ให้พี่เห็นลินลี่ได้อีก” เธอสั่งเสียงแข็ง หวังปกป้องศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงเศษเสี้ยว“โธ่!!... น้องลินลี่จ๋า ใครจะกล้าทำแบบนั้นกับนางเอกในดวงใจล่ะครับ พี่แค่ชอบเก็บความทรงจำไว้ในหัวเท่านั้นแหละ รูปถ่ายที่ได้มาก็ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหน” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะจัดการกับชุดของเธอที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เรือนร่างขาวเนียนปราศจากอาภรณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่ไม่ใส่ถุงนะ พี่อยากได้สดๆ อยากสัมผัสลินลี่จริงๆ เดี๋ยวพี่เพิ่มให้ลินลี่อีกแสนหนึ่ง!”อำนาจเงินตราทำให้ลินลี่ต้องเงียบเสียงลง เธอพยักหน้าช้าๆ ยอมแลกทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด เขาไม่รอช้า พลิกร่างบางให้ดี
ภายในห้องโดยสารที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานแผ่วเบา ลินลี่จ้องมองสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาด้วยหัวใจที่เต็นรัวแรง ความใหญ่โตของ อาวุธร้ายของชายตรงหน้าทำให้เธอถึงกับลอบกลืนน้ำลาย ความยิ่งใหญ่ที่ผงาดง้ำสู้แสงไฟจากหน้าปัดรถดูน่าเกรงขามจนอดีตนางเอกสาวแทบหยุดหายใจ“ทำไมของพี่... มันใหญ่ขนาดนี้ล่ะคะ สงสัยลินลี่ต้องปวดกรามแน่ ๆ ” เธอเอ่ยเสียงพร่าพลางช้อนสายตามองคนที่กำลังขับรถด้วยแววตาที่สั่นระริก ทั้งหวาดหวั่นและท้าทายในคราวเดียวกัน“ไม่ชอบเหรอ ใหญ่ ๆ แบบนี้เสียวดีนะรู้มั้ย” หนุ่มใหญ่แค่นยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ก่อนจะจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยหวานที่กำลังตื่นตระหนก“รับรองเลยลินลี่จะต้องมีความสุข เวลาที่โดนพี่จับกระแทกแรงๆ ”“จริงเหรอคะ...” คำถามสั้นๆ ของลินลี่แฝงไปด้วยจริตที่เริ่มก่อตัวขึ้นตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แม้ในใจจะขยะแขยงเพียงใด แต่ภาพตัวเลขเงินหนึ่งแสนบาทที่เขาโอนให้นั้นกลับมีอำนาจเหนือกว่าศักดิ์ศรีที่ลินลี่ค่อยๆ โน้มตัวลงต่ำ หวีดหวิวไปกับลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มที่รดรินอยู่เหนือศีรษะ เธอรวบผมยาวสลวยไปไว้ด้านหลัง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวสวยลูบไล้ไปตามความยา
บรรยากาศรอบกายยามบ่ายที่น่าอึดอัดขณะที่วิกรมขับรถตามลินลี่มาอย่างห่าง ๆ ก่อนจะจอดซุ่มดูอยู่ฝั่งตรงข้ามของโรงแรมม่านรูดที่ห่างไกลผู้คน ดวงตาคมกริบที่ผ่านโลกมามากจับจ้องไปยังประตูห้องพักที่กำลังจะเปิดออก หัวใจของหนุ่มใหญ่กระตุกวูบเมื่อเห็นร่างคุ้นตาของนางเอกสาวที่เดินเคียงคู่มากับตากล้องอย่างสนิทสนมเกินควรผู้บริหารสูงวัยไม่รอช้ายังไงวันนี้เขาต้องกระชากหน้ากากจอมปลอมของนางเอกจอมลวงโลกออกมาให้ได้ วิกรมก้าวลงจากรถอย่างช้าๆ ด้วยท่วงท่าที่สุขุม“คุณวิกรม!” ลินลี่อุทานลั่น ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันควันราวกับคนจับไข้ สภาพของนางเอกสาวในดวงใจดูยับเยินจนน่าอดสู เส้นผมที่เคยจัดทรงสวยยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ เสื้อผ้ามีแต่รอยยับย่นฟ้องถึงกิจกรรมเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาด ๆ โดยเฉพาะรอยแดงจางๆ ที่ซอกคอขาวผ่องนั้น มันคือหลักฐานชั้นดีที่กระชากสติของวิกรมให้ขาดสะบั้น เธอรีบสะบัดมือออกจากแขนของนายตี้ทันที ส่วนตากล้องจอมหื่นพอเห็นนายจ้าง ก็ถึงกับหน้าถอดสี รีบก้มหน้าเดินหนีหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นางเอกสาวเผชิญชะตากรรมอยู่เพียงลำพังเขาจ้องมองผู้หญิงที่เขาเคยรักและทะนุถนอมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียด
ทันทีที่จัดการเรื่องแม่เลี้ยงใจร้ายเสร็จสิ้น ดรัณก้าวเดินขึ้นไปยังชั้นบนของคฤหาสน์ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ทว่าความเหนื่อยล้าทั้งหมดกลับมลายหายไปเพียงแค่ผลักประตูห้องนอนเข้าไปแล้วพบกับปรินดาหญิงสาวอยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวสีครีมสว่าง ผ้าซาตินเนื้อนุ่มทิ้งตัวลงมาเพียงครึ่งขาอ่อนเนียนละเอียด ผมยาวสลวยถูกปล่อยให้ทิ้งตัวลงเคลียไหล่มน เรียวปากอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูระเรื่อแวววาวชวนให้ลิ้มลอง เธอส่งรอยยิ้มละมุนที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาสว่างไสว“ใครมาหาพี่รัณหรือคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงกังวานใส“เปล่าหรอกจ้ะ พี่แค่คุยงานกับนายสินนิดหน่อย” ชายหนุ่มปั้นคำโกหกเพื่อปกป้องความรู้สึกของคนรัก เขาจะไม่มีวันให้เรื่องเน่าเฟะของแม่เลี้ยงมาแผ้วพานความสุขของเธอเด็ดขาด “แก้มหิวอะไรไหม?”“ไม่ค่ะช่วงนี้แก้มต้องไดเอท”“ถ้าอย่างนั้นรอพี่ตรงนี้นะ พี่อาบน้ำเสร็จแล้วจะมาคุยด้วย”หลังจากชำระล้างร่างกายจนสดชื่น ดรัณเดินออกมาเห็นภรรยาสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงกว้าง เขาไม่รอช้ารีบคว้าหนังสือเล่มนั้นออกห่างจากมือเธอ แล้วทิ้งตัวลงนอนหนุนตักนุ่มของหญิงสาวทันที“ทุกทีเลยพี่รัณเนี่ย เมื่อไหร่จะแก้นิสัยนี้สักทีคะ”“แก้







